ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 550: ความเข้าใจตรงกันที่ไม่ต้องพูดจา (1)
- Home
- ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END
- บทที่ 550: ความเข้าใจตรงกันที่ไม่ต้องพูดจา (1)
ความสุขคืออะไรกันแน่?
ผู้คนต่างก็มีคํานิยามที่ต่างกันออกไปในแนวคิดของความสุข ใครที่ อดอยากเจียนตายก็อาจจะคิดได้ว่าตราบใดที่มีอาหารก็มีความสุขแล้ว ใครที่เหนื่อยสายตัวแทบขาดจากการทํางานก็อาจจะคิดได้ว่าตราบใดที่ ได้พักก็มีความสุขแล้ว ส่วนทหารในสนามรบนั้น การได้กลับบ้านก็เป็น ความสุขเหนือล้นแล้ว
สําหรับโรเอลในตอนนี้ แค่มองไปที่เด็กสาวที่กําลังหลับใหลเงียบๆ ความรู้สึกเป็นสุขก็เอ่อล้นจากก้นบึ้งของจิตใจไม่ขาดสายแล้ว
ในห้องนอนที่เงียบสงัด เด็กสาวผมสีดํานอนตะแคงขดตัวอยู่ข้างๆ โรเอลเหมือนกับแมวด้วยลมหายใจแผ่วๆ ริมฝีปากสีแดงของเธอเผยอ เล็กน้อย และแพขนตายาวที่ปกปิดดวงตาสีม่วงงดงามนั้นก็ขยับขึ้นลง ตามจังหวะการหายใจ มันดูน่ารักมาก
ความงดงามของลิเลียนคือความงดงามที่เฉยเมยและสง่างาม ซึ่ง เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ความเฉยเมยของเธอต่างจากความเมินเฉย ของอลิเซียที่มีต่อคนอื่นๆ แต่มาจากบุคลิกและความเย็นชาของตัวเธอ เอง ความสง่างามของเด็กสาวนั้นไม่ได้มาจากความหรูหราที่เป็น
เอกลักษณ์เหมือนฤดูร้อน แต่มาจากความรู้สึกสูงส่งที่ผู้คนไม่กล้าตีตน เสมอ
ถ้าหากต้องใช้ฉากในการอธิบาย ลิเลียนนั้นก็เหมือนดอกบัวหิมะที่ บานอยู่ท่ามกลางหิมะและน�าแข็งบนสันเขาสูงที่ไม่มีใครปีนได้ มันเป็น ภาพที่ชวนให้หลงใกล แต่เพราะความสูงชันและความหนาวเยือกนั้น ลิ เลียนจึงเป็นบุคคลที่ไม่มีใครกล้าเข้าหา
แต่เมื่อเธอกําลังนอนหลับ บรรยากาศรอบๆ ตัวเธอก็จะเปลี่ยนไป เล็กน้อย นี่เป็นความลับที่คนไม่กี่คนที่ใกล้ชิดกับลิเลียนที่สุดในโลก เท่านั้นที่รู้ เด็กสาวที่ขดตัวนอนนั้นมีความนุ่มนวลที่หาได้ยาก ท่าทางที่ เหมือนลูกแมวนั้นได้กลายมาเป็นความสุขใจพิเศษอย่างหนึ่งของโรเอล ในยามนี้
มันแค่น่าเป็นห่วงตรงที่ว่าท่านอนนี้ไม่ใช่ท่านอนตามปกติของลิ เลียน แต่เป็นท่านอนที่ใช้บรรเทาความเจ็บปวดในช่องท้อง
หลังจากตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเมื่อคืนนี้กับเด็กสาวในอ้อมแขน หัวใจของโรเอลก็ควบคุมความรู้สึกไว้ไม่ได้แล้ว แต่เด็กสาวผมดําผู้มี นัยน์ตาสีม่วงนั้นได้ถึงขีดจํากัดของเธอแล้ว ตัวลิเลียนเองนั้นไร้ ประสบการณ์ และหลังจากผ่านคืนที่หนักหนา ก็พาโรเอลไปอาบน�า และถูกทําให้เขินอย่างต่อเนื่อง ความเจ็บปวดและเหนื่อยล้าที่ร่างกาย ของเธอสะสมจนฝืนไม่ไหวอีกต่อไปหลังจากที่อารมณ์ของเธอคงตัว
ต้องพูดว่าแม้จะเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ ความเจ็บปวดภายใน นั้นยังรับมือยากยิ่งกว่าความเจ็บปวดภายนอกมาก ในกรณีของลิเลียน ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ดังนั้นเมื่อโรเอลถามถึงอาการของเธอ ลิเลียนจึงกัด ริมฝีปากของเธอแล้วจ้องด้วยสายตาชิงชัง
“แล้วก็ มันไม่ใช่เพราะเธอทํา…”
“รุ่นพี่?”
“…ช่างมันเถอะ”
เด็กสาวที่หน้าแดงกลอกตาของเธอแล้วปัดประเด็นทิ้ง แน่นอนว่า โรเอลไม่กล้าดึงประเด็นกลับมาหรอก ทั้งสองคนในตอนนี้จิตไม่คงที่ และร่างกายก็เหนื่อยล้า ทั้งคู่จึงต้องการเวลาพักฟื้ น หลังจากลงมานอน ที่เตียง บางทีอาจเป็นเพราะทั้งสองคนตกลงปลงใจกันได้แล้ว ลิเลียนจึง หลับไปในอ้อมแขนของโรเอลอย่างรวดเร็ว
แผนแอบมองใบหน้ายามหลับของโรเอลดําเนินมาตั้งแต่ลิเลียน เริ่มหลับไปจนถึงตอนนี้ แน่นอนว่ามีหลายเหตุผลที่ทําให้ใบหน้าของ เด็กสาวทําให้ผู้คนมองได้อย่างไม่เบื่อ แต่ว่ามันก็ชวนให้หัวใจของโรเอล รู้สึกแปลกประหลาดและทําให้เขาทอดถอนใจมากกว่า
ในหมู่สาวๆ ที่รายล้อมโรเอล ลิเลียนคือคนล่าสุดที่เขารู้จัก เด็ก หนุ่มเคยคิดว่าเขาอาจจะได้ลงเอยกับหนึ่งในพวกเธอเหมือนกัน แต่เขา
ไม่ได้คิดเลยจริงๆ ว่าคนๆ นั้นจะเป็นลิเลียน เพราะถึงอย่างไรโรเอลก็ดู จะคิดว่าพี่สาวคนนี้นั้นสมบูรณ์แบบเกินไป
เธอฉลาด แข็งแกร่ง และพึ่งพาตัวเองเท่านั้น เธอไม่ต้องการความ ช่วยเหลือของโรเอลเลย ต่อหน้าลิเลียนแล้ว โรเอลยังถึงกับต้องระวัง คําพูดของตัวเองและแทบไม่กล้าทําอะไรบุ่มบ่ามด้วยซ�า
สําหรับเด็กสาวแบบนี้แล้ว เป็นไปไม่ได้ถ้าจะพูดว่าเขาไม่ชอบ แต่ เขารู้สึกอยู่เสมอว่าเขาไม่กล้าแสดงออกไปชัดเจนนัก อันที่จริงคือ โรเอ ลเองก็สํารวมท่าทีต่อหน้าลิเลียนสุดๆ มันมีความรู้สึกเคารพรักอย่าง หนึ่งคล้ายๆ เวลาน้องชายพบพี่สาว แต่ถ้าเทียบกับฝั่ งลิเลียนแล้วมัน ผ่อนคลายกว่ากันมาก เธอดูจะตามใจเด็กหนุ่มไปเสียทุกเรื่อง ไม่ว่าโร เอลจะทําอะไร เธอก็จะคอยช่วยเหลือให้เขาทํามันอย่างสบายใจไปเสีย ทุกครั้ง
บางครั้งเด็กหนุ่มผมดําก็จะรู้สึกกังวลหน่อยๆ รู้สึกว่าหากความ แข็งแกร่งของเขาเหนือกว่าลิเลียนในอนาคต ความรักจากเด็กสาว อาจจะหายไป และความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองจะกลายเป็นห่างเหิน กันไป เพราะถ้าความสัมพันธ์นั้นมาจากพี่สาวที่คอยดูแลน้องชาย ใน ยามที่น้องชายไม่จําเป็นจะต้องได้รับการดูแลอีกต่อไป ความสัมพันธ์ นั้นก็จะจบลงในทันทีเช่นกัน
แต่หลังจากเปิดใจให้กันในครั้งนี้ โรเอลก็เข้าใจแล้วว่ามันเป็นแค่ ความคิดเพ้อเจ้อ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้หลุดจากความเป็นพี่น้องไป นานแล้ว มันคือความรักต่างหาก โดยเฉพาะเมื่อลิเลียนบอกว่าเธอมี ความสุขมาก ในวินาทีนั้น โรเอลเหมือนตกอยู่ในภวังค์
ความรักลึกล�าในใจของเขาไม่สงบลงโดยง่าย และโรเอลก็ไม่ บังอาจแตะต้องรบกวนเด็กสาวที่กําลังนอนหลับ เด็กหนุ่มได้แต่มองไป รอบๆ ห้องในขณะที่นอนอยู่ข้างๆ เธอ
ต้องบอกว่าในฐานะของเจ้าหญิงของจักรวรรดิออสทีน แม้จะอยู่ใน สถานการณ์เร่งด่วนฉุกเฉิน ลิเลียนก็ยังมีมุมมองที่จริงจังต่อการเฟ้นหา รังรักแห่งแรกของทั้งสองอย่างมาก พูดได้เลยว่าที่นี่ไม่ได้ถูกเลือกมา อย่างลวกๆ ทั่วทั้งห้องถูกออกแบบอย่างคลาสสิก เงียบและสง่างาม ตรงกับลักษณะของลิเลียนมาก เขาจึงคิดว่านี่น่าจะเป็นห้องของเธอ ภายใน [ป้อมปราการสิบทิศ]
[ป้อมปราการสิบทิศ] ซึ่งเป็นความสามารถจากคุณสมบัติแก่นแท้ ต้นกําเนิดอาณาจักรของราชวงศ์แอคเคอร์มันน์ดูจะพัฒนาไปอย่างมาก หลังจากลิเลียนเลื่อนระดับแก่นแท้เป็นระดับแก่นแท้ 2 เด็กสาว ในตอนนี้ไม่เพียงแต่สามารถปกป้องพวกเขาไว้ในป้อมปราการเพียง อย่างเดียว ทว่าเธอยังเข้าถึงห้องต่างๆ ในป้อมปราการได้อย่างอิสระ ไม่ ว่าจะห้องนอนนี้หรือห้องนอนเดิมของเธอ
การเข้าถึงนี้พูดได้ว่า [ป้อมปราการสิบทิศ] เปลี่ยนจาก ความสามารถที่ใช้ในการต่อสู้เท่านั้น และได้กลายเป็นความที่ใช้ได้ใน ชีวิตประจําวันได้ในชั่วอึดใจ นอกเหนือจากนั้นมันยังคงรักษา ความสามารถป้องกันเฉพาะตัวของมันไว้อีก ยกตัวอย่างก็คือ ห้องของ ทั้งสองตอนนี้ก็ยังทําหน้าที่ของ [ป้อมปราการสิบทิศ] มันมีพลังป้องกัน เทียบเท่าป้อมปราการที่โรเอลเคยเห็นมาก่อน และแทบไม่ต้องห่วงเลย ว่าจะถูกโจมตี
“มันเว่อร์วังขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ นะ”
สัมผัสถึงความก้าวหน้าของเด็กสาวผมดําผู้มีดวงตาสีม่วง โรเอ ลก็อดทอดถอนใจไม่ได้ ในยามนี้ที่ลูกเล่นภายใน [ป้อมปราการสิบทิศ] ถูกเรียกใช้งาน เขาเกรงว่าความสามารถนี้จะทําได้มากกว่าการป้องกัน อย่างเดียวแล้ว จากแนวโน้มนี้ บางทีเด็กสาวในอนาคตอาจจะถึงกับ ควบคุมความแข็งแกร่งของปราการได้ด้วยซ�า
[ป้อมปราการสิบทิศ] ซึ่งหลอมรวมภูมิปัญญาและความหวังของ มนุษย์ในยุคโบราณ พลังเวทของมันนั้นจึงสูงกว่าจินตนาการของผู้คน ถ้าโรเอลคิดถูกละก็ คงไม่มีใครในราชวงศ์แอคเคอร์มันน์ที่ควบคุมสุด ยอดอาวุธสังหารนี้ได้อย่างแท้จริงมาก่อน เพราะถ้าขืนมีขึ้นมา จากนิสัย ของจักรวรรดิออสทีนแล้วคงจะมีสงครามแน่ๆ
แต่ว่า ประวัติศาสตร์นี้ก็คงถูกทําลายโดยลิเลียนในอนาคตอันใกล้ ถ้าเธอไปถึงขั้นนั้นได้จริงๆ ก็คงพูดได้ว่าลิเลียนจะมีความสามารถทั้ง เชิงโจมตีและป้องกัน และกองทัพก็จะฟังทุกคําสั่งทั้งเดินหน้าและถอย ทัพ ความแข็งแกร่งแบบนี้ไม่ใช่ความสามารถของบุคคลตัวอย่าง แต่ เป็นบุคคลที่เป็นข้อยกเว้น เลียนแบบไม่ได้ แม้แต่โรเอลเองก็คาดว่าตัว เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ทัดเทียมกับเธอ
เมื่อสัมผัสได้ถึงศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ของเด็กสาว โรเอลก็ผ่อนลม หายใจแผ่วเบา และตระหนักถึงความสามารถของลิเลียนอีกครั้งหนึ่ง แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้มีความอิจฉาเธอแต่อย่างใด สําหรับเด็กสาวที่กําลัง จะไปรบในแนวหน้า ทุกการพัฒนาของความแข็งแกร่งนั้นหมายถึง ความปลอดภัยของเธอที่เพิ่มสูงขึ้น จากมุมมองนี้ โรเอลอยากจะให้ลิ เลียนเลื่อนระดับแก่นแท้ขึ้นเป็นระดับ 1 เดี๋ยวนี้เลยด้วยซ�า
หลังจากรู้สึกสบายใจและภาคภูมิไปชั่วขณะ โรเอลเองก็ลอบตั้งมั่น ในใจว่าจะสั่งสมความแข็งแกร่งของตัวเองให้เร็วที่สุดเพื่อไล่ตามเธอให้ ทัน เพราะถึงอย่างไร อันตรายที่เขาประสบมานั้นก็เหนือกว่าความ คาดหมายของเขามาก
นึกไปถึงคนตายที่วนเวียนอยู่ในเมืองในสายหมอกในตอนนี้ สีหน้า ของโรเอลก็จริงจังขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดวงตาสีทองของเขาฉาย ประกายดุดันอย่างผ่าเผย จึงจําต้องใช้เวลานานกว่าเขาจะใจเย็นลง
————————–
โดยรวมแล้ว ลิเลียนไม่ได้หลับไปนาน
ไม่นานหลังจากโรเอลปล่อยใจคิดเรื่องอื่น เด็กสาวผมดําผู้มีตาสี ม่วงก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นอย่างงัวเงีย และมันก็นับได้ราวๆ สามชั่วโมงเท่านั้น
เรื่องที่ลิเลียนตื่นจากการหลับลึกอย่างรวดเร็วนั้น แต่เดิมโรเอลคิด ว่าสถานการณ์ของทั้งคู่ไม่ดีนักเพราะอาจจะยังมีศัตรูอยู่นอก [ป้อม ปราการสิบทิศ] แต่เด็กสาวที่เพิ่งตื่นกลับยิ้มอย่างอ่อนหวานให้กับเขา ก่อนที่จะทันได้พูดอะไร แล้วพูดกับเขาด้วยน�าเสียงปลอบประโลม
ในยามที่เธอลืมตาขึ้น ดวงตาของลิเลียนยังคงแฝงความกระวน กระวาย แต่หลังจากเห็นโรเอลข้างๆ ตัวเธอ เด็กสาวดูจะจําเรื่องที่ เกิดขึ้นได้ทันที แล้วดวงตาสีม่วงของเธอก็ปรือลงด้วยท่าทีที่อ่อนลง รอยยิ้มมีความสุขประดับในดวงตาของเธอ
“โรเอล…”
“ผมอยู่นี่ มีอะไรเหรอรุ่นพี่?”
“เปล่าหรอก ฉันแค่คิดว่าเรื่องก่อนหน้านี้ไม่ใช่ความฝัน… ดีจัง เลย”
“!”
เด็กสาวผมดําผู้มีตาสีม่วงทอดถอนใจอย่างมีความสุข คําพูด เช่นนั้นและสีหน้าที่อ่อนหวานกลายเป็นการโจมตีจุดตายใส่โรเอล ทํา ให้เขานิ่งไป
ในยามนี้ โรเอลอยากจะกอดลิเลียนไว้ในอ้อมแขนของเขาแน่นๆ ขึ้นมา แต่เมื่อนึกถึงสภาพร่างกายของเด็กสาวแล้ว เด็กหนุ่มก็ไม่กล้าทํา อะไรผลีผลาม เขาจึงทําได้เพียงจับมือของเธออย่างอ่อนโยน
“แน่นอนว่ามันไม่ใช่ความฝันหรอก แต่ถ้าคุณบอกว่ามันรู้สึก เหมือนฝัน ผมก็เช่นกัน มันเป็นสิ่งที่งดงามเหมือนความฝันสําหรับผม เลยที่ได้อยู่กับรุ่นพี่”
“ฉันดีใจที่เธอพูดแบบนั้น เพราะก็อย่างว่า จริงๆ แล้ว ความสัมพันธ์ของเราใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น”
ใบหน้าของลิเลียนขึ้นสีแดงก�าเมื่อได้ยินคําพูดของโรเอล เธอขยับ เข้าซบที่หน้าอกของเด็กหนุ่ม โรเอลเห็นดังนั้นก็เอื้อมมือออกไปกอด เธอไว้แน่น