ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 572: ทําให้แค่เธอ (2)
“ท่านพี่โรเอล ไม่ขําหนูเหรอคะ?”
“ไม่อยู่แล้ว แต่… เธอต้องไม่เมาอีกในอนาคต และมนตร์ของเผ่า เลือดถูกห้ามชั่วคราวและห้ามใช้กับคนอื่นนะ”
“หนูจะทําแบบนั้นกับคนอื่นได้ยังไงคะ! หนูจะใช้มันกับแค่ท่านพี่โร เอลเท่านั้นค่ะ!”
“โอ๊ะ งั้นเหรอ”
การแบนของโรเอลถูกนําเสนอให้กับเด็กสาวผมสีเงิน และเนื้อหา ของมันทําให้อลิเซียไม่พอใจนิดหน่อย เด็กสาวผมสีเงินจึงออกมาจาก กองผ้าห่มเพื่อประท้วง แต่เธอไม่คิดว่าจะเป็นการเดินตามแผนของ พี่ชายจนกระทั่งพบโรเอลยิ้มให้เธอเมื่อแผนของเขาลุล่วง
“เป็นยังไง? ยอมออกมาแล้วเหรอ?”
“ท่านพี่โรเอล… พี่จงใจพูดใช่ไหมคะ? แกล้งกันนี่นา ปั่ นหัวกันแบบ นี้…”
“ขอโทษนะ แต่มันได้เวลาที่ต้องออกมาแล้วล่ะ ไม่ว่าเธอจะบอกว่า เธอเป็นผู้ถือแหวนแล้วหรือยังไงก็ตาม แต่เธอก็จะโดนเจออยู่ดีถ้าหาย ตัวไปนานๆ นะ”
“…”
ฟังคําที่เป็นเหตุเป็นผลของโรเอลแล้ว อลิเซียก็พองแก้ม แต่สักพัก เธอก็พยักหน้าแล้วคลานออกไปจากเตียง
จากคืนที่ผ่านมา ชุดของเด็กสาวผมสีเงินยิ่งหลุดลุ่ย คอเสื้อของ เธอถูกปลดเพราะการดื่มเลือด แล้วถุงน่องของเธอก็ร่นลง ด้วย ทางเลือกสุดท้าย อลิเซียจึงทําได้เพียงนั่งที่ขอบเตียง ยืดขาเรียวของ เธอแล้วดึงถุงน่องด้วยมือพร้อมด้วยใบหน้าที่แดงเล็กน้อย และโรเอลก็ ได้นํารองเท้าของเด็กสาวมาวางรอไว้อีกฝั่ งหนึ่งแล้ว
เมื่อเห็นรองเท้าที่เธอเป็นคนถอดมันออกเองเมื่อคืน ใบหน้าของอ ลิเซียก็แดงก�าอีกครั้ง ดวงตาของเธอเสหลบไปด้านข้าง แต่ก่อนเด็กสาว จะได้เขินอาย โรเอลก็ยกข้อเท้าของเธอขึ้นแล้วใส่รองเท้าให้เธอ
“อ๊ะ ท ท่านพี่โรเอล ไม่ต้อง…”
อลิเซียซึ่งพบว่าโรเอลใส่รองเท้าให้เธอด้วยตนเองจึงรีบลุกขึ้น รู้สึก ปลื้มใจเล็กน้อยกับการกระทําของเด็กหนุ่ม โรเอลยิ้มให้กับเธอแล้วไม่ สนใจ
“คนอื่นไม่ได้ แต่จะทําแบบนี้กับอลิเซียคนเดียว เราเสมอกันแล้วใช่ ไหม?”
“ท่านพี่โรเอล…”
เด็กสาวผมสีเงินอดหน้าแดงเพราะคําพูดของโรเอลไม่ได้ แต่ใน ขณะเดียวกันความสุขเล็กๆ ก็ไหลวาบในใจเธอ ตัวตนของโรเอลนั้นไม่ เหมาะกับบทบาทที่เหมือนกับคนรับใช้แบบนี้ แต่เขาก็เต็มใจจะทําแบบ นี้เพื่ออลิเซีย นั่นแสดงว่าเด็กสาวมีตัวตนที่ชัดเจนในหัวใจของเขา และ ได้รับการถนอมไว้อย่างดี
เด็กสาวผมสีเงินผู้กําลังสัมผัสความรู้สึกแปลกใหม่ในใจเขินอาย เล็กน้อย แต่ในตอนนี้ไม่ใช่การดีถ้าเธอจะอยู่ในสายตาของโรเอลนานๆ เพราะว่าอลิเซียซึ่งเพิ่งตื่นนอนนั้นยังไม่ได้จัดเสื้อผ้าหน้าผมของเธอ และอยู่ในสภาพที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย
ถึงแม้ว่าเธอจะอาบน�าก่อนจะมาที่นี่แล้วเมื่อคืนวาน แต่เธอก็มี เหงื่อเพราะความเมา สําหรับเด็กสาวที่รักความสะอาดแล้ว เธอยอม เละเทะเช่นนี้ต่อหน้าหวานใจของเธอไม่ได้หรอก
รีบปิดหน้าที่แดงก�า อลิเซียวิ่งไปที่ห้องน�าข้างๆ และโรเอลที่มอง เด็กสาวที่วิ่งออกไปก็ถอนหายใจโล่งอกเสียที แล้วนั่งกลับลงไปบนเก้าอี้ เหมือนต้องการพัก
“เท่านี้ เรื่องเมื่อคืนก็จบแล้ว”
เด็กหนุ่มพูดพลางลูบหน้าผาก หลับตาของเขาอย่างช้าๆ ด้วย ความเหนื่อยล้า และผล็อยหลับไป
———————–
หลังจากความชุลมุนในคืนนั้น โรเอลผู้ปลอบอลิเซียสําเร็จก็เริ่ม ช่วงเวลาพักผ่อนของตัวเอง
หลังจากภารกิจของฝ่ายกุหลาบน�าเงิน โรเอลก็ได้หน่วยกิตเพียง พอสําหรับหนึ่งปีแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องวิ่งเต้นอะไรอีก ส่วนเรื่องการ โจมตีทีมสืบค้นนั้น โรเอลก็ใช้เวลาเข้าพบผู้อํานวยการของสถาบัน แอน โตนิโอ
ด้วยคําอธิบายของโรเอล สาเหตุและผลกระทบของเรื่องราวนี้ก็ กระจ่างชัด แต่อันที่จริงแล้วต่อให้โรเอลไม่ได้อธิบายอะไร แอนโตนิโอก็ เกลียดผู้ร่วงหล่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ครั้งนี้เป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น
ด้วยประสบการณ์และบทเรียนนับศตวรรษ และสาเหตุที่แท้จริงที่ โรเอลเสริมขึ้นมาในวันนี้ การโจมตีทั่วโลกที่เกิดขึ้นโดยผู้ร่วงหล่นนั้น พัฒนาความร้ายแรงไปจนประเมินไม่ได้ ในขณะเดียวกัน การปลุกชีพ บรรพชนคนหนึ่งของโรเอลก็ได้เริ่มเตรียมการ
“หือ? พวกตาแก่หัวรั้นจากอาณาจักรแห่งภาคีอัศวินเพนเดอร์เห็น ด้วยที่จะปลุกชีพท่านแอสตริดเหรอ? ทีแรกผมนึกว่าผมต้องไปชี้ชวน เพิ่มเติมเสียอีก”
โรเอลกะพริบตาปริบๆ เมื่อได้ยินข่าวจากสถาบันอย่างไม่คาดฝัน แผนปลุกชีพของแอนโตนิโอเป็นสิ่งที่สมัชชานักปราชญ์พลบค�าและ ตระกูลที่ซ่อนอยู่ในอาณาจักรแห่งภาคีอัศวินเพนเดอร์คัดค้านมาตลอด ในวันหยุดถัดไปนั้นโรเอลวางแผนจะไปที่นั่นด้วยตนเองด้วยเรื่องนี้ แต่ เขาไม่คิดว่าเขาจะได้ไฟเขียวกลับมาตรงๆ ในครั้งนี้
เมื่อโรเอลที่สับสนในใจอยากจะรู้เหตุผล แอนโตนิโอก็ยิ้มให้เขา แล้วอธิบาย
“พูดรวมๆ แล้ว มันมีเหตุผลอยู่สองข้อ ข้อแรกซึ่งสําคัญที่สุดคือ สถานะปัจจุบันของผู้กอบกู้ ตัดสินจากสถานการณ์พวกกลายพันธุ์แล้ว ผู้กอบกู้จะอยู่ในจุดที่เกือบจะตื่นทุกๆ หลายร้อยปี มันไม่ใช่สิ่งที่ [ห้วง ความฝันแห่งความวุ่นวาย] จะระงับไว้ได้อีกต่อไป บทบาทของอาจารย์ แอสตริดในช่วงนี้ก็จะมีผลน้อยกว่าปกติ ดังนั้นเจ้าจะสามารถลองแยก ท่านออกจาก [ห้วงความฝันแห่งความวุ่นวาย] ได้”
“อีกข้อหนึ่งคือเจ้า”
“ผม?”
“ใช่ กษัตริย์วิลสัน คัมเบอร์เน็ตต์ ราชาแห่งอาณาจักรแห่งภาคี อัศวินเพนเดอร์ซึ่งเป็นบิดาของวิลเฮลมินาและผู้นํากองกําลังที่ หลงเหลือของสมัชชานักปราชญ์พลบค�านั้น หลังจากที่เจ้าเอาชนะวิล เฮลมินาได้ วิลสันก็ยอมรับเจ้าอย่างเป็นทางการ กุหลาบอรุณนั้นเขาก็ เป็นคนช่วยก่อตั้ง และครั้งนี้เขาก็สนับสนุนเจ้าเพื่อแสดงจุดยืนของ เขา”
“อย่างนี้นี่เอง”
ระลึกถึงเด็กสาวในชุดเกราะแล้ว โรเอลก็พยักหน้า ในช่วงวันหยุด ฤดูร้อนปีที่แล้ววิลเฮลมินาก็เคยพูดว่าเธอจะช่วยโรเอลเกลี้ยกล่อมบิดา ของเธอและกองกําลังสมัชชานักปราชญ์พลบค�าที่ยังหลงเหลืออยู่ ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเรื่องที่เธอพูดนั้นจะสําเร็จแล้ว
นึกเช่นนั้นแล้ว โรเอลก็รู้สึกขอบคุณวิลเฮลมินาอย่างเปี่ ยมล้น แล้ว เริ่มถามเกี่ยวกับรายละเอียดของการแยกแอสตริดออกจาก [ห้วงความ ฝันแห่งความวุ่นวาย] ซึ่งแอนโตนิโอก็บอกว่าเขาแน่ใจ และถึงขั้นฝึกฝน เรื่องนี้มาหลายปีแล้ว
เมื่อเห็นว่าแววตาของชายชราผมขาวนั้นจริงจังยิ่งกว่าครั้งใด โรเอ ลก็พยักหน้าอย่างไร้คําพูด และเขาก็อดทอดถอนใจไม่ได้
จะพูดได้ว่าความรักเป็นสิ่งวิเศษหรือเปล่านะ? เวลาผ่านไปหลาย ศตวรรษ แม้แต่ทะเลก็อาจจะเปลี่ยนไป แต่ความรู้สึกของแอนโตนิโอ ต่อแอสตริดนั้นดูจะไม่สั่นคลอนเลย และรังแต่จะเพิ่มขึ้นด้วยซ�า คงพูด ได้ไม่ผิดว่าผู้ชายที่เงียบขรึมนี้เป็นผู้มั่นคงในรักเสียมากๆ
ทว่ายังมีบางสิ่งที่โรเอลต้องเตือนเขา
“ผู้อํานวยการ ก่อนที่จะลงมือช่วยท่านบรรพชน เปลี่ยน ภาพลักษณ์สักหน่อยดีไหมครับ?”
“หือ? ภาพลักษณ์?”
“ใช่ มันไม่ยากสําหรับคุณหรอก ลูกศิษย์ผู้อ่อนวัยกลายเป็นชาย ชราไปเมื่อพบกันอีกครั้งนี่มันไม่ดีต่อใจเลยนะครับ”
“ฮะๆ นั่นสินะ”
แอนโตนิโอผู้เข้าใจสิ่งที่โรเอลต้องการจะสื่อยิ้มอย่างอ่อนใจ เด็ก หนุ่มไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น และหลังจากสนทนากันแล้ว ทั้งสอง คนก็งานยุ่งอีกครั้ง แอนโตนิโอตามเบาะแสของเด็กหนุ่มไปเพื่อตามหา พวกผู้ร่วงหล่น ในขณะที่โรเอลตามหาร่องรอยของหกภัยพิบัติ
จากการอ่านอย่างต่อเนื่อง โรเอลรู้สึกว่าพลังของเขาเริ่มเติบโตขึ้น อีกแล้ว และในการต่อสู้กับเทรนท์ผู้ร่วงหล่นก็ยังให้ประสบการณ์เฉพาะ
กับเขา แค่การเรียนและความคืบหน้านี้ ปีที่สองของโรเอลในสถาบันก็ ผ่านไป
เมื่อเขากลับมาที่สถาบันแยกกับลิเลียน นั่นเป็นช่วงปลายฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วงที่กําลังจะมาเป็นช่วงปิดเทอม ถ้าคิดให้รอบคอบแล้ว โรเอลใช้เวลาส่วนใหญ่ในปีที่ 2 ไปกับภารกิจและการอ่าน เทียบกับ ความวุ่นวายในสมัยปี 1 แล้วต่างกันลิบลับ แต่โชคดีที่วันคืนที่น่าเบื่อนั้น จบลงแล้ว
เมื่อหน้าร้อนดําเนินไป สมาชิกการประชุมสหประชาชาติของ อาณาจักรก็กลับถึงอาณาจักรของตนคนแล้วคนเล่า และทายาทอีกสอง คนอย่างนอร่าและชาร์ล็อตก็กําลังกลับไปที่บ้านของพวกเธอ ต้องบอก ว่านี่เป็นข่าวดีที่เด็กหนุ่มผมดํารอมานาน
เหมือนกับที่เหล่าเด็กสาวคิดถึงเด็กหนุ่มหลังจากเวลาผ่านไปนาน แม้ว่าโรเอลจะไม่ได้พูดอะไร แต่เขาก็ยังคิดถึงเด็กสาวทั้งสอง ถ้านับ เวลาแล้ว โรเอลและทูตสวรรค์สาวนั้นถูกแยกกันมานานกว่าครึ่งปีแล้ว ส่วนชาร์ล็อตนั้นก็ไม่ได้พบกันมาเกือบจะปีหนึ่งแล้ว
ปีที่แล้ว ชาร์ล็อตก็เคยพูดว่าเธอจะมาหาโรเอลในช่วงปีใหม่ แต่ เพราะว่าเด็กหนุ่มต้องเดินทางไปตะวันออก ทั้งสองจึงคลาดกัน สงครามที่เริ่มขึ้นเมื่อปีก่อนดําเนินมาจนถึงตอนนี้ โรเอลเหนื่อยกับการ
เทียวไปเทียวมาเต็มทน จนกระทั่งเมื่อพวกเธอต้องไปเข้าร่วมการ ประชุม โรเอลก็ไม่มีโอกาสเจอทั้งคู่เลย
ด้วยเวลาที่เดินไป ความรู้สึกของโรเอลต่อทั้งคู่ก็ไม่สามารถกดไว้ได้ อีก แต่โรเอลไม่ได้คิดว่าการพัฒนาความสัมพันธ์นั้นไม่ได้ไปได้สวย
ดูเหมือนว่าสงครามสามที่ในฝั่ งตะวันออก การกวาดล้างผู้ร่วงหล่น และการค้นหาหกภัยพิบัตินั้นล้วนแล้วแต่แข่งกับเวลา ทําให้ทูต ศักดิ์สิทธิ์ยุ่งจนหัวปั่ น ดังนั้นนอร่าจึงไม่ได้กลับมาที่สถาบันและต้องดิ่ง ไปที่เมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์โดยตรง ข่าวนี้ทําให้โรเอลที่รอการกลับมาของ เด็กสาวอย่างใจจดใจจ่อต้องผิดหวัง แต่เขาก็เข้าใจในเหตุผลนั้น
ไม่ว่าอย่างไร พวกลัทธิชั่วร้ายและพวกกลายพันธุ์ก็ต้องถูกกําจัด ก่อน โรเอลเห็นด้วยกับเรื่องนี้มาก แม้ว่านอร่าจะไม่สามารถกลับมาที่ สถาบันได้เพราะเช่นนี้ แต่เธอก็เขียนจดหมายถึงโรเอลซึ่งทําให้เขารู้สึก ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันทางด้านชาร์ล็อตนั้น โรเอลค่อนข้างงุนงง
ไม่เหมือนนอร่าซึ่งยุ่งจากเรื่องบ้านเมืองของเธอ ชาร์ล็อตกลับมาที่ สถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่าในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง แต่น่าแปลกที่เธอ ไม่บอกถึงการกลับมาหรือมาหาเขา ราวกับว่าโรเอลไม่มีตัวตน
เห็นดังนั้นแล้วเด็กหนุ่มก็สับสน หลังจากคิดอยู่พักใหญ่เขาก็รู้สึกว่า การจากกันนานๆ อาจทําให้เธอเคือง เขาจึงเตรียมของขวัญแล้วตั้งใจ จะไปขอคืนดี ทว่าเขาไม่คิดว่าจะได้คําตอบที่ไม่คาดฝันกลับมา
“ต้องขออภัยด้วยครับนายท่านโรเอล นายหญิงใหญ่กลับบ้านไป แล้วทันทีที่สอบเสร็จ ก็เลย…”
ในพิพิธภัณฑ์ผีเสื้อเริงระบํานั้น โรเอลเงียบไปเมื่อมองไปทาง พ่อบ้านตระกูลโซโรฟยาที่โค้งหัวแล้วพูดเช่นนั้น และความคิดหนึ่งก็ผุด ขึ้นมาในใจ
ชาร์ล็อตกําลังหลบหน้าเราอยู่เหรอ?
ทําไมล่ะ?
โรเอลขมวดคิ้วเมื่อความสงสัยนี้ปรากฏขึ้นในใจ และสังหรณ์ไม่ดี โดยพลัน หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
“เข้าใจแล้ว ในเมื่อชาร์ล็อตไม่มีเวลามาหาฉัน ฉันจะไปหาเธอเอง”
เด็กหนุ่มผมดําสิ้นสุดคําพูดของเขาอย่างใจเย็นด้วยรอยยิ้มบน ใบหน้า และสีหน้าของพ่อบ้านแห่งตระกูลโซโรฟยาก็เปลี่ยนไป เห็น ดังนั้นเด็กหนุ่มพลันรู้สึกใจดิ่งวูบ หันหลังจากไปทันทีโดยไม่สนคําโน้ม น้าวของพ่อบ้าน