ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 491 ตัดโอกาสทำคะแนน / ตอนที่ 492 สายลมเอื่อยๆ
ตอนที่ 491 ตัดโอกาสทำคะแนน
ทันใดนั้นซ่งฝูหลิงก็หันมาตะโกนพูดกับลู่พั่นที่อยู่ข้างๆ “เข้ามาใต้กระดานวาดภาพของข้าสิ”
หืม?
ลู่พั่นชักมือซ้ายที่ถูกฝนเปียกกลับมาเงียบๆ
สีหน้าเรียบเฉย แต่หัวใจกลับพลุ่งพล่านเพราะคำพูดที่อยู่ๆ ก็โพล่งออกมาของซ่งฝูหลิง
อยากให้ใช้กระดานวาดภาพบังฝนด้วยกันเหรอ
อยากอยู่ใกล้เขา อยู่ใต้กระดานวาดภาพแขนชิดแขนอย่างนั้นเหรอ
“ท่านคิดอะไรอยู่ เข้ามาสิ!”
ซ่งฝูหลิงยื่นมือออกไปดึงแขนของลู่พั่น
ลู่พั่นปล่อยให้ซ่งฝูหลิงแค่ดึงเบาๆ ก็ไป
ตัดสินใจให้โอกาสซ่งฝูหลิงได้ใกล้ชิดเขา ถูกเด็กสาวดึงเข้าไปอยู่ด้วยกัน
ทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมาก
ใบหน้าของลู่พั่นเต็มไปด้วยน้ำฝน
เขาก้มตัวอย่างรู้งาน ขณะก้มหน้าน้ำฝนที่อยู่บนขนตากับริมฝีปากก็ไหลลง มองเด็กสาวที่อยู่ใกล้แค่คืบ ขณะที่กำลังจะอ้าปากอยากพูดว่า ‘ข้าใช้นิดเดียวก็พอ’ แต่กลับถูกซ่งฝูหลิงสั่ง “จับกระดานไว้”
สั่งเสร็จนางก็วิ่งออกไป
จากนั้นซ่งฝูหลิงก็เหมือนมาริโอ้เข้าสิง วิ่งไปข้างหน้าท่ามกลางสายฝน
ข้างหน้ามีพงหญ้าที่สูงเลยเข่า นางเบี่ยงตัววิ่งผ่านไปอย่างคล่องแคล่ว
บนพื้นมีหลุมโคลนนางก็กระโดดข้าม
วิ่งแซงหมี่โซ่ว
“พี่สาว?”
ซ่งฝูหลิงไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับไป
วิ่งแซงซ่งจินเป่าที่วิ่งนำอยู่ข้างหน้า
“พี่พั่งยา?”
เด็กๆ หลายคนก็ตะโกนเรียกนาง “พี่พั่งยา”
ซ่งฝูหลิงที่กำลังวิ่งอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางฝนตกหนัก ไม่ได้ยิน ไม่ได้ยิน
ซ่งฝูหลิงวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางมาตลอดทางเหมือนมาริโอ้ที่วิ่งเก็บเห็ดเก็บเหรียญ
ล้อเล่นหรือเปล่า ฝนตกหนักขนาดนี้ยังจะมัวลีลา ไม่รีบกลับบ้านเล่า
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึงยกกระดานวาดภาพให้ลู่พั่น
ไม่ใช่เพราะเขาเป็นแขก และก็ไม่ใช่เพราะเขามีฐานะสูงส่งกลัวเขาจะไม่สบาย แต่เป็นเพราะบนตัวเขามีรูปวาดของนางอยู่ เดี๋ยวจะเปียกเละหมด
ลู่พั่นที่มีกระดานบังฝนอยู่บนหัว มองเด็กสาวที่วิ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นก็แอบบ่นในใจด้วยความรู้สึกที่แปลกอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ดูเหมือนรองเท้าของยายาจะตกหลุมโคลนดึงไม่ขึ้น
“ทำไงดีหมี่โซ่ว รีบช่วยข้าหน่อย”
เด็กผู้หญิงตัวน้อยนั่งยองอยู่หน้าหลุมโคลนเงยหน้าขอร้องเด็กผู้ชายตัวน้อยด้วยความจนปัญญา
ไม่เพียงแต่หมี่โซ่วจะต้องช่วยยายาหารองเท้าฟาง ยังจะต้องช่วยหารองเท้าของยายาท่ามกลางสายฝนอีกด้วย
แต่รองเท้าของซ่งฝูหลิง เห็นๆ อยู่ว่าวิ่งได้เหมือนกระต่าย ตลอดทางไม่มีหลุดหาย
รวมถึงผ้าลายดอกที่โพกอยู่บนศีรษะของนาง
ทั้งๆ ที่เลื่อนหลุดลงมาด้านหลังนานแล้ว แต่กลับยังคงห้อยอยู่บนศีรษะของนางไม่มีตก
เขารอเก็บอยู่ แต่มันไม่ตกสักที
“ไอ๊หยา เปียกขนาดนี้เลยเหรอ” ท่านย่าหม่าใส่งอบบนหัว บนตัวใส่ซัวอีกำลังจะออกไปตามหา ก็เห็นหลานสาววิ่งเข้ามาในลานบ้านด้วยความเร็วดุจสายลมแล้ววิ่งเข้าบ้านไป
“เจอแม่ทัพเล็กหรือเปล่า พวกจินเป่ากับหมี่โซ่วล่ะ”
“ไม่รู้สิ~”
ลู่พั่นรักษาระยะห่างกับซ่งฝูหลิงสิบกว่าเมตรมาตลอดทาง ก็เขารอเก็บผ้าโพกหัวตกใช่ไหมล่ะ ได้ยินซ่งฝูหลิงตะโกนบอกไม่รู้เสียงดังฟังชัด
“ไอ๊หยา ใช่ท่านแม่ทัพเล็กจริงด้วย ข้าได้ยินมา ดูเหมือนท่านจะมาหา…”
ขณะที่ข้างนอกกำลังคุยกันอยู่นั้น ซ่งฝูหลิงก็ลงกลอนประตูเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้า
ชุดชั้นในของที่นี่ รู้หรือเปล่า มันไม่มีฟองน้ำไง
เป็นแค่ผ้าชั้นเดียว
หน้าร้อนอากาศร้อนขนาดนี้ ใส่ไม่กี่ชั้น รวมกับเสื้อตัวนอกทั้งหมดก็แค่สองชั้น แถมนางยังอยู่ในช่วงแตกเนื้อสาว
ถึงแม้จะไม่ใหญ่ เหมือนเม็ดองุ่น แต่มันก็นูนออกมาแล้วไง
เปียกฝนเหมือนลูกหมาตกน้ำ เสื้อผ้าแนบตัวก็น่าจะถูกมองออก
นี่ก็เป็นสาเหตุที่ซ่งฝูหลิงรีบวิ่งหน้าตั้งกลับบ้าน
ตอนที่ 492 สายลมเอื่อยๆ
ท่านย่าหม่าที่ใส่ซัวอีสั่งพวกยายๆ ให้ยกกะละมังน้ำร้อนไปที่บ้านเถียนสี่ฟาก่อน
นางจัดแจงให้ลู่พั่นไปที่นั่น
จากนั้นก็ยิ้มพลางพูดกับลู่พั่น
“ตอนนี้เป็นหน้าร้อน ไม่ไหว อากาศนี่ บทจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน เอ่อคือ คุณชายลู่ ล้างหน้าเช็ดตัวที่นี่ได้ตามสบาย ไม่มีใครเข้ามาได้ วางใจ เดี๋ยวข้ากลับมาใหม่”
ตอนท่านย่าหม่าออกไปได้สั่งให้ยายเถียนเฝ้าประตูไว้
จากนั้นก็รีบไปบ้านลูกชายคนที่สามเพื่อหาชุดไปให้แม่ทัพเล็กเปลี่ยน
ชุดของคนอื่นไม่สะดวกเอาไปให้ลู่พั่นเปลี่ยน มีแค่ชุดของลูกสามเท่านั้นที่พอสมเกียรติหน่อย
เปิดประตูไม่ออก “พั่งยาเอ๊ย ย่าเอง เปิดประตูหน่อย”
ประตูถูกแง้มออก
ท่านย่าหม่าเบียดแทรกตัวเข้าไปในบ้านแล้วทำเสียงจึ๊ๆ เด็กคนนี้จะไปขึ้นเกี้ยวหรือไง อาบน้ำเสียยกใหญ่ เปลือยไหล่กำลังสระผมอยู่
มีแขกมาบ้านแล้วจะเช็ดหน้าเช็ดหัวง่ายๆ ไปก่อนไม่ได้หรือไง งานเยอะแยะต้องมาช่วยกันก่อนสิ
เมื่อครู่นางยุ่งจนหัวหมุน ช่วยพวกสาวๆ เก็บขนมปังดำ น้ำฝนสาดลงมา มีกระโจมก็ไม่ช่วย พวกสาวๆ ไม่ว่างกัน กำลังอบขนมปังอยู่ในห้อง ผัก เนื้อหยอง เนื้อแห้งที่ตากอยู่ตรงลานบ้านก็ต้องเก็บ อยู่ข้างนอกทั้งหมด
พวกลูกคนโตกับคนรองก็ขึ้นเขาไปช่วยทำสวนหมดแล้ว นับตั้งแต่เจ้าสามไป ก็วุ่นอยู่กับการดูแลปรนนิบัติต้นพริกมาตลอด เนื้อหยองเนื้อตากแห้งก็ทำน้อยลง
ตรงลานบ้านมีงานไม้ที่ยังทำไม่เสร็จวางกองอยู่ไม่น้อย ก่อนหน้านี้วางทิ้งไว้ให้กาวแห้ง ก็ต้องเก็บเข้ามาใช่ไหมล่ะ
ไหนจะพวกห้องใต้ดินที่พอฝนมาก็ต้องปิดประตูให้สนิท เดี๋ยวฝนจะลงไปท่วมหมด
เสียงฟ้าร้องดังมาจากด้านนอก พวกเด็กๆ ที่รวมกลุ่มกลับมาพร้อมเก่อเอ้อร์นิวหยุดพักที่ห้องชุมนุม “รอก่อน ข้าจะต้มน้ำแกงให้พวกเจ้ากิน”
ท่านย่าหม่าพูด “เจ้ารีบหน่อย พอแขกกลับแล้วเจ้าอยากจะอาบจะสระผมยังไงก็ได้ โดดลงแม่น้ำย่าก็จะไม่ห้าม รีบไปฝั่งนู้นซื้อเต้าหู้ ไข่ไก่ เอาเป็นว่าดูมาแล้วกัน มีอะไรก็หยิบมา พวกเราไม่มีใครว่างแล้ว คอกวัวหลังคายังรั่วอยู่”
“ท่านย่า ท่านแม่ข้าล่ะ”
“แม่เจ้าขึ้นเขาไปส่งข่าวแล้ว บอกให้พวกปู่ทวดกลับมา รอดูเลย เดี๋ยวได้เปียกซ่กมาแน่ๆ”
ท่านย่าหม่าพูดพลางขึ้นเตียงไปหาชุดของลูกสาม
ลูกสามของนาง ไม่ว่าจะฤดูหนาว ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูใบไม้ผลิ ต่างมีชุดที่สุภาพ มีแค่หน้าร้อนที่ทนร้อนไม่ไหว ไม่ทำชุดตัวยาว ทำเป็นแบบตัวสั้นหมด
แต่นั่นก็ยังดีกว่าคนอื่น อย่างน้อยก็สะอาด แถมยังไม่มีรอยปะ
เลือกชุดที่ดูดีที่สุดแล้วหันไปถามซ่งฝูหลิง “รองเท้าของพ่อเจ้าล่ะ”
ซ่งฝูหลิงกำลังถูฟองบนหัว หรี่ตาตอบ “ใส่รองเท้าฟางก็ได้”
“ให้คนแบบนั้นใส่รองเท้าฟางเหรอ เจ้าไม่ให้เขาลงไปช่วยปลูกผักในสวนด้วยเลยล่ะ” ท่านย่าหม่าย้อนหลานสาวเสร็จก็จัดห่อผ้า ค้นรองเท้าผ้าคู่ใหม่ของลูกชายออกมาจากตู้บนเตียง
ลงจากเตียงกำลังจะเดินออกก็หยุดลง
ท่านย่าหม่าหันไปมองหลานสาวคนเล็กที่ฟองเต็มหัว ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าลู่พั่นก็ต้องล้างหน้าสระผมเหมือนกัน “เอาของนั่นของเจ้ามาให้ย่าหน่อย”
“อะไรเหรอ ฟองเหรอ”
เล่นเอาท่านย่าหม่าโมโหจนบ่นยืดยาว “จะให้เขาใช้ฟองที่ออกมาจากหัวเจ้าเหรอ คิดว่าย่าจะเก็บฟองพวกนี้ขึ้นมาหรือไง ตอนนี้ที่พวกเราไม่ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร แถมยังหาเงินได้อีก ทั้งหมดเป็นเพราะแม่ทัพเล็กรู้บ้างไหม อย่างก ให้เขาใช้หน่อย”
“ท่านย่า ข้าไม่ได้งก แต่ข้า…อ๊ะ อย่าเอาไปหมดสิ”
ซ่งฝูหลิงจับหัวอยากวิ่งตามออกไปแต่ก็ไม่ทันแล้ว ได้แต่มองย่าของตัวเองที่ไม่เพียงแต่จะเอากล่องที่บรรจุยาสระผมกับโฟมล้างหน้าไป กล่องใส่ครีมอาบน้ำโจมาโลนก็ถูกยกไปด้วย แถมระหว่างทางยังสอยผ้าขนหนูที่สะอาดที่สุดในบ้านนางไปอีก
โชคดีที่นางใช้กล่องของยุคโบราณใส่ของเหลวพวกนั้น
ไม่สิ นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ประเด็นคือ ท่านย่าจ๋า ผ้าขนหนูผืนนั้นมันผ้าเช็ดเท้าหลาน
ท่านย่าหม่าจงใจไม่หยิบผ้าที่หลานสาวใช้เช็ดหน้า ข้อแรก ของแพง ของนั่นของหลานสาวคนเล็ก ใครก็ไม่กล้าใช้ ใครก็ไม่กล้าแตะต้อง ทุกคนต่างรู้กัน ไม่อย่างนั้นได้โดนโกรธแน่
ข้อสอง นางไม่ได้โง่นะ
ถึงแม้ผ้าเช็ดหน้าของหลานสาวจะอ่อนนุ่มที่สุด แต่ก็เคยเช็ดหน้าเช็ดตัวมาแล้ว จะเอาไปให้ผู้ชายใช้ได้ที่ไหนกัน
มันคนละเรื่องกับพวกน้ำยาสระผมล้างหน้าที่แบ่งกันใช้หน่อยจะเป็นไรไป
ผ้าขนหนูผึ่งไว้บนราวตั้งหลายผืน นางเลยคิดว่านอกจากผืนที่หลานสาวกำลังใช้อยู่ ผืนนี้ในมือเป็นผ้าที่ลูกสามของนางหรือไม่ก็หมี่โซ่วใช้
ผืนของเฉียนซื่อ เมื่อก่อนนางเคยใช้ตอนมาอยู่ที่นี่ นางรู้จัก
“คุณชายลู่ ข้าเอายาสระผม ยาล้างหน้ากับชุดใหม่ วางไว้ที่หน้าเตา คุณชายหยิบใช้ได้ตามสบาย”
ลู่พั่นที่เปลือยท่อนบนกำลังมองภาพวาดในมือ พอได้ยินแบบนั้นก็ขานตอบ “อืม”
ผ่านไปสักพักน้ำในกะละมังเริ่มหายร้อนเขาถึงม้วนภาพวาดเก็บ ออกจากห้องใหญ่ของบ้านเถียนสี่ฟาไปหยิบชุดที่ห้องครัว
ลู่พั่นไม่รู้ว่าอันไหนคือยาสระผม อันไหนสำหรับล้างหน้า อันไหนสำหรับอาบน้ำ
แต่เมื่อเขาเปิดฝากล่องออก แค่สูดดมเล็กน้อยก็รู้ว่าเป็นของใช้ของซ่งฝูหลิง
เพราะเขาคุ้นเคยกับกลิ่นนี้ กลิ่นหอมสดชื่นแบบที่บรรยายไม่ถูก
หยิบกล่องเข้ามาดมใกล้มากขึ้นแล้วพยายามดมอีกครั้ง ส่วนอีกสองกล่องไม่ได้ใช้
ลู่พั่นเอาแค่ครีมอาบน้ำมาถูบนศีรษะ ใบหน้า บ่าแขน “หึ”
เมื่อตัวของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นของต้นเสจกับเกลือทะเล หมี่โซ่วที่เปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อยแล้วถึงมาเคาะประตู “พี่แม่ทัพเล็ก ข้าเข้าไปได้ไหม”
“เข้ามา”
หมี่โซ่วเข้ามาถึงก็ยื่นมือน้อยๆ ออกไป ชี้ผ้าที่ลู่พั่นกำลังเช็ดหน้าอยู่
“อะไรเหรอ”
“ผืนนั้นมันผ้าเช็ดเท้า”
“…”
หมี่โซ่วรู้ประสา รีบหันตัวกำลังจะวิ่งออก “พี่แม่ทัพเล็ก ข้าจะให้ท่านย่ายกน้ำมา ท่านอาบใหม่เถอะ นั่นมันผ้าที่พี่สาวข้าไว้ใช้เช็ดเท้า”
“หยุดก่อน ของใครนะ”
หมี่โซ่วหันกลับมา “ของพี่สาวข้า”
ลู่พั่นมองหมี่โซ่ว “ไม่ต้องอาบใหม่ และก็ห้ามบอกใคร”
หมี่โซ่วสังเกตสีหน้าของลู่พั่น งัดวิชามาใช้อีกครั้ง “…”
คิดในใจ เขาความรู้สึกไวไปเองหรือเปล่า ทำไมรู้สึกว่าพอพูดถึงพี่สาว พี่แม่ทัพเล็กก็จะดูแปลกพิกล