ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 498 ข้าจะตามหาเจ้าให้เจอ ไม่ว่าจะออกตกเหนือใต้
นั่นมันชีวิตคนเชียวนะ
หมี่โซ่วไม่ได้พูดอะไรเพี้ยนๆ ที่ไม่มีประโยชน์ ถ้าพวกเราไม่ได้ยินก็แล้วไป
แต่ทั้งๆ ที่พวกเรารู้ว่าคำพูดนั้นอาจเป็นจริง ยังจะทำเป็นนิ่งเฉย มันก็ย่อมติดขัดอยู่ในใจ
เฉียนเพ่ยอิงตกอยู่ในห้วงสับสน กระวนกระวายใจเหลือเกิน
ถ้าช่วย ครอบครัวเราก็จะต้องเสี่ยงอันตราย ใครจะอยากให้สามีตัวเองไปเสี่ยงอันตรายเพื่อคนอื่น เกิดพวกผู้ชายบ้านเรามีอันเป็นไปล่ะ ต่อให้บาดเจ็บก็ไม่ได้เหมือนกัน
ถ้าไม่ช่วย สมองของนางก็อดนึกภาพนั้นไม่ได้ ลู่พั่นเปลือยท่อนบน แขวนกะโหลกศีรษะของแม่ทัพฝ่ายศัตรูไว้ที่เอว ถูกพบเป็นซากศพอยู่บนชายหาด
ต้องโทษที่จำได้ละเอียดเหลือเกิน สมองก็เชื่อมโยงได้อย่างชัดเจน แบบนั้นจะน่าเวทนาขนาดไหน
รู้สึกได้ว่าหมี่โซ่วขยับ เฉียนเพ่ยอิงก็รีบได้สติกลับมาตบตัวเขาเบาๆ “นอนนะ”
หมี่โซ่วหลับตา
“หมี่โซ่ว ไม่งั้นก็ไม่ต้องนอน ไม่ง่วงก็ไม่ต้องฝืน”
หมี่โซ่วเอามือขยี้ตา “ท่านป้า เป็นอะไรไป เดี๋ยวก็ให้ข้านอน เดี๋ยวก็บอกว่าอย่านอน”
“หา?”
เฮ้อ!
นางก็แค่คิดว่าให้หลานรีบนอน ทางที่ดีอย่าฝันรายละเอียดอะไรอีก ยิ่งละเอียดเท่าไร ความเป็นไปได้ที่เหล่าซ่งจะไปช่วยลู่พั่นก็ยิ่งมีมาก
แต่ทุกครั้งที่นึกถึงเด็กคนนี้ในสภาพนั้น สายตาเหม่อลอยไม่รับรู้ นางก็ไม่อยากให้หมี่โซ่วต้องฝันอีก
เฉียนเพ่ยอิงจ้องตากับหมี่โซ่ว ทำสีหน้าอยากร้องไห้
เด็กโชคร้าย ทำไมต้องฝันถึงความหิวโหย แถมยังเป็นความหิวโหยที่ถึงขั้นเอาชีวิตคน
…
ภายในห้องข้างๆ ของซื่อจ้วงกับหนิวจั่งกุ้ย
ซ่งฝูเซิงเข้าไปในห้องก็ถาม “ฝึกเป็นไงบ้างแล้ว”
เห็นเพียงในมือข้างหนึ่งของซื่อจ้วงมีแม่กุญแจ มืออีกข้างถือลวด พอได้ยินแบบนั้นก็ไม่รอช้า แสดงให้ดูทันที
เขากดล็อคแม่กุญแจก่อนโดยไม่ต้องมอง จากนั้นก็เอาลวดแหย่เข้าไปในแม่กุญแจ วางข้างหูได้ยินเสียงคลิกเบาๆ ไขออกแล้ว
ซ่งฝูเซิงตบบ่าซื่อจ้วงด้วยความตื่นเต้น “นายนี่มันมีพรสวรรค์จริงๆ งัดประตูสะเดาะกุญแจ ไป ตามข้ามา” ลืมสนิทเลยสินะว่าตัวเขานั่นแหละที่เป็นคนสนับสนุนเรื่องอุปกรณ์
เฉียนเพ่ยอิงได้ยินเสียงคนออกมาจากห้องใหญ่ “จะเข้าเมืองเหรอ”
ซ่งฝูเซิงยิ้มให้ภรรยาอย่างจนปัญญา
เพ่ยอิงของเขาเป็นคนขี้กลัว ขนาดแค่เกลี้ยกล่อมคนยังตัวสั่น
นี่เพิ่งจะไม่เท่าไร ถ้าต้องไปแนวหน้ารับลูกกระสุนปืนใหญ่จริง ไม่ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยเหรอ
“วางใจเถอะ พรุ่งนี้เช้าก็กลับมาแล้ว”
เฉียนเพ่ยอิงยืนอยู่นอกประตู ได้ยินซ่งฝูเซิงบอกท่านลุงซ่งและคนอื่นๆ ว่าจะเข้าเมือง ทั้งยังได้โกหกด้วยว่าใต้เท้าหลีเรียกหาเขา
“ไปตอนนี้รึ”
“ใช่ เขาบอกให้ไปหาตอนนี้ ท่านลุงซ่ง ถ้ากลับมาช้าข้ากับซื่อจ้วงจะค้างในเมืองหนึ่งคืน”
ใช่ๆๆ ไปค้างที่นั่น ฝูเซิงมีบ้านในเมืองแล้ว พวกเราที่ลี้ภัยมาไม่ใช่คนไม่มีที่ให้พักอีกต่อไปแล้ว
ณ พระคลังหลวงเมืองเฟิ่งเทียน
ซ่งฝูเซิงกวาดตามองทหารลาดตระเวนจำนวนมากที่อยู่ข้างนอกก่อน จากนั้นถึงเดินขึ้นหน้า พยักหน้าให้เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูคนหนึ่ง
เจ้าหน้าที่คนนั้นรู้จักเขา
ซ่งฝูเซิงคนนี้ อย่าดูถูกเชียวนะ
ถึงแม้เมื่อเทียบกับคนที่จัดหาสิ่งจำเป็นให้กองทัพแล้ว เขาจะดูไม่มีหน้ามีตา เข้ามาช้ากว่าคนอื่น แต่แค่ไม่กี่เดือนก็กลายเป็น ‘คนดัง’ แล้ว
ใต้เท้าที่อยู่ข้างในไม่มีใครไม่รู้จักชื่อซ่งฝูเซิง
ขณะที่ซ่งฝูเซิงกำลังจะหยิบป้ายแสดงตัว เจ้าหน้าที่ก็รีบหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็วเพื่อเปิดทาง
อย่าเสียเวลาตรวจเลย
แต่ซื่อจ้วงล่ะ เขามองซื่อจ้วง
“อ๋อ หลานชายข้า มือของข้าบาดเจ็บนิดหน่อยตอนไปส่งของ ถ้าต้องเขียนหนังสือก็ให้หลานชายข้าช่วย”
“เข้าไปสิ”
ซ่งฝูเซิงเข้าไปในพระคลังหลวงก็สบตากับซื่อจ้วง พูดคุยด้วยสายตา เทียบกับแผนที่ที่ข้าวาดให้ดูตอนอยู่บ้าน เข้าใจหรือยัง ผ่านพื้นที่ห้องทำงานตรงนี้ไป เดินเลาะกำแพงแล้วเลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย ตรงนั้นจะมีห้องเย็นขนาดใหญ่ที่ไว้เก็บอิฐนม พอถึงเวลาพวกเราก็ซ่อนตัวอยู่ในห้องเย็น
ซื่อจ้วงสีหน้าเรียบเฉย
ซ่งฝูเซิง “…” หมอนี่ เวลาไม่เข้าใจถึงจะแสดงสีหน้า เวลาเข้าใจชอบทำหน้าเป็นซอมบี้
โจทย์ยากในตอนนี้คือ กว่าจะถึงเวลาที่พวกใต้เท้าเลิกงานรวมถึงพวกมือปราบที่เฝ้าประตูเปลี่ยนเวร คาดว่ายังเหลือเวลาอีกหนึ่งจิบชา
เขาโกหกบอกว่าใต้เท้าหลีเรียกหาเขา แท้จริงแล้วไม่ได้เรียก
เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูคนนั้นกำลังมองข้ามลานกว้างจ้องเขาอยู่
ซ่งฝูเซิงให้ซื่อจ้วงรอเขาอยู่ที่ปากประตู ส่วนเขาก็บากหน้าเปิดประตูเข้าไป
ชั่วขณะที่เปิดประตูก็ยังคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรกับใต้เท้าหลี
“ซ่งฝูเซิง มาได้ยังไง มาได้พอดี มาๆๆ” ใต้เท้าหลีทำท่าบอกให้เข้ามา
แผนที่ถูกส่งไปแล้ว
เจ้าหนุ่มนี่มีความสามารถมากจริงๆ
คำชมของใต้เท้าเหมาไม่ได้สูงเกินไปเลย ตอนที่ได้ยินว่าคนคุมเสบียงไปส่งคือซ่งฝูเซิง คนวาดแผนที่ก็ซ่งฝูเซิง เขาพูดแค่ว่า “มิน่าล่ะ”
ลองพิจารณาคำพูดนี้สิ
ขาดก็แค่พูดว่า มิน่าถึงทำภารกิจลุล่วงไปได้ด้วยดี ไปกลับเร็วมาก ระหว่างทางไม่เกิดปัญหาใดๆ มิน่าถึงตั้งใจทำแผนที่จากประสบการณ์จริง ที่แท้ก็ซ่งฝูเซิงนี่เอง
ใต้เท้ารองเสนาบดีพอใจในตัวซ่งฝูเซิงขนาดนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงใต้เท้าหลีที่เป็นลูกน้องใต้บังคับบัญชาเลย ให้ความรู้สึกเหมือนมองซ่งฝูเซิงเป็น ‘ของล้ำค่า’
“ทำได้ดีมาก ครั้งหน้า…”
ความคิดแรกขอซ่งฝูเซิงคือ ยังจะมีครั้งหน้าอีกเหรอ
เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจฟัง สายตาแสร้งทำเป็นเหลือบมองชั้นหนังสือของใต้เท้าหลีเหมือนไม่ตั้งใจ
แผนที่ยุคโบราณของที่นี่อยู่ตรงนั้น
ด้วยระดับขั้นของใต้เท้าหลี ถึงแม้จะยังไม่ถึงขั้นมีแผนที่ใหญ่
แต่แผนที่เส้นทางต่างๆ ตั้งแต่พระคลังหลวงเมืองเฟิ่งเทียนไปจนถึงพื้นที่สงคราม ในมือของใต้เท้าหลีก็น่าจะมีอย่างละเอียด
เขาไม่สนพื้นที่สงครามตรงอื่น เขาอยากรู้แค่เส้นทางส่งเสบียงให้เส้นทางที่ลู่พั่นไปทำสงคราม
จากฝันของหมี่โซ่ว ตอนนี้แน่ใจได้แล้วว่า กองทัพที่ลู่พั่นพาไปก็คือหน่วยจู่โจมข้ามทะเลที่สมบุกสมบัน
หน่วยจู่โจม ความหมายตามชื่อ ต้องเร็ว งั้นพวกลู่พั่นจะกินอะไร
ขนมปังดำ อิฐนม เนื้อหยอง อยู่ท้องแถมยังพกพาสะดวก
ขนมปังดำ อิฐนม เนื้อหยอง ใครเป็นคนทำ ก็เขาซ่งฝูเซิงไง เมืองอื่นมีคนที่เก่งแบบเขาทำเป็นที่ไหนกัน
อย่างอิฐนมจำนวนมาก ขนมปังดำจำนวนน้อย เขาก็ขนเอาไปส่งมาแล้วเพิ่งกลับมาไม่ใช่เหรอ
ก่อนหน้าที่จะเป็นเขาก็มีหลายทีมที่เคยเอาขนมปังดำไปส่งที่นั่น
สรุปว่าอธิบายได้ว่าอย่างไร
ก็อธิบายได้ว่าเสบียงที่เป็นของพวกลู่พั่นโดยเฉพาะ ความรับผิดชอบอยู่ที่พระคลังหลวงเมืองเฟิ่งเทียน
หรือจะเรียกได้ว่ากรมคลังรับผิดชอบโดยตรง
ยังไม่พูดถึงการขนส่งทางทะเล แผนสำรองของการขนส่งทางบกนี้ ส่งมอบเสบียงที่ไหนบ้าง ใต้เท้าหลีจะต้องมีรายละเอียดสถานที่อย่างแน่นอน
เพราะต่อให้เป็นแผนที่เส้นทางที่กรมคลังหรือแม้กระทั่งฮ่องเต้อัครเสนาบดีเป็นคนกำหนด คนที่รับมาปฏิบัติก็คือใต้เท้าหลีอยู่ดี อย่างไรเสียก็ต้องขนพวกเสบียงอย่างขนมปังดำและอื่นๆ ไปจากพระคลังหลวงเมืองเฟิ่งเทียน
ซึ่งจุดส่งมอบเสบียงก็น่าจะหารือไว้เรียบร้อยแล้วกับผู้บัญชาการหลักลู่พั่นก่อนออกเดินทาง
ยกตัวอย่างเช่น หากการขนส่งทางทะเลเกิดปัญหา ผู้บัญชาการลู่พั่นจะพาทหารและม้าไปหาของกินได้ที่ไหนบ้าง
ดังนั้นที่ซ่งฝูเซิงมาพระคลังหลวงทำตัวเหมือนโจรในวันนี้ก็เพื่อหาแผนที่เส้นทาง
หากไม่มีแผนที่ เดินสุ่มไปทั่ว เขาจะขนเสบียงไปให้ลู่พั่นที่ไหนได้
ไม่มีทางมีคนเอาความลับทางการทหารมาแอบบอกเขา และก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีขุนนางใหญ่บอกเขา
เช่นนั้นก็ต้องขโมย
ไม่กล้าขโมยที่กรมคลัง ยังจะไม่กล้าขโมยที่นี่อีกเหรอ
นอกจากนี้เขาก็จะถือโอกาสดูด้วยว่า ให้ตายเหอะ ตกลงสองที่ไหนกันแน่ที่ชื่อเก่อจินตี้กับหวงเยี่ย เขาไม่เชื่อหรอกว่า รู้สองสถานที่นี้ล่วงหน้า พอถึงเวลาใครกันแน่ที่จะดักซุ่มก็ยังไม่รู้