ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 15 บทที่ 424 ยิ่งมายิ่งใจอ่อน
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองไปเห็นหางของไก่ป่าตัวนั้นยาวเฟื้อย ขนของมันส่องประกายงดงามยิ่งยวด หางตาของนางกระตุกขึ้นครั้งหนึ่ง นี่พวกเขาจับไก่ฟ้ากลับมาได้หรือไร?
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคดีหรือเป็นเพราะไก่ฟ้าตัวนี้โง่งมกันแน่?
แต่ไก่ฟ้าชนิดนี้ มันบินขึ้นสูงฉวัดเฉวียนได้ ภาพวาดหงส์ฟ้าในสมัยโบราณล้วนยึดเอาลักษณะของไก่ฟ้าตัวนี้เป็นแบบอย่างทั้งสิ้น เช่นนี้แล้วย่อมเหมาะสมกับจุดประสงค์ในใจและเงื่อนไขของหลินชิงเวย
ทว่านางได้ยินหลีเช่อที่จับขาไก่อยู่เบื้องหน้านางพูดขึ้นว่า “อย่างไรเล่า เจ้าคิดได้หรือยังว่าจะกินไก่ตัวนี้ด้วยวิธีการใด? จะตุ๋นน้ำแกง หรือนึ่ง หรืออบ?”
หลินชิงเวยถามอย่างเห็นขัน “ใครบอกเจ้าว่าไก่ตัวนี้ ข้าจะเอามากิน?”
หลีเช่อก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง เขาไม่คิดว่าหลินชิงเวยจะเป็นคนประเภททำอะไรเอิกเกริกถึงขั้นให้คนไปจับไก่ป่ามาให้ตนเองกิน หลินชิงเวยพูดอีกว่า “เจ้าช่วยข้ามัดมันไว้ อย่าให้มันขยับส่งเดชและอย่าปล่อยให้มันบินหนีไปด้วย”
หลีเช่อทำตามด้วยการหาผ้ามาผืนหนึ่งห่อตัวไก่ฟ้าเอาไว้อย่างแน่นหนา เหลือเพียงหัวไก่และขาทั้งสองข้างที่โผล่ออกมาข้างนอก
หลินชิงเวยเปิดล่วมยาออกหยิบภาชนะบรรจุเลือดออกมา นิ้วมือนั้นหยิบใบมีดบางราวกับปีกจักจั่นออกมาแผ่นหนึ่งอย่างรวดเร็ว ไป๋เสวี่ยนอนอยู่ในฝ่ามือของนางอย่างเชื่อฟัง มันไม่รู้ว่ามันกำลังจะเผชิญหน้ากับอะไร
ที่จริงวิธีการที่จะตัดความเชื่อมโยงระหว่างไป๋เสวี่ยและหยางชุนมีวิธีที่ง่ายและรวดเร็วกว่านี้ นั่นก็คือการนำหนอนกู่ที่อยู่ในร่างของไป๋เสวี่ยออกมาบี้ให้ตาย นางสามารถรักษาชีวิตของไป๋เสวี่ยเอาไว้ได้ แต่ไม่อาจรักษาชีวิตของหยางชุน
นางใช้ใบมีดบางๆ กรีดลงบนรอยแผลเก่าบนเท้าของไป๋เสวี่ยอย่างแม่นยำแล้วหาหนอนกู่ที่ฝังตัวอยู่ในผิวหนังของมันจนเจอ จากนั้นย้ายมันออกมาใส่ภาชนะบรรจุเลือดด้วยความระมัดระวัง พร้อมกับหัวเราะเยาะตัวเองในใจ นางยิ่งจากมายิ่งใจอ่อนแล้วจริงๆ ก็แค่นกพิราบสองตัวเท่านั้น ถึงกับหักใจให้พวกมันตายไม่ได้
อาจเป็นเพราะนี่คือความแตกต่างระหว่างสัตว์ที่ผู้อื่นเลี้ยงและสัตว์ที่ตนเองเลี้ยง ถึงอย่างไร หยางชุนและไป๋เสวี่ยก็เป็นนกพิราบที่หลินชิงเวยฝึกและเลี้ยงมากับมือ
หลินชิงเวยทำงานอย่างว่องไว นี่เป็นความชำนาญจากการฝึกฝนเป็นระยะเวลานาน จากเดือนเป็นปี ต่อให้ไม่จับมีดผ่าตัดเป็นเวลาหลายเดือนหลายปี นางก็ยังคงใช้มีดผ่าตัดได้อย่างคล่องแคล่ว
หลินชิงเวยวางไป๋เสวี่ยลงแล้วคว้าขาของไก่ฟ้ามาข้างหนึ่ง ใช้ใบมีดบางๆ อีกแผ่นหนึ่งกรีดผิวหนังของไก่ฟ้า มันรู้สึกเจ็บจึงหดขากลับไป หลินชิงเวยนำหนอนกู่ที่ผ่านการทำความสะอาดจากน้ำยาแล้วใส่เข้าไปในผิวของไก่ฟ้าทั้งยังมีชีวิต นางใส่ยาสมานแผลที่ดีที่สุดพร้อมกับพันแผลให้มัน
ไป๋เสวี่ยและไก่ฟ้าต่างถูกเลี้ยงดูอยู่ในลานเรือนตลอดทั้งบ่าย เมื่อถึงเวลากลางคืน ไป๋เสวี่ยและไก่ฟ้าล้วนเดินไปเดินมาได้ตามปกติแล้ว อีกทั้งยังบินไปมาอย่างอิสระ
หลินชิงเวยมอบไก่ฟ้าให้กับข้ารับใช้ในจวนสกุลไป๋ ให้พวกเขานำไก่ฟ้าตัวนี้ไปปล่อยบนภูเขาในคืนนี้ อีกทั้งยังได้กำชับพวกเขาว่าไก่ตัวนี้ไม่อาจนำมากินเป็นอาหารได้อีก หาไม่แล้วจะทำให้ต้องพิษ ข้ารับใช้ของจวนสกุลไป๋ไม่กล้าเสี่ยงจึงเร่งเดินทางทั้งคืนเพื่อนำไก่ตัวนี้ไปปล่อยบนภูเขา
ไก่ฟ้ากางปีกแล้วขึ้นบินทันที ขนของมันปลิวพลิ้วในยามราตรี หากเป็นเวลากลางวันลักษณะของมันจะต้องงดงามมากทีเดียว
เมื่อทำเช่นนี้แล้ว ต่อให้หยางชุนตามมาก็ไม่ได้มาหาไป๋เสวี่ย แต่ไปหาไก่ฟ้าตัวนั้น ปล่อยมันเข้าไปในป่าใหญ่ หากต้องเข้าไปตามหาข้างในนั้น อย่างไรก็ทำให้คนเวียนหัวได้กระมัง
หลินชิงเวยพูดกับหลีเช่อ “รอให้เรื่องที่นี่คลี่คลายลงแล้ว พวกเราออกจากที่นี่กันเถิด”
เมื่ออยู่กันตามลำพัง หลีเช่อพูดกับซินหรูอีกว่า “พี่สาวเจ้าดูเหมือนจะมีเรื่องในใจ”
ซินหรูฟึดฟัด “หญิงสาว มีผู้ใดบ้างไม่มีเรื่องในใจ”
หลีเช่อมองซินหรูด้วยสายตาประหลาด “เหตุใดเจ้าก็ดูเหมือนจะมีเรื่องในใจ?”
“ท่านไม่เข้าใจ” ซินหรูไม่อยากสนทนากับหลีเช่ออีกต่อไป
หลีเช่อลูบจมูกของตน “เจ้าไม่ลองพูดให้ข้าฟัง เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่เข้าใจ? พวกเจ้าสองพี่น้องดูถูกข้าเกินไปแล้วกระมัง”
ซินหรูเงียบไปครู่หนึ่งแล้วหันกลับมามองหลีเช่อ “หากมีคนมาหาพี่สาว ท่านจะยอมให้พี่สาวถูกรังแกหรือไม่?”
“ข้าไม่ยอมอยู่แล้ว”
“ท่านรับรองสิ” ซินหรูพูด “ไม่อย่างนั้น ข้าไม่เชื่อท่าน”
หลีเช่อ “ไปๆๆ เรื่องของเด็กๆ จะต้องรับรองอันใด เจ้าคิดว่าตลอดทางมานี้ ข้าล้วนทำเพื่อกินฟรีอยู่ฟรีหรือไร แน่นอนว่าต้องทำเพื่อปกป้องคุ้มครองพวกเจ้าทั้งสองคน พี่สาวของเจ้าถูกรังแกแล้วข้าไม่ควรจะออกหน้าหรือ? อีกทั้งพี่สาวของเจ้าเข้มแข็งปานนั้น มิใช่ใครก็สามารถรังแกได้”
ซินหรูครุ่นคิดแล้วรู้สึกว่าก็ใช่ แต่ปากยังคงพูดว่า “ข้าคิดว่าท่านทำเพื่อกินฟรีอยู่ฟรีนั่นแหละ”
หลีเช่อ “…”
สำหรับเรื่องการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างหลีเช่อและไป๋หยี่เนี่ยนนั้น เพิ่งจะผ่านมาเพียงไม่กี่วันพวกเขาก็ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้อีกต่อไป ผลสรุปเช่นนี้เป็นสิ่งที่หลีเช่อต้องการ เขาจึงพูดกับท่านผู้เฒ่าไป๋อย่างชัดเจน “ข้าและคุณหนูไป๋พบหน้ากันก็มีแต่ทะเลาะ ดูท่าแล้วดวงชะตาตกฟากคงไม่สมพงศ์กัน คาดว่าไม่อาจเรียนรู้กันได้ ท่านผู้เฒ่าโปรดเลิกล้มความคิดเสียเถิด”
ท่านผู้เฒ่าไป๋ไหนเลยจะยอมถอดใจ เขาพูดเสียงหนัก “ไม่แน่ว่าทะเลาะกันไปทะเลาะกันมาจนอาจเกิดเป็นความรักก็ได้นะ?”
หลีเช่อกลอกตาขาว “เวลานี้นางเห็นข้าก็อยากอาเจียนแล้ว”
ท่านผู้เฒ่าไป๋ “ตอนนี้ข้าดูท่าทางนางแล้วก็ดีนี่นา วันทั้งวันพูดถึงแต่เจ้า ไม่คิดถึงเรื่องอื่นอีก เมื่อเป็นเช่นนี้ นางจะต้องเห็นความดีของเจ้าเป็นแน่”
หลีเช่อทนไม่ไหวแล้ว “แต่เวลานี้ข้าเห็นนางแล้วก็อยากจะอาเจียน”
ท่านผู้เฒ่าไป๋ “…”
เขาลากหลินชิงเวยเข้ามา ตั้งแต่แรกหลินชิงเวยก็ยอมรับในความสัมพันธ์ฉันพี่น้องระหว่างพวกเขาแล้ว นำนางมาเป็นโล่กันธนูก็ดูไร้ความน่าเชื่อถือ วิธีการเดียวที่เขาพอจะทำได้ก็คือชี้หน้าหลินชิงเวย “ท่านผู้เฒ่าไป๋ก็เห็นแล้ว แม้นางจะถูกทำลายโฉมแต่รอยแผลเป็นนั้นทุเลาลงทุกวันๆ เชื่อว่าท่านผู้เฒ่าไป๋มองออกเช่นกันว่านางเป็นสตรีโฉมงามพิลาสคนหนึ่ง ท่านว่าข้าและนางเดินทางร่วมกันมาเป็นเวลานานเช่นนี้ เหตุใดข้าจึงไม่มีความรู้สึกอันใดต่อนาง?”
ท่านผู้เฒ่าไป๋กระจ่างแจ้งเช่นกัน หากใบหน้าของหลินชิงเวยหายดีแล้วเมื่อเทียบกับหลานสาวของตน ชัดเจนเหลือเกินว่าหลานสาวของตนดูธรรมดาสามัญทันที และหลีเช่อเป็นบุรุษรูปงามอันดับหนึ่ง
ท่านผู้เฒ่าไป๋ไม่พูดจาแล้ว หลีเช่อพูดอีก “ยามนี้ข้าเองก็ปิดบังต่อไปไม่ได้แล้ว นั่นเป็นเพราะข้าไม่ชอบสตรี ข้าชอบ…” เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพูดออกมาสองคำ “บุรุษ”
ไหนเลยจะคาดคิดว่าเมื่อท่านผู้เฒ่าไป๋ได้ยินเช่นนั้นกลับไม่รู้สึกเสียดายอะไรทั้งสิ้น ในทางตรงข้ามดวงตาของเขาเปล่งประกาย “เจ้าพูดจริงๆ หรือ?”
หลีเช่อก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณทันที “แต่ข้าก็ไม่ชอบคนแก่เช่นกัน”
ท่านผู้เฒ่าไป๋รู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกกับปฏิกิริยาอันว่องไวของหลีเช่อ “ข้าเองก็ไม่ชอบคนหนุ่มเช่นกัน”
หลีเช่อพรูลมหายใจโล่งอก “ที่แท้ท่านผู้เฒ่าไป๋มีรสนิยมเช่นนี้เหมือนกัน ควรบอกแต่แรกแล้ว”
ท่านผู้เฒ่าไป๋ “…”
หลินชิงเวยประคองหน้าผากของตน “ท่านผู้เฒ่าไป๋อย่าได้ถือสา เขาเป็นเช่นนี้เอง”
ท่านผู้เฒ่าไป๋กระแอมกระไอให้คอโล่ง “ที่จริงเรื่องออกเรือนของเนี่ยนเอ๋อร์ทำให้ข้าปวดหัวที่สุด แต่ข้าเองรู้ดีว่าเรื่องของวาสนาและความรักนั้นมิอาจฝืนใจ หลายวันนี้ข้าพอจะมองออกเช่นกัน หากบังคับให้นางแต่งให้เจ้า ชีวิตในวันข้างหน้าของนางย่อมไม่มีความสุข นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าปรารถนา ในเมื่อเจ้าบอกสิ่งที่เจ้าชื่นชอบ…” ยากที่จะกล่าวออกไป ทว่ากลับแฝงด้วยรอยยิ้มแฝงนัยอย่างอื่น “เช่นนั้นข้าก็วางใจแล้ว”