ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 499 สัญชาตญาณจะนำพาเราไป
ตอนที่ซ่งฝูเซิงออกมาจากห้องทำงานของใต้เท้าหลี ในที่สุดซื่อจ้วงก็แสดงสีหน้า
ซื่อจ้วงขยับมุมปากด้านซ้าย นี่เป็นรหัสลับที่ตกลงกันตอนอยู่บ้าน เพื่อบอกว่าเจ้าหน้าที่เฝ้าประตูเปลี่ยนเวรแล้ว พวกเจ้าหน้าที่ที่จับตามองพวกเขาเข้ามาไปหมดแล้ว
ซ่งฝูเซิงเข้าใจ หันกลับไปมองห้องทำงานแวบหนึ่ง ใต้เท้าหลีกำลังเก็บของอยู่ด้านในก็ใกล้เลิกงานแล้วเหมือนกัน
เมื่อครู่เขาได้แสร้งถามเหมือนไม่ตั้งใจ
ซ่งฝูเซิงเชิดคางให้ซื่อจ้วง
ทั้งสองคนแสร้งทำเป็นเหมือนได้รับคำสั่งจากใต้เท้าหลี ออกจากพื้นที่ห้องทำงาน เดินไปทางห้องคลังที่เก็บเสบียงอาหารอย่างใจเย็น
หัวหน้ามือปราบลาดตระเวนที่อยู่ตรงห้องคลังเก็บของนี้ พอเห็นซ่งฝูเซิงกับซื่อจ้วงเดินมาจากทางห้องทำงานก็คิดว่าได้รับคำสั่งอะไรจากเบื้องบนถึงมาจัดการทางด้านนี้
เพราะปกติเจ้าหน้าที่คุมการขนส่งกับคนคุมเสบียงไปส่งก็จะต้องคุยกับพวกใต้เท้าที่รับผิดชอบให้เสร็จก่อนในห้องทำงาน จากนั้นค่อยมาที่นี่ จึงไม่ได้มองอะไรมาก
อีกอย่าง ข้างนอกตรวจเข้มมาแล้ว ข้างในก็ย่อมไม่มีความจำเป็นต้องเข้มงวด ห้องคลังมีแต่คนทำงาน หลักๆ ก็แค่จับตาดูคนทำงานพวกนี้ไม่ให้เดินเพ่นพ่าน
เห็นเพียงซ่งฝูเซิงกับซื่อจ้วงเลี้ยวขวาเลี้ยวซ้ายจนมาถึงทางเข้าห้องเย็น ทั้งสองคนคนหนึ่งมองทางซ้าย อีกคนมองทางขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครสนใจพวกเขาแล้ว ทั้งสองคนก็หายแวบไปจากตรงนั้น ลงไปที่ห้องเย็น
ก่อนซ่งฝูเซิงเอาเสบียงไปส่งได้เคยมาที่นี่ จึงรู้ว่าต้องไปซ่อนตรงไหน
เขานำซื่อจ้วงคลำทางไปจนพบจุดหมาย จากนั้นก็ซ่อนอยู่ตรงทางเดินระหว่างแท่นวางอิฐนม
ซ่งฝูเซิงถูมือ พออยู่ในห้องเย็นนานเข้าก็ต้องหนาวแน่นอน พวกเขาสองคนต้องรออยู่ที่นี่จนกว่าฟ้าจะมืดสนิท
ไม่ต้องเป็นห่วง เตรียมการไว้แล้ว
ซ่งฝูเซิงปลดห่อผ้าที่ผูกไว้ตรงหน้าอกอยู่ตลอด เขาคิดไว้แล้วว่าถ้าตอนเข้าประตูถูกเจ้าหน้าที่ถามเรื่องห่อผ้านี้เขาจะโกหกยังไง แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ได้ถาม
เขาหยิบเสื้อกันหนาวออกมายื่นให้ซื่อจ้วงหนึ่งตัว
นอกจากนี้ยังมีรองเท้าผ้าฝ้ายสองคู่ เท้าไม่หนาว ตัวก็ไม่หนาว
ทั้งสองคนถอดรองเท้าฟางออก เปลี่ยนไปใส่รองเท้าผ้าฝ้าย ส่วนรองเท้าฟางเอามารองก้น ทำเป็นเบาะรองนั่ง
ซ่งฝูเซิงไม่ได้เอาเสื้อกันหนาวมาให้ตัวเอง
เอาของออกจากห่อผ้าทั้งหมด จากนั้นก็เอาผ้ามาคลุมตัวไว้ตั้งแต่ช่วงไหล่เหมือนห่มผ้า นั่งพิงซื่อจ้วง
อย่าดูถูกผ้าผืนนี้เชียวนะ มันมีความพิเศษในตัว
เพ่ยอิงยัดแผ่นกันชื้นไว้ข้างใน เบาหวิว ลูบดูจะบางมาก แต่อุ่น
สุดท้ายทั้งสองคนได้เอาเสื่อฟางที่อยู่บนอิฐนมมาคลุมไว้บนศีรษะ
ในระหว่างที่รอเวลาฟ้ามืดนี้ได้มีทหารลาดตระเวนเข้ามาตรวจดูในห้องเย็น
ซ่งฝูเซิงกับซื่อจ้วงเตรียมสภาพจิตใจมาพร้อมมาก ทำตัวนิ่งสนิท ไม่ขยับแม้แต่น้อย
ซ่งฝูเซิงคิดเอาไว้เรียบร้อยแล้วว่าถ้าซวยถูกจับได้ขึ้นมา อย่างมากก็แค่บอกว่าตัวเองหลงทาง
เขาเป็นคนทำอิฐนม ยังจะเข้ามาขโมยจากที่นี่ทำไมกัน ในบ้านมีเยอะแยะ ถ้าไม่จบก็แสดงตัว
โชคดีที่ทหารลาดตระเวนแค่เดินเข้ามาเอาคบเพลิงสอดส่อง มองอยู่สักพักก็ไป
หนึ่งชั่วยามกว่าต่อมา
ภายในพระคลังหลวงขนาดใหญ่ก็ปรากฏเงาตะคุ่มสองเงาที่กลมกลืนไปกับความมืด หลบซ้ายหลบขวาเคลื่อนตัวมาทางพื้นที่ห้องทำงานอย่างรวดเร็ว
ได้ยินเสียง “คลิก” แม่กุญแจที่ประตูห้องทำงานใต้เท้าหลีก็หลุดออก
ซื่อจ้วงค่อยๆ ย่อง ตอนที่เขาค่อยๆ ปิดประตูจากด้านในโดยไม่ให้เกิดเสียง ซ่งฝูเซิงก็เลิกสนใจเขานานแล้ว
ภายในห้องทำงานที่มืดสนิท ซ่งฝูเซิงไม่เตะถูกเก้าอี้แม้แต่น้อย หรือแม้แต่มุมโต๊ะก็ไม่โดน เมื่อตอนกลางวันเขาสอดส่องจนมั่นใจแล้ว แบบนี้เรียกว่าสำรวจโลเคชั่น
ค้นไปเรื่อยๆ ก็พอจะรู้แล้วว่าอยู่ตรงไหน
หาเจอสี่เล่ม ไม่สนว่าเล่มไหนของลู่พั่น กะเอาไปทั้งหมด
แต่ก่อนหยิบไปซ่งฝูเซิงหลับตา ใช้มือใช้ใจสัมผัสหนังสือพวกนั้น ทักษะของผู้คงแก่เรียนยุคโบราณปรากฏขึ้นอีกครั้ง
เขานับไล่ตั้งแต่ซ้ายไปขวา อาศัยการคลำ ในใจก็จำไว้ว่าสี่เล่มนี้วางอยู่ในลำดับที่เท่าไรของเล่มข้างๆ เพื่อที่เวลาเอามาคืนจะได้ไม่วางผิดจนคนผิดสังเกตได้
พอจำเสร็จซ่งฝูเซิงถึงหยิบสมุดแผนที่ทั้งสี่เล่มนี้มาหนีบไว้ที่รักแร้ จากนั้นก็รีบคลำทางมุดเข้าไปในห้องน้ำส่วนตัวของใต้เท้าหลี
ห้องน้ำนี้ไม่มีหน้าต่าง อีกทั้งซื่อจ้วงเฝ้าอยู่ข้างนอก แถมตรงกลางยังมีห้องทำงานกั้น ซ่งฝูเซิงล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างสบายใจ
เขาเปิดโหมดไฟฉายก่อนแล้วเริ่มพลิกหนังสือ
นี่ เล่มนี้ ไม่ถูก
ซ่งฝูเซิงเลือกดูเฉพาะตรงที่วาดแม่น้ำ วาดทะเล
ขณะที่กำลังจะเปิดเล่มที่สอง เขาได้เอามือวางบนเล่มที่สามอีกครั้ง ใช้ปากคาบโทรศัพท์เพื่อส่องไฟฉาย จับดู เล่มนี้บางกว่าเล่มอื่น
เปิดดูอย่างละเอียด มีแผนที่ทางทะเลตามคาด วาดได้ยอดเยี่ยมทีเดียว มีเมฆหมอกลอยซึ่งก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร
ซ่งฝูเซิงเห็นจุดพิกัดหลายจุด จุดที่ใหญ่สุดมีความเปลี่ยนแปลง ก่อนหน้านี้น่าจะเขียนแซ่ของใครสักคน ต่อมาเนื่องจากมีการเปลี่ยนผู้บัญชาการกะทันหันจึงขีดทิ้ง แก้เป็น ‘ลู่’ เขาเอะใจ ลู่พั่น เจอเจ้าสักที
ปิดฟังก์ชันไฟฉายในโทรศัพท์มือถือแล้วเปิดกล้องถ่ายรูป
พอเปิดกล้องซ่งฝูเซิงก็ชะงัก มันเปิดแฟลชตรงไหนนะ ลืมไปแล้ว
โทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ของลูกสาว ถึงแม้จะถ่ายในที่มืดได้ดีกว่าของเขากับเพ่ยอิง เขาเคยทดลองแล้ว วันที่ฟ้ามืดสนิท เปิดแฟลชก็สามารถถ่ายทุกหน้าได้คมชัด แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง
แน่นอนว่าถ้าเปลี่ยนเป็นโทรศัพท์มือถือของตัวเองเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเปิดแฟลชตรงไหน
ก็ปกติไม่ต้องใช้ฟังก์ชันนั้นนี่
ยังไม่ถือว่าโง่ ซ่งฝูเซิงใช้แขนปาดเหงื่อบนศีรษะ เลื่อนมั่วจนเจอ จับภาพ จากนั้นก็เริ่มกดถ่าย
สักพักซ่งฝูเซิงก็ออกมาจากห้องน้ำ เอาหนังสือแผนที่วางกลับที่เดิมให้ใต้เท้าหลีเหมือนเดิม จากนั้นก็ล็อคประตูเรียบร้อย
ณ มุมกำแพงหนึ่งที่พวกเขาสำรวจไว้แล้ว สูงมากทีเดียว
ไม่กลัว
ต่อให้สูงกว่านี้ซื่อจ้วงก็สามารถปีนขึ้นไปได้ประหนึ่งกำลังเล่นสนุก แบกห่อผ้ากระโดดไปอยู่ด้านนอกได้ในชั่วพริบตา
ส่วนซ่งฝูเซิง เขาไม่เป็นวิทยายุทธ์ แต่สมองเขาฉลาด
ซ่งฝูเซิงล้วงกรงเล็บแมวที่ก่อนหน้านี้สั่งทำให้ลูกสาวไว้ปีนต้นอวี๋เฉียน เอามาใส่ที่เท้า
กรงเล็บเหล็กนั้นจิกเข้าที่กำแพงกับต้นไม้เป็นรอยขนาดเล็ก เหยียบออกแรงหน่อยก็ปีนขึ้นไปได้
ยิ่งไปกว่านั้นซื่อจ้วงที่อยู่ข้างนอกก็ได้โยนเชือกเข้ามา พอมีเชือกจับก็มั่นคงยิ่งขึ้น
ซ่งฝูเซิงไม่กล้าเสียเวลาอยู่ตรงกำแพงแม้แต่วินาทีเดียว พอกระโดดข้ามไปได้เขาก็กระโจนใส่ซื่อจ้วง
เพิ่งจะรอดปลอดภัยออกมาได้ไม่เท่าไร ซ่งฝูเซิงก็เดินพลางหันกลับไปมองด้วยความเป็นห่วงในเรื่องไม่เป็นเรื่อง
การดูแลของที่นี่มีปัญหา ยังหละหลวมเกินไป
การลาดตระเวนด้านนอกมีมุมอับ ลาดตระเวนไม่ทั่วถึง
ปัญหาใหญ่สุดคือใต้เท้าหลี แผนที่สมัยโบราณสำคัญขนาดนั้น แต่เขากลับหาเจอได้อย่างง่ายดาย ถ้าใต้เท้าหลีเป็นลูกน้องเขา หึ คงได้ถูกเก็บไปแล้ว
รู้สึกได้ว่าซื่อจ้วงเอาศอกมาสะกิด ซ่งฝูเซิงถึงได้สติกลับมา “มีอะไร”
ซื่อจ้วงทำไม้ทำมือ จากนั้นก็ขยับมุมปากด้านขวา
ซ่งฝูเซิงไม่ต้องดูอย่างละเอียดก็เดาได้ว่าซื่อจ้วงกำลังถามเรื่องแผนที่ ได้เอาออกมาไหม
“เอาออกมาไม่ได้ เอาออกมาก็ถูกจับได้สิ ทีนี้ได้สืบอย่างถึงที่สุด”
ซื่อจ้วงสงสัย ไม่เอาออกมางั้นจะลงทุนทำขนาดนี้ทำไม
ซ่งฝูเซิงชี้ที่หัวตัวเอง “ไม่ต้องเอาออกมา จำทั้งหมดได้ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ คุณหนูเล็กของเจ้าผ่านตาแล้วไม่มีทางลืม ฉลาดได้พ่อ”
พูดจบเขาก็เดินนำไปอย่างสบายใจ ซื่อจ้วงที่อยู่ด้านหลังอ้าปากค้าง
เวลาแค่ประเดี๋ยวเดียวเจ้านายจำได้หมดเลยเหรอ
เขาโชคดีเคยเห็นแผนที่ส่งเสบียงครั้งก่อน เส้นทางที่ไปส่งไม่ได้ไกลมาก แต่ว่าเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาเยอะเหลือเกิน
เจ้านายช่าง…
ซื่อจ้วงตะลึง ไม่รู้จะสรรหาคำไหนที่เหมาะจะชมซ่งฝูเซิงแล้ว
ดูท่าคุณหนูเล็กจะได้ความฉลาดมาจากพ่อจริงๆ