ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 578: แค่นอนกับข้า (2)
“ชาร์ล็อต ตอนนี้เธอควรบอกฉันได้แล้วนะว่าเกิดอะไรขึ้น?” “…”
เด็กสาวที่นั่งเงียบนึกเสียใจในความไร้ประโยชน์ของเธอ แต่เด็ก หนุ่มผมดําก็ไม่รอช้า โรเอลลุกขึ้นแล้วเดินเข้าหาเด็กสาว เอื้อมมือไปกุม มือของเธอไว้ แต่ในการตอบสนองการกระทําตามปกตินี้ เด็กสาวรีบ ร้อนลุกขึ้นแล้วก้าวถอยหลังเพื่อหลบมัน การกระทําที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้ ทําให้ดวงตาของโรเอลเบิกกว้าง
“ชาร์ล็อต?” “เปล่านะ ที่รัก อย่าเพิ่งแตะต้องข้านะ ฟังข้าอธิบายก่อน…”
ต่อหน้าโรเอลที่กําลังตกใจ เด็กสาวผู้กลัวจะถูกเด็กหนุ่มเข้าใจผิด ลังเลชั่วขณะก่อนที่จะตัดสินใจพูดความจริง และเมื่อชาร์ล็อตเล่า สถานการณ์ให้เด็กหนุ่มฟัง สีหน้าของโรเอลก็เปลี่ยนไปโดยสมบูรณ์
———————————
สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดเกิดขึ้นจริงๆ ด้วย
ในห้องนั่งเล่น เด็กหนุ่มผมดําครุ่นคิดขณะมองไปที่เด็กสาวที่กําลัง เล่าเรื่องของเธอ และความตึงเครียดก็เข้าปกคลุม
ก่อนที่จะมาที่นี่ โรเอลก็คาดเดาสิ่งที่อาจเกิดกับชาร์ล็อตหลายต่อ หลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็รวมถึงอาการป่วยแปลกๆ ของบรูซ ทว่าโรเอล ไม่ได้คิดว่าความจริงจะแย่กว่าที่เขาคิด ไม่ใช่บรูซที่ป่วย แต่เป็นชาร์ ล็อต
ในวินาทีที่ได้ยินเช่นนั้น สมองของโรเอลก็อื้ออึงและเขาแทบไม่ เชื่อหูตัวเอง เหตุผลนั้นง่ายมาก เพราะในฐานะโรคที่หลอกหลอนบรูซ มานานหลายปี มันกลับไม่มียาที่สามารถรักษาได้จนวันนี้
อันที่จริงคือ ก่อนที่ [ตะเกียงสงบวิญญาณของซาโครม] จะไปถึง เมืองโรซ่า ไม่ว่าพระสังฆราชแห่งจักรวรรดิเซนท์เมซิทหรือนักวิชาการ ทั่วทั้งเมืองที่สมาคมพ่อค้าโรซ่าจ้างมาศึกษาโรคของบรูซ ไม่ว่าจะใน ฐานะของผู้นําสหพันธ์พ่อค้าโรซ่าหรือบุคคลที่รวยที่สุดในทวีปเซียก็ ตาม ทุกความพยายามนั้นไร้ผล
ใช่แล้ว โรคที่เป็นราวกับคําสาปของบรูซนั้นร้ายแรง ร้ายแรงมาก เสียจนยากที่จะยื้อชีวิตของเขาได้ด้วยความมั่งคั่งและฐานะ และการ ป่วยของชาร์ล็อตนั้นก็ยิ่งเป็นข่าวร้ายสําหรับโรเอล เพราะตอนนี้เขาไม่ มีตะเกียงสงบวิญญาณของซาโครมแล้ว แถมผลของตะเกียงนั้นก็ไม่ได้ มากพอที่จะช่วยทั้งสองคนได้
นึกถึงข้อเท็จจริงอันโหดร้ายนี้แล้ว โรเอลก็ขมวดคิ้วแน่น แต่ หลังจากที่เขาใช้ความคิดสักพักเขาก็กลับมาเพ่งสมาธิที่ดวงตา มองไป ที่เด็กสาวที่ดูมีความหวังว่าโรเอลจะจากไปเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ เด็กหนุ่มไม่ได้โต้แย้งอะไร แต่เดินเข้าไปหาเงียบๆ
“ท ที่รัก? เจ้าจะทําอะไรน่ะ? เดี๋ยว ไม่ อย่า…”
โรเอลไม่ฟังเสียงที่ตื่นกลัวของเด็กสาวผมแดงแล้วก้าวเข้าไปจูบที่ ริมฝีปากของเด็กสาวแม้ว่าเธอจะไม่เห็นด้วย เด็กสาวดิ้นรนหวังให้หลุด จากพฤติกรรมแกมบังคับนี้ของโรเอล แต่หลังจากเวลาผ่านไปสักพัก เธอก็ยอมแพ้ แล้วความรู้สึกที่เธอเก็บไว้นานในใจก็ระเบิดออกมา
ภายใต้ความต้องการที่ไม่รู้จบของโรเอล ร่างกายที่เกร็งทื่อของชาร์ ล็อตเริ่มอ่อนยวบยาบ แล้วสองริมฝีปากที่สัมผัสก็ยิ่งทวีความแนบแน่น ก่อให้เกิดเสียงดูดและเสียงหอบหายใจในห้องนั่งเล่นที่เงียบงัน หลังจาก เวลาผ่านไปนาน ร่างสองร่างที่โอบกอดกันก็ผละออกจากกันแล้วหอบ หายใจ
“ที่รัก จ เจ้าทําแบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าเจ้าป่วยไปด้วยล่ะก็…”
“ติดเชื้อ? เธอไม่ได้เป็นโรคติดต่อเสียหน่อยนะ ท่านลุงบรูซอยู่กับ เธอมาตั้งหลายปี เธอจะมาติดเชื้อเอาตอนนี้เหรอ? แล้วถ้ามันเป็น โรคติดต่อจริงๆ ทําไมคนอื่นๆ ถึงไม่เป็นอะไรเลยล่ะ?”
มองไปที่เด็กสาวที่ลดความระแวดระวังของเธอลงในอ้อมแขน เด็ก หนุ่มผมดําปฏิเสธการติดเชื้ออะไรนั่นด้วยสีหน้าจริงจัง แต่ถึงอย่างนั้น ชาร์ล็อตก็ยังไม่สบายใจ
“แต่ว่า โรคนี้มันเกิดจากคําสาป ของอย่างคําสาปนี่ ถ้าเกิดมัน ลุกลามได้ขึ้นมา…”
“…ถ้ามันจะเกิด มันก็เป็นชะตากรรมของฉัน”
โรเอลมองเด็กสาวผู้ได้รับพลังจากเทพธิดาแห่งชะตากรรมแล้วพูด ในสิ่งที่คิดเบาๆ เขายื่นมือไปลูบแก้มของเด็กสาวแล้วมองสบตาสีเขียว ของเธอ รู้สึกสงสารเด็กสาวขึ้นมาจับใจ
ไม่กี่ปีก่อนเมื่อทั้งคู่ที่เพิ่งตกหลุมรักกันได้เข้าไปยังเศษเสี้ยวแห่ง ประวัติศาสตร์โดยอุบัติเหตุ ชาร์ล็อตได้จากโรเอลไปด้วยความหวัง สุดท้ายที่จะให้เขารอดชีวิตในวิกฤต และเข้าไปเสี่ยงตายตามลําพัง
และตอนนี้ หลังจากผ่านมาไม่กี่ปี เผชิญหน้ากับวิกฤตถึงชีวิต เหมือนกัน เด็กสาวรู้ว่าโรเอลเป็นคนที่ขายตะเกียงสงบวิญญาณของซา โครมให้กับครอบครัวของเธอ แต่เธอก็ยังไม่อยากให้เขามารับความ เสี่ยงด้วย มันเหมือนกับมอบความรักทั้งหมดที่เธอมีให้กับเขา แม้แต่คน ที่ใจแข็งที่สุดยังต้องหวั่นไหว อย่าว่าถึงโรเอล
ความรักในใจเขาแทบระเบิดออกมา ทําให้ใบหน้าของเด็กหนุ่มผม ดําขึ้นสีเล็กน้อย โรเอลมองไปที่เด็กสาวที่เป็นกังวลตรงหน้าเขา และใน แววตาของเขาก็ไม่มีความคิดที่จะหนี
“ถึงฉันจะไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง แต่ชาร์ล็อต เหมือนเมื่อก่อนนั่น แหละ ฉันไม่มีทางทิ้งเธอไว้คนเดียว”
“ที่รัก…”
“เธอก็ด้วยนะ ลืมเรื่องที่เกิดในเศษเสี้ยวแห่งประวัติศาสตร์ไปซะ ฉันไม่อนุญาตให้เธอหนีในครั้งนี้ และฉันจะไม่ยอมให้เธอเผชิญหน้ากับ ทุกอย่างคนเดียว ครั้งนี้ ไม่สิ ทุกๆ ความยากลําบากที่จะเจอในอนาคต ฉันหวังว่าเราจะเผชิญหน้ามันด้วยกันนะ”
“!”
ทุกความยากลําบากในอนาคต?
เมื่อได้ยินคําพูดของโรเอล เด็กสาวผมแดงเบิกตากว้าง ทุกความ ลําบากในอนาคตจะถูกก้าวข้ามไปด้วยกัน ประโยคนี้ไม่ใช่คําสัญญา ทั่วๆ ไป แต่เป็นคํามั่นในทวีปเซียที่พูดเมื่อแต่งงาน พูดถึงประโยคนี้ ความหมายของมันก็แทบจะเทียบเท่ากับคําขอแต่งงาน
คําพูดในฝันที่ดังออกมาอย่างไม่คาดฝันในครั้งนี้ทําให้ชาร์ล็อตมี ความรู้สึกที่ปนเปไปสักพัก และเด็กสาวซึ่งหางตาเริ่มรื้นน�าตาสะอื้น แล้วซบลงที่อกของเด็กหนุ่ม
“…ทําไมที่รักต้องมาพูดแบบนี้ในเวลานี้ด้วยนะ”
“ก็ไม่นี่ ฉันพูดเพราะอยากจะพูด”
“เจ้า… คนโง่”
“เธอนั่นแหละยัยบ๊อง หลังจากผ่านไปตั้งหลายปี เธอยังอยากจะวิ่ง หนีจากฉันไปแก้ปัญหาคนเดียวอีก…”
เด็กหนุ่มผมดํากอดเอื้อมมือไปสางเส้นผมสีแดงของชาร์ล็อตอย่าง นุ่มนวลแล้วกอดเธอไว้แน่น ทั้งสองไม่พูดกันสักพัก แต่พวกเขาสัมผัส การคงอยู่ของกันและกันด้วยทุกสัมผัสที่มี ความรู้สึกที่สั่งสมเอาไว้นับปี ถูกเปิดเผยให้กันโดยไม่พูดจา
บรรยากาศอบอุ่นหัวใจแผ่ซ่านไปในห้องนั่งเล่นที่เงียบสงัด และ ชาร์ล็อตซึ่งยังมีน�าตาก็เผยรอยยิ้มมีความสุข หลังจากโอบกอดกันไปสัก พัก ทั้งสองก็แยกจากกันแล้วจ้องมองกันอย่างอ่อนโยน
“เป็นยังไงบ้าง ไม่ต้องพูดถึงร่างกายของเธอนะตอนนี้ อารมณ์ของ เธอดีขึ้นมั้ย?”
“อื้ม ข้าดีใจมากๆ เลย เหมือนฝันเลยล่ะ” “นี่ไม่ใช่ความฝัน และฉันจะไม่ทําให้มันเป็นแค่ฝันด้วย” โรเอลใช้มือของเขาเช็ดน�าตาบนใบหน้าของเด็กสาวอย่างนุ่มนวล ขาร์ล็อตพยักหน้าให้คําพูดของเขา แล้วกะพริบตาเมื่อนึกถึงบางอย่าง “อ้อ เดี๋ยวข้าต้องปล่อยเกรซด้วยนี่” “หือ? เธอขังเกรซไว้เหรอ?” “อื้อ เพราะเกรซอยากจะฟ้องเจ้า ก็เลย…” เด็กสาวผมแดงพูดด้วยใบหน้าที่แดงเพราะความอาย โรเอล หัวเราะขื่นๆ เมื่อเขาได้ยิน และด้วยคําสั่งของชาร์ล็อต สาวใช้ผมดําก็ ถูกปล่อยตัวหลังจากนั้นไม่นานและปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในห้องนั่งเล่น “นายท่านโรเอล ถึงท่านดูจะทราบแล้ว แต่ให้ดิฉันยืนยันเรื่อง เกี่ยวกับร่างกายนายหญิงหน่อยนะคะ…”
“อืม ฉันรู้แล้วล่ะ” “ขอโทษนะเกรซ ที่ฉันดื้อด้านก่อนหน้านี้”
โรเอลพยักหน้าตอบสาวใช้ผมดําที่มีสีหน้าร้อนรนหลังจากเดินเข้า ประตูมา ยืนยันว่าเขารู้เรื่องแล้ว และชาร์ล็อตก็ขอโทษสาวใช้ผู้ภักดี ของเธอซึ่งใช้ชีวิตแทบทั้งหมดร่วมกันมา
เมื่อเห็นบุคคลทั้งสองที่มีบรรยากาศกลมเกลียวราวกับจะกอดกัน ได้ทุกเมื่อนั้น เกรซเข้าใจทันทีว่าแผนของนายหญิงใหญ่ได้เจ๊งไม่เป็นท่า เธอยิ้มอย่างโล่งอก
“นายท่านโรเอล นายหญิงจงใจปกปิดมันจากท่านเพราะว่าเธอ เกรงว่าคําสาปจะแพร่กระจายออกไป โปรดให้อภัยเธอด้วยนะคะ…”
สาวใช้ที่เอ่ยขอโทษแทนนายของเธอยพลางกชายกระโปรงขึ้น แล้วคํานับ โรเอลส่ายหน้าแล้วบอกปัดไม่เอาความแล้วบอกเกรซถึงสิ่งที่ เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทว่าเด็กหนุ่มก็มองข้ามไปว่าเมื่อเธอฟังจบแล้ว แวว ตาของสาวใช้พลันฉายประกายครุ่นคิด
สาวใช้ผมดํามองสลับไปมาระหว่างชาร์ล็อตและโรเอลที่นั่งอยู่ข้าง กัน เธอคิดว่านี่คือโอกาสที่สมบูรณ์แบบ
ในปีที่ผ่านมา เพราะต่างคนต่างมีเรี่องที่ตัวเองต้องทํา โรเอลและ ชาร์ล็อตจึงแทบไม่ได้เจอกันเลย และการนัดพบกันนั้นก็น้อยแสนน้อย ผลก็คือเกรซซึ่งเป็นหัวหน้าทีมสนับสนุนเรือชาร์ล็อตนั้นอยากจะช่วย เธอแต่ทําอะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้…
เกรซผู้ซึ่งดวงตาเฉียบคมขึ้นในชั่วขณะนิ่งคิดไปสักพัก แล้วก่อกวน การไหลเวียนพลังเวทของเธออย่างเด็ดเดี่ยว ในชั่วพริบตาสีหน้าของ สาวใช้กลับกลายเป็นซีดขาว และเธอเริ่มแผนของเธอทันที ร่างของเธอ ร่วงลงพื้นอย่างอ่อนแรง
เกรซป่วยกะทันหัน แม้เธอจะไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เธอก็ป่วย หลังจากหมอประจํากลุ่มวินิจฉัยว่าเธอทํางานหนักเกินไป ชาร์ล็อตเลย สั่งให้สาวใช้ไปพักทันที และหลังจากเกรซไปพัก คําถามก็บังเกิด นั่นคือ ใครจะดูแลชาร์ล็อตที่ป่วยเหมือนกันล่ะ?
เนื่องด้วยเป็นสาวใช้ใกล้ชิด เกรซจึงอยู่กับชาร์ล็อตมาตั้งแต่เด็ก ความเชื่อใจระหว่างทั้งสองไม่สามารถทดแทนได้จากสาวใช้คนอื่น หาก เธอไม่อยู่ในวันก่อนๆ อาจจะยังไหว แต่ตอนนี้ที่ชาร์ล็อตป่วยหนักอยู่ เธอจะต้องไม่อยู่คนเดียว
ภายใต้สถานการณ์นี้ที่มีเพียงคนเดียวจากทั้งทีมที่สามารถดูแล ชาร์ล็อตได้ และหลังจากที่เด็กหนุ่มผมดํารู้ว่าตนเป็นเพียงคนเดียว เท่านั้นที่ทําได้ เขาก็ลุกขึ้น
“เข้าใจแล้ว ให้ฉันช่วยเธอเถอะ ชาร์ล็อต แต่เราจะทํายังไงต่อล่ะ?”
เด็กหนุ่มผมดําสอบถามเนื้อหาภารกิจจากเกรซในห้องของเธอ สาวใช้ผมดํายิ้มอย่างอบอุ่นแล้วตอบอย่างใจเย็น
“มันง่ายมากเลยค่ะ นายท่านโรเอล แค่นอนกับเธอเท่านั้นเอง”