ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 561: ปัญหาเก่าๆ (2)
บทที่ 561: ปัญหาเก่าๆ (2)
หลังจากปลดปมในใจลิเลียนเกี่ยวกับตระกูลแอคเคอร์มันน์ได้แล้ว เด็กสาวผมดําก็พักผ่อนแล้วเดินไปบนถนนที่ยังอยู่ในสภาพปกติเพราะ ไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นสนามรบ และไม่ใช่เพราะทั้งคู่อู้ไม่ทํางาน แต่โรเอล ไตร่ตรองดูแล้วคํานวณได้ว่าพวกเขาไม่ต้องทําอะไรเลย
แม้ว่าความสามารถของเวโรนิก้าจะถูกเทรนท์ผู้ร่วงหล่นขโมยไป ทําให้ความสามารถที่ถูกลดทอนไปนั้นมีผลเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น นั่น หมายความว่าเมื่อตกกลางคืน ทุกคนในทีมสืบสวนจะกลับเป็นปกติ
หลังจากถกเถียงและปรึกษากับลิเลียนแล้ว เวลาตอนนี้ใกล้จะ เที่ยง โรเอลถือหัวใจของเวโรนิก้าแล้วพยายามหาทางแก้คําสาป ประมาณไว้ว่าเขาอาจจะไม่สามารถหามันได้แม้จะตกกลางคืนแล้ว ดังนั้นถ้าเทียบกับการพยายามอย่างไร้ผล สู้ทําเพียงรอน่าจะดีกว่า
ยิ่งกว่านั้น สําหรับโรเอลและลิเลียน นี่คือช่วงสุดท้ายที่พวกเขาจะ ได้อยู่ด้วยกันตามลําพัง เมื่อทุกคนกลับสู่สภาวะปกติพวกเขาก็จะ กลับไปเป็นพี่สาวและน้องชายกันอีกครั้ง และจากนั้นทั้งคู่ก็ต้องแยก จากกัน
หลังจากการเดินทางนี้ ลิเลียนจะต้องไปอยู่กับกองทัพและเข้าสู่ แนวหน้าโดยตรงตามเส้นทางเดินทัพของจักรวรรดิออสทีน ในขณะที่โร
เอลจะต้องกลับไปที่สถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่าเพื่อสืบและค้นหา ร่องรอยของ [หกภัยพิบัติ] และสั่งสมพลังของเขาต่อ ในขณะเดียวกันก็ จะต้องใช้สมาชิกของกุหลาบอรุณในการระดมกําลังจากนานาประเทศ เพื่อค้นหาผู้ร่วงหล่นที่นําโดย [นักสะสม]
เป้าหมายของผู้ร่วงหล่นคือผนึกของผู้กอบกู้ นี่ไม่ใช่ปัญหาของ ตระกูลแอสคาร์ดเท่านั้น แต่เป็นเหตุการณ์สําคัญที่เกี่ยวข้องกับทุกคน ในทวีปเซีย ดังนั้นเป็นธรรมดาที่ทุกคนควรร่วมมือกัน แต่ในการแก้แค้น สุดท้ายโรเอลยืนกรานว่าต้องเป็นเขาเท่านั้น ลิเลียนเองก็อ่อนใจกับ เรื่องนี้ แต่เธอก็ทําได้เพียงเห็นด้วย
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด เมืองร้างในหุบเขานี้ก็จะเป็นจุดสุดท้าย ก่อนที่พวกเขาจะจากกันอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง และทั้งสองเองก็อยากจะ ถนอมเวลานี้ไว้ ไม่อยากให้ใครรบกวน
โรเอลตั้งใจจะนําหัวใจของเวโรนิก้ากลับไปทําพิธีศพต่อที่คฤหาสน์ แอสคาร์ด ซึ่งคาดว่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทําได้สําหรับบรรพชนผู้นี้ซึ่ง เสียชีวิตในสงครามมานับพันๆ ปี สําหรับเรื่องผู้ถือครองนั้นถูกยก ให้กับเปตรา เทียบกับเทรนท์แล้วพลังชีวิตของมารดาแห่งเทพธิดานั้น บริสุทธิ์กว่าไม่รู้กี่เท่า เธอสามารถรักษาหัวใจนี้ได้อย่างสมบูรณ์
ส่วน [เนตรแห่งพอร์ทัส] นั้น โรเอลใช้สัมผัสแห่งธารน�าแข็งแช่แข็ง มันโดยสมบูรณ์แล้วส่งให้กับราชินีแม่มดซึ่งเชี่ยวชาญด้านคาถาเวท ที่สุด
ที่จริงแล้วโรเอลอยากจะทําลายโคมไฟที่เป็นสัญลักษณ์ของดวงตา ของผู้กอบกู้ซึ่งล่อลวงผู้คนสู่ความวิปริตนี้เสีย แต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น และมันก็ไม่ควรถูกส่งต่อไปที่สถาบันการศึกษาด้วย
ประเด็นแรกคือนี่เป็นสินสงครามของโรเอลเอง จากกฎเกณฑ์ของ สถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่าแล้วเขาไม่ต้องส่งมอบมันให้สถาบัน สอง คือ ต่อให้เขามอบมันให้สถาบัน สถาบันก็ไม่มีวิธีรับมือมันอยู่ดี และ สุดท้ายซึ่งกวนใจโรเอลที่สุดคือในสถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่านั้นมี คนจํานวนมาก และส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการ ความอยากรู้อยากเห็น ของพวกเขาอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุใหญ่ได้
เนื่องจากเหตุผลด้านบน โรเอลจึงเลิกล้มความคิดที่จะส่งต่อมัน และหลังจากมอบมันให้กับอาร์เทเชียแล้ว โรเอลเริ่มพาลิเลียนไปชม ทัศนียภาพใกล้เคียง
หลังจากการสลายไปของหมอกหนา แผ่นดินของจักรวรรดิออสทีน นี้ก็เผยให้เห็นฉากที่เป็นเอกลักษณ์ของมัน ภายใต้แสงอาทิตย์เที่ยงวัน สายรุ้งที่เจิดจรัสพาดผ่านท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยละอองน�า ทั้งสองอยู่
ท่ามกลางทิวทัศน์งดงามนี้จนอารมณ์ดีขึ้น และพวกเขาก็สะเทือนใจ มากเช่นกัน
ไม่ว่าลิเลียนหรือโรเอลก็ไม่ได้คาดคิดว่าพวกเขาจะพบอันตราย ขนาดนี้ในเมืองที่ห่างไกล และไม่ได้คิดว่าพวกเขาจะพัฒนา ความสัมพันธ์กันที่นี่
“ขอโทษนะรุ่นพี่ ในฐานะของสถานที่ที่เก็บความทรงจําแล้ว ที่นี่ดู จืดชืดไปหน่อย”
“ไม่หรอก จริงๆ แล้วฉันไม่ได้สนใจเรื่องนี้ พูดให้ถูกคือเราอยู่ใน ห้องของ [ป้อมปราการสิบทิศ] ต่างหาก”
เด็กสาวผมดําผู้มีดวงตาสีม่วงกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าขึ้นสี เธอตั้งใจ จะจําห้องนอนนั้นไว้ตลอดไป ในขณะเดียวกัน โรเอลก็นึกถึงปัญหาเรื่อง ลูกที่เด็กสาวหยิบยกขึ้นมา
“พูดอีกทีก็… ผมจําได้ว่าบรรพชนแอสตริดเคยบอกว่ารุ่นถัดไป ของเราอาจจะเป็นเลือดบริสุทธิ์”
“อื้อ ฉันจําได้”
ได้ยินคําพูดของโรเอลแล้ว ลิเลียนก็พยักหน้าเล็กน้อย ระลึกถึง ความรู้ของบรรพชนขึ้นมา สําหรับสองคนที่สืบสายเลือดเดียวกันแล้ว
เด็กที่เกิดระหว่างพวกเขาอาจจะมีสายเลือดที่เข้มข้นและแข็งแกร่งกว่า นี่คือกฎที่คนในยุคโบราณสรุปเอาไว้
“สายเลือดผู้แสวงหาราชาที่แข็งแกร่งขึ้นอีกเหรอ? น่ากลัวนะ ผม นึกไม่ออกเลยว่าจะแกร่งขนาดไหน”
“…จริงๆ แล้ว ฉันไม่ชอบสายเลือดผู้แสวงหาราชาเลย ถึงมันจะ แข็งแกร่งแต่ก็อันตรายมากด้วยอย่างที่เธอพูด”
มองไปที่เด็กหนุ่มข้างๆ ลิเลียนคิดสักพักแล้วพูดเช่นนั้น เธอก้มหัว ลง วางมือบนท้องน้อยโดยไม่รู้ตัวแล้วเอ่ยกระซิบ
“ถ้าเราจะมีลูกจริงๆ ฉันก็หวังแค่ให้เขามีความสุขและแข็งแรง ไม่ ว่าเขาจะปลุกพลังสายเลือดที่อันตรายนั่นได้หรือไม่ก็ตาม”
“…”
มองไปที่ลิเลียนซึ่งมีสีหน้าอ่อนโยนบนใบหน้าราวกับเธอกลายเป็น แม่ไปแล้ว เด็กหนุ่มผมดําไร้ซึ่งคําพูด ดวงตาสีทองของเขามองตรงไปที่ เด็กสาว ละสายตาไม่ได้ไปชั่วขณะ
วิวสวยดีแท้
ความคิดแบบนั้นโผล่ขึ้นมาในใจของเด็กหนุ่ม ทําให้ใบหน้าของโร เอลแดงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ แต่คําพูดของเด็กสาวนั้นเขาไม่เห็นด้วย
ก่อนหน้านี้ โรเอลเคยคิดว่าถ้าเขาและลิเลียนได้เกิดด้วยกันใน ตระกูลแอสคาร์ด บางทีเขาอาจจะถูกพี่สาวคนนี้ตามใจจนเละเทะ แต่ โชคดีที่สถานการณ์นั้นไม่ได้เกิดขึ้น แต่ตอนนี้โรเอลรู้สึกว่าลูกของเขา อาจจะได้รับสิทธิพิเศษที่ว่านั่นก็ได้
“รุ่นพี่ คุณกําลังตามใจลูกอยู่นะ สายเลือดของแอสคาร์ดนั้น อันตรายก็จริง แต่ก็ไม่จําเป็นว่าการควบแน่นของสายเลือดจะเกิดขึ้น แน่นอน มันเป็นไปไม่ได้ จริงๆ แล้วรุ่นพี่ยังสามารถกดพลังของมันได้ ด้วยการแทนที่คุณสมบัติแก่นแท้ต้นกําเนิดของลูก ด้วยสมบัติแก่นแท้ ต้นกําเนิดอาณาจักรของคุณด้วย…”
เด็กหนุ่มผมดําว่าเช่นนั้นแล้วปรึกษาเรื่องของสายเลือดและสมบัติ แก่นแท้ต้นกําเนิดกับลิเลียน แล้วจากนั้นก็เปลี่ยนประเด็นคุยไปอีก มากมาย
แม้ว่าจะเป็นฤดูร้อน อากาศบนหุบเขานั้นก็ยังเย็นอยู่ คนทั้งสองที่ รู้สึกกระปรี้กระเปร่าคุยกัน ขณะยืนมองวิวจากบนภูเขาสูง จากนั้นก็ กอดกันมองพระอาทิตย์ตกดินจนย�าค�า ในตอนนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียง จากเมืองที่เคยเงียบสงัดในที่สุด
เห็นเช่นนั้น โรเอลและลิเลียนก็มองหน้ากันแล้วแยกจากกันอย่าง ช้าๆ ด้วยความเสียดายนิดๆ จากนั้นก็ออกตามหาสมาชิกทีมที่กลับสู่ สภาพเดิมด้วยกัน
โดยรวมแล้วการค้นหาก็เป็นไปอย่างราบรื่น เพราะทุกคนในทีม เป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติระดับสูง การเปลี่ยนแปลงชัยภูมิจึงไม่เป็น อันตรายกับพวกเขาถึงชีวิต โรเอลไม่จําเป็นต้องช่วยพวกเขา พวกเขาก็ สามารถออกมาจากซากปรักหักพังเองได้
ในขณะเดียวกัน เพราะพวกเขาตื่นตระหนกในตอนที่หายตัวไป ทุกคนจึงส่งเสียงดัง เสียงกรีดร้องดังไปทั่วเมืองร้าง
หลังจากได้ยินเช่นนั้นแล้ว ทั้งสองก็วิ่งตรงไปแล้วพบว่าทุกคน กําลังมองพวกเขาอยู่ สิ่งที่ทําให้โรเอลพูดไม่ออกนั่นคือนักวิชาการ ระดับสูงบางคนหวาดกลัวจนถึงขั้นโจมตีใส่เขา
หลังจากสมาชิกทีมอีกคนซึ่งปัดการโจมตีมั่วซั่วด้วยมีดพก โรเอลก็ หิ้วคนบางคนไปที่ [ป้อมปราการสิบทิศ] ที่ลิเลียนอัญเชิญมากลางเมือง ทว่าหลังจากคุยกับเด็กสาวแล้ว เขาก็ได้ยินข่าวไม่ดี
“คลุ้มคลั่ง?”
“อืม เป็นกันหลายคนเลยล่ะ น่าจะเป็นผลกระทบจากพลังของผู้ กอบกู้”
“…งั้นเหรอ”
หลังจากได้ยินข่าวจากลิเลียน สีหน้าของโรเอลก็ไม่ค่อยสู้ดีนัก มัน ชัดเจนว่าผลจาก [เนตรแห่งพอร์ทัส] นั้นทําอะไรโรเอลไม่ได้ แต่มันเป็น หายนะสําหรับคนเหล่านี้ ชีวิตของพวกเขาถูกช่วยไว้ แต่ก็มีผลกระทบ อย่างมากอยู่ดี
เมื่อเห็นสถานการณ์ของทีมแรก เด็กหนุ่มผมดําย่อมนึกถึงทีมที่ สองและอดกังวลไม่ได้ ถ้าเขาจะไม่ผิด จูเลียน่าและเซลิน่าก็คงถูกแสง ตะเกียงด้วยเช่นกัน
พวกเขาจะเป็นอะไรไหม? หรือว่า….
เด็กหนุ่มผมดําที่เป็นกังวลรอคอยอย่างเงียบๆ จนเลยไปถึง กลางดึก พลังเวทที่คุ้นเคยสองจุดก็ปรากฏขึ้นที่ชานเมือง และพวกเขา ก็พบโรเอลที่รออยู่ทันที
“หัวหน้า? นี่มัน…”
“ลูกพี่โรเอล?”
สองคนแรกที่ถูกพบคือสจ๊วร์ตและพอลซึ่งหายตัวไปก่อน ไม่ เหมือนชายชราที่พบมาก่อน พอลกลับมาเยาว์วัยอีกครั้ง สจ๊วร์ตเองก็ ลดท่าทีลง หลังจากทั้งสองฟื้ นตัวอยู่สิบนาทีกว่าก็มีพลังเวทปรากฏตัว ขึ้นกะทันหันอีกสองจุด นั่นคือจูเลียน่าและเซลิน่า แต่ไม่เหมือน พวกสจ๊วร์ต พวกเธอกําลังหลับใหล
โรเอลตกใจเมื่อเขาค้นพบเช่นนั้นและรีบตรวจสภาพของทั้งสอง แล้วก็พบว่ามันดูจะเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติหลังจากพบเหตุการณ์ สะเทือนใจ
ทุกคนถูก [เนตรแห่งพอร์ทัส] ฉายใส่ ผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ ระดับสูงบางคนในทีมตกสู่ความบ้าคลั่ง ทว่าสมาชิกทั้งสองของกุหลาบ อรุณสบายดี เห็นเช่นนี้โรเอลก็อดทอดถอนใจให้ความสําคัญของพลังใจ ไม่ได้ เขาวางใจโดยสมบูรณ์ และเมื่อสมาชิกทุกคนถูกพบแล้ว นั่นก็ แสดงว่าเวลาแห่งการแยกจากกําลังจะมาถึง!