ทะลุมิติตะลุยวังหลวง จบแล้ว PDF - ตอนที่ 16
คุกในศาลต้าหลี่มีไว้ขังขุนนางใหญ่ที่กระทำความผิด
ยิ่งอยู่ลึกเท่าไรก็ยิ่งมีการป้องกันเข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น ห้องขังที่อยู่ลึกที่สุดมืดสลัวเนื่องจากแสงสว่างด้านนอกลอดเข้ามาไม่ถึง มีเพียงคบไฟที่ปักอยู่ตามกำแพงไม่กี่อัน
เว่ยไท่ฟู่นั่งซุกตัวอยู่มุมกำแพง พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็ชะเง้อคอมอง เห็นรองเท้าปักลายมังกรด้วยดิ้นทองกำลังก้าวเข้ามาใกล้
เว่ยไท่ฟู่ตะลึงก่อนคลานมาคุกเข่า ตะโกนด้วยคำพูดที่เตรียมไว้โกหกฮ่องเต้ “ฝ่าบาท กระหม่อมถูกใส่ร้าย! กระหม่อมจงรักภักดี คิดแต่จะแบ่งเบาภาระของฝ่าบาท แต่คาดไม่ถึงว่าคนต่ำช้าเหล่านั้น…”
เซี่ยโหวตั้นไม่รอให้เขาพูดต่อ ชิงตัดบทเสียก่อน “เจ้าทำงานให้ข้าเป็นครั้งสุดท้าย แล้วข้าจะให้การคุ้มครองทุกคนในบ้านของเจ้า รับรองว่าพวกเขาจะปลอดภัย”
เว่ยไท่ฟู่ฟังแล้วก็รู้แน่ว่าตัวเองต้องตาย รีบบีบน้ำตาออกมา “ขอฝ่าบาททรงฟังกระหม่อมก่อน ตอนนั้นผู้ตรวจการค้าเกลือ…”
เซี่ยโหวตั้นขัดขึ้น “เจ้ารู้หรือไม่ว่าใครให้ร้ายเจ้า”
เว่ยไท่ฟู่ “ซวี…”
เว่ยไท่ฟู่เงยหน้าขึ้นอย่างขลาดกลัว พระพักตร์ของฮ่องเต้ซ่อนอยู่ในความมืด เห็นเพียงโครงหน้ารางๆ แต่เขาก็แน่ใจว่านี่มิใช่สีหน้าของฮ่องเต้ที่เขาคุ้นเคยมาตลอด
เซี่ยโหวตั้นเอ่ย “คนที่สั่งการเรื่องนี้คือตวนอ๋อง คนที่รวบรวมหลักฐานคือซวีเหยา แต่คิดว่าเจ้าคงจำซวีเหยาผู้นี้ไม่ได้ เขาเป็น บุตรชายของใต้เท้าซวีที่เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่แล้วไปเป็นกุนซือข้างกายให้ตวนอ๋อง เขาเป็นคนเจ้าแผนการ วางแผนร้ายได้เก่งนัก”
เว่ยไท่ฟู่ตะลึง “เขายังไม่ตาย?”
เซี่ยโหวตั้นหัวเราะเยาะ “ตอนที่ใต้เท้าซวีเกิดเรื่อง ตวนอ๋องช่วยซวีเหยาออกมาโดยที่ไม่มีใครรู้ แล้วกรอกหูเขาว่าเจ้าเป็นศัตรู ตัวร้าย สุดท้ายหลังจากวางแผนมาหลายปีก็สามารถเล่นงานเจ้าได้สำเร็จ”
เว่ยไท่ฟู่ก้มหน้า กัดฟันแน่นจนมีเลือดซึม
ตวนอ๋อง!
เสียงของฮ่องเต้ยังดังต่อไป เป็นน้ำเสียงที่ปราศจากความรู้สึกใดๆ จนแทบจะเป็นความเบื่อหน่ายด้วยซ้ำ
“น่าขันสินะ พี่ชายคนดีของข้ายืมมือเจ้าจัดการตระกูลซวี มาวันนี้ก็อาศัยมือคนตระกูลซวีเล่นงานเจ้ากลับ นับว่ายุติธรรมดีแท้ ยุติธรรมด้วยกันทั้งสองฝ่าย”
เว่ยไท่ฟู่แทบจะเป็นลม… ฮ่องเต้รู้ ทรงรู้เรื่องนี้!
ตอนนั้นเขาสวามิภักดิ์ต่อไทเฮา แต่เพราะเป็นคนขี้กลัว จึงไม่เคยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์เลยสักครั้ง
วันหนึ่งตวนอ๋องมาหาและยื่นข้อเสนอให้เขาร่วมมืออย่างลับๆ ด้วยการกล่าวโทษใต้เท้าซวี ซ้ำยังช่วยเขาสร้างหลักฐานเท็จอย่าง แนบเนียนจนใครก็จับไม่ได้
ตลอดชีวิตของเว่ยไท่ฟู่ เขาเคยทำเรื่องที่เสี่ยงอันตรายจนได้ดีอย่างนี้เพียงครั้งเดียว
เขาทำสำเร็จ สร้างผลงานทำให้ไทเฮาพอใจ มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ทว่าฮ่องเต้กลับรู้ทุกสิ่งอย่าง อีกทั้งยังดูเฉยๆ เหมือนชมละครเรื่องหนึ่ง
เว่ยไท่ฟู่ถึงกับตัวสั่น เหมือนสมองจะหยุดทำงาน แม้แต่ ความกล้าก็หายวับไปทันที “กระหม่อมสมควรตาย… กระหม่อมรู้ว่าไม่มีทางรอดพ้นจากความตายไปได้ แต่กระหม่อมอยากรู้ว่าฝ่าบาททรงรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”
ฮ่องเต้ถูกพวกเขาปั่นหัวเล่นจนเหมือนคนโง่ไปแล้วนี่ หรือแท้จริงแล้วเป็นเพียงการเล่นละครตบตา?
ในเมื่อทรงรู้ทุกอย่าง แล้วทำไมถึงได้อดกลั้นเอาไว้ ปล่อยให้ขุนนางภักดีที่มีอยู่ไม่มากถูกพวกเขากำจัดไปจนเกือบหมด
เซี่ยโหวตั้นตอบ “อ้อ ความจริง ข้าก็แค่หลอกถามเจ้าเท่านั้น สุดท้ายเจ้าก็คายความจริงออกมาเอง”
“…” เว่ยไท่ฟู่
เซี่ยโหวตั้นหมุนตัวเดินห่างออกไป “ถ้าหากซวีเหยาส่งคนมาถาม เจ้าจงตอบไปตามความจริง คิดเสียว่าสร้างกุศลให้กับคนที่บ้านของตนเป็นครั้งสุดท้าย”
วันนี้อวี๋หว่านอินยังคงมานั่งทำงานที่หอตำราหลวงเช่นเคย
จู่ๆ ก็มีคนขึ้นมารายงานว่า “พระสนม มีคนผู้หนึ่งมาขอเข้าเฝ้าโดยไม่มีป้ายคำสั่ง ทั้งยังไม่ยอมบอกชื่อแซ่ บอกแค่ว่าพระสนมเห็นเขาก็จะจำได้เอง”
อวี๋หว่านอินมองผ่านขั้นบันไดลงไป เห็นชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งเงยหน้ามองตนพอดี
“…” อวี๋หว่านอิน
พี่ชาย… คุณเป็นใคร หา!?
ชายหนุ่มคำนับให้ “อวี๋เฟย”
“…” อวี๋หว่านอิน
เสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นอย่างนี้มีแต่ซวีเหยาเท่านั้น!
วันนี้ซวีเหยาไม่ได้แปลงโฉม แต่มาพบเธอด้วยใบหน้าที่แท้จริง อวี๋หว่านอินเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี หัวใจเหมือนจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ “ให้เขาขึ้นมาได้” เธอสั่งให้คนพาเขาขึ้นมาบนชั้นสอง
หลังจากไล่คนอื่นๆ ออกไปหมดแล้วก็เปิดประเด็นอย่างตรงไปตรงมา “เกิดอะไรขึ้น?”
เธอคิดไม่ถึงว่าเขาจะมาหาเร็วขนาดนี้ เมื่อเช้าเธอเพิ่งปรึกษารายละเอียดการรับตัวใต้เท้าซวีกลับมากับเซี่ยโหวตั้นอยู่เลยว่าจะส่งใครไปเล่นละครฉากนี้ดี เรื่องสำคัญที่สุดก็คือพวกเธอยังไม่ได้คิดหาทางหนีทีไล่ให้ซวีเหยา เพื่อให้เขาถอนตัวจากตวนอ๋องแล้วมาเข้ากับฝั่งฮ่องเต้ได้อย่างปลอดภัย
สีหน้าของซวีเหยาดูร้อนรนจนไม่ทันได้แปลงโฉม ไม่รู้ว่าถูกใครไล่ตามมาหรือเปล่า
ทันทีที่ซวีเหยาเอ่ยปาก ก็ยิ่งตอกย้ำลางสังหรณ์ของ อวี๋หว่านอิน “กระหม่อมมีเรื่องด่วนต้องการเข้าเฝ้าฝ่าบาท ไม่ทราบว่าพระสนมพอจะอำนวยความสะดวกได้หรือไม่?”
อวี๋หว่านอินตอบ “ข้าไม่มีอำนาจที่จะพาใครไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท ต่อให้พาไปก็ถูกคนขวางอยู่ดี เอาอย่างนี้ เจ้ารออยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะไปเชิญฝ่าบาทมา มีองครักษ์เฝ้าระวังอยู่ที่นี่ี ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตจะเข้ามาไม่ได้ อยู่ที่นี่ปลอดภัยกว่า”
เมื่อซวีเหยาได้ยินคำพูดเป็นนัยของอวี๋หว่านอินว่าอาจจะมีคนไล่ตามเขามา เขาก็ถามอย่างประหลาดใจ “พระสนมก็รู้หรือ?”
อวี๋หว่านอินตอบ “ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับใต้เท้าซวี ข้าก็พอจะรู้บ้าง”
ซวีเหยาอดรำพันไม่ได้ “พระสนมได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาทจริงๆ กระหม่อมกำลังสืบเรื่องที่บิดาถูกใส่ร้ายอยู่ แต่คาดไม่ถึงว่าตวนอ๋องจะเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า เขาคิดจะกำจัดกระหม่อม! เมื่อครู่กระหม่อมกลับไปที่ห้องพัก ดื่มน้ำชาไปอึกหนึ่งพลันรู้สึกว่ารสชาติผิดไปจากปกติ จากนั้นก็ปวดมวนท้องอย่างหนัก ถึงได้รู้ว่าถูกวางยาพิษ…”
อวี๋หว่านอินอุทานเสียงดัง “ช้าก่อน! เจ้าถูกพิษรึ?”
เธอพิจารณาอีกฝ่าย จริงด้วย… ซวีเหยามีเหงื่อซึมตาม หน้าผาก! อวี๋หว่านอินลุกขึ้นยืนอย่างร้อนใจ “อย่าเพิ่งพูดอะไร ข้าจะไปตามหมอหลวง”
ซวีเหยาดึงเธอไว้ “ตวนอ๋องตั้งใจจะฆ่ากระหม่อม คิดว่าคงไม่มีทางรอดเป็นแน่ กระหม่อมขโมยรถม้าหนีออกมาทางประตูหลัง ตอนนี้ยังไม่มีใครตามมา แต่กระหม่อมไม่อาจเข้าเฝ้าฝ่าบาทได้ พระสนม ก่อนจะตายกระหม่อมมีเรื่องขอร้อง”
อวี๋หว่านอินปลอบ “ใจเย็นๆ เจ้าไม่เป็นอะไรหรอก”
ร่างของซวีเหยาเริ่มโอนเอน มีเลือดซึมออกจากมุมปาก
อวี๋หว่านอินคิดจะไปหาคนมาช่วย แต่ถูกซวีเหยาดึงตัวเอาไว้แน่น กล่าวอย่างรวดเร็ว “กระหม่อมทำงานให้ตวนอ๋องมานานหลายปี แผนการของเขาเป็นอย่างไร กระหม่อมรู้ดีทุกอย่าง ถ้าหากฝ่าบาทช่วยบิดากระหม่อมกลับมาได้ กระหม่อมจะต้องตอบแทนบุญคุณอย่างเต็มที่”
อวี๋หว่านอินรีบปลอบ “วางใจเถอะ ฝ่าบาททรงตรัสคำไหน คำนั้น ตอนนี้ใต้เท้าซวีอยู่ระหว่างทางกลับเมืองหลวงแล้ว”
ดวงตาของซวีเหยาแดงเรื่อด้วยความตื้นตัน “ท่านพ่อ… ท่านพ่อหวังมาตลอดว่าฝ่าบาทจะทรงเป็นฮ่องเต้ที่ดี หากท่านพ่อกลับมาได้ จะต้องทุ่มเทชีวิตที่เหลืออยู่ช่วยเหลือฝ่าบาทบริหารบ้านเมือง”
ซวีเหยารีบบรรยายคุณค่าของบิดาว่ามีมากน้อยเพียงใด เพื่อไม่ให้คนตรงหน้าเปลี่ยนใจ
อวี๋หว่านอินบังเกิดความเวทนา เธอไม่ได้บอกเขาว่าใต้เท้าซวีเสียสติไปแล้ว ได้แต่ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนปลอบใจเขาว่า “ฝ่าบาททรงให้ความสำคัญกับความสามารถของใต้เท้าซวีอย่างมาก เจ้าวางใจได้”
ซวีเหยาพยักหน้าก่อนจะกระอักเลือดคำโต เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย “คนที่ไล่ตามมาน่าจะใกล้ถึงแล้ว พระสนม ข้าจดแผนการทั้งหมดของตวนอ๋องเอาไว้ในสมุดเล่มหนึ่ง…”
จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของนางกำนัลและขันทีดังมาจากชั้นล่าง “ไฟไหม้!”