ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 560: ปัญหาเก่าๆ (1)
บทที่ 560: ปัญหาเก่าๆ (1)
ในเมืองที่เละเทะหลังสงคราม โรเอลโอบกอดเด็กสาวผมดําผู้มีตา สีม่วงแล้วนึกถึงอนาคตของทั้งคู่
แม้ว่าโรเอลอยากจะลุยเดี่ยวแก้ปัญหาด้วยศักดิ์ศรีลูกผู้ชายแล้วจบ ความแค้นที่ดําเนินมานับพันปี แต่ลิเลียนก็ปฏิเสธด้วยเหตุผลที่โรเอล ไม่อาจแย้งได้
เพื่อลูกในอนาคต คํานี้ช่างไร้เทียมทานจริงๆ โรเอลจึงไร้หนทางที่ จะต่อต้านคํานี้ได้ และทําได้เพียงให้ลิเลียนเข้าร่วมแผนการโจมตีของ เขา แต่ในเมื่อเป็นแผนโจมตี มันก็ต้องมีกลยุทธ์ ไม่ใช่ตีสั่วๆ เหมือนไม่มี สมอง
“ตัดสินจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว ลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้น่าจะ ใกล้ทําสําเร็จเต็มที แต่มันก็ไม่ใช่ว่าสถานการณ์นี้จะแย่สําหรับเรา”
เมื่อนึกถึงฉากต่างๆ ที่เขาได้เห็นผ่านเวโรนิก้า โรเอลจึงสรุปข้อมูล ที่เขาได้ในใจอย่างเงียบๆ
สิ่งแรกที่เด็กหนุ่มผมดําแน่ใจได้เลยก็คือเรื่องที่ผนึกของตระกูล อาร์เด้ที่มีต่อผู้กอบกู้ไม่ได้ถูกประกาศออกไป และผนึกนี้ยอมรับแค่ เพียงผู้ปลุกสายเลือดของตระกูลแล้วเท่านั้น และดูจะมีข้อจํากัดมาก ซึ่งทําให้ลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้ทําอะไรไม่ได้มากในยุคที่ 2
หลังจากกําจัดสายเลือดผู้แสวงหาราชาไปได้ ผู้กอบกู้ก็ตื่นขึ้นมา ไม่ได้อยู่ดี และราชวงศ์แอคเคอร์มันน์ก็ค้นพบภัยคุกคามของผู้ร่วงหล่น แล้วล้อมปราบพวกเขาลงภายในจักรวรรดิออสทีนโบราณในปลายยุคที่ 2 นี่ก็กล่าวได้ว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงที่สุดของผู้ร่วงหล่น
ตระกูลอาร์เด้ในยุคที่ 2 นั้นใช่ว่าจะไร้กําลังตอบโต้แม้จะเป็นใน เฮือกสุดท้าย เห็นได้ชัดจากการปรากฏตัวของแอสตริดและมหานัก ทํานายเวนดี้ อาร์เด้ แต่คนอื่นๆ ในตระกูลก็ยังเลือกที่จะหลบซ่อนและ อพยพ เหตุผลหนึ่งน่าจะเพื่อรักษากําลังและป้องกันไม่ให้พวกลัทธิ ทําลายผนึกได้
ผลลัพธ์คือ ทายาทของตระกูลอาร์เด้รอดชีวิตจากช่วงเวลาที่ ยากลําบากที่สุดในปลายยุคที่ 2 เมื่อผู้กอบกู้จําศีลเข้าสู่ยุคที่ 3 อีกครั้ง พลังของผู้ร่วงหล่นก็สูญหายไประหว่างอพยพสู่ตะวันตก หลังจากสูญ สิ้นกําลัง ตระกูลแอสคาร์ดที่ได้รับการคุ้มครองจากจักรวรรดิเซนต์ เมซิทก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และสมัชชานักปราชญ์พลบค�าก็ถูก สร้างขึ้นใหม่ และพลิกสถานการณ์ได้อีกครั้ง
คํานวณในทิศทางนี้แล้ว แผนของผู้ร่วงหล่นได้ดําเนินมาเป็นพันๆ ปี เมื่อมันใกล้สําเร็จมันก็เลี่ยงไม่ได้ถ้าจะรีบไปให้ถึงความสําเร็จโดยเร็ว และเป็นไปได้สูงว่าความผิดพลาดก็จะเกิดขึ้นด้วย
“การรุกรานของพวกกลายพันธุ์เป็นสัญญาณว่าพลังของผู้กอบกู้ อ่อนลงอีกแล้ว สําหรับพวกเขา นี่คือเวลาที่ดีที่สุด เหตุผลที่ว่าทําไม พวกเขาถึงได้เปรียบอยู่ตลอดนั่นก็เพราะว่าพวกเขาแอบวางแผนใน ความมืดอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้พวกเขาออกมายืนบนเวทีอย่างอดรน ทนไม่ได้ ผลก็เลยเป็นแบบนี้”
เหลือบมองไปทางสิ่งที่ยังหลงเหลือของเทรนท์ผู้ร่วงหล่นเบื้องหน้า สีหน้าของเด็กหนุ่มผมดําก็เย็นชาขึ้นมา
ถ้าในสหัสวรรษก่อนการที่ตระกูลอาร์เด้ถูกเอาเปรียบนั้นเป็น เพราะพวกเขาเย่อหยิ่งเกินไป ในตอนนี้มันก็คือลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้ แล้วที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ในสายตาของพวกเขา แม้ว่าตระกูลอาร์ เด้จะแข็งแกร่งแค่ไหน พวกเขาก็เทียบกับอดีตไม่ได้ เมื่อเทียบกับ ตระกูลอาร์เด้แล้วปัญหาก็คือ แม้ว่าเราจะอ่อนแอ แต่ก็ใช่ว่าพวกแกจะ แข็งแกร่งกว่า
ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่าในการต่อสู้ตัวต่อตัว พลังรบของสายเลือด ผู้แสวงหาราชานั้นก็ยังดํารงอยู่ เว้นแค่ครั้งแรกที่โรเอลเพลี่ยงพล�าจาก ผลของอุปกรณ์เวท และพลังต่อสู้ตัวต่อตัวของโรเอลก็เหนือกว่าพลัง ของเวโรนิก้าและเทพบรรพกาลของเธอรวมกันหลายขุม ศิลาแห่ง มงกุฎนั้นแทบเรียกได้ว่าบดขยี้ศัตรู
แน่นอนว่าสาเหตุหลักที่เรื่องดําเนินได้อย่างราบรื่นนั้นก็เพราะลิ เลียนอยู่ที่นี่ พูดตรงๆ คือเทรนท์ผู้ร่วงหล่นนั่นกําลังต่อสู้แบบหนึ่งต่อ สอง แต่ต่อให้เป็นหนึ่งต่อหนึ่ง โรเอลก็เชื่อว่าเขาก็ยังชนะได้อยู่ดี
เด็กหนุ่มผมดําคิดถึงการเปรียบเทียบพลังรบของสองฝ่าย ขณะที่ ข้างๆ เขา ลิเลียนระลึกถึงความทรงจําของบรรพบุรุษที่โรเอลอธิบายให้ ฟัง แล้วดวงตาของเธอก็วูบไหวอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าความทรงจําที่หลงเหลือของเวโรนิก้าจะมีเพียงน้อยนิด แต่ จากสิ่งปลูกสร้างและงานเลี้ยงในความทรงจํา วิถีชีวิตของตระกูลอาร์เด้ นั้นไม่ได้ห่างจากสังคมหรือซ่อนในภูเขา แต่กลับร�ารวยและสูงส่ง เกรง ว่าในเบื้องหน้าแล้วพวกเขาจะมีฐานะและโฉมหน้าอื่นด้วย แต่นั่นก็ หมายความว่าเรื่องเหล่านี้ยังอยู่ในขอบเขตพลังของราชวงศ์แอคเคอร์ มันน์แห่งจักรวรรดิออสทีนโบราณ
ในตอนท้ายของความทรงจําของเวโรนิก้า การต่อสู้ที่โจมตีฐานที่ มั่นของตระกูลอาร์เด้ดูจะไม่มีปัญหาอะไร แต่หากคิดถึงมันดีๆ แล้ว ปัญหานั้นใหญ่มาก
ด้วยเหล่ายอดฝีมือถูกส่งออกไปจนเกือบหมด จึงเป็นไปไม่ได้ที่ ตระกูลอาร์เด้จะไม่รู้ว่าที่มั่นจะถูกเปิดโล่ง ดังนั้นทําไมเหล่าบรรพบุรุษ จึงตัดสินใจแบบนั้นกัน? ลิเลียนรู้สึกว่าความเป็นไปได้ที่มากที่สุดก็คือ จักรวรรดิออสทีนโบราณเคยรับรองความปลอดภัยของพวกเขา
ตระกูลอาร์เด้นั้นต่อสู้เพื่อปกป้องความมั่นคงของมนุษยชาติ มัน จึงสมเหตุสมผลสําหรับจักรวรรดิที่จะเข้ามารับรองความปลอดภัยของ แนวหลัง แต่ว่าในสงครามนั้น โรเอลไม่เห็นกําลังเสริม ซึ่งไร้เหตุผลสิ้นดี
รวมถึงคําปรามาสที่แอสตริดเคยพูดเกี่ยวกับตระกูลแอคเคอร์มันน์ ในเสี้ยวประวัติศาสตร์เดิมแล้ว การคาดเดาร้ายๆ บางอย่างเริ่มปรากฏ ขึ้นในใจของเด็กสาว
เกรงว่าตระกูลแอคเคอร์มันน์จะอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ของตระกูล อาร์เด้ ส่วนเหตุผลนั้นน่าจะเป็นการรักษาสมดุลอํานาจ ถ้าอิงจาก บทเรียนสําหรับราชวงศ์ที่ลิเลียนเคยเรียนมา
แม้ว่าสายเลือดผู้แสวงหาราชาจะถูกซ่อนในความมืดมาตลอด ทว่าอํานาจของมันได้ขยายจนไม่สามารถเก็บไว้ภายในตระกูลอีกต่อไป จากความรุ่งเรืองของสมัชชานักปราชญ์พลบค�า กอปรกับอํานาจของ มัน เลยเป็นธรรมดาที่จักรพรรดิจะอิจฉา
ในตอนนั้นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิออสทีนโบราณน่าจะอยากให้ ตระกูลอาร์เด้และผู้ร่วงหล่นต่อสู้กันแล้วตัวเองก็รับผลประโยชน์อย่าง เดียว แต่เขาไม่คิดว่าตระกูลอาร์เด้จะกําลังต่อสู้เพื่อปกป้องมนุษยชาติ และได้รับผลกระทบอย่างหนัก ผลสุดท้ายก็คือความสมดุลได้พังลง ลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้อาละวาดไปทั่วโลก และจักรวรรดิออสทีนโบราณ เองก็ล่มสลาย
นึกถึงเรื่องนี้ ลิเลียนพลันกําหมัด ขมวดคิ้วให้กับความโง่เขลาของ บรรพบุรุษของตระกูลแอคเคอร์มันน์ และโรเอลซึ่งเห็นท่าทีของลิเลียน ก็อดเอ่ยปากถามไม่ได้
“รุ่นพี่? เป็นอะไรเหรอ?”
“เปล่า แค่นึกถึงตระกูลแอคเคอร์มันน์น่ะ เลยรู้สึกไม่สบายใจนิด หน่อย”
เด็กสาวผู้มีผมสีดําและตาสีม่วงครุ่นคิดสักพักแล้วหันมองเด็กหนุ่ม ข้างๆ เธอ ดวงตาสีม่วงสั่นไหว เธอรู้สึกกระวนกระวายในใจ
ลิเลียนเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลแอคเคอร์มันน์ แล้วโรเอลที่ เห็นการต่อสู้ของเวโรนิก้าด้วยตาตัวเองจะไม่คิดถึงความเป็นไปได้นี้ได้ อย่างไร? แล้วเขาใส่ใจเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า?
ไม่ว่าอย่างไร แม้ว่าจะมีสายเลือดผู้แสวงหาราชาจากตระกูลแอส คาร์ด แต่นามสกุลของลิเลียนก็ยังเป็นแอคเคอร์มันน์ และเธอก็เป็นเจ้า หญิงของจักรวรรดิออสทีน ดังนั้นโรเอลจะคิดยังไงกับเรื่องนี้?
มองไปที่เด็กหนุ่มผมดําด้วยสีหน้าสงสัย ลิเลียนไม่พูดอะไร เมื่อ เห็นสถานการณ์นี้โรเอลก็อึ้งไป หลังจากคิดสักพักเขาก็เลือกจะนิ่งรอ หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน เด็กสาวผู้มีผมสีดําและตาสีม่วงก็พูดขึ้นอย่าง ยากลําบาก
“โรเอล เธอเห็นความทรงจําของท่านเวโรนิก้าก่อนหน้านี้ เธอ น่าจะพบมันเหมือนกัน เหมือนว่าตระกูลแอคเคอร์มันน์จะมีประเด็นใน เรื่องนี้”
“…อืม ผมก็เห็นแบบนั้นเหมือนกัน”
ได้ยินคําถามของลิเลียนที่คาดไว้แล้ว เด็กหนุ่มผมดําก็ตอบหลัง เงียบไปพักหนึ่ง
ในสงครามนั้น ความช่วยเหลือจากข้างนอกไม่เคยปรากฏให้เห็น จนผิดปกติอย่างไม่ต้องสงสัย ตัดสินจากสิ่งปลูกสร้างที่รายล้อมในตอน นั้น ตระกูลอาร์เด้น่าจะอยู่ในเมืองหลวง ใจกลางของจักรวรรดิออสทีน โบราณ ในจุดนี้ ไม่ว่าลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้จะทรงพลังแค่ไหน การโจมตี นี้ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ถึงหูราชวงศ์
ร่นมาอีกก้าวคือ แม้หน่วยข้อมูลจะปล่อยปละละเลยจนทําให้เกิด การรบพุ่งขึ้นกลางเมือง แต่ราชวงศ์แห่งจักรวรรดิออสทีนโบราณจะไม่รู้ ได้อย่างไร ทําไมจึงมีคําว่าสายเกินไปถ้าพวกเขาคิดจะช่วยเหลืออย่าง สุดกําลัง?
เด็กหนุ่มคิดในแง่มุมนี้แล้วก็ทอดถอนใจ แน่นอนว่าเขาจําคําพูด ของแอสตริดได้ จุดจบสองแบบของหนูตัวแรกแห่งตระกูลแอคเคอร์
มันน์ ความเห็นนี้อาจจะบอกได้ว่าสมควรแล้ว แต่… ลิเลียนก็ไม่เกี่ยวอยู่ ดี
“รุ่นพี่ คุณคิดไหมว่าเพราะเหตุการณ์นี้ ผมจะคิดกับคุณยังไง?”
โรเอลผู้เข้าใจความกังวลของลิเลียนได้มองไปทางเด็กสาวแล้วถาม ออกไปเช่นนี้ ลิเลียนก้มหัวลงเล็กน้อยเมื่อเธอได้ยินคําพูดนั้น ด้วยสี หน้าที่หนักอึ้ง
“…ก็คิดอยู่ เพราะถึงยังไง นามสกุลของฉันก็คือแอคเคอร์มันน์อยู่ ดี”
“แล้วไง? รุ่นพี่ก็คือรุ่นพี่ คุณเคยถามผมเรื่องนี้มาก่อนใช่ไหมล่ะ?”
“ใช่ฉันเคย แต่มันไม่เหมือนกันกับครั้งนี้นี่?”
เด็กสาวผมดําเงยหน้าขึ้นน้อยๆ ระลึกถึงสีหน้าของโรเอลหลังจาก เห็นความทรงจําในใจเธอ แล้วกระซิบ
“ระหว่างฟังเขาพูดกับเห็นด้วยตาตัวเอง ความรู้สึกย่อมต่าง ออกไปโดยสิ้นเชิงอยู่แล้ว แล้วเรื่องของบรรพบุรุษก็เป็นเรื่องที่เธอ ต้องการสืบให้กระจ่าง ตอนนี้เธอเจอทั้งศัตรูและผู้สมคบคิด จริงๆ แล้ว เธออยากจะทําอะไรไหม?”
“…”
เมื่อเผชิญกับคําถามของลิเลียน โรเอลก็พูดไม่ออกไปชั่วขณะ สาเหตุที่ตระกูลอาร์เด้ถูกทําลายนั้นก็เป็นหนึ่งในความจริงที่เขาตามหา และหลังจากรู้เรื่องเขาก็โกรธจริงๆ แต่ที่จริงแล้ว เด็กหนุ่มถือว่าผู้ร่วง หล่นคือศัตรูโดยสมบูรณ์ แต่กับตระกูลแอคเคอร์มันน์นั้นต่างออกไป
“บรรพชนแอสตริดได้พูดไว้ว่าบรรพชนของแอสคาร์ด แคโรไลน์ นั้นร่วมมือกับตระกูลแอคเคอร์มันน์ในท้ายยุคที่ 2 ไม่ว่าการร่วมมือกับ ตระกูลแอสคาร์ดนั้นจะมาจากความรู้สึกผิดหรือต้องการปกป้องตัวเอง ก็ตาม ความแค้นต่อแอคเคอร์มันน์นั้นก็นับว่าถูกชําระแล้วในยุคของแค โรไลน์”
“ในโศกนาฏกรรมสหัสวรรษก่อน นอกจากปัจจัยภายนอกจากผู้ ร่วงหล่น ปัจจัยภายในสุดท้ายแล้วก็มาจากความเคลือบแคลงที่ไร้การ กระตุ้นของแอคเคอร์มันน์ ตอนนี้จะให้ฉันผิดต่อคนรักของฉันเพราะ นามสกุลเนี่ยนะ? นั่นเป็นเรื่องของพวกเขา ไม่ใช่ของรุ่นพี่สักหน่อย?”
“โรเอล…”
“รุ่นพี่ อย่ากังวลเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย และถึงยังไง คุณจะถูกแยกว่า เป็นคนนอกสายเลือดแอสคาร์ดได้ยังไง? อีกอย่าง… คุณไม่ใช่แม่ของลูก ผมเหรอ?”
“!”
เด็กหนุ่มผมดํายกมุมปากขึ้นแล้วพูดติดตลกให้ลิเลียนเงยหน้าขึ้น กะทันหัน เด็กสาวมองหน้าโรเอล แล้วหลังจากผ่านไปสักพักเธอก็ยิ้ม นิดๆ อย่างสุขใจ
“…ก็จริง มันไม่สมกับเป็นฉันเลยที่จะเสียผลประโยชน์”
“คุณเป็นห่วงเรื่องผลประโยชน์เหรอ? รุ่นพี่ตอนนี้ก็ต่างจากปกติ จริงๆ แต่… ผมก็ชอบรุ่นพี่แบบนี้อยู่ดี”
“…ฉันก็คิดว่าเธอพูดเก่งขึ้นนะ”
“ไม่ชอบเหรอ?”
“เปล่า”
เด็กสาวส่ายหน้าแล้วกระซิบ เธอขยับไปจูบเด็กหนุ่มเบาๆ ดวงตาสี ม่วงของเธอสะท้อนเงาร่างของโรเอล แล้วเธอก็พูดขึ้น
“ยังไงฉันก็ยังชอบเธออยู่ดี”