ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 473 ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านเดินตามร่องน้ำไป ตอนกลับมาก็ไม่ได้กลับมือเปล่า
คนทำงานจนชิน ในสายตาก็มีงานอยู่เสมอ
พอเห็นริมเขามีก้อนหินก็ไม่ได้มาเสียเที่ยว แต่ละคนช่วยกันเก็บมาสองสามก้อน ไม่มีรถลาก ไม่มีกระสอบ พวกเขาจึงกองไว้เป็นภูเขาเล็กๆ ที่ด้านหนึ่ง
เดี๋ยวกลับไปค่อยบอกให้พวกท่านลุงซ่งมาขน
แต่ละคนมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ ดูร่องน้ำเสร็จ ขณะที่กำลังกลับมาด้วยความภูมิใจ ซ่งฝูเซิงก็ชี้ไปตามทิศทางของกระแสน้ำในหมู่บ้านเหรินจยา อธิบายให้พวกผู้ชายที่มีหน้ามีตาในหมู่บ้านฟัง
“งานสร้างร่องน้ำเป็นงานใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่เพาะปลูกของพวกท่าน เป็นคนละทางกับของข้า ตอนนี้มีคนไม่พอที่จะไปช่วยสร้างให้พวกท่าน…
…รอปีหน้า ปีหน้าพวกเราเตรียมการล่วงหน้า ร่วมแรงร่วมใจตั้งกังหันน้ำให้พวกท่าน…
…ว่างๆ ข้าจะหาเวลาไปเดินดูในพื้นที่ของพวกท่าน ดูว่าจะสร้างร่องน้ำยังไงได้บ้าง”
ขณะที่ซ่งฝูเซิงพูดแบบนี้ สายตามองไปที่กระแสน้ำตลอด กำลังคิดว่าจะทำงานไปทีละขั้นอย่างไร ไม่ได้สังเกตปฏิกิริยาตอบสนองของคนในหมู่บ้านที่ได้ฟังเขาพูดแบบนี้
เขาไม่รู้เลยว่า คำพูดของเขาได้สร้างความตะลึงให้คนในหมู่บ้านขนาดไหน
หรือบางที ต่อให้ซ่งฝูเซิงรู้ก็ไม่มีทางเข้าใจได้ทั้งหมด นี่น่าจะเป็นความแตกต่างระหว่างคนโบราณกับคนยุคปัจจุบัน
“ข้าอยากลงไปอาบน้ำในแม่น้ำ!”
“อาบอะไรเล่า อายุเยอะขนาดนี้แล้ว”
“อย่ามาห้ามข้า” อาเจ็ดในหมู่บ้านที่อายุมากแล้ว ถอดรองเท้าลงไปในแม่น้ำที่เย็นเฉียบ
หัวใจของเขามันร้อนรุ่ม ร้อนเหลือเกิน
ฝูเซิง ไม่สิ หัวหน้าทีม งานเพาะปลูกมันลำบากมาก!
ต้องหาบน้ำถังแล้วถังเล่าไปที่แปลงเพาะปลูก หลายถังรดลงไป ยืดตัวตรงมองดู พื้นที่เพาะปลูกไกลสุดลูกหูลูกตา ต้องการน้ำไปรดทั้งหมด
หัวหน้าทีม ทำของแบบนี้มา อีกทั้งยังจะทำให้คนในหมู่บ้านด้วย รู้ไหมว่ามันสำคัญกับพวกเราขนาดไหน
ขอบตาของหัวหน้าตระกูลเริ่นเริ่มแดง มือข้างหนึ่งจับบ่าของซ่งฝูเซิง ซ่งฝูเซิงถึงหันกลับมา ไม่อย่างนั้นเขาก็ยังคงจินตนาการต่อไป
“ฝูเซิงๆ หลานชายที่มีวาสนา วันหน้าเจ้าจะต้องได้รับการตอบแทนอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน”
หืม?
ซ่งฝูเซิงเห็นหัวหน้าตระกูลเริ่นพูดแบบนี้จบ ยังพยักหน้าอย่างแน่วแน่ หันไปมองคนในหมู่บ้านที่อยู่ด้านหลัง
ปรากฏว่ามีคนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่พยักหน้าให้เขา
ซ่งฝูเซิงมองหาภรรยากับลูกสาวท่ามกลางฝูงชน
หมี่โซ่วที่ยังเด็ก อาจไม่เข้าใจคำพูดของทุกคน แต่กลับยิ้มด้วยความภูมิใจเหลือเกิน ร่างน้อยๆ ยืดตรง
เฉียนเพ่ยอิงแอบยกนิ้วโป้งให้เขา
ซ่งฝูเซิงคิดในใจ กลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไร ข้าเป็นคนธรรมดาๆ เองนะ
เฉียนเพ่ยอิงเดินไปพร้อมกับสามี เวลานี้ได้มองเหล่าซ่ง ยิ้มพลางคิดในใจ
เมื่อก่อนรู้สึกมาตลอดว่า ซ่งฝูเซิงที่เอาใจใส่ความเป็นอยู่ของครอบครัวดูมีเสน่ห์มาก
นางเองก็คิดมาตลอดว่า อย่ายุ่งเรื่องไม่เป็นเรื่อง ขนาดบ้านเรายังเอาตัวไม่รอด จะไปสนคนอื่นทำไม
แต่วันนี้นางเริ่มจะไม่คิดแบบนั้นแล้ว เพราะเหล่าซ่งที่เป็นแบบนี้ ทำไมถึงมีเสน่ห์ได้ขนาดนี้นะ
ซ่งฝูหลิงยิ้มพลางพยักหน้าให้พ่อตัวเอง
ท่านพ่อควรทำแบบนี้
คนเราถ้าร่วมมือกันก็ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
วันนี้สร้างความประทับใจให้คนในหมู่บ้านมากเหลือเกิน คนที่ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้เป็นคนแรกสุดก็คือท่านย่าหม่า
“นี่อะไร”
“เมล็ดพันธุ์ผัก”
คนนี้ห่อ คนนั้นห่อ เมล็ดพันธุ์ผักที่ท่านย่าหม่าอยากปลูก ถูกเอามารวมกันแล้ว
“พี่หม่าเลี้ยงลูกอย่างไรเหรอ” พวกสะใภ้เก้าถามด้วยสายตาที่อิจฉา
ย่าหม่าตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเล่นก่อน “จะบอกพวกเจ้าให้นะ เอาเมล็ดพันธุ์ผักมาให้ก็อย่าคิดว่าจะทำเต้าหู้นมแบบขาดๆ เกินๆ ได้ ใครไม่ผ่านข้าก็จะหักเงินตามปกติ”
จากนั้นถึงได้ยิ้มหน้าบานพูด
“เพราะข้าเป็นแม่ม่ายไงล่ะ บอกกับพวกเขาพี่น้องตั้งแต่เล็กว่า พวกเจ้าไม่มีพ่อให้หวัง ก็ต้องแข็งแกร่งด้วยตัวเอง…
…นึกไม่ถึงว่าแต่ละคนจะเอาการเอางาน…
…ลูกชายคนโตของข้าเป็นคนอดทน ไม่กลัวลำบาก ยอมให้น้องชายทั้งสองคน ไม่แย่งชิงอะไรด้วย…
…ลูกชายคนรอง เก่ง ทำงานเก่ง โยนงานอะไรให้ก็วางใจได้ ทำให้เสร็จโดยไม่หลับไม่นอน…
…ส่วนลูกชายคนที่สาม พวกเจ้าเองก็รู้ว่าเขาฉลาด”
เก่อเอ้อร์นิวช่วยรับรอง “หมู่บ้านในละแวกนี้ไม่มีใครฉลาดเท่าเขาแล้ว ความคิดความอ่านเร็วกว่าเด็กคนอื่น”
พอเถอะ เดิมทีคนในหมู่บ้านก็ชื่นชมกันมากอยู่แล้ว ถามสองคำคิดว่าท่านย่าหม่าจะถ่อมตัว ใครจะไปนึกว่าท่านย่าหม่ากลับยกยอยิ่งกว่าใคร ยิ่งทำให้อิจฉาเข้าไปใหญ่
ต่อมาสะใภ้ใหญ่ของอาสามสกุลเริ่นวางชามวางตะเกียบพลางเอาอย่างในเรื่องนี้บ้าง
หลักๆ คือนางอยากบอกว่า ท่านย่าหม่าเป็นแม่ของหัวหน้าทีมย่อมไม่ธรรมดา
หญิงม่ายคนอื่นเวลาพูดคำว่า ‘ม่าย’ ก็จะทำสีหน้าขมขื่นระทมทุกข์
แต่พอเป็นท่านย่าหม่า นางกลับยิ้มแย้ม ตอบโดยไม่เลี่ยงแม้แต่น้อย ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ
อาสามสกุลเริ่นซดโจ๊ก “เช่นนั้นพวกเจ้าก็เอาอย่างบ้างสิ”
พวกสะใภ้ ท่านพ่อ ให้พวกข้าเอาอย่างเรื่องเป็น ‘ม่าย’ เหรอ
พวกลูกชายของอาสามสกุลเริ่นถือตะเกียบอยู่ต่างก็อึ้ง นี่ท่านพ่อกำลังสาปแช่งพวกเราเหรอ
อาสามสุกลเริ่นไม่ได้รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าลูกชายลูกสะใภ้กำลังมองมาที่เขา คีบผักดองใส่ชามของหลานชาย จากนั้นก็สนใจกินของตัวเองจนหมดเตรียมเดินออก เดินไปพูดไป
“ถ้าพ่อเตี้ย ลูกอาจจะเตี้ย ถ้าแม่เตี้ย ลูกจะเตี้ยกันหมด ถ้ามีแม่ที่ดี ต่อให้ในบ้านมีคนไม่เอาไหนสักคน ลูกที่เหลือก็ยังเป็นคนดีได้ ใครแต่งนางเข้าบ้าน แบบนั้นถึงเรียกเป็นผลบุญจากในชาติก่อน”
อาสามสกุลเริ่นเดินออกไปแล้ว ทิ้งให้พวกลูกชายลูกสะใภ้มองหน้ากันทั้งโต๊ะ หมายความว่าอย่างไร พ่ออยากแต่งงานใหม่เหรอ ชอบแม่ของหัวหน้าทีมเหรอ
“ท่านพ่อ ต้องไปถามหน่อยไหม”
“หุบปากน่า ถามอะไรเล่า แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน” เมื่อไรที่ท่านพ่อเป็นฝ่ายพูดเรื่องนี้ก่อนค่อยว่ากัน
โชคดีที่ลูกชายคนโตของอาสามไม่ได้เชื่อฟังเมียแล้วไปถามท่านพ่อ ไม่อย่างนั้นได้ถูกซัด
อาสามสกุลเริ่น ใครบอกว่าข้าอยากมีเมียใหม่ อายุปาเข้าไปขนาดนี้แล้ว ตัวอยู่ในหลุมจนถึงคอแล้ว ด่าใครไม่เจียมตัวน่ะ
เช่นนั้นทำไมเอาแต่ชื่นชมนาง
ชมนางแล้วมันเป็นอย่างไร เขาชมท่านย่าหม่าแบบที่ผู้ชายรู้สึกชื่นชมผู้หญิงจริงๆ
ชมไม่ได้เหรอ
“เจ้าห้า” อาสามสกุลเริ่นเลี้ยวเข้าบ้านหัวหน้าตระกูลเริ่น
หัวหน้าตระกูลเริ่นก็กำลังกินโจ๊กเหมือนกัน ยังไม่ได้เพาะปลูก ไม่กินของแห้งๆ หัวหน้าตระกูลเริ่นจัดเป็นผู้อาวุโสลำดับที่ห้าในหมู่บ้าน
“พี่สาม กินหรือยัง ถ้ายังไม่กินก็มากินด้วยกันสิ นั่งๆ”
“กินแล้ว คือ สะใภ้ใหญ่ของข้าว่ามาแบบนี้” อาสามสกุลเริ่นเล่าเรื่องที่พวกหญิงสูงวัยเอาเมล็ดพันธุ์ผักให้ย่าหม่า “ข้าเลยคิดว่าจะมาหารือกับเจ้า พวกเราก็ต้องแสดงออกเหมือนกันหรือเปล่า”
“แสดงออกอะไร”
“เรื่องกังหันน้ำ ถึงแม้ปีหน้าถึงจะสร้างให้พวกเราได้ แต่จะรอให้สร้างเสร็จแล้วค่อยแสดงน้ำใจมันจะไม่ได้หรือเปล่า จะเป็นคนแบบนั้นไม่ได้จริงไหม ข้าแค่คิดว่า พวกคนที่อยู่ฝั่งนู้นกำลังกลุ้มเรื่องเพาะปลูกในที่ดินร้อยยี่สิบกว่าหมู่ของพวกเขา ตอนนี้จะไปหาซื้อเสบียงอาหารที่ไหนก็ไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดเรื่องหาเมล็ดพันธุ์ดีๆ เลย พวกเราคนในหมู่บ้านเอามารวมๆ กันดีไหม”
หัวหน้าตระกูลเริ่นตบขาหนึ่งฉาด “พี่สามคิดได้รอบคอบจริงๆ”
อาสามสกุลเริ่นยิ้ม “อย่ามองว่าจะแบ่งเมล็ดพันธุ์ออกมาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ข้าคิดว่าเราไม่ขาดทุนหรอก”
สักพักลูกชายคนรองของหัวหน้าตระกูลเริ่นก็ไปเรียกพวกอาเจ็ดมา
ชายชราเหล่านี้ต่างแสดงออกว่า “ไม่ขาดทุนหรอก พวกคนที่อยู่ฝั่งนู้นใจกว้าง ไม่ต้องเอาเรื่องไกลตัว เอาแค่ถ้าพวกเราให้เมล็ดพันธุ์พวกนี้ไป เชื่อไหมว่า คนพวกนั้นไม่มีทางเขียมเรื่องกินกับพวกเด็กๆ ในหมู่บ้านที่ไปช่วยงานหรอก มันก็เป็นของกินกลับมาที่พวกเรา”
“นั่นสิ หัวหน้าฝูเซิงเป็นคนดีมาตลอด”
ท่านลุงซ่ง ซ่งฝูเซิงและคนอื่นๆ ในบ้านต่างมองมาที่คนในหมู่บ้าน
ตรงกลางมีพวกกระสอบเมล็ดพันธุ์พืช