ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 541: คําพูดที่สั่นเครือ (1)
ณ กองไฟช่วงย�าค�า โรเอลลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินคําพูดของเด็กหนุ่มที่ เปิดตาออกข้างหนึ่ง แล้วปลาย่างในมือก็ร่วงลงพื้นโดยอุบัติเหตุ ใน ขณะเดียวกันเซลิน่าและจูเลียน่าที่ส่งเสียงหนวกหูอยู่ก็พลันเงียบลง แล้วหันมามองโรเอลที่จู่ๆ ก็ลุกขึ้น
“เดี๋ยว เมื่อกี้พูดอะไรกันนะ?”
“หมอกเหรอ? มันอยู่ตรงไหนสจ๊วร์ต? มันห่างจากที่นี่แค่ไหน?”
เด็กสาวทั้งสองซึ่งได้ยินคําสําคัญพลันตื่นตัว และโรเอลก็เข้าใจ ปฏิกิริยาที่ราวกับพบศัตรูของพวกเธอ
บรรยากาศที่มีหมอกนั้นแต่เดิมก็เป็นเพียงสภาพอากาศตาม ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษอะไร แต่ราวๆ ครึ่งปีที่ผ่าน มา เหตุการณ์ธรรมชาติที่แสนปกตินี้ก็ไม่ปกติอีกต่อไปด้วยการปรากฏ ตัวของสัตว์ประหลาดบางตน
[ม่านหมอกมรณะ] สัตว์ประหลาดแห่งหายนะที่น่าสะพรึงกลัวนี้ พวกนักวิชาการในทวีปเซียอาจจะไม่รู้ซึ้งถึงตัวตนของมัน แต่สําหรับ ตระกูลที่หลบซ่อนอยู่ในอาณาจักรแห่งภาคีอัศวินเพนเดอร์แล้ว นี่คือ สัตว์ประหลาดน่าขนลุกที่พวกเขาได้ยินมาตั้งแต่เด็ก หลังจากเรื่องที่ เกิดขึ้นกับป้อมปราการทาร์กเป็นต้นมา ความน่ากลัวของมันก็ยิ่งทวีคูณ
ถัดไปจากกองไฟ สจ๊วร์ตหยิบแผนที่แล้วรีบเร่งยืนยันตําแหน่งที่มี หมอกปกคลุม ขนที่หางของเซลิน่าซึ่งกําลังระแวดระวังไปทั่วฟูฟ่องขึ้น ความสามารถของจูเลียน่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเมื่อตกกลางคืน และเธอ ก็เริ่มเตรียมอุปกรณ์พร้อมรับมือและหนี ทว่าเด็กหนุ่มผมดําไม่ได้หุนหัน ทําอะไรนอกเสียจากยืนขึ้นแล้วสัมผัสความรู้สึกของตนอยู่นาน
ศิลาแห่งมงกุฎยังไม่มีปฏิกิริยา
มองไปที่ไอความเย็นที่ม้วนตัวอยู่ในมือของเขา เด็กหนุ่มผมดําก็ ขมวดคิ้วเล็กน้อย จากประสบการณ์เก่าของเขาที่ไปยังตะวันออก แม้ว่า ระยะทางจะไกล แต่สัตว์ประหลาดใน [หกภัยพิบัติ] นั้นจะรับรู้ถึงกันได้ และศิลาแห่งมงกุฎก็ควรจะมีปฏิกิริยา แต่ครั้งนี้โรเอลไม่พบอะไร ผิดปกติเลย
ไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกกดดันมหาศาลเมื่อเผชิญหน้ากับหกภัย พิบัติ ตอนนี้ยังไม่มีริ้วพลังของคาถาเวทที่ไม่เสถียรเลยด้วยซ�า สิ่งเดียว ที่บ่งบอกว่ามีสิ่งผิดปกตินั่นคือสังหรณ์ร้ายที่โผล่มานานๆ ครั้ง แต่ก็ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจากหกภัยพิบัติ ทว่าเป็นลางสังหรณ์ว่าจะเกี่ยวกับผู้มี พลังเหนือธรรมชาติระดับสูงมากกว่า
“โรเอล ให้ฉันทํายังไงดี? จะอพยพเลยดีไหม?”
“เฮ้ พวกเรามาช่วยคน สิ่งที่ต้องพากลับเยอะเกินไปแล้วนะ”
เซลิน่าและจูเลียน่าพูดขึ้นอย่างร้อนรน แต่เด็กหนุ่มผมดํานิ่งคิด แล้วก็ส่ายหน้า
“ใจเย็นลงก่อน นี่ไม่น่าใช่หกภัยพิบัติหรอก… สจ๊วร์ต นายแน่ใจใน สถานที่ที่เห็นไหม?”
“อืม มันห่างจากเราไปเยอะเลยครับ มันอยู่ในพื้นที่ต้องสงสัย เรา ไม่น่าจะมีปัญหาที่นี่ครับ”
“แล้วทําไมนายไม่บอกแต่แรกเนี่ย…”
เสียงของสจ๊วร์ตตอบกลับมาเป็นครั้งที่สองนี้ทําให้เด็กสาวทั้งสอง บ่นอุบ ทุกคนรอบกองไฟถอนหายใจโล่งอก แต่ความตื่นตัวก็ยังไม่จาง หาย เด็กหนุ่มผมดําคิดสักพักแล้วหันไปทางสจ๊วร์ตที่ยกเลิกคาถาเวท มองไกลแล้วถามขึ้น
“มีอะไรจําพวก ‘ใบหน้า’ ไหม? ใบหน้ามนุษย์ที่เกิดจากหมอกน่ะ”
“…ไม่มีครับ เท่าที่ผมเห็นคือไม่มี”
หลังจากรอพักหนึ่ง ดวงตาของเด็กหนุ่มผู้นําผ้าปิดตาออกแล้วก็ เปล่งแสง โรเอลถามคําถามเพิ่มเติมเล็กน้อยหลังจากได้ยินคําตอบของ เขา และจากการสอบถาม ดวงตาของสจ๊วร์ตก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ใช่
เพียงสีของตาและม่านตาที่เปลี่ยนไป แต่บางครั้งแม้กระทั่งรูปร่างของ ม่านตาก็เปลี่ยนไปด้วย
หลังจากถามตอบกันอย่างต่อเนื่อง โรเอลก็ดูโล่งใจราวกับได้ ข้อสรุปแล้ว และพูดสรุป
“จากสถานการณ์ตอนนี้ หมอกนี่ไม่มีความเกี่ยวพันกับหกภัยพิบัติ ไม่มีใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ ความเข้มของอณูพลังเวทก็ไม่สูง สําคัญ ที่สุดคือฉันไม่รู้สึกอะไรเลย เกรงว่าคงเป็นแค่ปรากฏการณ์ทาง ธรรมชาติล้วนๆ”
หลังจากได้ยินการตัดสินของเด็กหนุ่มผมดําแล้ว ทั้งสามคนที่ฟัง อยู่ก็ล้วนโล่งอก ถ้าพวกนักวิชาการดื้อด้านพวกนั้นคือคนที่ไม่รู้จักความ น่ากลัวของหกภัยพิบัติเลยล่ะก็ พวกนักเรียนแลกเปลี่ยนจากอาณาจักร แห่งภาคีอัศวินเพนเดอร์ซึ่งฟังเรื่องสยองของหกภัยพิบัติมาแต่เด็กจน โตก็คงเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องของพวกมัน และเป็นเรื่องดีสําหรับพวกเขา ที่ไม่ต้องมาเผชิญหน้ากับความกลัวในวัยเด็กนี้
หลังจากพบว่ามันเป็นเพียงสัญญาณหลอก สจ๊วร์ตเลยถูกเซลิน่า และคนอื่นๆ ตั้งข้อหาที่ทําให้ทุกคนแตกตื่นแล้วลงโทษเขาให้ยืนเวร กลางคืนคนเดียว ในขณะที่เด็กหนุ่มผมดํามองแผนที่แล้วเริ่มครุ่นคิดอีก ครั้ง
แม้จะเป็นไปได้ที่จะตัดสินใจสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าจะไม่ใช่ [ม่าน หมอกมรณะ] แต่การที่หมอกลงในสถานที่ต้องสงสัยที่ต้องสํารวจนั้นทํา ให้เด็กหนุ่มระแวง โรเอลคิดถึงสถานการณ์ของทีมแรกที่พอพบว่า หมอกไม่ได้โจมตีก็คงจะพุ่งเข้าไปค้นหาความจริงกันแน่ๆ และถ้ามอง ในแง่นี้ หมอกนี่ก็เหมือนเป็นกับดักดีๆ นี่เอง
เมื่อระลึกถึงความไม่สบายใจก่อนหน้านี้ เด็กหนุ่มผมดําหรี่ตาสี ทองของเขาลง และภายใต้ท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง ไกลออกไป ร่างที่มองไม่ ชัดในหมอกสีขาวก็เริ่มปรากฏขึ้นหลังจากการสืบข้อมูลของสจ๊วร์ ตจบลง ดวงตาที่แก่ชราของเขามองมาทางโรเอลอยู่นาน ราวกับกําลัง คิดถึงความรู้สึกถูกจ้องมองที่บรรยายไม่ถูกก่อนหน้านี้
หลังจากเวลาผ่านไป ร่างนั้นซึ่งไม่ได้รับคําตอบส่ายหน้า สายตา เบนกลับไปที่จุดนัดพบของผู้มีพลังเหนือธรรมชาตินอกเขตหมอก แล้ว ก็หายลับไปในทะเลหมอก
————————–
เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น หมอกเริ่มปรากฏใกล้แคมป์ของพวกโรเอล แต่ หลังจากเด็กหนุ่มสัมผัสมันจริงๆ ก็พบว่ามันเป็นแค่หมอกธรรมดาที่ปก คลุมภูเขา และสจ๊วร์ตที่อยู่เวรดึกก็มีทีท่าสํานึกผิด บ่งบอกว่าหมอกที่ลง ในพื้นที่ต้องสงสัยไม่มีอะไรผิดปกติ
“ถ้าอย่างนั้น หมอกนั่นก็แค่บังเอิญเหรอ?”
เซลิน่าและจูเลียน่าพูดอย่างโล่งอกลงไปมาก และสีหน้าของเด็ก หนุ่มผู้กลับไปปิดตาอีกครั้งก็ผ่อนคลายลงเช่นกัน บรรยากาศของแคมป์ จึงกลับสู่ความผ่อนคลาย แต่โรเอลกลับไม่ได้ผ่อนความตื่นตัวของเขา ลงเลย
ในตอนนี้ มันอาจเป็นเรื่องบังเอิญที่จะมีหมอกบนภูเขา แต่ สัญญาณเตือนในใจเขาดังขึ้นพร้อมๆ กับการมาของหมอก นี่ก็เป็นเรื่อง บังเอิญด้วยหรือ?
เมื่อมองหมอกสีขาวที่ลอยอยู่ใกล้เคียงแล้ว โรเอลก็ไม่พูดถึงความ กังวลอันไร้มูลของเขา เขาจึงทําได้เพียงบอกให้ทุกคนตื่นตัวและอย่า ปล่อยปละละเลย และเริ่มการติดต่อประจําวันขึ้น
การติดต่อประจําวันระหว่างทีมที่ 2 และทีมแรกจะทําทุกเช้าและ เย็น นี่คือข้อตกลงระหว่างทั้งสองทีม วันนี้ เนื่องจากหมอกลงจัด โรเอ ลและพวกจึงอดเป็นกังวลไม่ได้ แต่ก็พบว่าไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้น ภาพของพอลและทีมแรกถูกฉายขึ้นมาเมื่อการเชื่อมต่อเครื่องมือ สื่อสารสําเร็จ และทั้งสองทีมก็รายงานทุกอย่างตามปกติ
เดือนกว่าที่โรเอลไม่ปรากฏตัว ลิเลียนและคนอื่นจึงไม่รู้ถึงการมีอยู่ ของเขา และเด็กสาวก็ไม่ได้มีห่วงอะไรเพิ่มเติมมา แต่เด็กหนุ่มผมดํา
ยืนยันแล้วว่าลิเลียนและคนอื่นๆ ปลอดภัยดี และสําหรับแผนถัดไปนั้น ก็เป็นไปตามที่โรเอลคาดไว้ ทั้งสองทีมจะเริ่มการสืบค้นต่อหลังการ รายงานจบลง
พวกที่เรียกตัวเองว่าผู้เชี่ยวชาญนั้นกล้าหาญ บุคลากรและ ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในทีมแรกนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ ระดับสูง แม้ว่าประสบการณ์ต่อสู้จริงจะไม่ค่อยดีถึงขั้นที่เทียบชั้นกับโร เอลไม่ได้เลยก็ตาม แต่พวกเขาก็มีศักดิ์ศรีของผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ ระดับสูง
ด้วยความเย่อหยิ่งและความที่ไม่มีเหตุการณ์พิเศษจากการปรากฏ ขึ้นของหมอก มันจึงไม่ใช่อุบัติเหตุที่ผลการค้นหาและสืบเสาะอย่าง ต่อเนื่องจะไม่ใช่สิ่งที่คาดไม่ถึง พูดให้ถูกก็คือหมอกที่อยู่ในพื้นที่ต้อง สงสัยในการหายตัวเป็นหมู่คณะนั้นทําให้บางคนในทีมตื่นเต้นไปเอง เพราะเดิมทีพวกเขาก็มาหาเบาะแสกันอยู่แล้ว
หลังจากการแลกเปลี่ยนข้อมูล ทั้งสองฝั่ งก็เคลื่อนไหวอีกครั้ง โรเอ ลและพวกยังคงรักษาระยะห่างและสํารวจจากด้านหลัง ในช่วงไม่กี่ วันนี้เป็นเหมือนช่วงทดสอบความกล้าของทีมสืบสวน แม้ว่าจะยังมี หมอกลงทุกวัน แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติเลย
หมอกสีขาวที่ลงกะทันหันนี้มักจะแผ่ปกคลุมในเวลากลางคืนและ อยู่จนช่วงเช้ามืด แล้วขะหายไปเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น มันไม่มีผลกระทบ
อะไรพิเศษต่อการสืบค้นเลย ทีแรกเซลิน่าและคนอื่นๆ ก็ยังตั้งท่าระแวง แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนก็ชินกับมัน
บรรยากาศอึมครึมในทีมค่อยๆ เปลี่ยนไป เด็กสาวผู้สืบสายเลือด สัตว์ศักดิ์สิทธิ์เริ่มกลับมาคึกคักและการล่าในยามวิกาลของจูเลียน่าก็ กลับมาดําเนินต่อไป ในช่วงมื้อเย็นทุกคนก็ยังคงเอะอะมะเทิ่งรอบๆ กองไฟเพื่อชิงสิทธิ์การสั่งอาหารของเชฟโรเอลกันทุกวัน
ภายใต้การนํากลุ่มเด็กมีปัญหานี้ เส้นประสาทที่ตึงแน่นของโรเอล ก็คลายลงเล็กน้อย ที่จริงคือหลังจากคืนนั้น ความรู้สึกไม่ดีในใจของโร เอลก็ไม่ปรากฏขึ้นอีกเลย ทุกอย่างดูเหมือนกลายเป็นภาพลวงตาที่ ค่อยๆ ถูกชีวิตประจําวันกลืนหายไป
“เซลิน่า เธอช่วยหยุดมุดเต้นท์ของหัวหน้าทีได้ไหม? ถ้าเธอทํา อย่างนี้ต่อไปฉันจําเป็นต้องรายงานท่านบรรพบุรุษต้นกําเนิดนะ”
“หือ? ทําไมเวลาฉันจะไปไหนต้องฟังเธอด้วยล่ะ? อีกอย่าง โรเอลก็ แค่จะช่วยทําให้เลือดของฉันสงบลงเอง”
“ถ้าไม่ใช่เพราะภารกิจจากท่านอลิเซีย ฉันก็ไม่อยากมาคอยดูแล เธอหรอก เธอคงไม่ได้หมายตาหัวหน้าอยู่หรอกใช่ไหม?”
“นี่เธอพูดบ้าอะไรของเธอเนี่ย?!”
มันคือย�าค�าของวันถัดไป จูเลียน่าและเด็กสาวผมสีน�าตาลผู้ตกใจ กับคําถามกะทันหันเริ่มทะเลาะกันอีกแล้ว ในขณะที่อีกฝั่ งสจ๊วร์ตนั้นได้ ใช้การมองเห็นที่เหนือธรรมชาติของเขาในการสํารวจพื้นที่รอบๆ ฉากที่ เป็นกิจวัตรนี้ดําเนินไปเหมือนทุกที และจบลงเมื่อโรเอลประกาศเริ่มมื้อ อาหาร
การนั่งล้อมวงกินข้าวแล้วพูดคุยกันกลายเป็นความสนุกเดียวของ ทุกคนในการเดินทางครั้งนี้ ด้วยความที่ไม่มีความบันเทิงอื่น หลังจาก กินดื่ม พูดคุยและหัวเราะกันแล้ว เมื่อหมอกเริ่มโรยตัวในป่ายามวิกาล อีกครั้งทุกอย่างก็จบลง ทุกคนยกเว้นจูเลียน่าที่อยู่เวรกลางคืนก็กลับ เต้นท์ไปพักหลังจากตรวจสอบความเรียบร้อยในบริเวณแล้ว