ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 544: ดวงตาสีทองของหุบเหวที่ไร้ก้นบึ้ง (2)
- Home
- ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END
- บทที่ 544: ดวงตาสีทองของหุบเหวที่ไร้ก้นบึ้ง (2)
สิบนาทีต่อมา เด็กหนุ่มผมดําเอนร่างพิงกําแพงแล้วนวดหว่างคิ้ว ครุ่นคิดถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ข้างๆ เขา เด็กสาวทั้งสองพิงลงมาบนบ่า ซ้ายขวาของเขาอย่างเกร็งๆ
พวกโรเอลทั้งสามอยู่ในสภาพแบบนี้ในหมู่บ้านที่รกร้างและเต็มไป ด้วยหมอก แน่นอนว่าไม่ใช่เด็กหนุ่มคิดที่จะเป็นเจ้าพ่อฮาเร็มที่นี่ แต่ การที่ทําตัวติดกันนี่เป็นวิธีกันหายที่ทั้งสามคิดขึ้นมาอย่างลนลาน การที่ แตะตัวกันอยู่อย่างนี้ทําให้ต่างฝ่ายต่างยืนยันสถานะของคนอื่นๆ ได้ และเหตุผลที่ทําเช่นนี้ก็สั้นๆ
เพราะการค้นหาที่ผ่านมา พวกโรเอลไม่พบใครเลย
หลังจากกลับถนนเดิมแล้วเดินหาไปหนึ่งร้อยเมตร ก็ยังคงมีแต่ หมอกที่รายล้อม เสียงของยามราตรีในความมืด และรอบข้างที่ว่าง เปล่า
ไม่มีอะไรผิดปกติบนพื้น ไม่มีร่องรอยการใช้คาถาเวทมิติแถวนี้ แต่สจ๊วร์ตและพอลที่อยู่ข้างหลังพวกเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราว กับถูกใครสักคนลักพาตัวไป
“มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกันนะ? สจ๊วร์ตไม่ส่งเสียงอะไรเลยด้วย! ต่อให้ศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่น่าจะเงียบได้ขนาดนี้สิ…”
“มีกลิ่นเลือดจางๆ จากแผลของพอลแถวนี้ หมายความว่าพวกเขา เพิ่งจะยืนอยู่ตรงนี้โดยไม่มีใครบาดเจ็บเมื่อไม่นานนี้เอง แต่พวกเขา หายได้ได้ยังไง? บ้าเอ๊ย! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!”
“ใจเย็นไว้!”
เมื่อการค้นหาไม่พบอะไร แถมไม่มีแม้แต่เบาะแส จูเลียน่าและเซลิ น่าก็ตระหนกอย่างช่วยไม่ได้ สําหรับสาวๆ แล้ว พวกเธอไม่ได้กลัวศัตรู ที่แข็งแกร่ง แม้ต้องตายในการต่อสู้พวกเธอก็ทําใจยอมรับไว้แล้ว แถม มันยังเป็นการตายอย่างมีเกียรติของอัศวิน แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่ เหมือนกัน
ในเมืองที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยหมอกในยามค�าคืนนี้ มีเพียง ความเงียบและความกลัวที่อธิบายไม่ได้จากพอลที่เปลี่ยนไปจนจําไม่ได้ และการหายตัวไปอย่างกะทันหันของสจ๊วร์ต ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นดูจะ เป็นภาพที่เกิดขึ้นได้แค่ในฝันร้าย และจนตอนนี้ศัตรูที่ว่าก็ไม่ปรากฏ ออกมาแม้แต่เงา
ร่างของเด็กสาวทั้งสองที่เอนพิงบ่าซ้ายขวาของเขาสั่นเทาเล็กน้อย พวกเธอหายใจถี่ สีหน้าซีดลงอย่างผิดปกติ และโรเอลผู้รู้สึกเกร็งก็ เคร่งเครียดขึ้นกว่าเดิม
ไม่ว่าจูเลียน่าและเซลิน่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่พวกเธอก็ยังเป็น แค่เด็กสาว ความเปลี่ยนแปลงเกินคาดฝันในสถานที่น่ากลัวแบบนี้ย่อม ทําให้พวกเธอกลัวได้เป็นธรรมดา ความคิดของพวกเธอจะถูกรบกวน และตอนนี้พวกเธอทําได้เพียงพึ่งพาสัญชาตญาณ ทว่าการทิ้งสติแล้ว ใช้แต่สัญชาตญาณนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะทําในเมืองเงียบๆ นี้
เด็กหนุ่มที่คิ้วแทบจะผูกโบว์บังคับตัวเองให้ใจเย็นลง และหลังจาก พินิจแล้วเขาก็ออกคําสั่งใหม่ นั่นคือค้นหาทีมต่อไป พยายามตัวติดกัน ไว้แล้วคิดหาทางโต้ตอบ
ในตอนนี้ที่เขาไม่รู้ด้วยซ�าว่าเกิดอะไรขึ้น มันคงไม่สมเหตุสมผลถ้า จะอยู่ป้องกันตัวเองที่นี่ หลังจากฟังการตัดสินใจของโรเอลแล้ว สอง สาวก็เลือกที่จะทําตาม แล้วทีมสามคนในเมืองร้างก็ออกเดิน และด้วย ความช่วยเหลือของความสามารถสืบเสาะในความมืดที่ยอดเยี่ยมของจู เลียน่า เธอก็พบสถานที่พํานักของทีมแรกในเวลาไม่นาน
มันเป็นบ้านร้างหลังหนึ่ง จากขนาดแล้วน่าจะเป็นบ้านของเจ้า เมือง เพราะว่ามันเป็นบ้านที่ทําจากหินทําให้สภาพของมันยังดีอยู่ ทว่า ในด้านการสืบหาคนแล้ว มันน่าผิดหวังมากๆ
ไม่มีใครเลย
นั่นคือสถานการณ์ภายในบ้าน
ตัดสินจากการที่สิ่งของต่างๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่ว การปรากฏตัว ของศัตรูน่าจะเกิดขึ้นโดยไม่มีใครในทีมคาดไว้เลย ซึ่งทําให้ทุกคนหนีมา ที่นี่อย่างเร่งรีบ แม้แต่จะแจ้งเตือนทีมของโรเอลยังทําไม่ได้ ส่วนผล สุดท้ายของพวกเขา ถ้าเดาไม่ผิด ก็เกรงว่าพวกเขาหายไปในหมอกไม่ ต่างกับสจ๊วร์ตนั่นแหละ
“ดูเหมือนว่าเราไม่ต้องห่วงอะไรเรื่องนี้แล้วล่ะ”
เด็กหนุ่มผู้ค้นพบว่าคนที่ต้องการความช่วยเหลืออาจจะถูกฆ่าไป แล้วตัดใจในที่สุด ความหนาวเย็นพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขาอย่าง เต็มกําลังจนทําให้อุณหภูมิรอบข้างเย็นลงอย่างมาก และพื้นของบ้านก็ เริ่มปกคลุมด้วยสีขาว เกล็ดน�าแข็งและไอความหนาวเย็นปะปนไปกับ หมอกสีขาวจนแยกไม่ออก และมันก็ขยายวงกว้างขึ้นตามการระเบิด ออกของพลังเวทของโรเอล
ในเมืองมาริน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นจนจบทําให้คนขนลุก แต่มีปัจจัยอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือหมอกแปลกๆ นี่
แม้ว่าโรเอลจะไม่รู้ว่าหมอกนี่มีอะไรแอบแฝงหรือไม่ แต่ไม่ว่ามัน จะเป็นวิธีโจมตีหรืออะไร ตราบใดที่เขาใช้อากาศหนาวเย็นควบคุมมัน ไว้ได้ ศัตรูจะต้องเปิดช่องโหว่ออกมาแน่ๆ และด้วยการลงมือของโรเอล หลังจากเงียบสงบอยู่นาน เมืองเล็กๆ นี้ก็เริ่มมีความเปลี่ยนแปลง
มันคือการกระเพื่อมของพลังเวทที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นที่ใจกลางเมือง ในจังหวะที่มันปรากฏขึ้นมันก็ดึงดูดความสนใจของจูเลียน่าและเซลิน่า ทันที เพราะนี่คือสัมผัสที่ไม่คุ้นเคยที่ไม่เคยพบมาก่อน และมันยังเต็มไป ด้วยความมุ่งร้าย ราวกับออร่าที่ทําให้ผู้คนระแวงได้ในพริบตา
นี่คือสัมผัสของผู้ร่วงหล่น สัมผัสที่โรเอลคุ้นเคยจนตัดสินได้ใน พริบตา มันเป็นเหมือนกลิ่นเหม็นเน่าที่ทําให้เขาขมวดคิ้ว แต่ไม่ เหมือนกับเซลิน่าและจูเลียน่า มันปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน และในชั่วอึด ใจ พลังเวทนั่นก็กวาดไปทั่วบริเวณเมือง โรเอลก็จับความรู้สึกอื่นจาก มันได้ นั่นคือความโกรธหรือเกลียดชัง
โกรธพฤติกรรมท้าทายของโรเอล เกลียด [สัมผัสแห่งธารน�าแข็ง] และชิงชังพลังของศิลาแห่งมงกุฎ
“ไม่สิ ความเกลียดชังขนาดนี้นี่ ต่อมารดาแห่งเทพธิดาเหรอ?”
โรเอลผู้รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ลืมตาของเขาออกกว้างแล้ว พึมพํากับตัวเอง ในขณะเดียวกันร่างของชายชราตัวสูงที่ผอมบางแต่ ง่อนแง่นก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของพวกโรเอลจากหมอก ดวงตาของ เขามองตรงมาที่โรเอลด้วยสีหน้าสะอิดสะเอียน พร้อมโคมไฟที่ เหมือนกับหมอกในมือของเขาที่เปล่งแสงเรืองๆ จากสุดถนน
“ออกมาซะทีนะ!”
“ลุยเลย!”
หลังจากรอมานานเหมือนผ่านเป็นปี เซลิน่าและจูเลียน่าก็พบศัตรู พวกเธอเริ่มลงมือแทบจะพร้อมกันกับที่ชายชราปรากฏตัว เงามืดใน รัตติกาลขยับไหวแล้วเปลี่ยนเป็นคมมีดนับไม่ถ้วนจากรอบทิศ เด็กสาว หูแมวก็ระเบิดพลังของเธอในพริบตา และเงาสะท้อนบนใบมีดก็ไหววูบ นั่นคือพลังของ [การบิดเบือน] ที่ทะลวงผ่านทุกการป้องกันได้
เด็กสาวทั้งสองใช้ความสามารถเฉพาะตัวของตัวเอง และโรเอลก็ ตัดสินใจลงมือสุดกําลังเพื่อร่วมมือกับพวกเธอ แต่เขาไม่คิดว่าในยามนี้ เอง เหล่าเทพบรรพกาลของเขาพลันประสานเสียงตะโกนขึ้น
“เดี๋ยว! โคมไฟนั่นมัน!”
“อย่านะ! หนีไปเดี๋ยวนี้!”
“เอ๋?”
เสียงของกรันด้าและอาร์เทเซียดังขึ้นมาพร้อมกัน แต่มันสายไป แล้ว แสงจากโคมไฟในมือของชายชราที่ทําตัวเหมือนซากศพวูบไหว และในอึดใจถัดมาแรงที่แรงกล้าก็ฉายขึ้นราวกับดวงอาทิตย์ไปรอบด้าน ทัศนียภาพในสายตาของโรเอลถูกกลืนกิน และสติของเขาก็ปั่ นป่วน
ในตอนนี้ สติของโรเอลดูจะเหมือนหลุดจากร่างและล่องลอยขึ้น ฟ้าไปภายใต้การนําของแสง ในอึดใจถัดมามันก็กลายเป็นเส้นแสงที่ ข้ามผ่านภูเขาและแม่น�านับพัน ผ่านเทือกเขา บ้านเมืองและเหล่าป้อม ปราการที่ทิศตะวันออก และที่ราบที่เคยเป็นป้อมปราการทาร์ก ผ่านทุ่ง หญ้ามหึมาที่พวกกลายพันธุ์เพ่นพ่านตรงหน้าเขาทีละตนสองตน และ มาหยุดที่หน้าหลุมเหวแห่งหนึ่ง
มันเป็นหุบเหวที่ไม่มีก้นบึ้ง เต็มไปด้วยความมืดมิดและพลังชั่วร้าย ที่คลุมเครืออยู่ในนั้น ราวกับว่าความชั่วร้ายทั้งหมดในโลกถูกฝังอยู่ที่นี่ เมื่อโรเอลปรากฏตัวขึ้น ทั้งหุบเหวก็ดูราวกับมีชีวิต และราวกับพบ อาหารอันโอชะ สติของโรเอลก็ถูกดูดให้จมลงไปอย่างรวดเร็ว
เสียงของกรันด้าและอาร์เทเซียสะท้อนอยู่ในหูของเขา พยายาม อย่างสุดชีวิตที่จะดึงสติของเด็กหนุ่ม แต่ทุกอย่างนั้นสูญเปล่า ความคิด ของเด็กหนุ่มค่อยๆ หยุดนิ่ง และตาของเขาก็เริ่มไม่ฉายประกาย แต่ใน จังหวะที่เด็กหนุ่มกําลังจะจมลงสู่หุบเหวอันไร้ก้นบึ้งนั้นเอง ดวงตาสี ทองที่เปล่งประกายราวกับแสงก็พลันเปิดขึ้นในความมืด
“!”
เมื่อดวงตาสีทองจ้องมองมา สติของโรเอลก็พลันกลับมาทํางาน และลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในขณะเดียวกันวิญญาณของเขาก็ดูราวกับถูก ปลดปล่อยจากพันธนาการ และทุกอย่างก็เหมือนถูกกรอกลับ หลุมเหว
ทุ่งหญ้า ชายแดน ภูเขาและแม่น�าแห่งแล้วแห่งเล่าเลื่อนผ่านไป เขา กลับมาที่เมืองเล็กๆ ในหุบเขา และเสียงอันคุ้นเคยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหู ของเขา
“โรเอล!”
ท่ามกลางสายหมอกในเมืองมาริน ภายใต้แสงที่เหมือนจะกลืนกิน ทุกอย่าง เด็กสาวผู้มีผมสีดําและตาสีม่วงพลันปรากฏขึ้นแล้วคว้าตัว เด็กหนุ่มที่ร่วงลงสู่พื้น ในพริบตาต่อมาหลังจากเสียงร่ายคาถาเวทอย่าง รัวเร็วหยุดลง ร่างของลิเลียนก็เปล่งแสงแล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย