ทะลุมิติตะลุยวังหลวง จบแล้ว PDF - ตอนที่ 13
อวี๋หว่านอินปรายตามองเซี่ยโหวตั้นแวบหนึ่ง เซี่ยโหวตั้น กำลังใช้สายตาเพ่งพินิจลูกชายที่ได้มาอย่างไม่รู้ตัวราวกับจะถามว่า ‘นี่มันตัวอะไร’ สีหน้าของเขาเหมือนคนพูดไม่ออก ยังดีที่เนื้อเรื่องเดิมรัชทายาทน้อยถูกไทเฮานำมาเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก แทบไม่เคยพบหน้าบิดามาก่อน จึงไม่ถือว่าเซี่ยโหวตั้นเล่นนอกบท
ไทเฮานั่งลงบนเก้าอี้ รับการคารวะจากเซี่ยโหวตั้นและ เหล่าสนมทั้งหลาย ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นว่า “วันนี้ลูกแม่รีบร้อนมาแสดงบารมีถึงหน้าบ้าน ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรหรือ?”
เซี่ยโหวตั้นตัวแข็งไปเล็กน้อย น้ำเสียงที่ตอบเนิบช้า แสดงว่า ยอมอ่อนข้อให้ “เพราะลูกโมโหจนคุมสติไม่อยู่ ถึงได้ล่วงเกินเสด็จแม่”
“…” อวี๋หว่านอิน
เวลานี้ไทเฮาไม่พอใจในตัวฮ่องเต้อย่างที่สุด เพราะก่อนหน้านี้เขาทำตัวเสียสติ สังหารเจ้ากรมคลังที่เป็นคนของนางกลาง ท้องพระโรง ฮ่องเต้องค์นี้ไม่ยอมลงให้นางมาตั้งแต่เล็ก นางหาทางควบคุมเขามานานหลายปีแต่ก็ทำไม่ได้ นางจึงเตรียมการที่จะผลักดันรัชทายาทน้อยขึ้นมาแทนที่เขา นางรู้ว่าคนที่ต้องการให้เซี่ยโหวตั้นตายไม่ได้มีแค่นางคนเดียว… ตวนอ๋องก็เช่นกัน
อิทธิพลของตวนอ๋องมีมากจนนางประเมินไม่ได้ แต่ถ้าให้คนลอบสังหารเซี่ยโหวตั้นตอนนี้ก็ไม่อาจรับรองได้ว่า ตำแหน่งฮ่องเต้หญิงจะตกเป็นของนาง
ในขณะที่นางต้องระวังตวนอ๋อง ฮ่องเต้ที่บ้าคลั่งผู้นี้กลับจัดการมือไม้ที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญของนาง แล้วจะไม่ให้นางแค้นใจได้หรือ!
เดิมไทเฮาคิดจะใช้เรื่องนี้ตักเตือนฮ่องเต้ แต่คาดไม่ถึงว่าฮ่องเต้จะเป็นฝ่ายมาหาตนก่อน ไทเฮาใช้สายตาที่เต็มไปด้วยโทสะมองไปรอบๆ สุดท้ายก็หยุดอยู่ที่อวี๋หว่านอิน “ข้าได้ยินว่าช่วงนี้ฮ่องเต้หลงใหลนางมากเสียจนทำอะไรไม่ยั้งคิด”
อวี๋หว่านอินกำลังคิดอยู่ว่าควรคุกเข่าดีไหม เธอคุกเข่าไปได้ครึ่งเดียวก็ถูกเซี่ยโหวตั้นดึงตัวขึ้น
เซี่ยโหวตั้นตอบไปว่า “ถูกต้อง”
“…” ไทเฮา
ไทเฮาตบโต๊ะอย่างแรงด้วยโทสะ “ดีมาก! ในสายพระเนตรของฮ่องเต้คงไม่มีแม่คนนี้แล้วสินะ วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้ฮ่องเต้รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าการเคารพผู้ใหญ่! เด็กๆ!”
องครักษ์จำนวนหนึ่งเข้ามาล้อมร่างอวี๋หว่านอินเอาไว้
เซี่ยโหวตั้นตวาดเสียงดัง “ใครบังอาจ!”
องครักษ์หยุดชะงัก มองไปยังไทเฮาเป็นเชิงถาม
ไทเฮาหัวเราะเสียงเย็น ไฟโทสะลุกโชน เขาเป็นฮ่องเต้แต่ในนาม ไม่มีอำนาจที่แท้จริงในมือ วันนี้นางต้องทำให้เขายอมรับความจริงข้อนี้ให้ได้ นางโบกมือส่งสัญญาณอย่างไม่ใส่ใจ องครักษ์เดินผ่านร่างเซี่ยโหวตั้นไปลากตัวอวี๋หว่านอินทันที
เซี่ยโหวตั้นหายใจสะดุด รู้สึกเหมือนถูกตีแสกหน้าอย่างจัง ทำให้ได้สติขึ้นมาหลายส่วน “เสด็จแม่!”
เซี่ยโหวตั้นหายใจเข้าออกแรงๆ เพื่อปรับอารมณ์อยู่พักใหญ่ ก่อนจะคลี่ยิ้มประจบแล้วยกน้ำชาเข้าไปให้ไทเฮา “ที่ลูกพูดว่าถูกต้อง หมายความว่าลูกยอมรับว่าตนนิสัยไม่ดี เสด็จแม่อย่าได้มีโทสะเพียงเพราะนางสนมเล็กๆ คนเดียวเลย โปรดเสวยน้ำชาก่อนเถิด มีอะไรเราก็ค่อยพูดค่อยจา”
การที่ฮ่องเต้ทรราชพูดจาว่าง่ายอย่างนี้ก็ไม่ต่างจากการที่ ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก เป็นเพราะหลงเสน่ห์สนมคนนี้มากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตนางเอาไว้อย่างนั้นหรือ?
ไทเฮามองอวี๋หว่านอินด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
“…” อวี๋หว่านอิน
เซี่ยโหวตั้นยังคงพูดจาเอาใจไทเฮาต่อ “เสด็จแม่ทรงมี พระเมตตา อีกทั้งยังอบรมสั่งสอนลูกอย่างดี ลูกจึงได้วางใจให้เสด็จแม่เลี้ยงดูรัชทายาท” เขายกมือลูบศีรษะรัชทายาทอย่างเกร็งๆ บีบเสียงในแบบที่ใช้คุยกับเด็กน้อย “ช่วงนี้การเรียนเป็นอย่างไรบ้าง”
รัชทายาทตัวแข็งทื่อยิ่งกว่าเซี่ยโหวตั้นเสียอีก เขาปรายตา มองไทเฮาอย่างหวาดหวั่น ไทเฮามิได้พูดสิ่งใด สิ่งที่รัชทายาทน้อยทำได้ก็มีเพียงตอบกลับตามมารยาทว่า “ทูลเสด็จพ่อ ลูกตั้งใจเรียน พ่ะย่ะค่ะ”
ไทเฮาเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาทันที นางคลี่ยิ้มอย่างมี ความหมาย “รัชทายาทเฉลียวฉลาด เพียงแต่วิชาขี่ม้ายิงธนูยังไม่ดีพอ แต่จะตำหนิเขาก็ไม่ได้ ให้เขาเรียนขี่ม้ายิงธนูคนเดียวก็น่าเบื่อ ข้าได้ยินว่าบุตรชายคนเล็กของแม่ทัพลั่วอายุใกล้เคียงกับรัชทายาท”
เซี่ยโหวตั้นตอบ “ความหมายของเสด็จแม่ก็คือ…”
ไทเฮากล่าวต่อ “ไม่เช่นนั้น ก็เรียกเขาเข้าวังมาเป็นสหาย ร่วมเรียนกับรัชทายาทเถิด”
แม่ทัพลั่วเป็นแม่ทัพคนสำคัญของตวนอ๋อง การที่ไทเฮาเสนอขึ้นมาเช่นนี้เท่ากับยกระดับความขัดแย้งให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นาง ต้องการให้ตวนอ๋องจ่ายค่าตอบแทนกับการตายของเจ้ากรมคลัง!
เซี่ยโหวตั้นค้านอย่างไม่มั่นใจ “แม่ทัพลั่ว? ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งสู้รบกับศัตรู ป้องกันชายแดน การกระทำเช่นนี้ดูเหมือนจะ…”
ไทเฮามองไปยังอวี๋หว่านอินเป็นครั้งที่สาม
เซี่ยโหวตั้นรีบเปลี่ยนคำพูด “ลูกจะกลับไปร่างราชโองการ เดี๋ยวนี้”
“…” อวี๋หว่านอิน
อวี๋หว่านอินถูกเซี่ยโหวตั้นพาตัวออกจากตำหนักไทเฮาได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ
เมื่อมีเวลาคิด เธอก็เข้าใจถึงจุดประสงค์ของการแสดงละครในวันนี้
เพื่อให้ไทเฮาลดทอนกำลังของตวนอ๋อง และคิดว่าฮ่องเต้ หลงเสน่ห์ของเธอเสียจนไม่เป็นอันทำอะไรนั่นเอง!
เซี่ยโหวตั้นไม่เพียงหลอกให้ไทเฮาตายใจ แต่ยังสามารถ หลอกตวนอ๋องได้อีกด้วย วันนี้เซี่ยหย่งเอ๋อร์อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ยัยนั่นต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ตวนอ๋องฟังอย่างแน่นอน
อวี๋หว่านอินพูดขึ้น “ดูไม่ออกเลยว่าคุณจะฉลาดเป็นกรด” เซี่ยโหวตั้นมาได้จังหวะที่ไทเฮากำลังมีโทสะอยู่พอดี ดังนั้นเขาจึงหาเรื่องยั่วโมโหอีกฝ่ายได้ไม่ยาก อีกทั้งมอบโอกาสให้ไทเฮาเป็นคน ตัดสินใจสั่งการเรื่องนี้
เซี่ยโหวตั้นถามเบาๆ “แล้วคุณคิดว่าเป็นยังไง?”
“ดีสิ… ดีมาก รอให้พวกนั้นกัดกันเองจนบาดเจ็บทั้งคู่ คุณจะได้มีเวลาแผ่ขยายอิทธิพลบ้าง แต่เรื่องแบบนี้คุณต้องพยายามสร้างจุดสมดุลขึ้นมาให้ได้ ตัดทางนั้นนิด ลดทางนี้หน่อย ต้องทำให้สองฝ่ายสมดุลกัน”
เซี่ยโหวตั้นมองอวี๋หว่านอินแวบหนึ่ง สีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยเสียงทุ้มต่ำว่า “ต้องรบกวนคุณแล้ว”
อวี๋หว่านอิน “ไม่เป็นไร”
เธอไม่ใช่คนโง่เลยพอจะมองออกว่าเซี่ยโหวตั้นมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง เขาแสดงออกต่อหน้าคนอื่นๆ ว่าหลงใหลในตัวเธอ ก็เพราะต้องการลากเธอมาเป็นหนังหน้าไฟ เขาพยายามสร้าง ‘จุดอ่อนที่เป็นเท็จ’ ให้คนอื่นเข้าใจกันผิดๆ อวี๋หว่านอินหัวเราะ “เกิดวันไหนมีคนร้ายใช้มีดจี้คอจับฉันเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองกับคุณ คุณก็จะบอกเขาว่า ‘ข้าไม่ใส่ใจ เป็นอย่างไรเล่า นึกไม่ถึงละสิ!’ คุณสามารถมองฉันและคนร้ายตายไปพร้อมกันได้แบบไม่เสียดายอะไรใช่ไหม”
เซี่ยโหวตั้นตะลึงงัน “ต่อให้คิดแบบนี้คุณก็ไม่โมโหเหรอ?”
อวี๋หว่านอินไม่มีความคิดอื่นจริงๆ เธอเข้าสู่สังคมการทำงานนานแล้วไม่ใช่นักเรียนมัธยมต้น ชีวิตผ่านวัยเพ้อฝัน ผ่านช่วงวัยที่ ทุกอย่างต้องหมุนรอบตัวเองไปแล้ว ไม่ว่าใครถ้าต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกับเธอและเขาก็เปรียบเหมือนคนที่ใกล้จะจมน้ำ จะตะกายขึ้นจากน้ำได้หรือไม่ก็ต้องดูที่ความสามารถ
อย่าว่าแต่คนอื่น ตัวเธอเองก็ไม่ได้เล่าเรื่องที่ตวนอ๋องมาพบตนที่หอตำราหลวง แถมตนยังมอบรูป ‘เต่า’ เป็นของแทนใจให้อีกฝ่ายด้วย
อวี๋หว่านอินโบกมือ “ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ”
เซี่ยโหวตั้นนิ่งเงียบไปนานก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ผมไม่มีทางแทงคุณข้างหลัง”
อวี๋หว่านอินยังคงพูดเหมือนไม่สนใจ “อืม ไม่ทำหรอก คุณเป็นคนดี”
“…” เซี่ยโหวตั้น
แม้ไทเฮาจะเสนอให้นำตัวบุตรชายแม่ทัพลั่วมาแล้ว แต่ก็ยังไม่พอใจ
นางยังหาเรื่องรองแม่ทัพอีกคนในกองทัพของเขา ด้วยข้อหา ‘ไม่ปฏิบัติตามวินัยทหาร ข่มขู่คุกคามชาวบ้าน’ นางลงโทษด้วยการถอดถอนออกจากตำแหน่งเดิม แล้วส่งคนของตัวเองเข้าไปแทนที่
กุนซือทั้งหลายของตวนอ๋องรวมตัวกันปรึกษาเรื่องนี้ มีคนบอกว่าไทเฮาควบคุมฮ่องเต้เอาไว้แล้วถึงได้กล้าวางอำนาจขนาดนี้! มีคนแย้งว่าฮ่องเต้ฆ่าเจ้ากรมคลังกลางท้องพระโรง ดูอย่างไรพระองค์ก็ ไม่เหมือนเป็นคนของไทเฮา หรือว่าตอนนั้นฮ่องเต้จะเสียสติจริงๆ?
ตวนอ๋องที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานฟังอย่างเงียบๆ ก่อนจะออกความเห็นด้วยสีหน้าอมยิ้ม “ในสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจนเช่นนี้ แผนการบางอย่างเราอาจชะลอเอาไว้ก่อนได้ แต่ตอนนี้ถึงเวลาเล่นงานเว่ยไท่ฟู่แล้ว”
ซวีเหยาใจเต้นรัว