ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 467-1 ฉากตบตี
ทุกคนดูอยู่สักพักก็กลับ
หากใช้คำพูดของลุงซ่งก็คือ
ถึงแม้ฝั่งตรงข้ามจะทะเลาะกันวุ่นวาย แต่พวกเราจะหัวเราะเยาะก็ไม่ได้ เป็นเรื่องปกติ ใครบ้างไม่มีญาติพี่น้อง
พวกเราอยากกลุ้มแบบนั้นบ้างยังไม่มีเลยนะ เฮ้อ มีกันอยู่แค่สิบกว่าครอบครัว
อีกอย่าง ไม่กลับไม่ได้หรอก
ท่านย่าหม่ามาตะโกนเรียก “เหลือใครอีกไหม แต่ละคนไปมุงดูอะไร ในบ้านมีงานกองพะเนิน”
งานอะไร
ยังจะงานอะไร ยายหวังตบกบาลหวังจงอวี้ “ก่อเตายังจะหวังให้คนอื่นทำหรืออย่างไร แกคิดจะตัดเส้นทางทำเงินในอนาคตของแม่แกใช่ไหม วันหน้าพวกข้ายังต้องเปิดร้านขนมอีกนะ ห้ามให้คนอื่นมาทำเตาเด็ดขาด”
หวังจงอวี้ยิ้มแก้เขิน “ได้ จะไปทำให้ท่านแม่บัดเดี๋ยวนี้”
นวดดิน ฟึ่บๆๆ ทุกคนเริ่มงานกันตั้งแต่ตอนเย็น
จัดการรื้อสองเตาที่มีอยู่เดิมก่อนในห้องอบขนม
อย่างเตาภายในห้องอบขนม กำแพงรอบด้านมีด้านละหนึ่งเตา สามารถยัดเตาอบขนมเค้กได้ทั้งหมดสิบสองเตา
แต่เตาที่ใช้อบขนมปังดำใหญ่มาก อีกทั้งซ่งฝูหลิงยังอยากให้อบขนมปังได้ทีละสิบสองชิ้น พื้นที่ภายในย่อมต้องกว้าง ในห้องสามารถทำเตาขนมปังดำได้มากสุดแค่เก้าเตา
อย่างห้องทำงานห้องเล็กของนางที่เพิ่งสร้างในภายหลังยิ่งเล็กเข้าไปใหญ่ ทำได้สี่เตาก็เต็มที่แล้ว ต้องเหลือที่ไว้วางโต๊ะนวดแป้งตรงกลางอีก ทั้งยังต้องเหลือทางเดินไว้ให้คนทำขนมที่ต้องเดินอบรอบๆ ด้วย
“ท่านพ่อ อะ” ซ่งฝูหลิงยื่นรูปถาดอบขนมให้ซ่งฝูเซิง
ต้องทำถาดอบขนมปังดำใหม่
ซ่งฝูหลิงไม่กล้าใช้ดินเหนียวริมแม่น้ำที่มีความทนทานแค่นั้นมาทำ ขนมปังดำหนักกว่าตัวขนมเค้ก นางกลัวว่าใส่ถาดอบขนมเข้าไปแล้วจะอบจนเตาแตก ไม่สู้ให้พ่อของนางไปคนชำนาญช่วยทำให้
ซ่งฝูเซิงเอารูปนั้นยัดใส่หน้าอกแล้วไปดูบ้านอื่นๆ แถวนั้น
สองพ่อลูกปรึกษากันว่าจะยัดหกสิบเตาลงไปอย่างไร ทั้งยังจะแยกกันแบบทางตะวันออกหนึ่งเตา ทางตะวันตกอีกหนึ่งเตาก็ไม่ได้
“พวกครอบครัวของยายๆ ทั้งแปดย้ายไปกันหมด ทุกคนก็ต้องย้ายบ้าน มีแค่บ้านเราที่ไม่ต้อง ยังอยู่ตรงกลาง ติดโรงเพาะปลูกพริก พ่อกับแม่จะได้คอยดูต้นกล้าได้ตลอดเวลา”
“ทางนั้นยัดพอเหรอ”
ซ่งฝูเซิงพูด “เบียดเอาหน่อย ถ้าไม่ไหว ต้ายาเอ้อร์ยาก็ไปอยู่กับหลี่ซิ่วสองแม่ลูก ยังอย่างไรเสีย ทุกคนก็กินด้วยกัน พวกนางก็ต้องทำงานด้วยกัน แบ่งห้องที่มีเตียงใหญ่ให้หลี่ซิ่วแล้วให้พวกผู้หญิงไปอยู่กับนาง บ้านป้าของลูกก็เอาห้องเล็กหน่อย ครอบครัวนั้นคนน้อย”
ซ่งฝูหลิงชี้บ้านยายหวัง บ้านซ่งฝูกุ้ย บ้านหลี่ซิ่ว รวมถึงห้องอบขนมสองห้องที่มีอยู่แล้วด้านหลัง เอามือวาดเป็นวงกว้าง
“เช่นนั้นลูกจะวางโต๊ะไว้ตรงกลางระหว่างสองบ้านนี้ บ้านพวกนี้รวมกันก็พอให้วางหกสิบเตาแล้ว”
“อืม พื้นที่ตรงนี้เป็นของลูก ลงมือได้”
ซ่งฝูหลิงทิ้งพ่อตัวเองไปหาลุงรอง
นางอยากให้ลุงรองทำกระดานไม้
เอาหินรองด้านล่างตั้งไว้ตรงกลางก่อน พยายามวางให้ขนานกับพื้น ด้านบนวางไม้กระดาน บนกระดานปูด้วยผ้าใบ ขนมปังอบเสร็จออกมาก็เทไว้บนนั้น วางผึ่งให้แห้งขจัดความชื้น
โต๊ะใหญ่สองตัวต้องมีขนาดเทียบเท่าเตียงใหญ่สี่เตียง
ซ่งฝูหลิงเหมือนพูดพึมพำกับตัวเอง นางถามลุงรอง “ลุงรอง ข้าต้องเตรียมกระโจมกันฝนด้วยหรือเปล่า อีกระยะหนึ่งถ้าฝนตกขนมปังของข้าไม่เสียหมดเหรอ”
ซ่งฝูสี่เงยหน้ามองหลานสาว “เช่นนั้นต้องถามพ่อเจ้า” เขาก็ตัดสินใจให้ไม่ได้เหมือนกัน
“ความหมายของข้าคือ ลุงรอง ลุงยังต้องทำเสาสำหรับตั้งกระโจมกันฝนด้วย”
“…ได้” ซ่งฝูสี่ใช้แขนเสื้อซับเหงื่อบนหัว เมื่อครู่ที่ทุกคนไปมุงดูคนทะเลาะเขาไม่ได้ไป ทำงานอยู่ตลอด
แม่อยากได้ถัง หลานสาวอยากได้ไม้กระดาน
เอาแค่สองคนนี้เขาก็ปฏิเสธไม่ได้แม้แต่น้อย
ในเวลาเดียวกัน ซ่งฝูเซิงกับพวกผู้ชายในบ้านกำลังส่งเสียงนวดดินทำเตา ลงไปที่ห้องเก็บของใต้ดิน
“เหลือแค่ไม่กี่เข่ง ตัดหมดแล้วเหรอ”
ลุงใหญ่ของซ่งฝูเซิงกับสามียายฉีตอบเป็นเสียงเดียวกัน “อืม เหลือแค่นี้ พวกเราเอามากินเองให้หมด”
เสียดายมาตลอด
ตอนนี้ปากของพวกเขาได้กินของแพงเสียแล้ว กระเทียมเหลืองจินละหลายสิบเหวินก็กล้ากิน เอามาผัดทีก็ตั้งหลายสิบจิน
จะว่าไปก็ไม่เห็นอร่อย ในที่สุดก็ได้กินผักที่ตัวเองปลูก ลุงใหญ่ นี่ข้ากินอะไรเนี่ย
ตลกน่า เล่นไม่ใส่ไข่ไม่มีเนื้อสัตว์ ผัดกระทะเบ้อเร่อแต่ใส่น้ำมันแค่ช้อนเล็กๆ ช้อนเดียว อร่อยก็แปลกแล้ว
ซ่งฝูเซิงมาดูก็มีความคิดอยู่ในใจ พอถึงเวลาก็เอาเสบียงอาหาร โดยเฉพาะในหน้าร้อน เอาพวกเต้าหู้นมมาเก็บไว้ในห้องเก็บของใต้ดินกับแปลงเพาะปลูกใต้ดินได้
ปีนี้คงสร้างบ้านไม่ได้แล้ว
ไม่มีเวลา
อย่าเห็นว่าได้เงินมาเยอะ เพื่อเงินพวกนี้ อย่างน้อยก็ต้องทำงานครึ่งปีกว่า ทุกคนต่างต้องไปทำงานเพาะปลูกก่อน
ให้ไปจ้างคนข้างนอกมาสร้างบ้านเหรอ ไม่มีคนให้จ้างหรอก ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารกันหมดแล้วไม่ใช่เหรอ
ทางเหนือพื้นที่เยอะ เสบียงที่ตุนไว้ก็น่าจะเยอะด้วย แต่คนกลับน้อย เทียบกับทหารของกว่างตงกว่างซี เทียบกับทหารของหูหนานเจียงซู ต่างกันเยอะ
ราชสำนักน่าจะจนปัญญา เลยจำเป็นต้องเกณฑ์กำลังพลจำนวนมาก
พื้นที่ของแต่ละบ้านในหมู่บ้านข้างนอกก็น่าจะงานยุ่งมากตั้งแต่เข้าฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง
ซ่งฝูเซิงออกจากห้องเก็บของใต้ดิน รับคบเพลิงที่ลุงใหญ่ยื่นให้ มองไปรอบตัวพลางคิดในใจ ปีนี้ถ้าสร้างกำแพงกับห้องคลังได้ เอาที่ว่างขุดแปลงเพาะปลูกใต้ดินได้อีกหน่อยก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
พวกท่านย่าหม่ากำลังเก็บข้าวของ
เห็นพวกเขาเพิ่งมาอยู่ได้แค่ไม่กี่เดือน แต่ในระหว่างไม่กี่เดือนนี้บ้านเก่าๆ ก็เต็มไปด้วยขุมทรัพย์
เก็บของขึ้นมาทีก็น่าตกใจ กะละมังเยอะขนาดนี้ ลูกชายคนรองของนางเก่งจริงๆ
เช้าตรู่วันต่อมา ครอบครัวปู่หยวนก็แอบลากกระสอบเสบียงอาหารมาถึงที่หลายกระสอบ
ตอนนี้เวลาครอบครัวปู่หยวนออกมาก็จะขนของมา ทำตัวเป็นกันเอง โยนกระสอบเสบียงไปรวมกับของทุกคน กินกันไปเลย
กลับเป็นท่านลุงซ่งที่ลงบัญชีให้เขา
ซ่งฝูเซิงเรียกประชุมใหญ่ทั้งหมู่บ้าน
การประชุมในวันนี้ ใบหน้าของทุกคนมีสีสันเป็นพิเศษ
มีลวดลายประดับหน้า
อย่างใบหน้าสามีของสะใภ้สี่ก็มีรอยข่วน
เมื่อคืนครอบครัวของแม่ยายมาหา พอเข้าบ้านก็ทำร้ายภรรยาเขา สามีของสะใภ้สี่ไม่ยอม แต่งมาแล้วก็เป็นคนของเขาแล้ว มีสิทธิ์อะไร อายุอานามขนาดนี้ยังต้องมาถูกแม่ทุบตี เขาจึงเข้าไปปกป้องภรรยา ได้เรื่อง แม่ยายเลยซัดทั้งผัวทั้งเมีย
เหตุการณ์แบบนี้มีเยอะมาก
ได้ยินว่าเมื่อวานเอาแค่ตัดแม่ตัดลูกก็มีหลายสิบบ้านแล้ว
ส่วนตัดญาติ ร้อยเจ็ดครอบครัวไม่มีหนีพ้นแม้แต่ครอบครัวเดียว ประตูพังโครมๆ
ขนาดเริ่นกงซิ่นที่ไม่อยู่บ้านก็ยังไม่รอด
ครอบครัวเมียท้องโตของเขา ไหนจะครอบครัวสะใภ้รอง ต่างแห่มาที่บ้านเขาหมด
เพื่อเป็นการปลอบใจทุกคน ซ่งฝูเซิงไม่ได้พูดเรื่องครอบครัวปู่หยวนก่อน แต่บอกทุกคนว่า นอกเหนือจากงานที่ต้องทำเพื่อทดแทนการเกณฑ์ทหารแล้ว งานอื่นไม่ได้ให้ทำเปล่าๆ
“อะไรนะ” ทุกคนตื่นเต้นในสภาพที่ใบหน้ามีบาดแผล
ไอ๊หยา นี่ต้องตั้งใจเลี้ยงวัวแล้ว อีกเดี๋ยวจะไปไล่สัตว์เลี้ยงในบ้านที่ไม่ทำเงินออกมา จัดหาที่อย่างดีให้วัวนม เลี้ยงให้ดี ปรนนิบัติรับใช้ให้ดี ให้นมเยอะ พอนมเยอะก็จะทำเต้าหู้นมได้หลายก้อน นั่นมันเงินทั้งนั้น