ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 545: นี่เพื่อช่วยคน เอาน่า
ในเมืองที่เต็มไปด้วยหมอก แสงสีทองสาดส่องราวกับพระอาทิตย์ ในค�าคืนที่มืดดํา แต่แสงสว่างกะทันหันนี้ไม่ใช่แสงแห่งความหวังในยาม เช้า แต่เป็นระฆังสั่งตาย
ภายใต้แสงนั้น เด็กหนุ่มผมดําร่วงลงไปกองกับพื้นราวกับถูกดูด วิญญาณออกไป ทว่าก่อนที่ชายชราถือโคมไฟจะได้เคลื่อนไหว ลิเลียน ก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า เด็กสาวกัดฟัน ฝืนทนความรู้สึกที่ เหมือนกับวิญญาณของเธอถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แล้วกอดร่างของเด็กหนุ่มไว้ แน่น ในอึดใจถัดมานักเวทในชุดสีเงินขาวสี่คนก็ปรากฏตัวขึ้นจากความ ว่างเปล่า แล้วคําร่ายคาถาเวทที่ฟังไม่ได้ศัพท์ก็ออกมาจากปากของ พวกเขา
ในจังหวะที่เด็กสาวปรากฏกายนั้น แสงที่สลัวลงก็จ้าขึ้นอีกครั้ง และลําแสงที่สาดส่องนั้นก็ราวกับคมเคียว แต่เด็กสาวผมดําไม่ได้ตื่น กลัว ก่อนที่การโจมตีระลอกสองจะมาถึง ในพริบตานั้น ร่างของลิเลียน ก็เคลื่อนย้ายด้วยคาถาเวทและหายไปจากสถานที่อันตรายนี้ได้อย่าง สมบูรณ์
เมื่อร่างของเด็กสาวหายไป ชายชราที่ผอมแห้งก็ปรากฏสีหน้า รังเกียจ เขามองนักเวทมิติที่ลิเลียนเหลือไว้ และด้วยการโบกมือเบาๆ ทั้งสี่ร่างก็ถูกม่านหมอกกลืนกิน และหมอกก็จางลงเมื่อทั้งสี่หายไป
หลังจากทําเช่นนั้นแล้ว สีหน้าของชายชราก็ดูโล่งใจขึ้น เขามองลึก ไปในม่านหมอกแล้วเริ่มเดินหาบางสิ่งอีกครั้ง
ผู้ร่วงหล่นที่ชั่วร้ายเดินวนเวียนในเมืองอีกครั้ง และใน ขณะเดียวกัน ในห้องที่ไม่มีคนห้องหนึ่งในเมือง เด็กสาวที่กอดเด็กหนุ่ม ไว้พลันปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศแล้วร่วงลงพื้นไปด้วยกัน
ตุ้บ!
เสียงทึบๆ ของร่างที่หล่นลงมาสะท้อนไปทั่วห้อง ทว่าเด็กสาวผม ดําไม่มีเวลามาสนใจ ในตอนที่เธอหล่นลงพื้น ลิเลียนเอื้อมมือไปแตะที่ พื้นแล้วใช้ความสามารถลับของคุณสมบัติสายเลือดตระกูลแอคเคอร์ มันน์โดยไม่ลังเล
“[ป้อมปราการสิบทิศ]!”
เมื่อคาถาเวทพิเศษของคุณสมบัติแก่นแท้ต้นกําเนิด [อาณาจักร] ถูกร่ายออกมา แสงพลังเวทพลันกะพริบไหวในห้องที่มืดสลัวและส่วน เล็กๆ ของกําแพงเมืองพลันปรากฏขึ้นในห้องแล้วก่อตามกําแพงบ้าน อย่างรวดเร็ว จึงก่อให้เกิดเป็นโลกขนาดเล็กในบ้านหลังนั้น
ในจังหวะที่ [ป้อมปราการสิบทิศ] ถูกตั้งขึ้นนั้นเอง กระแสพลังเวท จากคาถาเวทตรวจจับก็แผ่มาในจุดที่โรเอลและลิเลียนอยู่ แต่ภายใต้
การปกป้องของ [ป้อมปราการสิบทิศ] ทั้งสองนั้นดูราวกับหายไปจาก เมืองนี้ ดังนั้นจึงตรวจหาไม่พบเบาะแสใดๆ
หลังจากที่ตั้งป้อมปราการแล้ว ใบหน้าของลิเลียนก็ดูโล่งใจ เล็กน้อย และเธอก็รีบตรงมาที่เด็กหนุ่มผมดําข้างๆ
“โรเอล เธอปลอดภัยดีไหม? โรเอล?”
ฝืนกลั้นความไม่สบายของตัวเองเอาไว้ ลิเลียนลูบแก้มของโรเอล แล้วเรียกเขาซ�าๆ พยายามปลุกโรเอลที่ไม่มีสติ แต่สถานการณ์ไม่ดีนัก ไม่ว่าลิเลียนจะพยายามอย่างไร เด็กหนุ่มผมดําก็เหมือนกับอยู่ในภาวะ โคม่า เด็กสาวจึงตระหนักว่าสถานการณ์ไม่ถูกต้อง แล้วรีบลุกขึ้นนั่ง พลางกอดโรเอลไว้ในอ้อมแขน
“โรเอล เธอเป็นอะไรไป?”
จนปัญญาว่าเกิดอะไรขึ้นกับโรเอล ลิเลียนจึงตรวจสอบร่างกาย ของเขาอย่างลนลาน แต่ก็ไม่พบบาดแผล เด็กสาวผมดําที่ทําอะไรไม่ได้ นั้นก็ทําได้เพียงลูบหน้าของเด็กหนุ่มด้วยความกลัว
ลิเลียนตั้งใจไว้ว่าเธอคงไม่อาจดื่มด�าไปกับการสั่นพ้องของ สายเลือดจากผู้สืบสายเลือดเดียวกันได้อีกแล้ว เพราะเด็กสาวรู้ว่าเมื่อ โรเอลอยู่ในจุดที่เอื้อมถึงได้ เมื่อเธอกลับมาติดต่อกับเด็กหนุ่มบ่อยๆ อีก ครั้ง เธอเกรงว่าเธอจะทนรับการจากกันนานๆ ไม่ได้อีก
ภารกิจนี้แต่เดิมก็เป็นของขวัญการแยกจากที่ลิเลียนมอบให้โรเอล โดยที่โรเอลไม่รู้ ทว่าในตอนนี้ ความเปลี่ยนแปลงฉับพลันนี้ก็ราวกับ เป็นชะตากรรม พูดรวมๆ ก็คือ ยิ่งเป็นห่วงมากแค่ไหน ยิ่งมีโอกาสที่สิ่ง ที่กลัวจะเกิดขึ้น
มองไปที่เด็กหนุ่มไร้สติตรงหน้าเธอ ดวงตาสีม่วงของลิเลียนก็ปิด ลงเบาๆ แล้วเธอก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง สายเลือดที่ สั่นพ้องก็หยุดไม่อยู่ราวกับการสั่นไหวของสายธนู
ราวกับจุดกระเพื่อมสองจุดบนผิวน�านิ่ง พลังเวทและการสั่นพ้อง ของสายเลือดระหว่างลิเลียนกับโรเอลได้หลอมรวมกันในเวลาอันสั้น แม้จะเป็นการสัมผัสตัวเพียงเล็กน้อย แต่ลิเลียนก็บอกได้ว่าเธอรู้สภาพ ร่างกายของโรเอลดี และในขณะเดียวกัน ความอบอุ่นบางอย่างก็หลอม ละลายอยู่ในใจของเด็กสาว
นั่นคือความรู้สึกใกล้ชิดและความพอใจอย่างล้นหลามที่มาจากผู้มี สายเลือดเดียวกัน แต่มันสามารถกลบหลุมในหัวใจของลิเลียนได้ ทั้งหมดในพริบตา ความรักที่หักห้ามไม่ได้ปะปนไปกับความรู้สึกต่างๆ และส่งผลกระทบต่อร่างกาย กระทั่งทําให้เธอรู้สึกวิงเวียน ทว่าลิเลียนก็ ไม่ได้หลุดการควบคุมเพราะครั้งนี้เธอรู้ดีว่าจุดประสงค์ของเธอคืออะไร!
ทว่าเธอไม่ได้คาดไว้ว่าแม้จะเป็นการค้นหาโดยใช้การสั่นพ้องของ สายเลือด ลิเลียนก็ยังไม่พบเบาะแสใดๆ พลังเวทในตัวเด็กหนุ่มก็ไม่ได้
หายไปมาก ผลข้างเคียงของศิลาแห่งมงกุฎก็แค่ผิวเผินเท่านั้น สถานการณ์โดยรวมเขาดูสบายดีกว่าลิเลียนเสียอีก แต่เด็กหนุ่มนั้น เพียงตื่นขึ้นมาไม่ได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง
เด็กสาวผมดําผู้มีตาสีม่วงไม่รู้ว่าจะต้องทําอย่างไร และใน ขณะเดียวกันใบหน้าของโรเอลก็เริ่มมีสีหน้าเจ็บปวด เห็นดังนั้นลิเลียนก็ โล่งใจ แต่ก็บังคับตัวเองให้สงบลงแล้วครุ่นคิดถึงเหตุผล
ในตอนที่โรเอลได้รับความช่วยเหลือ เขาไม่น่าจะอยู่ที่นั่นคนเดียว ถ้าลิเลียนคิดถูก เด็กสาวสองคนจากอาณาจักรแห่งภาคีอัศวินเพนเดอร์ ควรจะอยู่ตรงหน้าเขา ทว่าลิเลียนช่วยพวกเธอไม่ได้เพราะจูเลียน่าและ เซลิน่านั้นต่างจากโรเอล พวกเธอไม่ได้ร่วงลงสู่พื้น แต่อันตรธานหายไป เลยเหมือนกับคนอื่นๆ
หายไปในพริบตาราวกับถูกลบออกไป นี่คือจุดจบของคนอื่นๆ ใน ทีมของลิเลียนยกเว้นเธอ และครั้งนี้ก็รวมโรเอลเข้าไปด้วย ดังนั้น สาเหตุน่าจะมาจากสายเลือดตระกูลแอสคาร์ดที่ต้านทานการโจมตีที่ไม่ ทราบที่มานี้
“พูดอีกแง่ก็คือ ที่โรเอลเป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะการโจมตีนั้น แต่เป็น อย่างอื่น… โคมไฟนั่น ดังนั้นสิ่งที่ถูกโจมตีก็คือวิญญาณ!”
เมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่ราวกับวิญญาณถูกฉีกในชั่วขณะที่เธอ ปรากฏตัวแล้ว ม่านตาสีม่วงของลิเลียนก็พลันหดตัว และใน ขณะเดียวกัน เสียงที่ฟังรื่นหูก็พลันดังขึ้นในห้อง
“ฮ่าๆ ใช่แล้ว มันคือวิญญาณ เจ้านี่มีไหวพริบดีนะ”
“คุณคือ!”
ตรงหน้าเด็กสาวผมดํา ราชินีแม่มดผมขาวพลันปรากฏตัวขึ้น เธอ ลอยอยู่ในอากาศแล้วมองใบหน้าของลิเลียนที่กําลังตกใจฟังคําพูด หวาดระแวงของเธอ ก่อนจะพูดขึ้น
“สายัณห์สวัสดิ์ ลิเลียน แอคเคอร์มันน์ ในสถานการณ์นี้เจ้าดูจะ ต้องการคําแนะนําจากแม่มดนะ”
“…”
เด็กสาวผมดําจมสู่ความเงียบเมื่อได้ยินคําพูดของอาร์เทเซีย และ ราชินีแม่มดก็ยกยิ้ม บนใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มหยาดเยิ้ม
—————————————-
แม่มดผมขาวนี้อยู่ใต้อาณัติของโรเอล ลิเลียนเคยเห็นหนึ่งในเหล่า เทพมาก่อนแล้ว ทว่าต่างจากเปตราผู้ดูเฉื่อยชาและเป็นผู้ใหญ่กว่า
อย่างเห็นได้ชัด อาร์เทเซียจะให้ความรู้สึกอันตรายต่อลิเลียนอย่าง เหนียวแน่น
มันไม่ใช่ความอันตรายที่คุกคามชีวิตของเด็กสาว แต่เป็นความ อันตรายที่เหมือนจะมองทะลุเธอ และล่อลวงให้เธอตกต�า
เทียบกับอันตรายถึงชีวิตแล้ว ความรู้สึกเหมือนถูกหลอกใช้ทําให้ลิ เลียนระแวงมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเด็กสาวก็ไม่สามารถเมินคําพูดของ อาร์เทเซียได้ในตอนนี้ เพราะเธอทําอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ
วิญญาณ แม้จะเป็นในโลกที่เต็มไปด้วยพลังเหนือธรรมชาติอย่าง โลกนี้ เรื่องนี้ก็ยังเป็นหัวข้อที่ยังไม่มีการศึกษาลงลึก หรือต่อให้มีก็ยังไม่ มีความคืบหน้าจนกระทั่งปัจจุบัน ความรู้ที่เกี่ยวข้องก็น้อยแสนน้อย ดังนั้นแม้จะรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับโรเอลนั้นส่งผลกระทบต่อ วิญญาณของเขา ลิเลียนก็ทําอะไรกับมันไม่ได้อยู่ดี
ทว่า อย่างที่พูดกันว่าต่างคนต่างความเชี่ยวชาญ การสํารวจ วิญญาณนั้นก็ไม่เคยลดน้อยลงเลย ในอดีตกาลการศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับวิญญาณนั้นเป็นสิ่งที่เทพบรรพกาลให้ความสนใจ และหนึ่งใน นั้นก็มีราชินีแม่มดรวมอยู่ด้วย ในเรื่องนี้เธอจึงทําได้เพียงขอความ ช่วยเหลือจากผู้หญิงที่น่าสงสัยนี้
“คุณอยากจะบอกอะไร? คุณแม่มด บอกไว้ก่อนนะคะว่าถ้าพูด อะไรไร้สาระฉันจะไม่ฟังคุณหรอก”
หลังจากคิดสะระตะอยู่นาน ลิเลียนก็ตัดสินใจพูดเช่นนี้ ทว่านั่น ไม่ได้ทําให้รอยยิ้มของแม่มดผมจางหายไป เธอมองไปที่เด็กหนุ่มใน อ้อมแขนของเด็กสาวแล้วครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะหรี่ตาลงและตอบใน ที่สุด
“ไม่หรอก ข้ามีหน้าที่แค่เพียงบอกเจ้าเท่านั้นว่าเกิดอะไรขึ้นและวิธี แก้ของมัน”
“โอ้? แค่นั้นสินะคะ? ยากอยู่นะที่จะคิดว่าราชินีแม่มดจะใจดีขนาด นี้”
“ฮ่าๆ เจ้าเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? ข้าลงนามในพันธสัญญากับ วีรบุรุษของข้า เขาเป็นคนที่จะไม่แยกจากข้าจนกว่าจะสิ้นชีพ ความสัมพันธ์นี้ใกล้ชิดยิ่งกว่าเพื่อนร่วมชั้น เหล่าสหายและคนรักเสียอีก นะ”
อาร์เทเซียพูดเช่นนั้นด้วยรอยยิ้มที่ร้ายกาจ พลางเอนร่างลงมาใกล้ หูลิเลียนอย่างกะทันหัน เธอหรี่ตาลงแล้วกระซิบ
“ใช่แล้ว ความสัมพันธ์ของเราใกล้ชิดยิ่งกว่าเจ้าเสียอีก”
“…คําท้าทายที่น่าเบื่อ”
“ฮ่าๆ จะจริงแน่เหรอ?”
อาร์เทเซียอมยิ้มมองเด็กสาวผมดําที่หน้าตาหม่นลง แล้วส่ายหน้า อีกครั้ง
“ลืมมันไปเถอะ เราพอแค่นี้ก่อน ในฐานะตัวแทนของทั้งสาม ให้ข้า เล่าสถานการณ์ให้เจ้าฟังแล้วกัน”
แม่มดผมขาวกล่าวขึ้น สีหน้าของเธอแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง มอง ไปที่โรเอลที่ยังไม่ตื่นแล้วเล่าต้นตอของโคมไฟในมือของชายชราร่าง ผอมให้ฟัง
“โคมไฟแห่งเทพดวงอาทิตย์ [เนตรแห่งพอร์ทัส] นี่คือตัวตนจริงๆ ของโคมไฟนั่น แต่เจ้าคงไม่เข้าใจ ให้ข้าพูดแบบนี้แล้วกัน… มันก็คือ อุปกรณ์เวทของผู้กอบกู้น่ะ”
“ผู้กอบกู้? แต่ไม่ใช่ว่าคุณเพิ่งพูดว่าเทพดวงอาทิตย์เหรอคะ…”
“เขาเป็นทั้งเทพดวงอาทิตย์และผู้กอบกู้ ให้สรุปก็คือเป็นสมมติ เทพ เหมือนกับบรรดาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่อยากจะเพิ่มตราเกียรติยศ ให้กับตัวเองนั่นแหละ เทพดวงอาทิตย์เป็นหนึ่งในสมญาที่เยอะแยะไป หมดของผู้กอบกู้ แสงสว่างและชีวิต ผู้คนและความหวัง ของพวกนี้ถูก
นําไปเป็นสัญลักษณ์ของผู้กอบกู้ แน่นอนว่านั่นคือก่อนที่เขาจะร่วงหล่น นะ”
ราชินีแม่มดที่ลอยอยู่ในอากาศย่นหัวคิ้วราวกับเธอกําลังพูดถึง อะไรที่เธอไม่ชอบ ในขณะที่ดวงตาของลิเลียนตรงหน้าเธอเบิกขึ้นอย่าง ไม่ปกติ เธอไม่อาจซ่อนความประหลาดใจหลังจากฟังความลับโบราณนี้ ได้
“โคมไฟวิเศษนั่น เดิมทีเคยตั้งอยู่ในจุดสูงสุดของเมืองแห่งรัตติกาล นิรันดร์พอร์ทัส ส่องสว่างไปทั่วเมือง มันเป็นตัวแทนของความหวังและ ความรุ่งเรือง และเป็นตัวแทนแห่งดวงตาของผู้กอบกู้ ซึ่งชี้นําการ พัฒนาของอารยธรรม และเป็นที่รู้โดยทั่วกันในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัน คืนที่รุ่งเรือง”
“แต่ทว่า เมื่อผู้กอบกู้ร่วงหล่น ธรรมชาติเวทมนตร์ของมันก็ เปลี่ยนไปด้วย หลังจากเมืองแห่งรัตติกาลนิรันดร์พอร์ทัสล่มสลาย ตะเกียงนี้ควรจะถูกเก็บรักษาโดยสาวกสูงสุดของผู้กอบกู้ ใช่ นั่นคือเจ้า คนใกล้ตายที่ทําตัวเหมือนซอมบี้นั่น เห็นแล้วอดขยะแขยงไม่ได้เลย”
เมื่อนึกไปถึงชายชราที่เหมือนศพเดินได้แล้ว อารมณ์ของอาร์ เทเซียก็ดิ่งอย่างเห็นได้ชัด แต่ลิเลียนก็เข้าใจบางอย่างหลังจากได้ยิน ที่มาของ [เนตรแห่งพอร์ทัส]
“เดี๋ยวนะคะ ดวงตาแห่งผู้กอบกู้ จะบอกว่าโรเอลอยู่ภายใต้อิทธิพล ของผู้กอบกู้เหรอคะ?”
“อืม แต่มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกนะ หลังจากผู้กอบกู้ร่วงหล่นไป โคมไฟนี่ก็กลายเป็นเนตรมนตราแห่งความวิปโยค อย่างที่เจ้าเห็นมา ก่อน พวกผู้ร่วงหล่นพวกนั้นล้วนแต่ประดับประดาไม้เท้าหรือโคมไฟที่ พวกมันถือ นั่นล้วนแล้วแต่เป็น [เนตรแห่งพอร์ทัส] ของปลอมทั้งสิ้น”
“กล่าวกันว่าผู้ที่ได้อาบแสงของมันจะถูกส่งไปยังดินแดนแห่งผู้ กอบกู้ นั่นเพราะความเป็นเหตุเป็นผลจะถูกกลืนกิน และสติจะถูก ครอบงําโดยความบ้าคลั่งและความชั่วร้าย ก่อนที่จะกลายเป็นสาวก ของเขา พูดได้ว่าเป็นอาวุธที่ชั่วร้ายที่แม้แต่เทพเจ้าก็ยังหวาดกลัว นั่นเอง”
“โรเอล…”
เมื่อได้ฟังการเล่าเรื่องอย่างจริงจังของอาร์เทเซียแล้ว เด็กสาวผม ดําพลันหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด และดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของ เธอก็มองไปที่เด็กหนุ่มในอ้อมแขน เมื่อเห็นลิเลียนเป็นดังนั้นแล้ว แม่ มดผมขาวที่ลอยตัวอยู่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทันที ดวงตาสีอําพันของ เธอมองที่โรเอลแล้วเงียบไป
“วีรบุรุษของข้าถูกโจมตีโดย [เนตรแห่งพอร์ทัส] เข้าจริงๆ ข้าเกรง ว่ามันจะเป็นเพราะศิลาแห่งมงกุฎที่ทําให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทว่า… มัน ถูกขัดขวางไว้ก่อนจะทันสําเร็จ”
“ขัดขวางเหรอคะ?”
“ใช่แล้ว ก่อนที่เราจะเข้ามาแทรกแซง ผลของ [เนตรแห่งพอร์ทัส] ก็ถูกบังคับให้หยุดโดยบางคนที่เราไม่รู้จัก ทว่าถึงอย่างนั้น วิญญาณของ เขาก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แม้ว่าเขาจะหนีพ้นความบ้าคลั่งและ ความตกต�ามาได้ แต่เกรงว่าเขาก็ยังต้องหลับอยู่แบบนี้ต่อไปด้วย”
“การนอนนี้… นานแค่ไหนคะกว่าเขาจะตื่น?”
“ข้าคิดดูแล้ว ในตอนนี้… น่าจะสิบปีได้มั้งนะ”
“อะไรนะ!?”
ดวงตาของลิเลียนเบิกกว้างเมื่อเธอได้ยินตัวเลขนี้ แต่เธอก็ใจเย็น ลงทันทีหลังจากที่เห็นใบหน้าที่เยือกเย็นของราชินีแม่มด
“ในเมื่อคุณปรากฏตัวขึ้น แปลว่ามีวิธีช่วยเขา… คุณต้องการอะไร เหรอคะ?”
ดวงตาสีม่วงที่ทรงปัญญาสะท้อนร่างของอาร์เทเซีย และคําถามก็ ดังขึ้นเบาๆ ในห้อง แต่เมื่ออาร์เทเซียได้ยินคําถามของลิเลียน ราชินีแม่ มดก็อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากของเธอขึ้น
“ฮิๆ การตัดสินใจที่รวดเร็วของเจ้าประหยัดเวลาข้าได้มากทีเดียว แต่เจ้าดูจะเข้าใจผิดนะ ข้าไม่ได้ต้องการอะไรจากเจ้า แต่ต้องการให้เจ้า ทําบางอย่างต่างหาก”
“อะไรเหรอคะ?”
“ง่ายๆ ไม่ยากเลย”
แม่มดผมยาวแย้มยิ้ม หรี่ตาของเธอแล้วใช้มือป้องปากสีแดงสด ของเธอ จากนั้นก็กระซิบ
“ทํามันกับเขาสิ”