ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 15 บทที่ 444 ไม่เคยชอบเจ้า
“เจียงมู่ ใช่ท่านหรือไม่?” น้ำตาของไป๋หยี่เนี่ยนไหลผ่านฝ่ามือของเขา มันอบอุ่นถึงเพียงนั้น
เจียงมู่ไอเบาๆ สองครั้ง เลือดไหลไม่หยุด ทว่าเสียงที่กล่าวออกมานั้นเรียบเรื่อย “ข้าเอง”
ไป๋หยี่เนี่ยนกัดริมฝีปาก ร่ำไห้สะอึกสะอื้น “เหตุใดท่านจึงเพิ่งมา ข้าหนาวเหลือเกิน…”
“ข้ามาบอกลากับเจ้า” เจียงมู่พูด เสียงสะอึกสะอื้นของไป๋หยี่เนี่ยนพลันหยุดลง นางได้ยินเขาพูดเนิบๆ “ไป๋หยี่เนี่ยน ขอโทษด้วย ข้าต้องไปแล้ว”
“ท่านจะไปที่ใด?” นางรีบถาม
“ข้าจะไปในที่ที่ไม่มีเจ้า” เขากล่าว “เจ้ามักจะมารบกวนจิตใจของข้าอยู่เสมอ ข้าอยากจะหาสถานที่อันเงียบสงบของข้า ไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีก”
เจียงมู่พยายามอย่างที่สุดที่จะลืมตา ทว่าศีรษะกลับค่อยๆ ห้อยตกลงมา กระทั่งมือข้างนั้นที่กำลังปิดดวงตาทั้งคู่ของไป๋หยี่เนี่ยนก็ค่อยๆ หมดแรงและตกลงมาที่แก้มของนางช้าๆ ปลายนิ้วที่ยังมีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยนั้นลูบไล้ใบหน้าของนางเบาๆ ช่างนุ่มนิ่มเนียนลื่นเช่นที่เขาจินตนาการเอาไว้ ขณะที่มือของเขาตกลงมาอยู่บนพื้นข้างเตียง เขาพูดประโยคสุดท้ายว่า “แต่ไรมาข้าไม่เคยชอบเจ้าเลย ดังนั้นเจ้าไม่ต้องจดจำข้า”
ประโยคสุดท้ายนี้ เขาไม่ยินยอมพูดออกมา ดังนั้นต่อให้เขาจากไปแล้ว ดวงตาของเขากลับปิดไม่สนิท ดวงตาคู่นั้นยังลืมอยู่ครึ่งหนึ่ง เมื่อเขาจากไป ในใจยังคงเป็นห่วงคนผู้หนึ่ง ปล่อยวางไม่ได้ น้ำตาของเขาค่อยๆ เอ่อล้นในกระบอกตาแดงก่ำแล้วไหลลงมาในที่สุด น้ำตานั้นหยดลงบนหลังมือที่เต็มไปด้วยเลือดของเขา นัยน์ตาของเขากลายเป็นสีเทาอีกครั้ง กระทั่งไร้ซึ่งแสงใดๆ ในที่สุด กลายเป็นดวงตาสีขุ่นทั้งหมด
ร่างที่เต็มไปด้วยดินโคลนและเลือดของเขาราวกับนอนหลับไปอย่างไรอย่างนั้น
กระบอกตาของหลินชิงเวยชุ่มไปด้วยน้ำตา นางยื่นมือไปฟังชีพจรที่ข้อมือของเจียงมู่…ไม่มีชีพจรแล้ว
ไป๋หยี่เนี่ยนยังคงตกอยู่ในความฝันของตน นางร้องไห้สะอึกสะอื้นเบาๆ ต่อมานางค่อยๆ หลับไป
ฝนครั้งนี้ตกทั้งคืนโดยไม่หยุด ดูเหมือนเวลาได้ย้อนกลับไป กลับไปยังคืนที่ฝนตกเช่นนี้เมื่อหลายปีก่อน ฝนตกตลอดเวลาไม่หยุด
เมื่อหลีเช่อย้อนกลับมาอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเหล่านั้นก็มาถึงแล้วเช่นกัน เขาเปียกไปทั้งตัวยืนกระหืดกระหอบอยู่หน้าประตู เห็นเจียงมู่ที่สิ้นใจไปแล้ว หลินชิงเวยนั่งยองๆ อยู่ข้างเตียงกำลังยื่นมือไปปิดดวงตาทั้งคู่ของเจียงมู่ให้สนิท
หลีเช่อ “ไฉนจึงเป็นเช่นนี้…”
หลินชิงเวย “ใช่ ไฉนจึงเป็นเช่นนี้”
ต่อมารถม้าของสกุลไป๋ก็ตามมาถึงที่นี่ ท่านผู้เฒ่าไป๋ไม่อาจวางใจหลานสาวของตน หลังจากได้ยินว่าหลานสาวไม่เป็นอะไร หัวใจที่แขวนเติ่งอยู่ทั้งดวงจึงวางลงได้อย่างแท้จริง
หลีเช่อใช้อาภรณ์ห่อร่างของไป๋หยี่เนี่ยนเอาไว้แล้วอุ้มลงเขาวางลงในรถม้า
หลีเช่อไล่ตามโจรเด็ดบุปผาคนนั้นไม่ทัน โจรเด็ดบุปผาเจ้าเล่ห์อย่างที่สุดเขาหนีเข้าไปในป่าลึก ทั้งมืดและไม่มีแสงไฟ หลีเช่อจึงไม่รู้จะตามหาเขาได้อย่างไร ต่อมาโจรเด็ดบุปผาหนีลงจากเขาแล้วขี่ม้าที่ได้ตระเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้แต่แรกหนีไป หลีเช่อคิดจะตามก็ตามไม่ทันเสียแล้ว
เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นบริเวณใกล้เคียงภูเขาทั้งคืนแต่ไม่พบอะไร
ท่านผู้เฒ่าไป๋ได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนี้ จึงรู้ว่าเจียงมู่ตายเพราะช่วยเหลือไป๋หยี่เนี่ยน เขาหันมามองไป๋หยี่เนี่ยนในรถม้าปราดหนึ่ง สุดท้ายได้แต่ทอดถอนใจ
หากเจียงมู่ยินยอมตั้งแต่แรก ที่จริงสองคนนี้ควรจะกลายเป็นคู่ที่มีความสุข
เขาส่งไป๋หยี่เนี่ยนกลับไปยังจวนสกุลไป๋ในคืนนั้น วันรุ่งขึ้นย้อนกลับมาไหว้พระที่วัดหลิงอวิ๋นด้วยตนเองอีกครั้ง เวลานั้นภูเขาด้านหลังของวัดหลิงอวิ๋นมีเพียงหลุมศพหลุมหนึ่ง
หลินชิงเวย หลีเช่อและนายอำเภอ เจ้าหน้าที่คลี่คลายปัญหาในภายหลัง หลวงจีนหลายรูปในวัดล้วนถูกรมยาสลบ ทว่าไม่มีอันตรายถึงชีวิต หลังจากหลินชิงเวยฝังเข็มให้ พวกเขาจึงมีสติแจ่มชัดขึ้นอีกครั้ง (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ภายในห้องพักที่มีสภาพยับเยินเละเทะ ก็ได้เจ้าหน้าที่เข้ามาทำความสะอาด เพียงแต่เจียงมู่…
เมื่อร่างของเขาถูกนำออกจากห้องพัก นายอำเภอได้แต่ทอดถอนใจ “คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วผู้ที่ต่อสู้กับโจรร้ายเพื่อช่วยชีวิตคุณหนูไป๋จะเป็นอาจารย์คนแรกในเมืองคุนของข้า”
เจ้าหน้าที่สองคนที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูเมืองในยามกลางวันรู้สึกละอายใจเสียจนไม่มีหน้าพบผู้คน พวกเขายินดีรับโทษทัณฑ์ หากพวกเขานำเรื่องราวไปบอกความเร็วกว่านี้ เรื่องนี้คงไม่กลายเป็นเรื่องน่าเศร้าถึงเพียงนี้
บรรดาหลวงจีนสวดมนต์ให้แก่เจียงมู่ตลอดทั้งคืน สุดท้ายนำร่างของเขาฝังลงในภูเขาด้านหลัง
เมื่อฟ้าสว่างๆ ขึ้นช้า ภายในป่ายังคงมีเสียงซ่าๆๆ ของฝน อย่างไรหลินชิงเวยและหลีเช่อก็เปียกปอนไปทั้งตัวแล้ว จะเปียกอีกหน่อยก็ไม่กระไร
คนทั้งสองยืนอยู่หน้าหลุมศพของเจียงมู่เป็นเวลานาน
หลีเช่อถามเสียงเบา “ที่จริงเขารักไป๋หยี่เนี่ยนมาก...ใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวยตอบกลับท่ามกลางสายฝน “ข้าไม่รู้”
อะไรคือรัก อะไรคือไม่รัก? อยู่ด้วยกันคือรัก? ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยก็คือไม่รัก?
หลีเช่อถามอีกว่า “สมมติว่าพวกเราไม่เข้าไปทำให้เรื่องวุ่นวายยุ่งยากเช่นนี้ พวกเขาอาจจะมีชีวิตที่ดีอยู่ก็ได้ใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวยหมุนตัวกลับมา สีหน้านั้นซีดขาวเล็กน้อย นางพูดเรียบๆ ขณะเดินลงจากเขา “อาจจะ”
ฝนครั้งนี้ตกติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน นับได้ว่าท้องฟ้าหลังฝนสดใสแล้ว
แสงตะวันนั้นเหมือนสิ่งใหม่ๆ สาดส่องลงบนพื้นอีกครั้ง ยังคงเป็นโลกที่สว่างไสว โจรเด็ดบุปผาคนนั้นได้หนีออกไปจากเมืองแล้วจริงๆ ชาวบ้านในเมืองต่างพรูลมหายใจโล่งอก แต่นายอำเภอกลับไม่อาจหละหลวม เขาสั่งให้จิตรกรวาดภาพเหมือนของโจรเด็ดบุปผาคนนั้นขึ้นมาอีกครั้งตามที่หลินชิงเวยและหลีเช่อบรรยายรูปพรรณสัณฐาน
ครั้งนี้วาดได้ค่อนข้างเหมือน นำภาพวาดนี้ไปติดตามจุดต่างๆ ทั้งยังได้ให้คนนำไปติดตามหัวเมืองใกล้เคียงอีกด้วย ให้นายอำเภอของที่นั่นให้ความร่วมมือ คาดหวังให้จับตัวโจรเด็ดบุปผาได้ในเร็ววัน
หลังจากไป๋หยี่เนี่ยนกลับมาจากวัดก็นอนหลับไม่ได้สติเป็นเวลาหลายวัน หลายวันนี้ มามาสองแม่ลูกที่ลวงไป๋หยี่เนี่ยนคิดจะหนีออกจากเมือง ทว่าถูกนายอำเภอจับกุมตัวไว้จึงสารภาพความจริงทั้งหมดออกมา
ที่แท้โจรบุปผาคนนั้นแฝงตัวอยู่ที่นี่มานานแล้ว เขารู้เรื่องราวระหว่างไป๋หยี่เนี่ยนและเจียงมู่อย่างละเอียด ฉวยโอกาสขณะที่ไป๋หยี่เนี่ยนเสียอกเสียใจ เขียนจดหมายในนามของเจียงมู่หลอกให้นางไปพบที่วัด ตามที่มามาสารภาพ เรื่องทั้งหมดถูกเจียงมู่ได้ยินเข้า ดังนั้นเจียงมู่จึงตามไปช่วยเหลือนางโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด
การตายของเจียงมู่ถูกนายอำเภอปกปิดไว้เช่นกัน เมื่อเด็กๆ ในสำนักศึกษาถามว่าอาจารย์ไปที่ใด นายอำเภอพูดเพียงว่าเขาย้ายไปจากเมืองคุนแล้ว อาจจะไม่กลับมาที่นี่อีก นายอำเภอกำลังหาอาจารย์อีกท่านหนึ่งมาสอนพวกเด็กๆ
ไป๋หยี่เนี่ยนได้รับไอเย็นจึงล้มป่วยลง ขณะล้มป่วยนางมักจะไม่ได้สติ และมักจะเรียกชื่อของเจียงมู่เสมอ
ต่อมานางฟื้นคืนสติในที่สุด เมื่อดีขึ้นแล้วนางถามถึงเจียงมู่ ท่านผู้เฒ่าไป๋ตอบอะไรไม่ได้ หลินชิงเวยที่ยืนอยู่ข้างเตียงจึงพูดกับนางว่า “เจ้าได้รับไอเย็นในวัดจึงหมดสติ ต่อมาอาจารย์เจียงมาที่นี่ เพียงแต่เจ้ายังนอนหลับอยู่”
ไป๋หยี่เนี่ยนถาม “แล้วเขาเล่า? เขามีคำพูดจะพูดกับข้าใช่หรือไม่?”
หลินชิงเวยเงียบไปครู่หนึ่ง นางเงยหน้าขึ้นมองไป๋หยี่เนี่ยนด้วยแววตาอบอุ่นอ่อนโยน ริมฝีปากมีรอยยิ้มบางๆ “เขามีคำพูดจะพูดกับเจ้าจริงๆ ดูท่าแล้วบุรุษที่เจ้าชมชอบเป็นคนไม่ดีจริงๆ ที่จริงเขาคิดจะมากล่าวลาเจ้า เขามีหญิงคนรักในใจนานแล้ว เขาไปจากเมืองคุนเพื่อไปตามหาหญิงคนรักของเขา”