ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 551: ความเข้าใจตรงกันที่ไม่ต้องพูดจา (2)
- Home
- ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END
- บทที่ 551: ความเข้าใจตรงกันที่ไม่ต้องพูดจา (2)
“จะไม่นอนต่ออีกสักพักเหรอ?”
“อืม พอแล้วล่ะ… วันนี้ฉันไม่อยากนอนแล้วจริงๆ ฉันอยากอยู่กับ เธอให้นานกว่านี้ แล้วทําอะไรที่อยากทํามากกว่า”
“…”
ใครมันจะทนไหวล่ะแบบนี้?
ด้วยคําพูดไม่กี่คํา เด็กหนุ่มผมดําซึ่งถูกโจมตีจุดตายอีกรอบหนึ่ง โดยลิเลียนกุมขมับแล้วเงียบไป เขารู้สึกว่าสมองกําลังเต้นตุบๆ แต่มัน ยังไม่จบ หลังจากลุกขึ้นนั่ง ลิเลียนรู้สึกว่าผมยาวของเธอค่อนข้างยุ่ง เหยิง ลิเลียนจึงรวบผมของเธอขึ้นเป็นหางม้า
“!”
เมื่อเขาเห็นเด็กสาวรวบผมที่ปรกข้างแก้มเธอขึ้นแล้วก้มลง เล็กน้อย เผยให้เห็นลําคอขาวระหงของเธอ ดวงตาของโรเอลเบิกขึ้น เล็กน้อย หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นส�า
ก่อนหน้านี้ ลิเลียนจะให้ความรู้สึกเป็นผู้ใหญ่ในสายตาโรเอลเสมอ แต่หลังจากเปลี่ยนทรงผมของเธอ ลิเลียนจึงมีบรรยากาศของความ
เยาว์วัย ไม่ใช่องค์หญิงผู้สง่างามและยิ่งใหญ่ แต่เป็นนักเรียนผู้เยาว์วัย ความเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ทําให้โรเอลตื่นตาตื่นใจมาก
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
บางทีเธออาจได้ยินเสียงหายใจถี่กระชั้นของโรเอล หรือบางทีเธอ อาจรู้สึกถึงสายตาของโรเอลก็ได้ ลิเลียนซึ่งกําลังผูกผมของเธอจึงหยุด การกระทําลงแล้วเบือนดวงตาสีม่วงไปมองเด็กหนุ่มเพื่อถาม และเด็ก หนุ่มก็ไม่ได้ปิดบังอะไร
“รุ่นพี่สวยจังเลย”
“!”
คําชมที่ตรงเกินไปทําให้ความเคลื่อนไหวของลิเลียนชะงักกึก เด็ก สาวเงยหน้าขึ้นสบตากับเด็กหนุ่มอย่างประหลาดใจ แล้วแก้มของเธอก็ ขึ้นสีอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากของเธอสั่นเครือไปสักพัก แล้วเธอก็กระซิบ
“…ถ้าเธอชอบแบบนี้ ฉันทําแบบนี้เวลาอยู่กันสองคนได้นะ”
“ก็นะ แต่พอผมเห็นรุ่นพี่เปลี่ยนทรงผม ผมก็อยากเห็นรุ่นพี่ในมุม อื่นๆ อีก ไม่ว่าจะรุ่นพี่ที่ม้วนผม รุ่นพี่ที่ผูกผมด้านข้าง ผมอยากเห็นไป หมดเลย”
“เธอนี่โลภจริงๆ”
ลิเลียนที่ได้ยินคําพูดของโรเอลมีสีหน้าลําบากใจ ใช้นิ้วของเธอจิ้ม ที่หน้าผากของโรเอลเบาๆ แล้วอดพูดไม่ได้
“ที่เธอว่าอยากเห็นรูปลักษณ์ใหม่ๆ ของฉันเนี่ย เพราะเธอเบื่อฉัน แบบปกติแล้วใช่มั้ย?”
“ไม่ใช่อย่างนั้น… เพราะผมชอบรุ่นพี่มากขึ้นและอยากจะรู้ทุก อย่างเกี่ยวกับคุณต่างหาก”
“!”
เด็กสาวผมดําได้แต่พูดความคิดของเธอในใจขณะจ้องมองเด็ก หนุ่มที่เธอรัก การโจมตีตรงๆ นี้ทําให้เธออายอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ เด็กสาวก้มหน้าลงแล้วเงียบไปสักพัก แล้วลิเลียนที่กําลังลูบมือไปตาม ร่างกายของเธอก็พึมพํากับตัวเอง
“เธอรู้จักตั้งขนาดนี้แล้วแท้ๆ…”
“อะไรนะ?”
“ป เปล่า”
นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้ว เด็กสาวที่หน้าแดงก�าก็รีบ ส่ายหน้าพัลวัน แล้วเอนตัวลงพิงอกโรเอล เด็กหนุ่มโอบกอดลิเลียนแล้ว ดมกลิ่นหอมจากตัวลิเลียน หลังจากช่วงเวลาที่อบอุ่นนั้น โรเอลก็นําเด็ก
สาวที่ตื่นนอนแล้วไปที่ห้องนั่งเล่นแล้วชงชาร้อนเพื่อให้ความอบอุ่นกับ ร่างกายเธอ
ในห้องนั่งเล่นยามเช้าตรู่ โรเอลรินของเหลวจากกาน�าชาในมือลง ไปในถ้วยในขณะที่เด็กสาวข้างๆ เขาประคองถ้วยชาด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วจิบชาร้อนในนั้น บรรยากาศระหว่างทั้งสองนั้นอบอุ่นมาก
แม้ว่าข้างนอกจะเป็นฤดูร้อน อากาศในหุบเขาเองก็ยังมีความ แตกต่างกันมาก โดยเฉพาะเมื่อมันถูกปกคลุมด้วยหมอก ทั้งป้อม ปราการจึงหนาวเป็นพิเศษ การได้น�าชาร้อนๆ สักแก้วจึงเป็นเรื่องดี ใน ขณะเดียวกันถ้ามองในแง่สุขภาพ ลิเลียนไม่ควรจะเป็นหวัดหลังจาก เพิ่งผ่านคืนแรกมาหมาดๆ และการดื่มอะไรร้อนๆ ก็จะทําให้เธอรู้สึกดี ขึ้นด้วย
สําหรับการดูแลของโรเอล ลิเลียนรู้สึกหวานละมุนในใจ ด้วยความ เปลี่ยนแปลงทางความสัมพันธุ์ของทั้งสอง เธอไม่ได้นั่งตรงกันข้ามกับ โรเอลในครั้งนี้ แต่นั่งข้างๆ เขา ดังนั้นทุกการเคลื่อนไหวทั้งสองก็จะถูก ตัวกัน มือของทั้งสองกุมกันอยู่ตลอด
ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรกันมากนักระหว่างจิบชา ไม่ว่าจะโร เอลหรือลิเลียนก็ดูจะสัมผัสถึงความอ่อนหวานและความรักของกันและ กันอย่างเงียบเชียบ ทั้งคู่ไม่จําเป็นต้องพูดกัน และบางครั้งดวงตาของ
ทั้งคู่ก็สบกัน แน่นอนว่าการมองตากันแล้วยิ้มให้กันนั้นก็เป็นวิธีสื่อสาร ของพวกเขาด้วย
บทบาทของผู้สืบสายเลือดเดียวกันทํางานอย่างถึงที่สุดในยามนี้ เพียงสัมผัสถึงการสั่นพ้องของสายเลือดต่างฝ่ายก็จะรับรู้อารมณ์ของ กันและกัน เพียงแค่ปลายนิ้วแตะกันก็แทนคําพูดนับพัน
บรรยากาศแห่งความปรองดองนั้นดําเนินไปจนถ้วยชาทั้งสองว่าง เปล่า แล้วเด็กสาวผมดําผู้มีตาสีม่วงก็ได้ความเยือกเย็นของเธอคืนมา หลังจากระบายความรักที่อัดอั้นอยู่ แล้วก็นึกถึงคําถามที่เธออยากถาม ขึ้นมาได้
“จะว่าไป โรเอล ราชินีแม่มดเคยพูดไว้ว่าตอนที่เธออาบแสงจาก [เนตรแห่งพอร์ทัส] มีคนขัดขวางผลของมันเอาไว้ เธอพอรู้อะไร เกี่ยวกับมันไหม?”
“…”
เมื่อเผชิญกับคําถามของลิเลียน สีหน้าของเด็กหนุ่มผมดําก็แข็งทื่อ นึกถึงสถานการณ์ในตอนนั้นแล้วเงียบไปสักพัก แล้วเริ่มจากจุดนี้ เด็ก หนุ่มและเด็กสาวซึ่งยังไม่พ้นช่วงวิกฤตพลันเบนสายตาออกไปที่โลก ภายนอกอีกครั้ง
———————————–
“เธอได้เห็นใครในห้วงแปลกๆ นั่นไหม?”
“อื้อ แต่ผมเห็นไม่ชัดนะ มันแค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น ผมเห็นแค่ตาสี ทองคู่หนึ่ง แต่ถ้าอิงจากสภาพของผมตอนนั้น มันก็เป็นไปได้ด้วยว่าที่ ผมเห็นจะเป็นภาพหลอน”
“…”
หลังจากแลกเปลี่ยนความคิดกันแล้วได้ยินคําพูดอ่อนใจของโรเอล เด็กสาวผมดําผู้มีดวงตาสีม่วงก็เงียบไปพักหนึ่ง
ดวงตาสีทองส่องประกาย ข้อมูลนี้ไม่มีผลเท่าไหร่ แต่มันอาจจะ เทียบได้กับห้วงลึกไร้ก้นบึ้งที่ผู้กอบกู้อยู่ก็ได้ ชิ้นส่วนข้อมูลสองชิ้นที่ดูจะ ไม่เกี่ยวกันมีความเข้ากันได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเอามารวมกันก็ทําให้ อดคิดไม่ได้
“…มันมีข้อมูลอะไรที่บรรดาบรรพชนทิ้งไว้หรือเปล่านะ?”
“บางทีนะ [เนตรแห่งพอร์ทัส] อาจเป็นอาวุธของพวกกลายพันธุ์ที่ มีชื่อเสียงก็ได้ มันยากที่ตระกูลอาร์เด้ซึ่งต่อสู้กับพวกนี้มาเป็นปีๆ จะไม่ มีการเตรียมการอะไรเลย บรรพบุรุษของแอสคาร์ดอาจจะมีข้อมูลก็ได้ นะ”
หลังจากคิดอยู่นาน เด็กหนุ่มผมดําก็นึกขึ้นได้ถึงห้วงที่เต็มไปด้วย บรรยากาศชั่วร้าย เขาขมวดคิ้วแล้วบอกข้อสันนิษฐานของตนออกมา และครั้งนี้เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
ต้องบอกว่าห้วงความมืดที่เต็มไปด้วยความต�าทรามนั้นสร้างแผล ใจให้โรเอลอย่างมาก ไม่ว่าจะด้วยเสียงหายใจของมันหรือความรู้สึก หลอกลวง มันเป็นความรู้สึกหลอกหลอนที่โรเอลไม่เคยได้สัมผัสแม้จะ ผ่านมาหลายสนามรบ
ก่อนหน้านี้ ด้วยคุณสมบัติแก่นแท้ต้นกําเนิด [มงกุฎ] ที่ต่อต้านกัน กับการแทรกแซงทางจิตใจต่างๆ ทําให้โรเอลดูถูกการโจมตีทางจิตใจ ของเหล่าพวกกลายพันธุ์ ทว่าในตอนนี้แม้จะมีการป้องกันที่จิตใจ โร เอลก็ยังต้องระแวดระวังพวกกลายพันธุ์จากอดีตกาลที่อยู่มานับ สหัสวรรษเหล่านี้อยู่ดี
ความตึงเครียดแพร่ผ่านสองมือที่กอบกุมกัน ทําให้ลิเลียนผู้รู้สึกถึง อารมณ์ของเด็กหนุ่มกระชับมือของเขาแน่นขึ้นช้าๆ เด็กหนุ่มผู้จับ สังเกตได้หันมา แล้วก็สัมผัสถึงความอุ่นวาบที่ริมฝีปากก่อนจะทันได้พูด
“รุ่นพี่?”
เด็กหนุ่มผู้ถูกโจมตีกะทันหันโดยจูบของลิเลียนเบิกตาอย่างไม่คาด ฝัน แต่สิ่งที่เขาเห็นคือสีหน้าปวดใจและรู้สึกผิดของเธอ
“ขอโทษนะ ฉันมาช้าไป ทําให้เธอเจอกับอันตรายแบบนั้น ถ้าฉัน มาให้เร็วกว่านี้ล่ะก็…”
“ไม่เลย ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รุ่นพี่ แต่ผมประมาทเกินไป”
เมื่อเผชิญกับคําขอโทษของลิเลียน โรเอลก็ส่ายหน้าแล้วแก้คําพูด ของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เด็กสาวก็ยังไม่ละทิ้งความคิดนั้น เด็ก หนุ่มจึงได้แต่เปลี่ยนประเด็นแล้วดึงความสนใจของเธอไปที่การกระทํา ถัดไปแทน
ในชั่วข้ามคืน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างโรเอลและลิเลียนนั้นราว กับหลุมดําที่ดึงดูดความสนใจและสติของทั้งสองโดยสมบูรณ์ ทว่าด้วย ความที่เป็นหัวใจของทีมภารกิจกันทั้งคู่ ทั้งสองจึงไม่ลืมความ รับผิดชอบที่มี
ทั้งโรเอลและลิเลียนต่างอยู่ในสภาพย�าแย่เมื่อคืนนั้น และเป็นไป ไม่ได้ที่จะต่อสู้กับมหาสาวกของลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้ที่มีอุปกรณ์เวทใน มือ ดังนั้นทั้งสองจึงไม่ได้เก็บงําความรักและกอดเกี่ยวกันทั้งคืน
ทว่าหลังเช้าตรู่มาเยือน วิญญาณของโรเอลก็เหมือนกลับเข้าร่าง และร่างกายของลิเลียนก็ได้รับการฟื้ นฟูด้วยพลังของผู้มีพลังเหนือ ธรรมชาติ ทั้งสองผู้รวบรวมกําลังรบกลับมาได้ก็ถึงเวลาคํานึงถึงการ เคลื่อนไหวถัดไปแล้ว
เป้าหมายเดิมของทั้งสองทีม คือ การสืบหาเหตุการหายตัวหมู่นั้น คงไร้ความหมายแล้วในตอนนี้ ด้วยหลักฐานข้อเท็จจริงที่เหตุการณ์นี้ อาจจะเป็นกับดัก ภารกิจที่สําคัญที่สุดของโรเอลและพวกจึงเปลี่ยนไป เป็นการอพยพอย่างปลอดภัยและกําจัดศัตรูให้มากที่สุด
อดีตมหาสาวกของลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้ผู้ถือ [เนตรแห่งพอร์ทัส] แม้จะเป็นในหมู่พวกกลายพันธุ์แต่ก็ยังถือว่าแข็งแกร่งเป็นพิเศษ สําหรับทั้งสองคนผู้สืบสายเลือดแห่งแอสคาร์ดแล้ว เขาจะต้องจัดการ เรื่องนี้ไม่ช้าก็เร็ว การเผชิญหน้าศัตรูด้วยกันของทั้งสองนี้เป็นโอกาสที่ดี ที่สุด แต่ก่อนหน้านั้น พวกเขาต้องเข้าใจวิธีโจมตีของแต่ละคนก่อน
“รุ่นพี่ คุณคิดไหมว่าพอลกับคนอื่นๆ…”
“อืม พวกเขาไม่น่าจะมีอันตรายถึงชีวิตอย่างน้อยก็ตอนนี้”
เด็กหนุ่มผมดําถามคําถาม แล้วเด็กสาวก็ตอบข้อสันนิษฐานของ เธอ สรุปคือทั้งสองคิดตรงกัน
ใช่ โรเอลและลิเลียนสามารถนั่งอย่างใจเย็นได้ในตอนนี้ แทนที่จะ เดือดดาลด้วยโทสะและแรงแค้น เหตุผลใหญ่ที่สุดคือทั้งสองรู้ดีว่าพวก พอลไม่น่าจะตาย และตัวบ่งชี้ก็ง่ายมากๆ นั่นคือราคาที่ต้องจ่าย
อํานาจและราคาของมัน นี่คือหัวใจหลักของทวีปเซีย คาถาเวทอัน ร้ายกาจย่อมตามมาด้วยราคาที่สมน�าสมเนื้อ หรืออาจจะมีผลข้างเคียง
เยอะแยะตามมา หรือเงื่อนไขการร่ายอาจจะซับซ้อนสุดๆ หรือใช้ได้ น้อยครั้งมากๆ แต่ในครั้งนี้เหมือนกฎเหล่านั้นจะไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมา เลย
ชายชราที่ดูเหมือนคนตายเดินได้ที่เผชิญหน้ากับบุคลากรหัวกะทิ จากสถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่านั้นเหมือนจะเดินไปที่ไหนก็ได้ เขา สามารถกําจัดใครก็ได้โดยไม่ต้องแสดงตัว แม้แต่ผู้มีพลังเหนือ ธรรมชาติระดับสูงก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น คาถาเวทแบบนี้เรียกได้ว่าสุดยอด มาก แต่กลับไม่มีค่าตอบแทนที่ถูกเรียกเก็บจากพวกกลายพันธุ์เลย
ไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงบนร่างกายของเขา หรือวงแหวนเวท มนตร์ที่ถูกเขียนเอาไว้ก่อน ความถี่ในการร่ายก็ถี่เสียจนเหนือ จินตนาการของโรเอล ในเหตุการณ์แบบนี้มีเพียงความเป็นไปได้เดียวที่ โรเอลคิดได้
นั่นก็คือคาถาเวทที่ดูน่าสะพรึงนี้ ที่จริงแล้วไม่ได้ฆ่าใครที่หายตัวไป เลย และเพราะเช่นนั้นราคาที่ต้องจ่ายเลยน้อยกว่าที่คิดมาก
“ตราบใดที่มีความหวัง จะยอมแพ้ไม่ได้นะ ไม่ว่าจะสถาบันหรือ กุหลาบอรุณก็ยอมรับการสูญเสียบุคคลระดับเธอไปไม่ได้หรอก”
“ก็จริง มันลากผมไปในที่แบบนั้น แถมโจมตีรุ่นพี่ด้วย ช่วยไม่ได้นะ … แต่ผมอยากแก้แค้น”
“…นี่คือเหตุผลของเธอเหรอ?” “แน่นอนสิ แต่ถ้าพูดให้ถูก…” เด็กหนุ่มเกาแก้มของเขาเบาๆ ก่อนจะยิ้มแล้วพูดต่อ “รุ่นพี่คือเหตุผลหลักของผม”