ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 557: หัวใจของเวโรนิก้า (2)
แม้ว่าโรเอลจะพูดว่าเขาเห็นเศษเสี้ยวของความทรงจําของบรรพ ชนตระกูลอาร์เด้จากการสั่นพ้องของสายเลือดและวิธีอื่นๆ ความจริง แล้วมันเป็นเพียงชิ้นส่วนที่ไม่สมบูรณ์เท่านั้น ทว่าโรเอลก็แปลกใจนิด หน่อยที่เจ้าของหัวใจดวงนี้นั้นเป็นผู้หญิง
ภาพแรกที่เห็นนั้นไม่มีอะไรผิดปกติ แต่มันเป็นเด็กสาวคนหนึ่งนั่ง อยู่ที่โต๊ะแล้วพยายามที่จะเรียนเรื่องราวต่างๆ อย่างหนัก เนื่องจากนี่ คือความทรงจําของเจ้าของหัวใจ มันจึงเป็นภาพจากมุมมองบุคคลที่ หนึ่ง ซึ่งทําให้โรเอลแอบเก้ๆ กังๆ อยู่บ้าง
ในระหว่างการเรียนนั้นไม่มีอะไรพิเศษ เด็กหนุ่มผมดําจึงได้รับ ข้อมูลน้อยมากจากเหตุการณ์นี้ แค่ชื่อของเด็กสาวจากบนสมุดบันทึก และอายุโดยประมาณกับสถานะของครอบครัวจากฉากรอบๆ เท่านั้น
เด็กสาวผู้นี้ชื่อว่าเวโรนิก้า อาร์เด้ ตัดสินจากลักษณะของสิ่งของใน ห้องแล้วเธอน่าจะเกิดในช่วงกลางถึงปลายของยุคที่ 2 ไม่มีกระจกใน ห้องเรียนของเธอ โรเอลไม่รู้ว่าเธอหน้าตาเป็นอย่างไร และจากมุมมอง ของอีกฝ่าย โรเอลทราบแค่ว่าเธอมีผมสีน�าตาล
ในยุคที่ 2 นั้น เรียกได้ว่าเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของอารยธรรม มนุษย์ และเป็นช่วงที่ตระกูลอาร์เด้รุ่งเรืองที่สุดด้วย นี่เป็นเพียง
ห้องเรียนเท่านั้นแต่ว่าสิ่งประดับห้องนั้นทั้งราคาแพงและเยอะจน ตาลาย ทั้งยังมีคาถาเวทที่ช่วยในการเรียนรู้อยู่หลายบท ซึ่งบางบท แม้แต่โรเอลเองก็ไม่รู้จัก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตระกูลอาร์เด้ ด้วยความที่เป็นอินทรีเงาแห่ง จักรวรรดิออสทีนโบราณกําลังอยู่ในยุครุ่งเรืองและมีทรัพยากรที่ไม่มีวัน หมด แถมอํานาจยังถึงจุดสูงสุดอีกด้วย แค่เพื่อดูแลเวโรนิก้า โรเอลคาด ว่าบรรดาคนรับใช้นั้นล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับแก่นแท้ 3 หรือสูงกว่ากัน ทั้งนั้น
ฉากการเรียนหนังสือนั้นผ่านไปเช่นนี้ หลังจากนั้นไม่นาน เหล่าคน รับใช้ก็เดินเข้ามาทําความเคารพ โรเอลไม่ได้ยินว่าพวกเขาพูดอะไรกับ เด็กสาว แต่เวโรนิก้าดูดีใจ
หลังจากนั้น เด็กสาวก็เดินตามคนรับใช้ไปยังห้องแต่งตัวแล้วสวม ชุดเดรสที่สวยงามของยุคจักรวรรดิออสทีนโบราณ ในระหว่างนั้นโรเอ ลจึงเห็นใบหน้าของเธอ เป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักที่มีผมสีน�าตาลและ ตาสีน�าเงิน อายุน่าจะเด็กกว่าบอริสนิดหน่อย ด้วยใบหน้าที่สวยงาม และร่างกายสะโอดสะอง
ภาพถัดมาคือฉากในงานเลี้ยง ในสายตาโรเอลแล้วมันเป็นงาน เลี้ยงที่ใหญ่และโอ่โถงมาก เวโรนิก้าและเด็กสาวจํานวนมากทักทายกัน
อย่างรักใคร่ ชัดเจนว่าเวโรนิก้าคือตัวเอกของงานเลี้ยงนี้ และด้วยการ ปรากฏของเบาะแสหลัก โรเอลก็เข้าใจถึงประเด็นของงานเลี้ยงในที่สุด
มันคือเค้กวันเกิด
ตัดสินจากอายุของเวโรนิก้าและความทรงจําที่ฝังลึก นี่น่าจะเป็น พิธีโตเป็นผู้ใหญ่ของเธอ แต่ในแง่ของขนาดงานแล้วมันก็ใหญ่เกินไป จริงๆ และจากภาพนี้ก็ทําให้เห็นสถานะครอบครัวของบรรพชนเหล่านี้ ได้
สถานะของตระกูลอาร์เด้ในตอนนี้นั้นน่าจะเกริ่นได้ว่ามีอํานาจ และความสามารถทางการเงินที่เกินจินตนาการ แต่ก็ต้องพูดว่าแม้เวโร นิก้าจะได้รับการดูแลอย่างอลังการ แต่เธอก็ไม่ใช่สมาชิกหลักของ ตระกูลอาร์เด้อยู่ดี
ทายาทสายตรงของตระกูลอาร์เด้และผู้ปลุกสายเลือดตระกูลแอส คาร์ดนั้นมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือผมสีดําและดวงตาสีทอง นี่ไม่ใช่ เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้จากการที่สายเลือดหวน คืนสู่ต้นกําเนิด โดยเฉพาะดวงตาสีทองที่ลุกโชนราวกับเปลวเทียนนั้นที่ ถูกทําเป็นตราตระกูลและสัญลักษณ์
เวโรนิก้าเข้าพบคนจํานวนมากที่มีลักษณะเช่นนั้นระหว่างงาน เลี้ยง และเธอก็วางตัวกับแต่ละคนอย่างพินอบพิเทา และหนึ่งในนั้นก็ สร้างความประทับใจที่เด่นชัดต่อโรเอล
เขาเป็นชายร่างสูงที่มีผมสีดําและตาสีทองที่ถูกรายล้อมโดยร่าง ประหลาดจํานวนมาก มองแวบแรกเขาดูจะมีสายเลือดนอก ตัดสินจาก ความคุ้นชินและเคารพจากคนอื่นๆ แล้ว ผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นหัวหน้า สมัชชานักปราชญ์พลบค�าในขณะนั้น
ณ จุดนี้ ความทรงจําส่วนแรกก็จบลง แม้ว่าข้อมูลที่ได้มาจะยุ่ง เหยิงแต่ก็ทําให้โรเอลรับรู้ถึงข้อมูลภายในตระกูลของเจ้าของหัวใจดวง นี้ได้ แต่เดิมโรเอลคิดว่าทุกอย่างก็คงจบตรงนี้ แต่ก็ไม่
หลังจากความทรงจําแรกจบลง ความทรงจําที่สองก็ตามมา
มันยังคงเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง แต่ครั้งนี้ร่างกายของเวโรนิก้าที่ เด็กหนุ่มเห็นนั้นเปลี่ยนไปเป็นหญิงสาวสะพรั่งที่มีเส้นผมยาวสีน�าตาล และกระโปรงยาวอันสง่างาม ชัดเจนว่าเป็นความทรงจําที่ห่างจากเดิม หลายปี แต่ทว่าสิ่งแวดล้อมรอบๆ เวโรนิก้าในครั้งนี้ไม่ถูกต้อง
มันเป็นสถานที่เหมือนห้องประชุมที่เต็มไปด้วยผู้คน จํานวนคนใน นั้นประมาณคร่าวๆ น่าจะอย่างน้อยหลายร้อยคน ไม่ทราบที่ตั้ง แต่ทุก ที่ที่มองไปนั้นยิ่งใหญ่อลังการ ความหรูหราของสถาปัตยกรรมและการ
ตกแต่ง แม้แต่ห้องเรียนของเวโรนิก้าในความทรงจําแรกก็ยังเทียบไม่ ติด
บรรยากาศในห้องประชุมนั้นดูเคร่งขรึมมาก ผู้สูงอายุผมสีดอกเลา หลายคนนั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่ดูจะอ่อนวัย เวโรนิก้านั่งอยู่ด้านหน้า แต่สิทธิ์ในการพูดดูจะไม่มากนัก หลังจากไตร่ตรองคร่าวๆ โรเอลจึงเชื่อ ว่านี่คงเป็นการประชุมของตระกูล
เหตุผลที่ทําไมเด็กหนุ่มตัดสินเช่นนั้นอย่างง่ายดาย นั่นเพราะว่า คนที่อยู่ตรงกลางนั้นคือคนที่เวโรนิก้าได้พบในงานเลี้ยงแรก หลายคน ในนั้นผมสีดําและตาสีทอง ชายผู้ที่โรเอลสังเกตเห็นก่อนหน้านี้ก็ร่วมอยู่ ในนั้นด้วย และเขาก็อยู่ในตําแหน่งที่มีอํานาจอย่างเห็นได้ชัด
การพบปะนี้เนื่องด้วยอะไร โรเอลไม่รู้ แต่เห็นได้ว่าเหล่าผู้คน ตระกูลอาร์เด้ในการประชุมนี้แตกแยกกันอยู่ และการกระทําของเวโร นิก้าก็บ่งบอกถึงความกระสับกระส่ายของเธอ การประชุมดําเนินกิน เวลานาน และในที่สุดผู้นําของตระกูลก็ดูจะมีข้อสรุประหว่างกัน แล้ว ทุกคนก็เริ่มจับกลุ่มกันลุกขึ้นแล้วพูดบางสิ่ง
คร่าวๆ คือมีสามกลุ่มที่ถูกจัดขึ้น สมาชิกตระกูลอาร์เด้ถูกจัดเข้าไป ในแต่ละกลุ่มทีละคน ในหมู่พวกเขา ผู้คนจากกลุ่มต่างๆ ดูกระอัก กระอ่วนพอถึงตาของเวโรนิก้า หลังจากคิดเรื่องนี้ ชายคนหนึ่งจึงดึงเว
โรนิก้าไปด้านข้างแล้วพูดบางอย่างกับเธอ แล้วจากนั้นเธอก็พยักหน้า แล้วเดินไปรวมกลุ่มที่มีสมาชิกเยอะที่สุด
จากการสังเกตของเด็กหนุ่มผมดํา แม้ว่ากลุ่มนี้จะมีสมาชิกมาก ที่สุด แต่พลังเหนือธรรมชาติของพวกเขาก็ไม่ได้ดีนัก สมาชิกส่วนใหญ่ เป็นเด็กและสตรี เทียบกับกลุ่มอื่นแล้วพวกเขาดีกว่ามาก พวกเขามี พวกผู้นําตระกูลอยู่ในทีมด้วย
หนึ่งในหัวหน้ากลุ่มคือชายที่โรเอลจับตามองอยู่ ซึ่งดูเหมือนว่าจะ เป็นประธานสมัชชานักปราชญ์พลบค�า และอีกคนเป็นเด็กสาว และดู เหมือนทั้งสองกลุ่มจะยังมีการแบ่งกลุ่มย่อยกันภายในด้วย
เมื่อมองฉากแบบนี้ โรเอลก็นึกไปถึงระบบภารกิจของตระกูลแอส คาร์ดที่แอสตริดเคยแนะนําให้เขารู้จัก มันจะต้องเป็นกลุ่มที่มีหน่วย แรงงานอยู่ภายในกลุ่มเพื่อตอบสนองต่อวิกฤต และกลุ่มของเวโรนิก้าที่ ไม่ค่อยแข็งแกร่งนักก็เหมือนกับกลุ่มที่ถูกทิ้ง
หลังจากการประชุมจบลง สิ่งที่พวกผู้นําแจ้งกับทุกคนนั้น โรเอลก็ ยังไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไรกัน แต่จากสีหน้าของคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แล้ว พวกเขาดูจะเป็นกังวลอยู่
ความทรงจําที่สองจบลงเช่นนั้น เพราะเขาไม่ได้ยินคําพูดที่สําคัญ ที่สุด สิ่งที่โรเอลได้จากความทรงจํานี้จึงน้อยเสียกว่าความทรงจําแรก
แต่สิ่งที่สรุปได้ก็คือนี่น่าจะเป็นสมาชิกจากทั้งตระกูลแล้ว การประชุมนี้ จึงน่าจะเป็นการตัดสินใจที่สําคัญมาก และการตัดสินใจนี้น่าจะส่งผล อย่างมากต่อชะตาของเวโรนิก้าและแม้แต่ทั้งตระกูลอาร์เด้เอง
ผลประโยชน์อีกอย่างคือโรเอลได้รับเกียรติที่จะพบกับบรรพบุรุษ ของเขาจํานวนมาก ตระกูลอาร์เด้นั้นชัดเจนว่ามียีนที่ดีมาก สมาชิก ตระกูลแทบทั้งหมดล้วนแล้วแต่สวยหล่อ ทว่ามันก็พูดยากว่าเป็น อาหารตาได้ไหมจากหางตาที่ชี้ขวางกันทุกคน
เมื่อความทรงจําที่สองจบลง โรเอลเชื่อแล้วว่าน่าจะมีความทรง จําอื่น และมันก็จริงตามนั้นเสียด้วย
ความทรงจําที่สามค่อยๆ ปรากฏขึ้น แต่ต่างจากครั้งก่อน ที่ความ ทรงจํานี้ไม่สงบสุขแล้ว
ในความมืด บ้านที่ตกแต่งอย่างวิจิตรถล่มลงและมอดไหม้ในเปลว เพลิงที่ลุกโชน สิ่งมีค่ามากมายกลายเป็นเสี่ยง ในเปลวเพลิงนั้น เวโร นิก้าประคองเด็กคนหนึ่งด้วยสองมือ กับสาวใช้ที่ดูแลเธอมาแต่เด็กที่ ตามมา
แม้ว่าโรเอลจะไม่ได้มีความรู้ด้านสูตินารีเวชเท่าไหร่ แต่เขาก็กะ จากขนาดของทารกได้ว่าเด็กคนนี้เพิ่งจะเกิด และนี่ย�าเตือนโรเอลถึง บทสนทนาระหว่างเวโรนิก้าและกลุ่มของเธอในความทรงจําที่สอง เขา
จําได้ว่าผู้ชายคนนั้นมองที่ร่างกายของเวโรนิก้าแทนที่จะมองตาเธอ ไม่ ว่าจะจงใจหรือไม่ก็ตาม
เมื่อรวมข้อมูลจากสองฝั่ งแล้ว โรเอลก็พอเข้าใจสถานการณ์ เกรง ว่าเวโรนิก้าในความทรงจําที่สองนั้นน่าจะกําลังตั้งครรภ์อยู่ ดังนั้น ตระกูลอาร์เด้จึงให้เธอไปรวมกับกลุ่มที่ประกอบด้วยเด็ก สตรีและ คนชรา
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงนั้นคือการกระทําที่หวังดีนี้ไม่ได้ส่งผลดีตามไป ด้วย
ในตอนนี้บนอกของสาวใช้นั้นมีเลือดทะลักออกมา และใบหน้าของ เธอก็ซีดขาวราวกับกระดาษ ชัดเจนว่าเธอเพิ่งกลับมาจากต่อสู้ เวโร นิก้านั้นอยู่ในชุดนอน และทารกในอ้อมแขนของเธอก็ไม่ยอมหยุด ร้องไห้จ้า
หลังจากเห็นว่าสาวใช้สงครามของเธอกลับมาแล้ว เวโรนิก้า อยากจะส่งต่อทารกในอ้อมแขนให้กับสาวใช้ทันที ทว่าสาวใช้กลับส่าย หน้าปฏิเสธอย่างหนักแน่น ทั้งสองคนดูจะคิดไม่ลงรอยกัน หลังจากเวโร นิก้าชี้ไปที่หน้าอกของสาวใช้แล้วพูดบางอย่าง สาวใช้ผู้ซีดเซียวก็พยัก หน้าด้วยน�าตาในที่สุด
บางทีอาจเพราะว่าความทรงจํานี้หยั่งรากลึกกว่า โรเอลจึงได้ยิน คําพูดเป็นครั้งแรก
“…พาเขาออกไป”
เสียงผู้หญิงแล่นผ่านหูของโรเอลเช่นนั้น แล้วเวโรนิก้าก็ส่งทารก ให้กับสาวใช้ที่บาดเจ็บ น�าตาของหญิงสาวทะลักออกมาจากตา แล้ว สาวใช้ก็เช็ดน�าตาออก กัดฟันพาทารกหนีออกไปทางหน้าต่าง จากนั้น จึงหายไปในความมืดมิดของราตรีกาล
ดวงตาของเวโรนิก้าจับจ้องนิ่งในทิศที่ทั้งสองหายไปอย่างเนิ่นนาน แล้วหญิงสาวก็เริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าของเธอ แต่งตัวอย่างรัดกุมแล้วเดินไป ที่ลานกว้างที่กําลังลุกไหม้ การรบพุ่งกําลังดําเนินอยู่ที่ลานกว้างกลางค�า คืน ในศึกนั้นมีคนอยู่เต็มไปหมดท่ามกลางแสงจากเปลวเพลิง เวโรนิก้า เรียกเทพบรรพกาลที่เธอทําสัญญาด้วยแล้วพุ่งเข้าไปในวงล้อมศัตรูใน ลักษณะนั้น
ความทรงจําของเธอจบลงตรงนี้ มันเกินความคาดหมายของโรเอล มันไม่มีชิ้นส่วนของความทรงจําในวาระสุดท้ายของเธอ โรเอลคิดว่ามี เหตุผลสองข้อ หนึ่งคือเธอตายในสงครามที่อลหม่าน และความ อลหม่านนั้นไม่ได้อยู่ในความทรงจําของเธอเพราะการเปลี่ยนไปเปลี่ยน มาจนจําไม่ได้ และอีกข้อคือมันไม่สําคัญกับเธอ
สําหรับเวโรนิก้าซึ่งเพิ่งจะเป็นแม่ ความปลอดภัยของลูกเธอจึง สําคัญกว่าตัวเองในความคิดของเธอ และแม้แต่ความตายก็อาจ สั่นคลอนเธอ ดังนั้นความทรงจําสุดท้ายของเธอจึงเป็นการจากกับเลือด เนื้อของเธอแทน
คิดถึงเช่นนั้น เด็กหนุ่มผมดําก็รู้สึกไม่สบายใจ แม้จะเป็นเพียงภาพ สั้นๆ โรเอลก็ถือได้ว่าได้เห็นชีวิตของเวโรนิก้า
ตั้งแต่การตั้งใจเรียนในสมัยเด็ก กลายเป็นเสาหลักของตระกูลเมื่อ เธอเติบโต และในโศกนาฏกรรมสุดท้ายที่เธอส่งลูกของเธอออกไปและ ตายในสนามรบ ทุกสิ่งกลายเป็นเส้นตรงที่ทําให้เขาเห็นเธอ ความคิด ของเด็กหนุ่มเองก็คิดเช่นนั้น โดยเฉพาะเมื่อเขามองไปที่ทารกที่ถูกพา หนีไป โรเอลซาบซึ้งมากกับสายตาที่เต็มไปด้วยความรักจากมารดาและ ความคาดหวังจากสายตาของเขาเอง
ความทรงจําของเวโรนิก้าจบลงตรงนี้ หลังจากเรียนรู้เกี่ยวกับ บรรพสตรีท่านนี้ไปถึงจุดหนึ่ง โรเอลก็ยิ่งรับไม่ได้หนักที่รู้ว่าเธอถูกควัก เอาหัวใจออกมา ทว่าสิ่งที่โรเอลไม่ได้คาดคิดคือแม้ผู้หญิงซึ่งเป็น เจ้าของหัวใจดวงนี้จะตายลง แต่เนื่องด้วยเป็นภาชนะของวิญญาณ หัวใจของเวโรนิก้าที่ยังเต้นอยู่นี้จะมีผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงอยู่ด้วย…