ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 573: บอกเขาไม่ได้ (1)
ในสถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่า เด็กหนุ่มผมดําขมวดคิ้วและ กระสับกระส่ายมานับตั้งแต่กลับจากพิพิธภัณฑ์ผีเสื้อเริงระบําของฝ่าย กุหลาบแดง และเมื่อเห็นท่าทีของเขา สมาชิกที่อยู่ในคฤหาสน์สีกรมท่า ก็ไม่อาจทําเป็นเล่นไปได้ คฤหาสน์ที่เซ็งแซ่นี้จึงเงียบสงัดลงไปพักหนึ่ง
เด็กหนุ่มผู้ยืนครุ่นคิดตามลําพังอยู่ข้างหน้าต่างไม่ทันได้สังเกต แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะโรเอลไม่ได้สนใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ เขาในช่วงเวลานี้กําลังเหม่อลอย
หลังจากไปที่พิพิธภัณฑ์ผีเสื้อเริงระบํา ความคิดของโรเอลทั้งหมด ก็เบนไปที่เด็กสาวผมสีแดง ท่ามกลางความคิดและความกังวล แม้จะ ทําเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นเคย มันก็ปิดไม่มิดแล้ว
เหมือนที่เขาพูดว่าความเป็นห่วงนั้นยุ่งเหยิง แม้ว่าเรื่องราวของ ชาร์ล็อตจะดูเล็กน้อย แต่ในสายตาโรเอลแล้วนี่มันผิดปกติอย่างเห็นได้ ชัด
นายหญิงใหญ่แห่งตระกูลโซโรฟยานั้นเอาใจยาก แม้เธอจะ ปราดเปรื่องแต่บุคลิกของเธอนั้นค่อนข้างเย่อหยิ่ง การห่างกันนานๆ ต้องทําให้เธอไม่ชอบใจแน่นอน ดังนั้นการที่จะเลิกพบเจอหรือเลิกรัก
นั้นจึงทําได้อย่างกระอักกระอ่วน… คนอื่นคงคิดเช่นนั้น คําพูดนั้นน่าจะ ถูกสําหรับคนอื่น แต่โรเอลรู้ดีว่าชาร์ล็อตไม่ได้เป็นแบบนั้น
สายเลือดตระกูลโซโรฟยานั้นสืบมาจากไฮเอลฟ์ในสมัยโบราณ คุณสมบัติแก่นแท้ต้นกําเนิด [ความภักดี] นั้นทําให้หญิงสาวจากโซโรฟ ยาไม่มีวันผละจากคนรักของพวกเธอ และโรเอลก็มั่นใจในความรู้สึก ของทั้งสองมาก
สําหรับความกระอักกระอ่วนที่ไม่ได้เจอกันนานนั้น แม้ว่าจะพอ เป็นไปได้ แต่มันก็ต่างไปสําหรับโรเอล
เด็กหนุ่มผมดําเรียกได้ว่าเป็นคนที่ใกล้ชิดกับนายหญิงใหญ่แห่งโซ โรฟยามากที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในคนที่เข้าใจชาร์ล็อตที่สุด การ วางตัวของชาร์ล็อตที่มีต่อโรเอลนั้นต่างจากที่เธอทํากับคนอื่นโดย สิ้นเชิง แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้พบกันมานาน นั่นก็เป็นเพราะปัจจัยภายนอก และไม่ใช่ความผิดของโรเอล เด็กสาวที่เข้าใจเขาไม่น่าจะโกรธ แต่จะดี ใจเสียมากกว่า
อีกอย่าง แม้ว่ามันจะกระอักกระอ่วนสักหน่อย แต่ชาร์ล็อตจะยอม ลงให้โรเอลมากกว่าจะเดินหนีไปแบบนี้ บทบาทของศรีภรรยาและแม่ที่ ดีนั้นทําให้เธอกังวลในปัญหาหน้าตาของโรเอลต่อหน้าคนนอกอยู่เสมอ และเพราะเธอพึ่งพาตนเองมาตั้งแต่เล็กทําให้ชาร์ล็อตเชี่ยวชาญใน ความซับซ้อนของสังคมมาก
IQ สูงและ EQ ที่สูงยิ่งกว่า นี่จึงตัดสินได้ว่านายหญิงใหญ่แห่งโซ โรฟยานั้นจะทะนุถนอมคนสําคัญของเธอเสมอ เด็กสาวไม่ค่อยสร้าง ความขัดแย้งแม้เธอจะเจ้าอารมณ์ และเป็นเพราะเหตุนี้แหละที่ทําให้โร เอลมีความรู้สึกพิเศษต่อเธอ
ราวกับเป็นการร่วมมือกันโดยไม่ต้องสื่อสารของสามีภรรยา แม้จะ ไม่ต้องคุยกันมากมาย ทั้งคู่ก็จะคิดถึงกันและกันเสมอ ซึ่งมันถูกสะท้อน ให้เห็นเมื่อทั้งคู่ทํางานร่วมกันกับสหพันธ์พ่อค้าโรซ่า
นี่คือชาร์ล็อตที่แยกตัวออกไปคนเดียว มันต้องมีเหตุผลเบื้องหลัง แน่ๆ และหลังจากคิดถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับทั้งนอร่าและลิเลียนแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่โรเอลจะไม่เป็นห่วง
แต่ต้องพูดว่าแม้เขาจะเป็นห่วง โรเอลก็ยังต้องพิจารณาถึงเรื่องอื่น ด้วย ในตอนนี้ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่บ่งบอกว่าชาร์ล็อตกําลังมีปัญหา ทุก อย่างเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น แม้แต่การจากไปนั้นก็เป็นการ ตัดสินใจของชาร์ล็อตเอง ดังนั้นเขาจะไม่ด่วนตัดสิน หรือมีบางสิ่งที่ชาร์ ล็อตจงใจปิดจากโรเอลกันนะ?
นึกไปถึงตรงนี้โรเอลก็สับสนอยู่พักหนึ่ง แล้วการที่เด็กหนุ่มผมดํา เหม่อคิดออกไปนอกหน้าต่างนั้นก็ย่อมดึงความสนใจจากพอลและคน อื่นๆ วัลคีรี่ในชุดเกราะอย่างบริตตานี่ก็อยากจะเข้าไปถาม แต่เกอรัลก็ หยุดเธอไว้
“เธอจะทําอะไร?”
“หัวหน้าโรเอลน่าจะเป็นห่วงอะไรอยู่ ฉันเลยจะเข้าไปถามว่าช่วย อะไรได้บ้าง เพราะยังไงเสียฉันก็ติดหนี้บุญคุณหัวหน้าอยู่นะ”
นึกไปถึงเรื่องที่โรเอลเคยช่วยประสานความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง สองมาก่อน เด็กสาวผมบลอนด์กํามือของเธอแล้วพูดอย่างกระตือรือร้น ได้ยินเช่นนั้นเกอรัลก็พยักหน้า แต่เขาก็ไม่ปล่อยเธออยู่ดี
“ความคิดดีนะ แต่รออีกหน่อยเถอะ เพราะถึงยังไง… เรื่องที่คาใจ หัวหน้าก็ไม่น่าใช่เรื่องที่เราช่วยได้”
“นั่นสินะ ถ้าเป็นเรื่องของเราๆ ลูกพี่โรเอลไม่น่าจะกังวลขนาดนี้”
ด้วยความที่รู้จักกับโรเอลมาสองปี เกอรัลผู้คุ้นชินกับลักษณะนิสัย ของเด็กหนุ่มแล้วพูดขึ้น และพอลผู้ได้ยินเข้าก็พยักหน้า ภายใต้การนํา ของทั้งสอง บรรยากาศภายในคฤหาสน์สีกรมท่าก็สงบลงมาก แต่ด้วย สภาพแวดล้อมที่ดีและเพื่อนที่คุ้นเคย โรเอลก็ตัดสินใจได้แล้วเช่นกัน หลังจากคิดอยู่นาน
เด็กหนุ่มผู้คิดจบแล้วดึงสติของเขากลับมาแล้วมองไปที่พวกพอลที่ รออยู่ไม่ห่างแล้วยิ้มให้พวกเขา ซึ่งนั่นทําให้เกอรัลและคนอื่นๆ โล่งใจ
“ขอโทษนะ ทําให้พวกนายเป็นห่วงซะแล้ว แต่ฉันมีบางเรื่องที่ต้อง รบกวนพวกนายหน่อย”
“ลูกพี่โรเอล ว่ามาเถอะครับ มีอะไรที่พวกผมช่วยได้บ้าง?”
“อืม ฉันเกรงว่าฉันต้องออกจากสถาบันไวกว่ากําหนดสําหรับปีนี้ ฝากคฤหาสน์สีกรมท่าไว้ก่อนได้ไหม”
“เอ๋?”
หลังจากได้ยินคําพูดของโรเอล พวกพอลทั้งสามก็เบิกตากว้าง และตรงหน้าพวกเขา เด็กหนุ่มผมดํามีสีหน้าที่จริงจัง ดูยังไงก็ไม่ได้ ล้อเล่นเลย
ใช่แล้ว นี่คือการตัดสินใจของโรเอลหลังจากคิดอยู่นาน นั่นคือเชื่อ ในความรู้สึกที่เกิดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ผีเสื้อเริงระบําและเดินทางไปที่ อาณาจักรแห่งการค้าโรซ่าทันที
แม้ว่าโรเอลจะไม่รู้สถานการณ์ใดๆ เกี่ยวกับชาร์ล็อตและตระกูลโซ โรฟยาก็ไม่ได้บอกอะไรเขาเนื่องจากคําสั่งของเธอ แต่โรเอลก็ไม่กล้า เดิมพันกับมัน
ตราบใดที่ชาร์ล็อตมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ โรเอลจะไม่ทํา เพียงรอ ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรก็ตาม
หลังจากตั้งใจแล้ว โรเอลก็เรียกทั้งสามไปที่ห้องประชุมเพื่อจัดการ แบ่งงาน
แม้ว่าปีการศึกษาที่สองจะจบลงแล้ว แต่โรเอลยังมีเรื่องอีกมากที่ ต้องทํา รวมถึงการปรับเปลี่ยนและฝึกฝนของทั้งฝ่ายด้วย
หลังจากการประชุมสหประชาชาติของอาณาจักรผ่านไป อาณาจักรแห่งการศึกษาโบรเนล ในฐานะของเขตฝึกฝนผู้มี ความสามารถแล้ว ได้มีการเพิ่มเนื้อหาการฝึกฝนใหม่ในระหว่าง สงคราม หนึ่งในนั้นคือการทํางานเป็นทีม ในฐานะของทีมที่พร้อมอยู่ แล้ว แต่ละฝ่ายจะต้องมีบทบาทในเนื้อหาการเรียนการสอนที่เพิ่มมา เป็นกลุ่มนําร่อง ฝ่ายกุหลาบน�าเงินของโรเอลนั้นมีชื่อเสียงหลังจากศึก ชิงถ้วย ดังนั้นผลลัพธ์จะต้องออกมาดี
ในขณะเดียวกัน การเพิ่มความสามารถการสู้รบเป็นทีมของ สมาชิกฝ่ายก็เป็นการเตรียมการสําหรับสนามรบในอนาคตด้วย โรเอล ไม่ต้องการให้สมาชิกฝ่ายของเขาถูกฝังในสนามรบได้ง่ายนัก และในแง่ ของสถานอํานวยความสะดวกนั้นพวกเขาก็มีมิติแยกอยู่ ฝ่ายกุหลาบน�า เงินจึงนับว่าได้เปรียบที่สุด
ใช่แล้ว ในครั้งแรกที่โรเอลเลือกสถานที่ตั้งฝ่าย เขาพิจารณาไว้ว่า เขาสามารถใช้มิติแยกเพื่อฝึกการต่อสู้กับสัตว์อสูรซึ่งมันจะไม่หายไป ตราบใดที่ไม่ฆ่าทั้งหมด ในตอนนี้ที่การต่อสู้เป็นทีมกลายเป็นกระแส นี่
จึงได้กลายเป็นทรัพยากรที่หาได้ยากที่สุดในสถาบัน ด้วยมิติแยกที่ช่วย ในการเรียนรู้ได้เช่นนี้ นักเรียนจะได้กระเสือกกระสนในการรบจริง แทนที่จะเป็นแค่การฝึกที่ไม่อันตราย
ทีแรกโรเอลอยากจะฝึกฝนในช่วงท้ายเทอม แต่ตอนนี้เขาทําได้แค่ ส่งต่อภารกิจสําคัญเหล่านี้ให้กับพอลและคนอื่นๆ หลังจากอธิบายสิ่งที่ ต้องทําแล้ว เด็กหนุ่มก็ออกไปที่ฝ่ายกุหลาบขาวที่อลิเซียสังกัดอยู่
การออกจากสถาบันก่อนกําหนดนั้นไม่เพียงแต่เพื่อแจกจ่ายงาน แต่ก็เพื่อไปทักทายอลิเซียด้วย นี่คือสิ่งที่โรเอลต้องทํา เพราะถึงอย่างไร การเดินทางจากสถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่าไปยังเขตการปกครอง แอสคาร์ดนั้นก็กินเวลามากว่าหนึ่งเดือนเพราะความไกลของมัน การที่ โรเอลจากไปก่อนย่อมหมายถึงอลิเซียจะต้องใช้เวลาที่น่าเบื่อนั้นคน เดียว
ที่ตั้งของฝ่ายกุหลาบขาวนั้นอยู่ใกล้ลําธาร ทําให้มันมีชีวิตชีวาเป็น พิเศษในหน้าร้อนที่อบอ้าว ห้องของอลิเซียนั้นราวกับโรงแรมขนาด ใหญ่ที่เห็นวิวลําธาร ซึ่งดูราวกับดินแดนเทพนิยายในทุกเช้าที่หมอกปก คลุมลําธาร เหมือนเช่นความงามอันน่าตื่นตะลึงของอลิเซีย ผู้คนถึงกับ คิดว่าตนได้หลงมายังเมืองแฟรี่ด้วยซ�า
ทัศนียภาพของที่ตั้งฝ่ายของอลิเซียนั้นสวยงามมาก เพราะมัน ตั้งอยู่ใกล้ลําธาร ที่นี่จึงเย็นกว่าทุกที่ในฤดูร้อน การทานอาหารเย็นที่
ระเบียงนั้นก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในหน้าร้อนอย่างหนึ่ง ทว่าความ งดงามของสิ่งแวดล้อมและความเย็นจากสายลมค�าคืนนั้นก็ไม่อยาก หยุดความรู้สึกสูญเสียของอลิเซียที่ได้ยินว่าโรเอลจะออกจากสถาบัน ก่อนกําหนดได้
ที่โต๊ะอาหาร เด็กสาวผมเงินครุ่นคิดถึงการกลับบ้านคนเดียวอย่าง ว้าเหว่ซึ่งจะนานแรมเดือน ความไม่เต็มใจก็ย่อมปรากฏขึ้นบนใบหน้า งดงามนั้น เมื่อเห็นเช่นนั้นโรเอลก็ย่อมอ่อนใจ เขาจึงทําได้เพียงเป็นคน เริ่มแสดงความเอาใจใส่และความมุมานะ อาหารถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ และส่งไปให้กับเด็กสาว
“ขอโทษนะอลิเซีย แต่สถานการณ์ในทวีปเซียตอนนี้ค่อนข้างยุ่ง เหยิง ทั้งพวกลัทธิและผู้ร่วงหล่นก่อกวนไปทั่ว ฉันเป็นกังวลอยู่หน่อยๆ น่ะ”
“หนูเข้าใจค่ะ หนูรู้ว่าท่านพี่โรเอลเป็นคนแบบไหน แต่ว่า… ผู้หญิง คนนั้นจู่ๆ ก็หายไปโดยไม่ลา มันก็แปลกจริงๆ นะคะ”
นึกถึงเด็กสาวจากสายเลือดไฮเอลฟ์ที่ถูกโจมตีด้วยปัญหาทาง ฐานะของเธอ ซึ่งอย่างน้อยเธอก็รับมือมันอย่างดีแล้ว อลิเซียก็ขมวดคิ้ว อย่างแปลกใ