ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 574: บอกเขาไม่ได้ (2)
แม้ว่าอลิเซียจะทะเลาะกับนายหญิงใหญ่คนนี้บ่อยๆ เพราะโรเอล บ่อยยิ่งกว่าที่ทะเลาะกับนอร่าที่เธอทะเลาะด้วยมานานที่สุดอีก แต่เมื่อ พวกเธอโตมาด้วยกัน ชาร์ล็อตคือเพื่อนผู้หญิงที่เธอติดต่อด้วยมากที่สุด
เด็กสาวทั้งสองทะเลาะกัน และเพราะเรื่องของเขตพื้นที่ พวกเธอก็ ทํางานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาในยามที่โรเอลไม่อยู่ ความสัมพันธ์ของทั้ง สองจึงเป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่ง มันยากที่จะสรุป แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร อลิเซียผู้มีจิตใจดีย่อมเป็นห่วงขึ้นมาหน่อยๆ เมื่อชาร์ล็อตอาจจะอยู่ใน อันตราย
จากมุมมองของตระกูลแอสคาร์ด ชาร์ล็อตเป็นบุคคลที่อยู่ในจุด ศูนย์กลางของการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลแอสคาร์ดและ โซโรฟยา ความปลอดภัยของเธอจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่จะส่งผลต่อทั้ง ตระกูลแอสคาร์ดและการฟื้ นฟูเขตพื้นที่ ดังนั้นจึงจะนิ่งนอนใจไม่ได้
“ยังไงก็ตาม ฉันต้องไปหาชาร์ล็อต ดังนั้นเดือนหน้าที่เธอต้องกลับ บ้านอาจจะน่าเบื่อหน่อยนะ”
“ค่ะ แต่ว่าถ้าทางนั้นไม่มีปัญหาอะไร ช่วยกลับมาอยู่กับหนูไวๆ หน่อยนะคะท่านพี่โรเอล หนูยังมีหลายเรื่องที่อยากจะทํากับพี่ระหว่าง หยุดยาวอยู่…”
ภายใต้คําขอโทษและการโน้มน้าวของโรเอล อลิเซียจึงรู้สึกดีขึ้น เล็กน้อย แล้วเริ่มนึกถึงชีวิตปิดเทอมของพวกเธอ
สําหรับโรเอลและอลิเซียแล้ว วันหยุดอันจํากัดในสองสามปีต่อจาก นี้อาจจะเป็นเวลาพักผ่อนสุดท้ายของพวกเขา ถ้าเกิดว่าในอนาคตศึก กับพวกกลายพันธุ์นั้นยืดเยื้อ ทั้งโรเอลและอลิเซียก็จะต้องเข้าร่วม สงครามในฐานะผู้มีพลังเหนือธรรมชาติระดับสูง การคิดถึงชีวิตที่สงบ สุขนั้นคงยาก
เด็กหนุ่มผมดําครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ขณะฟังแผนการต่างๆ ของอลิ เซีย ทั้งสองพูดคุยและใช้เวลาด้วยกันทั้งคืนก่อนจะแยกจากกัน
รุ่งเช้าถัดมา เด็กหนุ่มผมดําก็บอกลาอลิเซียและไปที่บ้านที่กอง รักษาการณ์ของแอสคาร์ดจัดเตรียมไว้ใกล้กับสถาบัน และภายใต้การ คุ้มครองของผู้คุ้มกัน เขาก็พลันรีบรุดไปยังอาณาจักรพ่อค้าโรซ่า
—————————-
เด็กหนุ่มผมสีดําไล่ตามนายหญิงใหญ่ผู้มีผมสีแดง และในอีกฝั่ ง หนึ่ง บนถนนที่นําไปสู่เมืองศูนย์กลางแห่งการค้าโรซ่า ขบวนของรถม้า นับสิบคันกําลังขับมาด้วยความเร็วภายใต้การอารักขาของทีมคุ้มกัน มากมาย นี่คือสายธารแห่งอัญมณีซึ่งขึ้นตรงกับนายหญิงใหญ่แห่ง ตระกูลโซโรฟยา
สายธารแห่งอัญมณีนี้ยังเป็นชื่อที่คุ้นหูสําหรับเหล่าเชื้อพระวงศ์ และขุนนางทั่วทวีปเซียอีกด้วย มันไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความ หรูหรา ความสะดวกสบายและสิ่งบ่งบอกสถานะ แต่ยังเป็นหนึ่งใน ตัวอย่างของการใช้คาถาเวทมิติในชีวิตประจําวันด้วย
ทว่า สําหรับคาราวานระดับนี้ ความรู้สึกของมันต่างไปจาก บรรยากาศปกติอันสง่างามและไม่รีบร้อนอย่างสิ้นเชิง สารถีนั้นเหนื่อย ล้าแต่ก็ยังฝืนขับ ผู้คุ้มกันนั้นดูดีกว่านิดหน่อย แต่ความร้อนในฤดูร้อน นั้นก็ยังทําให้พวกเขาแฉะไปด้วยเหงื่อ
ผู้คนในขบวนเดินทางอย่างรีบร้อน ชัดเจนว่าพวกเขามุ่งตรงไปยัง จุดหมายอย่างไม่ได้พักผ่อนติดกันมาหลายวันหลายคืน ทว่าเกรซ หัวหน้าสาวใช้ประจําตัวชาร์ล็อตและบรรดาคนคุ้มกันในรถม้ายังรู้สึก ว่ายังไวไม่พอ สาวใช้ผมดําหมั่นตรวจแผนที่การเดินทางเพื่อคํานวณ เวลาที่เร็วที่สุดที่จะไปให้ถึงเมืองโรซ่าแล้วกําหมัดอย่างร้อนรน
“เกรซ อย่าลนลานไปเลย สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด หรอก”
“นายหญิง…”
บนเตียงนอนในห้องนอน ชาร์ล็อตในชุดนอนสีขาวทอดร่างอยู่ตรง กลางเตียงเจ้าหญิงอันกว้างขวาง ยิ้มให้กับสาวใช้ที่กําลังลนลาน เก
รซอดไม่ได้ที่จะดูกังวลที่เห็นเธอเป็นเช่นนั้นแล้วรีบตรงมาตรวจสภาพ ของเด็กสาวที่เตียง
ชาร์ล็อต โซโรฟยา นามนี้เป็นที่รู้จักดีในหมู่เด็กรุ่นใหม่ของทวีป เซีย เธอมีชื่อเสียงด้านความงามดุจเอลฟ์และสายเลือดสูงส่งที่ได้รับสืบ ทอดมาจากโบราณ หนึ่งในบุคคลที่มีความสามารถอันสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางบุคคลรุ่นใหม่นับไม่ถ้วนในทวีปเซีย ทว่าในยามนี้ สภาพของ เด็กสาวผมสีแดงนั้นไม่ค่อยดีนัก
ความงามอย่างเอลฟ์จากโบราณกาลนั้นไม่ได้เปลี่ยนไป กิริยาสูงส่ง นั้นก็ไม่ได้เปลี่ยน แต่สีหน้าของชาร์ล็อตนั้นซีดขาวและร่างกายของเธอ ก็อ่อนแอมาก กลิ่นอายแห่งความตายปะปนอยู่ในความงดงามของเธอ การปะปนนั้นทําให้ความงามของเธอเป็นดั่งภาพลวงตา
หากมีคนนอกมาเห็นคงคิดว่าเธอกําลังป่วยหนัก แต่ถ้าคํานึงถึง อํานาจยิ่งใหญ่ของตระกูลโซโรฟยาแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ทว่า โฉมงามที่เหมือนภาพลวงนี้ไม่ได้เรียบง่ายในสายตาเกรซ มันรบกวน เธอประหนึ่งถูกคําสาปหายนะ และเหตุผลนั้นก็เพราะว่าเกรซเคยเห็น อาการนี้มาก่อนจากบิดาของชาร์ล็อต
บรูซ โซโรฟยา หัวหน้าคนปัจจุบันของสหพันธ์พ่อค้าโรซ่านั้นเป็น ที่รู้กันว่าบริหารสมาคมพ่อค้าโรซ่ามานานหลายทศวรรษ แต่ไม่มีใคร
ทราบว่าผู้นําผู้เที่ยงธรรมนี้ป่วยหนักมาหลายปีแล้ว และจนบัดนี้เขาก็ ยังทรมานจากอาการป่วยประหลาด
แต่ตอนนี้ที่บรูซยังไม่ได้หายดี โรคประหลาดนี้ก็ดูเหมือนได้แพร่ มายังชาร์ล็อตแล้ว สถานการณ์นี้พูดง่ายๆ ก็คือฝันร้ายสําหรับเกรซผู้ เติบโตมาด้วยกันกับเด็กสาวดีๆ นี่เอง และเป็นเพราะเหตุการณ์นี้ การ กลับมาพบกันของเด็กสาวกับหวานใจของเธอจึงเสียเปล่าไป และเธอ ต้องกลับบ้านข้ามวันข้ามคืนเช่นนี้
“นายหญิงรู้สึกยังไงบ้างคะ? โปรดบอกความจริงเรื่องสถานะ กายภาพกับดิฉันเถอะค่ะ”
เกรซคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วกุมมือของเด็กสาวขณะมองเธอที่ยิ้ม เพราะไม่อยากให้เป็นห่วงแล้วถามอย่างจริงจัง เมื่อเห็นท่าทางของ เกรซเป็นเช่นนั้น เด็กสาวผมสีแดงจึงชะงักไปอย่างช่วยไม่ได้ แล้วเธอก็ ถอนหายใจ
“…ข้าดีขึ้นแล้วหลังจากได้นอน แต่ร่างกายของข้ายังไม่มีแรงมาก นัก แล้วก็มีกลิ่นอายของความตายในการหมุนเวียนพลังเวท แต่เหมือน พวกมันไม่มีผลอะไรนะ”
เหลือบมองไปที่สารพัดเครื่องรางป้องกันที่แพงหูฉี่บนอกของเธอ นายหญิงใหญ่ผู้มีผมสีแดงหยิบพวกมันออกไปอย่างไม่เต็มใจ เกรซที่ได้ ยินเช่นนั้นไตร่ตรองดูแล้ววิเคราะห์ออกมา
“ของพวกนี้ไร้ประโยชน์ หมายความว่านายหญิงใหญ่ไม่น่าจะถูก โจมตีจากภายนอกนะคะ”
“ไม่ใช่ว่าโอกาสน้อย แต่เกรงว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยต่างหาก อย่าว่า แต่คาถาเวทอื่นๆ เลย ถ้าเป็นคาถาเวทล่ะก็ มันจะผ่านตาข้าไปได้ ยังไง?”
ชาร์ล็อตพูดขึ้นแล้วเงยหน้ามองเพดานที่เจิดจรัสราวท้องฟ้าพร่าง ดาว และส่ายหน้าเพื่อปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีจาก ภายนอกสําหรับความผิดปกติของร่างกายนี้
ในฐานะผู้บูชาเทพธิดาแห่งชะตากรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านดารา ศาสตร์และผู้ใช้คาถาเวทอัญมณี ความเข้าใจต่อคาถาเวทของชาร์ล็อต นั้นเรียกได้ว่าเหนือจินตนาการของคนทั่วไป นั่นทําให้เป็นไปไม่ได้อยู่ แล้วที่เธอจะถูกคาถาเวทของคนอื่นเล่นงาน อย่าว่าแต่สะบักสะบอม ขนาดนี้เลย ใครมันจะไปทําแบบนั้นกับผู้นําแห่งสายธารแห่งอัญมณีได้?
เด็กสาวผมสีแดงครุ่นคิดขณะมองร่างกายของเธอเอง อย่างที่เขา พูดกันว่าน�าแข็งหนาสามฟุตไม่อาจเกิดขึ้นได้ในวันเดียว อาการ
ในตอนนี้ของชาร์ล็อตเองก็ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่ววัน ที่จริงแล้วถ้าไตร่ตรอง อย่างถี่ถ้วน หลังจากที่เธอแยกกับโรเอลเมื่อปีก่อนเธอก็รู้สึกไม่ค่อยดีไป พักหนึ่ง แต่ชาร์ล็อตไม่ได้สนใจมันในตอนนั้น
ปีถัดจากนั้น สุขภาพของเด็กสาวผมสีแดงก็ถดถอยลง และแย่ลง อย่างเฉียบพลันหลังการประชุมสหประชาชาติของเหล่าอาณาจักร ในขณะที่เธอเดินทางกลับสถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่า เธอก็ ดํารงชีวิตแบบปกติไม่ได้แล้ว เธอจึงอยู่ที่นั่นในเวลาเพียงสั้นๆ เพื่อปิด ข่าวแล้วรีบออกมาจากสถาบันทันที
“เสื้อผ้าพวกนี้ยังไม่ได้ส่งออกไปเลย”
นึกถึงเรื่องพวกนี้ เด็กสาวผมสีแดงก็ลูบไปบนเสื้อผ้าตรงหน้าพวก เธอ สีหน้าของเธอนั้นไม่เต็มใจ ดูจะยอมรับไม่ได้ที่ต้องออกมาจาก สถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่าแบบนั้น เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เกรซจึงรีบเสนอขึ้น
“นายหญิงคะ ถ้าคุณอยากพบนายท่านโรเอล เราไปที่เขตการ ปกครองแอสคาร์ดโดยตรงเลยก็ได้นะคะ? ถึงแม้ว่าการรักษาของโรซ่า จะสมบูรณ์ครบถ้วน แต่ตะเกียงน�ามันที่ใช้ในการระงับอาการก่อนหน้า นี้ก็มาจากนายท่านโรเอล ถ้าอย่างนั้นเรา…”
“ไม่ อย่างที่ข้าพูดก่อนหน้านี้ ข้าจะให้เขารู้เรื่องนี้ไม่ได้”
“แต่นายหญิงคะ…”
“ไม่ ไม่มีทาง หยุดพูดเรื่องนี้เถอะเกรซ ข้าจะอยู่กับที่รักในสภาพนี้ ได้ยังไง? ถ้าเขาเกิดติดเชื้อป่วยไปด้วยจะเป็นยังไง?”
เด็กสาวผมสีแดงกํามือที่ลูบไปบนผ้าเล็กน้อย เกรซเงียบไปเมื่อได้ ยินที่เธอพูด และไม่รู้จะเกลี้ยกล่อมเธออย่างไรไปพักหนึ่ง
โรคร้ายของบรูซนั้นเป็นผลจากคาถาเวทแปลกๆ ที่เขาได้รับมา ระหว่างออกเดินทางเมื่อหลายปีก่อน ในตอนนี้ที่โรคนี้ปรากฏบนตัวชาร์ ล็อตอย่างเฉียบพลัน หนึ่งในความเป็นไปได้ที่คนจะคิดออกนั้นก็คือมัน เป็นการติดต่อ แม้ว่าความเป็นไปได้จะไม่ได้สูงมาก อาจจะแค่ 1:10,000 ด้วยซ�า แต่ชาร์ล็อตก็ไม่ต้องการให้คนรักของเธอมารับความ เสี่ยงอยู่ดี
ถ้าเกิดบอกเด็กหนุ่มผมดําไปเกี่ยวกับอาการป่วยนี้ ร้อยทั้งร้อยโร เอลก็ต้องมาเยี่ยมชาร์ล็อตแน่ๆ เธอจึงซ่อนมันเสีย นี่คือวิธีเดียวสําหรับ เด็กสาวในตอนนี้ แต่เกรซไม่เห็นด้วยกับเธอ ในมุมมองของเกรซแล้ว โร เอลคือความหวังที่จะช่วยรักษาอาการป่วยของเด็กสาวได้
“นายหญิง คุณจะไม่ไปพบนายท่านโรเอลเหรอคะ? คุณไม่ได้พบ กับเขามาจะปีหนึ่งแล้วนะคะ?”
“…”
สาวใช้ถามออกมาอย่างคาดหวัง ทําให้ชาร์ล็อตจนใจกับความ เงียบเมื่อเธอได้ฟัง แต่ครู่ถัดมาเธอก็ตอบด้วยเสียงที่กดต�าและแววตาที่ เด็ดเดี่ยว
“อยากเจอไหม แน่นอนสิว่าอยาก ไม่ต้องสงสัยเลย แต่… ข้า อยากจะปกป้องเขามากกว่านี้ แล้วข้าก็ไม่อยากให้เขากังวลเรื่องนี้ด้วย”
“เกรซ พอแล้วล่ะ ไม่เป็นไรหรอก”
เด็กสาวหลุบตาลงแล้วลูบไปบนผ้าขณะตอบ เกรซเองก็หยุดคําพูด ของเธอ ห้องกว้างนี้จึงเงียบไป ทว่าโชคร้ายที่ห่างออกไปนับพันไมล์ ไม่ มีใครทําตามความคาดหวังของชาร์ล็อตเลย
ใต้ฟ้าอันพร่างดาว เด็กหนุ่มผมดําได้เดินทางทั้งวันทั้งคืน เข้ามา ใกล้เด็กสาวอย่างรีบร้อน
บทที่ 575: บุคคลสูญหาย (1)
ในค�าคืนฤดูร้อน ดวงดาวสุกสกาวเหนือทุ่งนาหนาทึบ ข้างถนนที่ นําไปสู่เมืองแห่งการค้าโรซ่า มีเด็กหนุ่มผมดําพักผ่อนอยู่ และห่างจาก เขาไม่ไกลนัก กลุ่มผู้คุ้มกันในชุดเกราะก็กําลังตั้งเต็นท์
สามวันแล้วที่เด็กหนุ่มออกจากสถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่าเพื่อ ไล่ตามกองคาราวานของโซโรฟยา เพราะเด็กหนุ่มผมดํากําลังกังวล โร เอลและพวกจึงแทบไม่ได้พักเลยตลอดสามวันและห้อตะบึงไปตาม ถนนทั้งวันทั้งคืน ทว่าโรเอลก็ต้องประหลาดใจที่การไล่ตามเช่นนี้ของ เขายังตามสายธารแห่งอัญมณีของชาร์ล็อตไม่ได้
แม้ว่าชาร์ล็อตจะนั่งรถม้าล่วงหน้าไปก่อนโรเอลสองวัน แต่ด้วย ความที่พวกโรเอลเป็นกองอัศวินบนหลังม้า พวกเขาควรจะตาม คาราวานของโซโรฟยาทันในอย่างน้อยสามวัน แต่ทว่าข้อเท็จจริงคือ พวกเขาไม่เห็นสายธารแห่งอัญมณีของตระกูลโซโรฟยาแม้แต่เงา
สําหรับสายธารแห่งอัญมณีนั้น โรเอลซึ่งเคยใช้ชีวิตกับพวกเขา รู้จักมันเป็นอย่างดี ปราสาทเคลื่อนที่ที่สร้างจากมนตร์มิตินั้นปกติแล้ว จะเชื่องช้ากว่ารถม้าทั่วไป วัตถุประสงค์หลักของมันคือความ สะดวกสบาย มันจึงคงเป็นไปได้ยากที่จู่ๆ จะมีการพัฒนาทางวิทยาการ จนทําให้มันวิ่งเร็วขึ้นโผล่มาจนมันหายไปอย่างไร้ร่องรอยได้ และมี เพียงเหตุผลเดียวที่โรเอลจะคิดได้
นั่นคือ พวกชาร์ล็อตก็เหมือนกับพวกโรเอล พวกเธอก็เดินทางทั้ง วันทั้งคืนเหมือนกัน
เด็กหนุ่มผมดําอดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อนึกถึงประเด็นนี้ ถ้าก่อนหน้านี้ โรเอลคาดการณ์ ถ้าเช่นนั้นตอนนี้เขาก็แน่ใจแล้วว่ามีบางอย่างเกิด ขึ้นกับชาร์ล็อต
ช่วงท้ายของการประชุมสหประชาชาติของบรรดาอาณาจักรนั้น ต่างจากจักรวรรดิเซนต์เมซิทที่กําลังสะบักสะบอม เมืองโรซ่าที่ร�ารวย นั้นไม่มีสถานการ์ฉุกเฉินใดๆ ปกติแล้วไม่น่าจะต้องรีบร้อน ดังนั้นเธอ จะต้องกําลังหลบเลี่ยงบางอย่างอยู่
ศัตรูเหรอ? ไม่ เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรนี่ก็คือถนนที่ตรงไปยัง อาณาจักรแห่งการศึกษาโบรเนล จะมีการไล่ฆ่ากันเกิดขึ้นในที่แบบนี้ได้ อย่างไร? ขนาดผู้ร่วงหล่นที่ทรงพลังอย่างนักบวชเทรนท์ยังต้องล่อพวก โรเอลเข้าไปในป่าในเขาก่อนเลย
นี่ไม่ใช่การตามล่าของศัตรู ถ้าเช่นนั้น อะไรที่ควรค่าให้ชาร์ล็อตทํา เรื่องแบบนี้กัน จะบอกว่าเธอ… ซ่อนตัวจากเราอยู่เหรอ?
หลังจากคิดแล้ว โรเอลก็คิดขึ้นมาเช่นนั้น ยิ่งเขาคิดเรื่องนี้ก็ยิ่ง แน่ใจว่าเป็นไปได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อสงสัยในใจมากมายด้วย
ทําไมถึงหลบเขาล่ะ? ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่าง ทั้งสอง การหลบหน้าก็ไม่ได้ช่วยอะไรใช่ไหม? การที่เธอกลับไปโดยไม่ ลานั่นหมายความว่าเธอมีบางอย่างที่ไม่อยากบอกเขาเหรอ?
สังหรณ์ร้ายในใจเขารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเด็กหนุ่มต้องนวดหว่าง คิ้วของเขา จากนั้นก็มองไปที่กลุ่มนักรบนอกรีตที่กําลังยุ่งแล้วสูดหายใจ เพื่อสงบสติ
อย่างไรก็ตาม หลังจากไล่กวดมาสามวัน พวกของโรเอลก็ไปต่อไม่ ไหวแล้ว เด็กหนุ่มจึงถือโอกาสใช้เวลาสั้นๆ ในการวิเคราะห์เบาะแส อย่างจริงจัง
จากมุมมองของเด็กสาว หากเกิดอะไรขึ้นกับชาร์ล็อตในครั้งนี้ อะไรคือต้นตอของสาเหตุ? นายหญิงใหญ่ที่เพิ่งกลับมาจากการประชุม สหประชาชาติไม่น่ามีปัญหาด้านความปลอดภัย หรือว่านี่คือเรื่อง ภายในกันนะ?
หลังจากเขตการปกครองแอสคาร์ดและเมืองโรซ่าฟื้ นฟู ความสัมพันธ์ด้านความร่วมมือทางการค้าแล้ว หน่วยรบที่นําโดยยูจีนก็ ได้กลายมาเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของทั้งสอง มันจินตนาการได้ยาก ถึงการรวมกันของบรูซและกองทัพ จะนําความยุ่งเหยิงอะไรมาสู่เมือง ได้… เดี๋ยว! บรูซ!
เมื่อชื่อนี้ปรากฏขึ้นในใจของเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มผมดําก็พลันเบิกตา กว้าง นึกไปถึงเหตุที่ทําให้เขาได้พบกับชาร์ล็อต นั่นคือตะเกียงที่เขา ขายให้กับบรูซ ในขณะเดียวกัน โรคประหลาดของชายผู้นั้นก็ไหลเข้า มาในใจของโรเอลด้วย
โรเอลเคยได้เห็นสภาพร่างกายของบรูซเมื่อไม่กี่ปีก่อน เนื่องจาก ของส่วนใหญ่ในร้านค้าของระบบนั้นมีชิ้นเดียว โรเอลจึงหาอะไรที่มีผล ใกล้เคียงกับตะเกียงนั้นไม่ได้อีก แต่โชคดีที่แม้ว่าน�ามันในตะเกียงจะ หมดลงแล้ว ผลของมันก็ยังไม่ได้หายไปเสียทั้งหมด
แม้ว่าสุขภาพเขาจะย�าแย่ลง แต่ด้วยตะเกียงน�ามันแล้ว สถานการณ์ของบรูซก็พูดได้ว่าทรงตัว หรือจะเป็นเพราะว่ามีบางอย่าง เกิดขึ้นในครั้งนี้แล้วทําให้บิดาของชาร์ล็อตล้มป่วยลงอีกกันนะ?
นึกถึงความเป็นไปได้นี้แล้ว โรเอลก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย แม้จะพูดได้ ยาก แต่ที่จริงแล้ว ขอแค่ให้อุบัติเหตุที่เมืองโรซ่านั้นไม่ได้เกิดกับชาร์ ล็อต เด็กหนุ่มก็จะไม่ลนลานมากนัก ต่อให้บรูซล้มป่วยหนัก ก็ยังมีมาร์ค วิสคาร์เตอร์ที่พึ่งพาได้
โรเอลผู้เกือบจมในเรื่องส่วนตัวของตนเองส่ายหัวให้กับความคิด นั้น แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าอันพร่างดาวแล้วปล่อยใจให้ลอยไปไกลลิบ
—————————
“นายหญิง จะเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วนะคะ”
ภายในสายธารแห่งอัญมณี สาวใช้ผมดํามองไปที่เด็กสาวที่ตื่นมา แต่เช้าด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ตรงหน้าของเธอ ชาร์ล็อตที่เพิ่งจะอาการดี ขึ้นเมื่อวานนี้ ไม่ควรจะอาการทรุดลงไปอีก
มันไม่มีสัญญาณใดๆ และไม่มีหนทางป้องกัน สิ่งเดียวที่ทําได้คือใช้ จิตวิญญาณแห่งทองคําสะกดมันเอาไว้ในระดับหนึ่ง โรคที่ไม่รู้จักของ ชาร์ล็อตนี้ราวกับภูตผีที่จับต้องไม่ได้ และเกรซก็ไม่อาจทนเห็นเด็กสาว ที่อาการทรุดลงในเวลาอันสั้นนี้ได้อีก
“นายหญิงคะ ดิฉันต้องรายงานนายท่านโรเอลเรื่องนี้ โปรดยกโทษ ให้ดิฉันด้วยนะคะ”
“เกรซ! ไม่ใช่ว่าข้าสั่งไม่ให้…”
“นายหญิงคะ ถึงดิฉันจะเป็นสาวใช้ แต่ดิฉันก็เป็นผู้คุ้มกันของนาย หญิงด้วยนะคะ หนึ่งในงานของดิฉันคือต้องทําให้นายหญิงปลอดภัย ดิฉันคิดว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นดิฉันต้องหาพันธมิตร เพื่อสนับสนุน นั่นคือตระกูลแอสคาร์ดค่ะ โปรดอย่าดื้อดึงต่อไปเลยนะ คะ”
สาวใช้ผมสีดําขัดคําสั่งห้ามอย่างเคร่งครัดของชาร์ล็อตเป็นครั้ง แรกและยืนกรานตามความคิดเห็นของเธอเอง ทําให้เด็กสาวผมสีแดง บนเตียงหรูซึ่งได้เห็นสีหน้าเคร่งเครียดราวกับนักรบของเกรซผงะไป
“เกรซ… เจ้าทําเรื่องวุ่นวายไปแล้ว เรื่องมันไม่จริงจังอย่างที่เธอคิด หรอก โรคนี้จะดีขึ้นตอนกลางคืน ช่วงเช้ามันจะทําให้คนดูแย่กว่าความ เป็นจริงเท่านั้นเอง เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ เจ้าน่าจะคุ้นเคยกับ มันนะ”
“…”
มองไปที่สาวใช้ที่มีสีหน้าหนักแน่นแล้ว เด็กสาวผมสีแดงจึงลดท่าที ของเธอลงแล้วเปลี่ยนมาเกลี้ยกล่อมเกรซให้ล้มเลิกความคิดแทน ทว่า มันไม่ได้ผลกับสาวใช้ผู้ติดตามชาร์ล็อตมาตั้งแต่สมัยเด็กที่อยู่ตรงหน้า เธอเลย
“ก็จริงนะคะ ดิฉันเคยได้ยินเสียงอาการที่ทรุดลงของท่านบรูซ ในช่วงเช้า แต่นายหญิงคะ อย่าเพิ่งพูดถึงอาการของโรคนี้เลย แต่ทั้ง ความถี่และช่วงเวลาที่แสดงอาการของนายหญิงเพิ่มขึ้นเยอะมากเลย นะคะ”
“…”
เด็กสาวบนเตียงพูดไม่ออกไปเมื่อเกรซจี้ที่ต้นตอของปัญหา โดยตรง เธอไม่รู้จะเถียงอย่างไร
จริงอย่างที่เกรซพูด อาการป่วยของชาร์ล็อตเริ่มด้วยความรู้สึกไม่ สบายตัวนิดหน่อยที่กินเวลาแค่ไม่กี่วินาที และเกิดขึ้นเพียงราวๆ ทุก ครึ่งเดือน มันถึงกับถูกจัดว่าเป็นอาการหลอนจากความเหนื่อยล้าและ ความเครียดไปด้วยซ�า ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ไม่เพียงแค่ความถี่กลายมา เป็นทุกๆ สองสามวัน แต่ระยะเวลาที่ป่วยนั้นก็ยืดออกไปด้วย