ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 479 พวกตัวแสบเข้าหมู่บ้าน
คราวนี้ซ่งฝูหลิงไม่ได้หลงกลคำหวานของน้องชาย
“เอ๊ะ สองพี่น้องนั่นบอกแล้วว่าต่อไปจะไปเก็บซานติงจื่อ พุทรากลม เจินจื่อป่า นั่นต้องปีนต้นไม้ทั้งนั้น พวกเจ้าเป็นเด็กผู้ชายมีกันตั้งหลายคน จะหวังให้เด็กผู้หญิงอย่างข้าเด็ดมาให้กิน ไม่อายเหรอ”
ปกติหมี่โซ่วถูกพี่สาวตัวเองขัดเกลาจิตใจเป็นประจำ ไม่ได้มีความคิดแบบที่ว่าพี่สาวต้องดูแลน้องชายนานแล้ว เข้าใจดีว่าเด็กผู้ชายต้องดูแลเอาใจใส่เด็กผู้หญิง
มือน้อยๆ ที่จับตะเกียบแข็งทื่อ “พี่สาว ข้าขอโทษ แต่ว่าข้าไม่เคยปีนต้นไม้ ควรแก้ปัญหาเรื่องนี้ยังไง”
ง่ายมาก
“ก็ปีนสิ”
ซ่งฝูหลิงออกคำสั่ง
พวกเด็กผู้ชายที่แข็งแรงเหมือนลูกวัวตัวน้อย นับหนึ่งสองสามแล้ววิ่งเข้าหากำแพง เท้าเหยียบไปที่ผนัง ฝ่าเท้างอเกือบเก้าสิบองศา ทะยานตัวขึ้นไปด้านบน
ภายในลานบ้าน อาเจ็ดสกุลเริ่นเพิ่งกลับมาจากสวนด้านหลัง มือข้างหนึ่งถือกระบวยน้ำเต้าตักน้ำ มืออีกข้างเอาเถาวัลย์ต้นหลิวขัดฟัน ขัดพอประมาณแล้วก็เอาน้ำกลั้วคอ ทันใดนั้นก็เห็นซ่งจินเป่าปีนขึ้นกำแพงบ้านของเขา เอื๊อก กลืนน้ำที่กลั้วคอลงท้องไปแล้ว
กำแพงบ้านเขาอยู่ตรงนั้น ห่างเยอะขนาดนี้ยังได้ยินเสียงพวกเด็กๆ จ๊อกแจ๊กจอแจ
หมี่โซ่วถูกพวกพี่ชายตัวเล็กๆ ร่วมแรงช่วยกันดันก้น พี่ชายตัวเล็กจริงๆ เพิ่งจะอายุหกขวบครึ่ง ซ่งจินเป่าที่อยู่บนกำแพงก็ช่วยดึงแขนเขา ในที่สุดก็ปีนขึ้นไปได้แล้ว
“พี่สาว ข้าขึ้นได้แล้ว ข้าเก่งไหม”
“เก่ง”
“แต่ปัญหาคือ ข้าจะลงยังไง”
คำถามนี้ถามได้ดี
ซ่งจินเป่าที่ขึ้นไปบนกำแพงแล้วฉุกคิดขึ้นมาได้ ถลึงตามองความสูงของกำแพงแล้วเหลือบมองซ่งฝูหลิง
แย่แล้ว นั่นน่ะสิ
ซ่งฝูหลิงรีบวิ่งหนี
ซ่งจินเป่ากับหมี่โซ่วที่อยู่บนกำแพงมองตามหลังพี่สาวที่วิ่งหนีไป “…”
ผ่านไปครึ่งชั่วยามซ่งฝูหลิงถึงกลับมา
พร้อมเด็กๆ ที่ตามมาด้านหลัง
ก่อนหน้านี้ พอเด็กๆ เห็นพี่สาววิ่งไป พวกเขาก็ตามกลับบ้านด้วย
ซึ่งก็หมายความว่า พื้นที่ตรงนี้ เมื่อมองไปจะเหลือแค่หมี่โซ่วกับจินเป่าที่อยู่บนกำแพง
ตอนนั้นพวกเขาสองคนจะลงก็ลงไม่ได้ สูงเกิน
ตะโกนเรียกคนเหรอ บ้านอาเจ็ดสกุลเริ่นไม่มีคนอยู่ แถมพวกเขายังอยู่ในตำแหน่งริมๆ
ครอบครัวชนบทจำนวนสมาชิกเยอะ ทำให้ในบ้านมีพื้นที่มาก ห่างตั้งไกลขนาดนี้ ตะโกนเรียกเพื่อนบ้านก็ไม่ได้ยินหรอก
อีกอย่างครอบครัวอาเจ็ดออกไปกันตั้งแต่เช้า อาเจ็ดถือเป็นคนที่ออกไปช้าสุดแล้ว
หลานชายสองคนไปฝั่งตรงข้าม ทำงานใช้แรงงานแทนการเกณฑ์ทหาร แรงงานชายหญิงที่เหลืออยู่ในบ้าน ทุกคนต่างไปลงแปลงเพาะปลูกกันหมด ทำไร่ทำสวนบ้านตัวเอง
เด็กผู้ชายเด็กผู้หญิงที่โตหน่อยในบ้านก็ไปตัดฟืน ไม่อย่างนั้นจะใช้อะไรตอนหน้าหนาว ก็ได้แต่หวังว่าตอนนี้เก็บสะสมให้มากหน่อย
อาเจ็ดเห็นเด็กที่อยู่บนกำแพงบ้านตัวเองแต่ก็ไม่กล้าด่า นั่นเป็นเด็กของบ้านซ่งฝูเซิง ต้องไว้หน้า เขาจึงแกล้งทำเป็นไม่เห็นแล้วเดินหนีไป
เล่นเอาซ่งจินเป่ากับหมี่โซ่วกระวนกระวาย พวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านงานยุ่งกันหมด ไม่มีสักคนที่เดินผ่านพอมาช่วยพวกเขาได้
ตอนที่ซ่งฝูหลิงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เด็กทั้งสองคนที่อยู่บนกำแพงก็สะลึมสะลือจะหลับแล้ว
“รอจนร้อนใจเลยใช่ไหมล่ะ”
“พี่สาว ลองเดาดูสิว่าพวกเราร้อนใจไหม”
ซ่งฝูหลิงหัวเราะ กางสองมือออก “ดูสิว่านี่อะไร”
มันคือตาข่ายขนาดใหญ่ ก่อนหน้านี้ยังถักไม่เสร็จ เพิ่งให้ลุงรองรีบถักให้เสร็จโดยด่วน
“พวกเจ้าสองคนรอพี่ขึงมันไว้ก็ลงมาได้แล้ว”
คราวนี้ไม่เพียงแต่เด็กน้อยทั้งสองคนจะลงมาได้แล้ว พวกเด็กที่อยู่ข้างล่างก็ขึ้นไปได้ด้วย เหยียบตาข่ายเชือกขึ้นไป
แย่ละ คราวนี้ได้เรื่อง กำแพงนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นแห่งใหม่ของพวกเด็กๆ ไปแล้ว
ความคิดของพวกเด็กๆ ยังคงไม่เข้าใจว่านี่มันสนุกตรงไหน
แต่ซ่งฝูหลิงก็ขวางไม่อยู่ “ได้แล้ว พวกเราน่าจะปีนขึ้นต้นไม้ได้แล้ว”
ไม่ได้ ปีนต้นไม้ไม่เห็นน่าสนใจ ต้นไม้ในหมู่บ้านยังสูงไม่เท่ากำแพงนี้
แต่ละคนปีนขึ้นไปแล้วก็ไม่ยอมลงมา ปีนขึ้นไปเหมือนกำลังแข่งกัน
อาเจ็ดทนอยู่สามวัน ในที่สุดก็ทนไม่ไหวแล้ว
เขาเดินไปที่ต้นหมู่บ้านตรงทีมทำเต้าหู้นม
อากาศอบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ กระโจมที่ตั้งไว้ด้านนอกยังไม่ได้เก็บ
บรรดาหญิงสูงวัยที่ต้มเต้าหู้นม ไม่เคยกลับไปต้มที่บ้าน รวมตัวทำกันที่นี่มาตลอด
ทุกเช้าจะขนหม้อ หิ้วถังนม หอบฟืนมา ยอมยุ่งยาก แต่อย่างไรก็จะต้องมาต้มด้วยกัน
ด้านหนึ่งเป็นเพราะอยากรู้เหลือเกินว่าบ้านอื่นต้มออกมาได้กี่ก้อน ได้เงินกี่เหวิน
อีกด้านหนึ่งเป็นเพราะต้มเสร็จจะได้เอาให้เลย ไม่ต้องเอามาส่งอีกรอบ
คนในครอบครัวที่มีฝีมือ สังเกตเห็นแม่หอบหม้อไปมาดูเหนื่อยเกิน จึงทำหม้อดินให้ ส่วนบ้านที่ไม่มีฝีมือก็เอาของกินบ้านตัวเองหรือแล้วแต่อีกฝ่ายจะสั่งไปแลกหม้อดินมา
ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกขโมยหม้อดิน วางอยู่ในกระโจมทุกวัน
ตอนนี้คนในหมู่บ้านงานยุ่งจริงๆ แต่ละบ้านวุ่นอยู่กับการต่อคอกวัว กลางวันไปทำงานที่แปลงเพาะปลูก พอกลับมาตอนเย็นก็ทำคอกวัวต่อ
ผลผลิตที่วัวให้ไม่ใช่นม แต่คือเงิน ต้องดูแลพวกมันให้ดี ต้องพูดเลยว่า คนบ้านนอกทะนุถนอมสัตว์ใช้แรงงานมาก
เดิมทีอาเจ็ดอยากไปคุยกับท่านย่าหม่า แต่ก็พบว่าท่านย่าหม่ากำลังดูตาชั่งพลางจดบัญชี มีพวกหญิงสูงวัยล้อมรอบ ดูกำลังยุ่งกันอยู่
เขาก็เลยกลับ
ให้จงใจวิ่งไปฟ้องฝั่งนู้นเหรอ ไม่ได้ ต้องไว้หน้า
อาเจ็ดรู้สึกว่าทางออกที่ดีที่สุดคือแสร้งทำเป็นบังเอิญเจอกันแล้วพูดอย่างไม่ตั้งใจ
“หัวหน้าทีมกลับมาแล้วเหรอ”
ซ่งฝูเซิงจูงเสี่ยวหง ยิ้มพลางพยักหน้าให้อาเจ็ด
“เอ่อคือ หัวหน้า กินข้าวหรือยังล่ะ ไปนั่งที่บ้านข้าหน่อยไหม”
ซ่งฝูเซิงฟังดูก็รู้ว่าอาเจ็ดอาจมีเรื่องคุยด้วย
“มีเรื่องอะไรก็พูดมาได้”
“ไม่ถือเป็นเรื่องหรอก หัวหน้าทีมเกรงใจเกินไปแล้ว ก็คือ กำแพงที่สวนด้านหลังบ้านข้าน่ะ ใช่ว่าจะทิ้งไว้ไม่เอาแล้ว ก็แค่ไม่มีเงินเลยก่อได้ครึ่งเดียว…”
ต่อมากลับถึงบ้านซ่งฝูเซิงก็ยิ้มให้ลูกสาว “พวกเจ้าไปก่อความวุ่นวายในหมู่บ้านไม่น้อยเลยนะ ตะโกนเสียงดัง เป็ดไก่แตกตื่น เลิกไปเล่นที่นั่นเถอะ กำแพงนั่นยังก่อไม่เสร็จ กลัวพวกเจ้าไปเล่นจนถล่ม”
ซ่งฝูหลิงหัวเราะ “ข้าคิดว่าไม่เอาแล้วเสียอีก”
“ถ้าพวกหมี่โซ่วอยากปีนกำแพงก็ไปขึ้นเขาสิ”
ซ่งฝูหลิงตื่นเต้นดีใจ “ยอมให้พวกเราไปขึ้นเขาแล้วเหรอ” ก่อนหน้านี้พ่อของนางไม่อนุญาตมาตลอด ออกคำสั่งว่าห้ามไป
“อนุญาตให้เล่นแค่ตรงแถวที่พวกซื่อจ้วงไถดิน ปีนต้นไม้ เล่นน้ำ ยิงธนู จะทำอะไรก็ตามใจ แต่ห้ามไปเล่นในเขตที่ไม่ได้ถาง”
ซ่งฝูหลิงเบ้ปาก กะแล้วว่าต้องมีข้อแม้
แต่ว่ามีที่ให้ทำกิจกรรมเพิ่มมากขึ้นแล้ว ชนิดของผักป่าที่พวกซ่งฝูหลิงพาเด็กๆ ไปขุดก็มีเยอะขึ้นเรื่อยๆ
เฉียนเพ่ยอิงดีใจที่สุด
ฤดูใบไม้ผลินี่แหละดี
ในที่สุดก็เอาข้าวกับแป้งในพื้นที่พิเศษออกมากินได้อย่างสมเหตุสมผลสักที โดยที่หมี่โซ่ว ซื่อจ้วง กับหนิวจั่งกุ้ยไม่สังเกตเห็น
ไม่อย่างนั้นข้าวกับแป้งในพื้นที่พิเศษขาวเกินไป ทำอาหารสองแบบก็มองออก มีสีเขียวบ้างก็ไม่กลัวแล้ว
บะหมี่แป้งทอดผักป่า พอมีผักป่ามาผสมก็มีสีเขียวปนอยู่ด้วย มองไม่ออก
ของที่พวกหมี่โซ่วกินทำมาจากแป้งข้าวโพด ไข่ไก่ ผักป่า เกลือ แป้งทอดผสมต้นหอม
ของที่ครอบครัวซ่งฝูหลิงกินจะใช้แป้งขาวเยอะ แป้งข้าวโพดน้อย
โจ๊กจี่ไฉ่ เฉียนเพ่ยอิงชอบทำให้หมี่โซ่วกินมาก
ต้มจนเปื่อย มีสารอาหารแถมยังอยู่ท้อง
ท้องไส้ของหมี่โซ่วไม่ค่อยดี ช่วงที่ลี้ภัยหมี่โซ่วเคยอยู่กับซื่อจ้วงตามลำพังมาสองวันใช่ไหมล่ะ เด็กน้อยเคยอดอยาก
บะหมี่น้ำแกงผักเชอกูลูไฉ่ เส้นบะหมี่ทำมาจากแป้งผสมผักป่า มีสีเขียว
ทุกครั้งที่เฉียนเพ่ยอิงทำจะซื้อเต้าหู้สดใหม่มาสองก้อนก่อน หั่นเต้าหู้เป็นลูกเต๋า ใส่ผักเชอกูลูไฉ่ลงไปหน่อย ทำบะหมี่น้ำแกงร้อนๆ ใส่น้ำมันงานิดก่อนยกขึ้น
ทั้งยังทำน้ำแกงผักป่าตับหมู
พูดถึงตับหมู ต้องขอบคุณครอบครัวปู่หยวน ครอบครัวพวกเขาไม่กินข้าวกับทุกคน อยู่บ้านหลังข้างๆ ครอบครัวไจ๋ ทำอาหารกินกันเอง
ตอนนี้ครอบครัวปู่หยวนรับหน้าที่รับซื้อเนื้อสัตว์ ตับไก่ตับหมูที่เหลือ รวมถึงขาไก่ขาหมู ไส้ เครื่องในต่างๆ หนังหมู เอาเป็นว่าครอบครัวปู่หยวนให้มามากว่าครึ่ง
สมความปรารถนาของพวกนาง
คนที่ทำงานในแปลงเพาะปลูกได้กินดีแล้ว พวกเด็กๆ ในบ้านกินดียิ่งกว่าเด็กๆ ในหมู่บ้าน
“ท่านแม่ วันนี้ทำอะไรกิน”
“ขอดูหน่อยวันนี้ขุดอะไรกลับมาบ้าง ขึ้นฉ่ายน้ำ ห่อซาลาเปาแล้วกัน”
หมี่โซ่วดีใจ “ห่อซาลาเปา ท่านป้า งั้นอย่าลืมต้มโจ๊กธัญพืชกับนึ่งไข่ตุ๋นด้วยนะ ข้าจะไปถอนต้นหอมมาใส่ ท่านลุงชอบกิน”