ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 558: เพื่อลูก (1)
ตระกูลอาร์เด้เป็นตระกูลที่ถูกกลบฝังลึกในประวัติศาสตร์ ในฐานะ ของอินทรีเงาแห่งมหาจักรวรรดิที่รวบรวมมนุษยชาติในยุคที่ 2 อย่าว่า แต่เอกสารใดๆ ที่ได้ระบุเรื่องราวของตระกูลนี้เลย แม้แต่การคงอยู่ของ มันก็น่าจะไม่เป็นที่รู้จัก
ในหมู่สิ่งที่หลงเหลือจากยุคที่ 2 นั้นมีร่องรอยการคงอยู่ของตระกูล อาร์เด้หลงเหลือน้อยจนแทบนับชิ้นได้ คาดว่ามีเพียงราชวงศ์แอคเคอร์ มันน์เท่านั้นที่มีจดหมายเหตุที่ละเอียดเกี่ยวกับตระกูลอาร์เด้หลงเหลือ อยู่ แต่แน่นอนว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ทายาทตระกูลแอสคาร์ดอย่างโรเอลจะมี ในครอบครองได้
เพราะเช่นนั้น โรเอลจึงรู้น้อยมากๆ เกี่ยวกับศัตรูของบรรพบุรุษ แต่เด็กหนุ่มไม่เคยคาดคิดว่าครั้งนี้ เขาจะได้เรียนรู้ข้อมูลบางอย่างที่ถูก ฝังหายไปในประวัติศาสตร์ผ่านหัวใจดวงนี้
หลังจากดูช่วงเวลาที่น่าจดจําที่สุดสามเหตุการณ์จากชีวิตของเวโร นิก้า หัวใจของโรเอลก็เปี่ ยมไปด้วยความอาวรณ์และโทสะที่คุมไม่ได้ โดยเฉพาะในฉากที่สาม เวโรนิก้าในฐานะแม่นั้นได้เลือกเส้นทางที่ทําให้ เด็กหนุ่มซาบซึ้ง และอิงจากความทรงจําล่าสุดแล้วโรเอลก็พอจะเดาได้ ว่าเกิดอะไรขึ้น
จากการประชุมตระกูลในความทรงจําที่สอง ตระกูลอาร์เด้หรือ มนุษยชาติที่พวกเขาปกป้องอยู่จะพบกับปัญหาบางอย่าง และมันน่าจะ มีมากกว่าหนึ่งปัญหา ผลก็คือการแบ่งกําลังออกไปต่อสู้ในจุดต่างๆ เว โรนิก้านั้นถูกแยกออกมาเพราะการตั้งครรภ์ของเธอแล้วให้อยู่บ้าน เพื่อให้กําเนิดบุตร ทว่าศัตรูก็เข้ามาโจมตี เธอจึงตายเพื่อปกป้องผู้คน ของเธอ
ในช่วงท้ายยุคที่ 2 ผู้ที่สามารถโจมตีตระกูลอาร์เด้ได้นั้นก็คงไม่พ้น สาวกลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้ซึ่งแข็งแกร่งที่สุดในเวลานั้น การต่อสู้ที่ทิ้ง ร่องรอยในความทรงจําของเวโรนิก้าน่าจะเป็นครั้งแรกที่พวกลัทธิผู้ ศรัทธาผู้กอบกู้ลงมือ และถ้าโรเอลคิดถูก เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นจุด เปลี่ยนของตระกูลอาร์เด้จากความรุ่งเรืองสู่การล่มสลาย
สําหรับตระกูลหนึ่งแล้ว ทุกอย่างสามารถได้รับมาอย่างรวดเร็ว ไม่ ว่าจะเป็นเงินตรา อาณาเขต และกองกําลังนั้นไม่ได้เกิดจากการสั่งสม ในระยะเวลาสั้นๆ และมันก็จริงเป็นพิเศษสําหรับตระกูลอาร์เด้ แต่สิ่ง หนึ่งที่ทําให้ทุกอย่างไม่ดําเนินไปตามแผนคือจํานวนประชากร
แม้ว่าจะมีสมาชิกตระกูลอาร์เด้ที่แข็งแกร่งเพียงน้อยนิดที่เสียชีวิต ในการโจมตีนี้ แต่สมาชิกทั่วไปของตระกูลนั้นกลับล้มตายจํานวนมาก การตายของเด็ก สตรีและคนชรานั้นทําให้จํานวนประชากรของตระกูล ลดลงอย่างมาก แถมด้วยสถานการณ์ที่ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ก็ทําให้การ
ดํารงสายเลือดของตระกูลวิกฤตอย่างหนัก การเสื่อมสลายของตระกูล อาร์เด้จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
เด็กหนุ่มผมดําซึ่งนึกถึงเรื่องพวกนี้ขึ้นมาก็ลอบถอนหายใจ จาก ความทรงจําของสมาชิกตระกูล โรเอลคิดว่านั่นน่าจะเป็นขีดสุดแล้ว แต่ ที่เขาไม่คิดไว้คือหลังจากความทรงจําที่สาม จบลง เขาจะได้รางวัลที่ เกินคาด
นั่นคือชิ้นส่วนความทรงจําที่เทรนท์ผู้ร่วงหล่นใช้หัวใจของเวโร นิก้า
แต่แรกเดิมที เพราะถูกทําให้กลายเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ หัวใจ ของเวโรนิก้าจะไม่มีความสามารถจดจําผู้ใช้ได้ แต่คาถาเวทที่ฝังลึกใน หัวใจของเวโรนิก้านั้นพิเศษมาก มันสามารถรักษาพลังชีวิตของเธอไว้ ได้ และฝังมันเข้าไปในร่างกายของเทรนท์
เผ่าเทรนท์นั้นเป็นสัญลักษณ์ของพลังชีวิตมาโดยตลอด แม้จะเป็น เทรนท์ที่ร่วงหล่นนี้ก็ตาม เพราะเช่นนั้น แม้จะผ่านมานับสหัสวรรษ หัวใจของเวโรนิก้าก็ยังคงถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี และในเวลาที่ผ่าน มา วิญญาณของเธอก็ปนเปื้ อนด้วยความทรงจําของเทรนท์ที่ร่วงหล่น
สําหรับโรเอลแล้ว มันต่างจากความทรงจําก่อนๆ เขาสามารถเห็น และได้ยินสถานการณ์รอบๆ ชัดเจนกว่า แต่มันไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งนั้น
ความยุ่งเหยิงและวุ่นวายของความทรงจํานี้บ้าคลั่งมาก และหลายสิ่งที่ เห็นก็ทําให้เขาสะท้าน
ตัวอย่างเช่น สิ่งที่โรเอลเห็นในวินาทีก่อนนั้นยังเป็นแสงแดดสดใส และคนรอบๆ ทําความเคารพเขาอย่างเคารพ แต่ในวินาทีต่อมามัน กลายเป็นที่ราบมืดๆ ที่เต็มไปด้วยซากศพที่น่าเวทนา แล้ววินาทีต่อไปก็ เป็นบนทิวเขาสูงที่เทรนท์เติบโตอย่างรวดเร็วขณะดูดซับสารอาหาร จากพื้นดิน
ไม่มีแนวคิด ไม่มีการเรียบเรียง แต่เนื้อหาที่ปรากฏแวบๆ นั้นกลับ น่าตกใจ และผลกระทบต่อสุขภาพจิตก็ร้ายแรงด้วย แต่ถึงอย่างนั้นโร เอลก็ยังคงฝืนทนและพยายามรวบรวมข้อมูลอย่างเต็มที่
ด้วยการต่อชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง เด็กหนุ่มผมดํา ก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ฝั่ งเทรนท์ผู้ร่วงหล่น เขาเกิดเมื่อหลาย สหัสวรรษก่อนในภูเขาทางตะวันออกไกล เพราะว่าหมอกที่ปกคลุม เทือกเขา เขาจึงเติบโตได้ไม่ดีในตอนแรก บรรดาครอบครัวในบริเวณ นั้นก็อ่อนแอกันทั้งนั้น แต่เพราะธรรมชาติของเผ่าเทรนท์ จึงไม่มีใคร อยากจะออกจากดินแดนที่คุ้นเคยนี้
ในยามนี้ เทรนท์ผู้บอบบางได้มองต่างมุมกับพี่น้องแล้วเลือกจะ เดินทางอพยพไปตามลําพัง หลังจากผ่านไปนานกว่าสิบปี ในที่สุดมันก็ เดินออกจากเขตเทือกเขาที่จมในหมอกได้ เมื่อสัมผัสกับแสงอาทิตย์ที่
ไม่ถูกหมอกบดบังเป็นครั้งแรก พลังเวทของเทรนท์ก็เริ่มทํางานอย่างที่ ไม่เคยมาก่อน ทําให้เขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากนั้นมา เทรนท์ตนนี้ก็บูชาดวงอาทิตย์บนฟ้าอย่างล�าลึก และ หลังจากเติบโตอยู่หลายต่อหลายปี เขาก็เข้าสู่โลกและกลายเป็น นักบวชผู้รับใช้เทพแห่งดวงอาทิตย์ สถานะของเขาค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นไป ตามกาลเวลา และกลายเป็นนักบวชสูงสุดแห่งดินแดนที่ไม่เคยหลับใหล ในที่สุด
มาถึงจุดนี้ ความทรงจําของเทรนท์ยังคงเป็นเรื่องราวที่มีแรง บันดาลใจ ในมุมมองของโรเอล เด็กหนุ่มผู้ออกจากบ้านและทํางาน หนักแม้ว่าครอบครัวจะคัดค้านก็จะประสบความสําเร็จในหลายปีถัดมา เช่นนี้ ทว่าน่าเสียดายที่ความดีงามกลับหยุดลงแค่ตรงนี้
เนื่องด้วยเป็นผู้ที่ใกล้เทพที่สุด พวกนักบวช รวมไปถึงเทรนท์ตนนี้ จึงได้เก็บรักษา [เนตรแห่งพอร์ทัส] เอาไว้ แต่การสูญสลายของผู้กอบกู้ นั้นเปลี่ยนทุกอย่าง [เนตรแห่งพอร์ทัส] หลังจากการสิ้นสลายของผู้กอบ กู้จึงได้เปลี่ยนจากโคมไฟแห่งดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างที่สุดได้กลายเป็น เนตรซึ่งยั่วยวนให้ผู้คนตกสู่ความชั่วร้าย และเหล่านักบวชที่อยู่ใกล้ชิด กับอุปกรณ์เวทนี้ที่สุดก็ได้รับผลกระทบมากที่สุดเช่นกัน
ภายใต้แสงที่สาดส่อง ทั้งเมืองจมในความยุ่งเหยิงและบ้าคลั่ง เหล่า นักบวชต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิง [เนตรแห่งพอร์ทัส] และผู้คนที่บ้าคลั่ง
เริ่มฆ่าฟันกันเอง ซากศพนานาเผ่าพันธุ์กองระเกะระกะเต็มถนน เสียง กรีดร้องดังขึ้นทุกหย่อมหญ้า เปลวเพลิงลุกโชติช่วงสู่ฟ้า
หลังจากตกสู่ความบ้าคลั่ง ความทรงจําของเทรนท์นั้นดูสับสนมาก ความยุ่งเหยิงในเมืองนั้นดูจะดึงความสนใจของทุกเผ่าพันธุ์ในขณะนั้น ผู้คนที่บ้าคลั่งถูกล้อมสังหารในที่ราบแห่งหนึ่ง และเทรนท์นั้นได้พึ่งพา ความทรงจําเก่าของเขาแล้วซ่อนตัวในป่าเขาพร้อมด้วย [เนตรแห่ง พอร์ทัส]
ระหว่างช่วงนี้ นักรบนานาเผ่าจํานวนมากก็ออกค้นหา [เนตรแห่ง พอร์ทัส] หวังจะทําลายมันเสีย แต่พวกเขาก็ไม่พบร่องรอยของเทรนท์ นั้นเลย นักบวชเผ่าเทรนท์ผู้ร่วงหล่นผู้พก [เนตรแห่งพอร์ทัส] ไปด้วย นั้นเริ่มใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ จนกระทั่งหลายปีถัดมา ลัทธิผู้ศรัทธาผู้ กอบกู้ก็พบร่องรอยของเขา
ในตอนนั้น เทรนท์ตนนี้ได้ต�าทรามลงไปอย่างถึงที่สุดเนื่องจากการ สัมผัสใกล้ชิดกับ [เนตรแห่งพอร์ทัส] เป็นเวลานาน เพื่อที่จะกู้คืนสติ พื้นฐานของเขาไว้ ผู้ร่วงหล่นในยามนั้นจึงใช้หัวใจของมนุษย์เป็น เครื่องรางและหลอมรวมกับมัน ความบ้าคลั่งนี้ทําให้เทรนท์ที่ร่วงหล่นนี้ ได้รับผลพลอยได้คือมันสามารถเดินอย่างอิสระได้ด้วยชิ้นส่วนมนุษย์
อ้างอิงจากสิ่งนี้ เทรนท์ผู้ร่วงหล่นและถือครองอุปกรณ์เวทจึง กลายเป็นผู้นําของเหล่าผู้ร่วงหล่นเข้าโจมตีตระกูลอาร์เด้ หัวใจของเว
โรนิก้าก็ได้รับมาในตอนนั้น และหลังจากนั้นเทรนท์ผู้ร่วงหล่นและ ตระกูลอาร์เด้ก็รบพุ่งกันอีกหลายครั้ง ทว่าแม้พวกเขาจะบาดเจ็บ แต่ก็ ไม่มีใครตาย
เพราะว่ายังมีความรู้สึกบ้าคลั่งอยู่ ความทรงจําของเทรนท์จึง สับสน แต่ต้องพูดว่าข้อมูลที่โรเอลต้องการนั่นก็คือเกิดอะไรขึ้นกับพวก ลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้หลังจากเทรนท์นั้นได้ร่วงหล่น หลังจากหาอย่าง ต่อเนื่อง ฉากหนึ่งก็ปรากฏภายใต้ความพยายามของเด็กหนุ่ม และโร เอลก็ได้ข้อมูลที่ไม่คาดฝัน
มันเป็นห้องมืดสลัวที่แทบไม่มีแหล่งแสงสว่าง เทรนท์ที่ร่วงหล่นได้ แอบอยู่ในความมืด ตรงหน้าของเขามีผู้ชายที่ใบหน้าไม่ชัด ในวินาทีที่ เขาเห็นชายคนนี้ อารมณ์ของโรเอลก็สั่นคลอน เพราะผู้ชายคนนั้นคือ [นักสะสม] ซึ่งเคยเผชิญหน้ากับเขามาครั้งหนึ่ง
[นักสะสม] นั่งตรงข้ามกับเขาแล้วเอื้อมมือมาลูบภาชนะเวทบน โต๊ะตราหน้าเขา ภาชนะนี้คือไหที่เรืองแสงจางๆ ซึ่งบรรจุของเหลวสี เข้มที่ชัดเจนว่าคือยา บางอย่างคล้ายๆ ก้อนเนื้อลอยอยู่ในนั้น ดูเหมือน อวัยวะมนุษย์
“ในที่สุด เจ้าก็รวบรวมมันมาได้ครบแล้วหรือ? ตราบใดที่เจ้าได้ ส่วนนั้นมา ผนึกของตระกูลอาร์เด้ก็จะไม่อาจหยุดข้าได้อีกต่อไป…”
[นักสะสม] แตะที่ภาชนะแล้วพูดขึ้น ในขณะที่เทรนท์ผู้ร่วงหล่นชี้ ไปที่ร่างของเขาแล้วพูดในภาษาที่โรเอลไม่เข้าใจ ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็ ส่ายหน้า
“ฮี่ๆ ออคเตอร์ อย่าเพิ่งตื่นเต้น ข้าไม่เอาหัวใจของเจ้าหรอก ที่ข้า ต้องการคือส่วนอื่นต่างหาก ไม่เป็นไรหรอก สายเลือดของตระกูลนั่นยัง ดํารงอยู่ และเรายังมีโอกาส”
คําพูดของนักสะสมจบลงตรงนี้ และเทรนท์ผู้ร่วงหล่นที่ได้ยิน คําพูดนั้นก็กลับสู่ความเงียบ ภาพนั้นบิดเบี้ยวแล้วก็ถูกแทนที่โดย เนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องอื่นๆ
ใช่ นี่คือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่โรเอลพบจากความทรงจําที่แตกเป็นเสี่ยง ของเทรนท์ผู้ร่วงหล่นหลังทนทุกข์ทรมาน แม้ว่าจะเป็นฉากสั้นๆ และ คําพูดนิดหน่อย แต่ข้อมูลของมันทําให้เด็กหนุ