ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 470 ถูกตามติดแล้ว
เป่าจูเข้าหมู่บ้าน
ท่านย่าหม่าตกใจมาก ถือทัพพีไม้รีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา ทั้งยังได้ถาม
“ซื่อจ้วง เจ้าไปตั้งแต่เมื่อไร ทำไมข้าถึงไม่รู้”
“เป่าจู เป็นอย่างไรบ้าง ข้ายังเป็นห่วงอยู่ แต่คิดว่าเจ้าคงไม่เป็นอะไรมาก พี่ชายของเจ้าไม่มีทางถูกเกณฑ์ไป แต่ช่วงนี้ข้ายุ่งหัวหมุนทุกวัน พวกเจ้าสองคนไปไงมาไงถึงไปเจอกันได้ล่ะ ทำไมกลับมาด้วยกัน”
ท่านยายเถียนจับมือเป่าจูอย่างสนิทสนม “มือน้อยๆ เย็นหมดแล้ว ไปๆๆ กลับบ้านกัน ไปคุยที่บ้าน”
ระหว่างทาง
ท่านย่าหม่าแนะนำเป่าจูให้พวกเก่อเอ้อร์นิวรู้จัก “นี่คือพวกย่าๆ ของเจ้า”
บรรดาหญิงสูงวัยในหมู่บ้านต่างถามด้วยความสงสัย “หัวหน้า นี่ใครเหรอ”
ท่านย่าหม่าไม่ได้บอกทำนองว่าเป็นเด็กในร้านขนมก่อนหน้านี้
นางรู้
อย่ามองว่าคนในหมู่บ้านเป็นแค่ชาวบ้านชาวสวน เพราะถึงอย่างไร พวกนี้ก็ยังคงมองเด็กผู้หญิงว่าต่ำต้อยอยู่ดี
หากบ้านไหนในหมู่บ้านรู้สึกขัดหูขัดตา ส่งเด็กสาวไปเซ็นสัญญาขายให้พวกตระกูลใหญ่ วันหน้าต่อให้สวมชุดผ้าแพรกลับมาให้ครอบครัวตัวเองได้ภาคภูมิใจ แต่ในสายตาของคนปกติก็ยังคงดูถูกอยู่ดี เป็นเรื่องที่จะถูกเอาไปนินทาลับหลังได้เสมอ
ในสายตาของคนทั่วไป ต่อให้บ้านจะยากจนขนาดไหนก็ห้ามให้ลูกไปปรนนิบัติคนอื่น การเซ็นสัญญา ไม่ว่าจะเป็นจะตายก็ห้ามกลับครอบครัวตัวเอง ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควร
แต่จะว่าไป เป่าจูไม่ใช่สถานการณ์แบบที่ว่าพ่อแม่ขายให้ตระกูลลู่ แต่เป็นเพราะเดิมที พ่อแม่ของนางเป็นบ่าวรับใช้ของตระกูลลู่อยู่ก่อนแล้ว
แต่พวกเราไม่มีมีความจำเป็นต้องเสียเวลาอธิบายกับคนในหมู่บ้านใช่ไหมล่ะ เกิดพวกเขาไม่เข้าใจ เอาเด็กผู้หญิงที่ดีๆ ไปลือจนเสียหายจะทำอย่างไร
อีกอย่าง จะเล่าให้คนอื่นฟังตรงๆ ทำไม
“อ๋อ มาจากเมืองเฟิ่งเทียน หลานสาวญาติข้านี่แหละ หลานบุญธรรมของข้าเอง”
…
“พั่งยาเอ๊ย พั่งยา”
ซ่งฝูหลิงเดินออกมาจากห้องทำขนม “เป่าจู?” มองเห็นเป่าจูที่อยู่ข้างท่านย่าตั้งแต่แวบแรก
เด็กสาวใบหน้าแดงก่ำ ทั้งหนาวทั้งเหนื่อย เดินตั้งไกลกว่าจะถึงหมู่บ้าน พอเห็นซ่งฝูหลิงก็ยิ้ม
วันนั้นทุกคนก็ได้รู้จักเป่าจู
นี่ก็คือเป่าจู ช่วงที่ปิดเมืองสองพี่น้องไม่ยอมไปต่อแถวซื้ออาหาร ซื่อตรงมาก ควักเงินเก็บออกมาจ่ายสำรองให้ที่ร้านไปก่อน สองพี่น้องคู่นี้มีชีวิตที่ขมขื่นเพราะพ่อแม่จากไปเร็ว
ต้าเต๋อจื่อผู้เป็นพี่ชาย ครั้งนี้ก็ทำเรื่องที่เถรตรง ไม่ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารแต่กลับเสนอตัวขอไปเลี้ยงม้าให้ทหารแนวหน้า
พอได้ฟังก็รู้ว่าเด็กสองคนนี้เป็นคนดีมาก
ท่านลุงซ่งพูดว่า “พักด้วยกันสิยัยหนู อยู่บ้านคนเดียวมันไม่ดี พรุ่งนี้ไปเอาเสบียงออกมา ลงกลอนประตูให้ดี มาทำงานที่นี่ เดิมทีเจ้าก็เป็นคนของร้านขนม ที่นี่ขาดคนพอดี มาช่วยหาเงินกับพี่ๆ น้องๆ จะได้ไม่ต้องอยู่บ้านเฉยๆ ด้วย”
พักที่ไหน
ท่านย่าหม่าให้ต้ายากับเอ้อร์ยาช่วยดูแลเป่าจู พักกับพวกหลี่ซิ่วที่แม่น้ำฝั่งนี้ จะได้ทำงานสะดวก
เด็กผู้หญิงนอนด้วยกัน ไม่มีอะไรมาก
ย่อมดีกว่าให้ไปพักอยู่กับพั่งยาที่บ้านลูกสาม
ถึงแม้ที่บ้านลูกสามจะมีที่เหลือ แต่ที่นั่นมีแค่กำแพงไฟกั้น เด็กสาวโตขนาดนี้แล้วไม่ใช่เรื่อง อีกอย่าง หนิวจั่งกุ้ยอายุมากแล้วไม่เท่าไหร่ แต่บ้านลูกสามของนางยังมีซื่อจ้วง ต้องจับแยกกัน ถูกไหมล่ะ
ดังนั้นดูจากท่าทางของท่านย่าหม่าก็รู้แล้วว่านางเข้าใจผิด
ท่านย่าหม่าคิดว่าที่ซื่อจ้วงเข้าเมืองในวันนี้เป็นเพราะหลานสาวคนเล็กของนางไม่วางใจเรื่องเป่าจู จึงวานให้ซื่อจ้วงไปดูหน่อย
อันที่จริงไม่ใช่แค่ท่านย่าหม่า เป่าจูเองก็คิดแบบนั้น
แม่นางฝูหลิงดีกับนางมาตลอด เฮ้อ จะพูดอย่างไรดีล่ะ นางโชคดีมาก
เป่าจูเองก็เก็บแม่นางฝูหลิงไว้ในใจมาตั้งนานแล้ว
แม่นางฝูหลิง “…”
ตกเย็น
ซ่งฝูเซิง ซ่งฝูหลิง และเฉียนเพ่ยอิงอยู่ในห้องครัว กำลังมองซื่อจ้วง
ความคิดของสามคนพ่อแม่ลูกไปในทางเดียวกัน สื่อสารกันทางสายตา ดนตรีเพลงงานมงคลดังขึ้น
“คุณแม่”
“อืม”
“รู้หรือเปล่าว่าเขาจะไปรับเป่าจูมา”
“ไม่รู้เลย” แถมยังให้เงินไปนิดหน่อยด้วย
ซ่งฝูหลิงที่ยืนอยู่ตรงกลางหันไปมองซ่งฝูเซิงที่อยู่ด้านซ้าย
“ท่านพ่อล่ะ”
“อืม”
“รู้หรือเปล่าว่าเขาเอาลูกไปอ้าง”
“ไม่รู้เลย”
“เขาชอบเป่าจูใช่ไหม”
“ก็เหมือนจะอย่างนั้น”
“งั้นแต่งงานตอนนี้ได้ไหม”
“ไม่น่าได้นะ”
ซ่งฝูหลิง “โอ๊ย หัวจะปวด”
สามคนพ่อแม่ลูกมองซื่อจ้วง ต่างทำหน้างง
ซ่งฝูเซิงสองมือเท้าเอว ใช้คางชี้ บอกให้ซื่อจ้วงตามเขาเข้าไปในห้องเล็ก
เด็กพอโตแล้วก็มีเรื่องให้กลุ้มใจเยอะ
โดยเฉพาะซื่อจ้วง ยิ่งต้องจำเป็นกำชับให้มาก เพราะเจ้าหนุ่มนี่ ‘ความคิดไม่ค่อยปกติ’
ถูกต้อง ในสายตาของซ่งฝูเซิง ซื่อจ้วงถูกจัดอยู่ในประเภทที่ ‘ความคิดไม่ค่อยปกติ’
เป็นต้นว่า หากพูดกับซื่อจ้วงว่า ที่บ้านยังขาดเงินอีกเยอะ จำเป็นต้องให้ซื่อจ้วงช่วยคิดหาทางช่วยกันหาเงิน เอาล่ะ วันต่อมาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ดีไม่ดีก็จะไม่กลับมาด้วย
ในระหว่างที่หาเงิน เด็กหนุ่มคนนี้ไม่มีทางคำนึงถึงว่าวิธีที่ใช้หาเงินจะถูกหรือผิด คิดแค่ว่าที่บ้านร้อนเงิน ต้องรีบหามาโดยเร็วที่สุด
ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรข้างนอกบ้าง
เด็กหนุ่มคนนี้จะจดจำแค่เป้าหมาย ส่วนวิธีการที่จะทำอย่างไรนั้น ไม่ได้อยู่ในการตรึกตรอง ‘ทัศนคติของคนปกติ’ ไม่เคยมีผล ทำได้ทุกวิถีทางเพื่อเป้าหมาย
แล้วจะไม่ให้กำชับซื่อจ้วงที่เป็นแบบนี้ได้อย่างไร
ตอนนี้ซื่อจ้วงเอาแต่คิดถึงเด็กสาวคนนั้น ซ่งฝูเซิงเป็นห่วง กลัวจะทำเรื่องเลอะเลือน
“ซื่อจ้วง อาเข้าใจความรู้สึกที่เจ้ามีต่อเป่าจูแล้ว”
ซื่อจ้วงพยักหน้า ยอมรับตรงๆ
“แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา ตอนนี้เป่าจูมาทำงานอยู่ที่บ้านเราเพราะคิดว่าฝูหลิงเรียกมา ถ้าเจ้าไปป้วนเปี้ยนกับนางทุกวัน เอาแต่แอบมองนาง เจ้าคิดว่าคนอื่นมองไม่ออก แต่ทุกคนไม่ได้ตาบอด นานวันเข้าจะต้องรู้แน่ๆ แล้วเป่าจูก็จะแตกตื่นได้ง่าย”
ซื่อจ้วงเงียบไปสักพัก ไม่ให้มองเป่าจูมันยาก แต่สุดท้ายก็ยังคงพยักหน้า
จดจำไว้ในใจแล้ว ต่อไปจะไม่มองเป่าจูอีก นางจะได้ไม่แตกตื่น
ซ่งฝูเซิงรีบชม
“เอ้อ แบบนี้สิถูกต้อง…
…เจ้าก็คิดเสียว่ามันไม่ดีต่อชื่อเสียงด้วย…
…ถ้าจะแต่งงานก็ต้องรอให้สถานการณ์นิ่งก่อน ผ่านช่วงนี้ไปได้ก่อน จากนั้นค่อยไปเจรจาสู่ขอกับพี่ชายของเป่าจู บ้านเรามีอะไรก็ยกให้เขา เอาความจริงใจเข้าสู้…
…ไม่ใช่ว่ายังไม่ทันจะเจรจาสู่ขอกันอย่างเปิดเผยก็คิดนั่นคิดนี่กับอีกฝ่ายแล้ว ทำให้อีกฝ่ายเสียชื่อมันไม่ดี…
…แบบนั้นไม่เรียกการทะนุถนอม เขาเรียกคุกคาม”
ซื่อจ้วงพยักหน้าอีกครั้ง จดจำไว้แล้ว ต้องสู่ขอก่อนถึงคุกคามได้
ซ่งฝูเซิงคิดแล้วพูดต่อ
“พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน อาเลี้ยงดูเจ้าไม่มีทางปล่อยให้อยู่แบบนี้ไปตลอด…
…วันข้างหน้า อาจะหางานที่ไม่ต้องใช้การพูดคุย ทั้งยังช่วยให้ความเป็นอยู่ดีขึ้นให้…
…เพื่อที่พี่ชายเป่าจูจะได้เห็นว่า พวกเราพูดไม่ได้แล้วอย่างไร พวกเราเก่งกว่าผู้ชายส่วนใหญ่เสียอีก เขาจะได้วางใจยกน้องสาวให้เจ้าดูแล…
…เฮ้อ จะหางานแบบนี้ให้เจ้าแน่ๆ เจ้าก็ตั้งใจทำงานกับอาให้ดีแล้วกัน”
ซ่งฝูเซิงพูดจบก็เดินไป
ซื่อจ้วงหันไปมองที่ม่านประตูแล้วพยักหน้าจริงจัง
ข้อสำคัญที่เขาจำไว้ในครั้งนี้คือ
หนึ่ง เจ้านายบอกว่า ตั้งใจทำงาน นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเขาต้องขยันขันแข็งยิ่งกว่าเดิม
สอง เจ้านายจะให้เขาไปสู่ขอเป่าจูแน่นอน
ต่อมา อันที่จริงซื่อจ้วงก็ทำแบบนี้จนกระทั่งเจองานที่สามารถทำให้ไปสู่ขอเป่าจูได้
แต่เขาไม่ทำ
ซ่งฝูเซิงถามว่าทำไมจะออก
ซื่อจ้วงเขียน ‘ต้องติดตามท่านอาเท่านั้นถึงจะเจองานที่ทำให้สู่ขอเป่าจูได้’
ซ่งฝูเซิงโมโหไม่น้อย…