ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 543: ดวงตาสีทองของหุบเหวที่ไร้ก้นบึ้ง (1)
- Home
- ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END
- บทที่ 543: ดวงตาสีทองของหุบเหวที่ไร้ก้นบึ้ง (1)
ในค�าคืนที่เต็มไปด้วยหมอก เด็กหนุ่มผมดํามองชายชราตรงหน้า เขาราวกับถูกหยุดการเคลื่อนไหว และข้างๆ เขา เซลิน่าและคนอื่นๆ ก็ เริ่มได้สติหลังจากเหม่อลอยไปขณะหนึ่ง แล้วมองไปที่ชายชราที่ผมขาว โพลนด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
“นาย… นายคือ… พอล?”
“ไม่ใช่สิ เป็นไปได้ยังไง?”
สจ๊วร์ตก้าวถอยหลังสองก้าวด้วยความตกใจ เซลิน่าก็ตัวแข็งค้าง และเด็กสาวผมสีน�าตาลที่แวะไปยังคฤหาสน์สีกรมท่าบ่อยๆ ซึ่งคุ้นเคย กับพอลมากกว่าคนอื่นๆ ก็ยิ่งช็อกหนักเข้าไปอีก แต่คนที่ตกใจที่สุดก็คง หนีไม่พ้นตัวโรเอลเอง
เด็กหนุ่มผมดําที่ได้ยินคําที่คุ้นเคยจากพอลเบิกตากว้าง มองไปที่ ชายชราอย่างไม่อยากจะเชื่ออยู่นาน และในที่สุดก็มองเห็นความ คลับคล้ายกับพอลในอดีต ทว่าก่อนที่โรเอลจะทันได้ถามอะไร ชายชรา ก็หมดสติไปอีก
“เฮ้! พอล?”
โรเอลที่ร้อนรนร้องเรียก แต่ชายชราดูจะใช้พลังงานของเขาหมด ไปแล้วกับการพูดประโยคนั้น และไม่สามารถตื่นขึ้นมาแม้โรเอลจะพูด อะไร เด็กหนุ่มผมดําและพวกมองหน้ากันแล้วเริ่มตรวจสภาพเขา
พอลในตอนนี้สามารถพูดได้ว่าจําไม่ได้โดยสมบูรณ์ ด้วยผมสีขาว และหนวดเครารุงรัง ชุดของเขาก็แทบจะมองเค้าเดิมไม่ออก ดูเหมือน ผ้าขี้ริ้วขาดๆ บนพื้นไปแล้ว และหน้าของเขาก็มีรอยย่นเต็มไปหมด จากบรรทัดฐานของคนทั่วไปแล้ว อายุที่เห็นน่าจะเกินร้อยปี
“โรเอล น…นี่คือพอลจริงๆ เหรอ?”
“…”
เมื่อเซลิน่าถามขึ้นด้วยน�าเสียงกล้าๆ กลัวๆ เด็กหนุ่มผมดําก็เงียบ ไป
จริงอยู่ การยืนยันว่าชายชรานี้คือพอลจากประโยคเดียวและ ใบหน้าส่วนแก้มที่มีความคลับคล้ายกันอยู่บ้างนั้นมันไม่มีเหตุผลเลย อันที่จริง ชายชราตรงหน้าเขาแทบจะไม่มีพลังเวทในตัวเลย และไม่มี สิ่งที่ยืนยันตัวตนได้เช่นชุดเสื้อผ้า แต่โชคดีที่โรเอลและคนอื่นๆ มีวิธี ตรวจสอบอื่น นั่นคือจูเลียน่า
หลังจากใบหน้าของเธอสับสนอยู่พักหนึ่ง เด็กสาวผมดําและตาสี แดงก็ยื่นมือของเธอออกไปครูดผิวหนังที่มือของชายชราเบาๆ แล้วนํา
เลือดที่ไหลซิบออกมาที่นิ้วของเธอใส่เข้าปาก เพียงแค่แตะลงไปที่ลิ้น เท่านั้น สีหน้าของจูเลียน่าก็พลันเปลี่ยนไป แล้วเธอก็เบือนหน้าหนีไป สําลัก
“รสชาติไม่น่าอภิรมย์นี่ไม่ผิดแน่ นั่นเขา!”
จูเลียน่าผู้เคยประมือกับพอลในศึกชิงถ้วยนั้นทําหน้ายู่ยี่อย่างไม่ เคยพบมาก่อน และเมื่อคําพูดของเธอถูกเปล่งออกมา โรเอลและพวกก็ เงียบลงทันที
พอลกลายเป็นอย่างที่เห็น ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาถูกศัตรู โจมตี แต่ว่า… การโจมตีลักษณะนี้มันไม่เคยมีมาก่อนเลย
คาถาเวทเกี่ยวกับเวลานั้นเป็นสิ่งที่หายากและลึกลับที่สุดในหมู่ คาถาเวททั้งหมดในทวีปเซียมานานแสนนาน มันเคยถูกขนานนามว่า เป็นคาถาเวทที่ไม่มีอยู่จริงด้วยซ�า หรือต่อให้มีอยู่พวกมันส่วนใหญ่ก็ เป็นคาถาเวทต้องห้าม เหตุผลนั้นก็ง่ายๆ เพราะคาถาเวทลักษณะนี้มี ความอันตรายถึงชีวิตสูง และราคาที่ต้องจ่ายก็สูงด้วย
ว่าด้วยเรื่องคาถาเวทกาลเวลา ผู้ใช้มันมักจะต้องจ่ายค่าตอบแทน ด้วยอายุขัยและมีความเสี่ยงสูงมาก และพวกมันมักจะมีข้อจํากัดด้าน ขอบเขตและเงื่อนไขของคาถาเวทสูงด้วย
นับตั้งแต่โรเอลตรวจพบศัตรูจนถึงปัจจุบันนั้นก็เพิ่งจะผ่านไปเพียง ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ เพราะคําสั่งที่เฉียบขาดของเขา มันจึงแทบจะเป็นไป ไม่ได้เลยสําหรับพอลที่จะกลายเป็นแบบนี้ในเวลาสั้นๆ แค่นี้ แม้แต่ ‘เวลารั่วไหล’ ของโรเอลก็ยังดูดซับเวลาไวขนาดนี้ไม่ได้
“เป็นไปไม่ได้น่า มันทําได้ยังไง?”
“สจ๊วร์ต ตรวจที!”
“เข้าใจแล้วครับ”
เด็กหนุ่มผมดําออกเสียงสั่ง และสจ๊วร์ตก็ดึงผ้าปิดตาออกแล้วมอง ที่พอลอีกครั้ง ครั้งนี้ดวงตาของเด็กหนุ่มไม่ได้อยู่ในโหมดสืบข้อมูล แต่ เปล่งแสงสีเขียวเรืองๆ หลังจากนั้นสักพักหนึ่งเด็กหนุ่มก็มองซ้ายขวา เลิ่กลั่ก เหมือนภาพที่เขาเห็นนั้นทนมองยาก
“เครื่องในของเขาเสื่อมสภาพ การไหลเวียนพลังเวทก็นิ่ง แล้วก็ อวัยวะทั้งหมดในร่างกายของเขาก็เหมือนกับผู้สูงอายุ ไม่ใช่การเปลี่ยน แค่หน้าตาครับ เขากลายเป็นชายชราที่ใกล้ตายจริงๆ แล้ว”
“…”
“…พูดเป็นเล่น”
รายงานใหม่ของสจ๊วร์ตแทบทําให้พวกโรเอลเป็นใบ้ เมื่อ เผชิญหน้ากับประสบการณ์เลวร้ายที่เกิดกับเพื่อนของพวกเขา เซลิน่า และจูเลียน่าดูหน้าซีดลง สําหรับพวกเขาที่อยู่ในวัยที่ดีที่สุดต้องมา เสียเวลาชีวิตแล้วแก่ตายไป นี่คงเป็นความตายที่แย่ที่สุดในโลก
ถ้าเป็นไปได้ แน่ล่ะ ไม่มีใครอยากจะเดินเข้าไปสู่สิ่งลึกลับที่ไม่รู้ ชะตากรรมของตัวเองตรงหน้าหรอก แต่โรเอลไม่ตอบสนองต่อสายตาที่ ตื่นกลัวของลูกทีมหรือออกคําสั่งถอยแต่อย่างใด เพราะโรเอลอยู่ในทีม ช่วยเหลือซึ่งอยู่เพื่อกู้ชีวิต แน่นอนว่ามันสําคัญกว่าเวลาเป็นไหนๆ
“มันสายไปแล้วที่จะถอย มันใช้เวลาแค่ราวๆ ครึ่งชั่วโมงก็สามารถ ทําให้พอลเป็นแบบนี้ได้ เราออกจากเขตหมอกไม่ทันในครึ่งชั่วโมงแน่ ยังไงมันก็ตามทันอยู่แล้ว ดังนั้นวิธีเดียวที่จะช่วยชีวิตตัวเราเองและ พอลคือเดินหน้าตามหาศัตรูแล้วโค่นมันซะ!”
หลังจากคิดคํานวณอย่างถี่ถ้วน เด็กหนุ่มผมดําก็พูดขึ้นอย่างเฉียบ ขาด และนั่นทําให้พวกเซลิน่าดึงความเยือกเย็นของตัวเองกลับมาได้ เลือดของเหล่าผู้จนมุมเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง และหลังจากมองกัน เร็วๆ แวบหนึ่ง แผนก็ถูกสร้างขึ้นมา
ในเมื่อตอนนี้เขารู้แล้วว่าชายชราคือพอล เขาจะถูกทิ้งไว้ที่นี่ไม่ได้ แล้ว ในขณะเดียวกัน พอลก็เป็นคนเดียวที่สามารถให้ข้อมูลกับเขาได้
“ถ้าอัตราการแก่ตัวลงของทุกคนเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นนอกจาก พอลกับลิเลียนซึ่งอายุน้อย คนอื่นก็คง…”
“บางทีบางคนอาจจะต้านทานคาถาเวทนี้ได้ก็ได้ แล้วระดับของ พอลก็ต�าที่สุดในทีมด้วย”
“มองสภาพเขาแล้ว เขาดูจะอยากวิ่งออกไปขอความช่วยเหลือนะ …”
เซลิน่าและพวกปฐมพยาบาลพอลแล้วออกเดินทางอีกครั้ง เด็ก หนุ่มผมดํารีบเดินเข้าหาเมืองร้าง และเมื่อเงาร่างของเมืองค่อยๆ ปรากฏออกมาจากหมอกขาวโพลน สีหน้าของทุกคนพลันเคร่งเครียด ขึ้น
ไม่มีเสียงเลย
ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือตอนนี้ เสียงของการต่อสู้ก็ไม่มีเลย
ทีมที่ถูกโจมตีในสายหมอกจะต้องสวนกลับยิบตาแน่ๆ สมาชิกของ ทีมแรกนั้นเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติระดับสูงที่แตะระดับแก่นแท้ 3 หรือสูงกว่ากันทั้งนั้น แม้ว่าจะไม่เจตนาแต่การต่อสู้จะสร้างความ เสียหายโดยรอบอย่างสูง ดังนั้นการที่จะไม่มีเสียงนั้นย่อมหมายถึงสิ่ง เดียว คือการต่อสู้รู้ผลแพ้ชนะแล้ว
เมื่อเซลิน่าและคนอื่นๆ คิดได้เช่นนั้นก็พลันกังวล สีหน้าของโรเอล ก็พิลึกพิลั่น แต่กระนั้นเด็กหนุ่มก็ยังไม่หมดความมั่นใจ เพราะยังมีลิ เลียนอยู่ในม่านหมอก
คนอื่นจะยังไงก็ช่าง แต่ศักยภาพในการต่อสู้ของลิเลียนนั้นเป็นที่ แน่นอน กระทั่งไร้เทียมทานด้วยซ�า ต่อให้เผชิญหน้ากับศัตรูใน ระดับแก่นแท้ 1 ก็ยังเป็นไปไม่ได้อยู่ดีที่รุ่นพี่ของเขาจะแพ้เร็วขนาดนี้ อิงจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในการต่อสู้กับ [ราชาจอมเวท] พริสเลย์ และการรายงานของสจ๊วร์ต
มันสายไปแล้วจริงๆ สินะ!
โรเอลและพวกผู้มั่นคงในสิ่งที่ตนเองเชื่อมาอยู่ที่ขอบของเมือง และเหมือนกับเมืองร้างทั่วๆ ไป บ้านเรือนนั้นผุพังและถนนก็เต็มไป ด้วยหญ้า บรรยากาศภายในม่านหมอกนั้นแปลกประหลาด และ ประเด็นของพอลซึ่งกลายเป็นคนชราก็ยิ่งกวนใจหนักเข้าไปใหญ่
หมอกที่ลงหนาทําให้ระยะการมองเห็นน้อยกว่าสิบเมตร ใน สถานการณ์ที่มีแต่ความเงียบรอบด้านและการไม่มีข้อมูลเลย พวกโรเอ ลจึงไม่สามารถจะค้นหาอย่างเร่งด่วนและช่วยชีวิต เด็กหนุ่มที่ขมวดคิ้ว จึงทําได้เพียงหันไปหาฝ่ายสอดแนมอีกครั้ง
“สจ๊วร์ต นายหาตําแหน่งของพวกเขาได้ไหม?”
“…”
เด็กหนุ่มผมดําถาม แต่ไม่มีคําตอบมาจากข้างหลังเขา หลังจาก เงียบไปไม่กี่วินาที โรเอลก็หันมามองข้างหลังเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ และเตือนเด็กสาวทั้งสองเกี่ยวกับแนวหลังที่ว่างเปล่า
“!”
โรเอลเบิกตากว้างมองพื้นที่อันว่างเปล่า เมื่อเห็นท่าทางของเด็ก หนุ่มแล้ว เซลิน่าและจูเลียน่าเองก็หันกลับไป แล้วพวกเธอก็ตกตะลึง
“เซลิน่า! สจ๊วร์ตอยู่ไหน? เกิดอะไรขึ้น?”
“ฉ ฉันไม่รู้! เขาเดินตามมาข้างหลังตลอดเลยไม่ใช่เหรอ!”
“เราเผลอทิ้งเขาไว้ข้างหลังหรือเปล่านะ?”
เมื่อโรเอลถามขึ้น เด็กสาวหูสัตว์ซึ่งรับหน้าที่ปกป้องแนวหลังส่าย หน้าอย่างตระหนก และจูเลียน่าเองก็หน้าซีดและอับจนคําพูด เด็กหนุ่ม ผมดํากัดฟันกับภาพที่เห็นและพลังเวทในร่างกายของเขาเดือดพล่าน อย่างรวดเร็ว โครงกระดูกสีแดงฉานพลันปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุแล้ว โอบล้อมร่างของโรเอลไว้
ภายใต้แรงกดดันของกรันด้า เซลิน่าและจูเลียน่าก็ใจเย็นลงนิด หน่อย และทั้งทีมจึงรีบกลับอย่างรวดเร็ว ทว่าสิ่งที่รออยู่ก็มีเพียงความ
น่าสะพรึงกลัวและความสิ้นหวังที่ไม่อาจบรรยายเป็นคําพูด