ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 160 อวิ๋นเจียชางกระอักเลือด
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 160 อวิ๋นเจียชางกระอักเลือด
โก่วซื่อยกมือขึ้นลูบมวยผมสีดอกเลา คิ้วตาแฝงแววเย้ยหยัน “ดูพี่สะใภ้สามพูดสิ บ้านพวกเราไม่เหมือนบ้านเจ้ารองที่เป็นเศรษฐีกลับมาจากเมืองหลวง จะได้รู้จักคนใหญ่คนโต
เอาเป็นว่าข้าพูดตรงๆ เลยแล้วกัน บุตรชายคนโตของพี่ชายข้าหมายตาเหมยเอ๋อร์ วันนี้ข้ามาที่นี่ก็เพื่อสู่ขอให้หลานชาย…”
“ไสหัวไป!”
โก่วซื่อยังพูดไม่ทันจบ เถาซื่อก็คว้าเอาชามดินเผาใส่น้ำที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยบนตั่งปาใส่โก่วซื่อ โก่วซื่อรีบหลบแต่ก็ยังโดนน้ำกระเด็นใส่ไม่น้อย
“บ้านเจ้ามันก็แค่พวกถังแตก ยังกล้ามาหมายตาเหมยเอ๋อร์ของพวกเราอีกหรือ? ไม่ฉี่รดแล้วส่องดูตัวเองเสียบ้าง สารรูปเช่นนี้ยังมีหน้ามาพูดอีก!”
บ้านเดิมของโก่วซื่อก็อยู่ในอำเภอนี้ แต่อยู่คนละตำบล เนื่องจากเป็นญาติกัน เรื่องที่บ้านเดิมของโก่วซื่อ ผู้เฒ่าอวิ๋นกับเถาซื่อก็ย่อมรู้ดี
บุตรชายคนโตของพี่ชายโก่วซื่อ ตอนนี้อายุสี่สิบกว่าแล้ว ภรรยาที่แต่งงานด้วยก็ตายไปสองคนติดๆ บ้านก็ยากจน แล้วยังมีลูกๆ อีกหลายคน บ้านแบบนี้ยังกล้ามาสู่ขออวิ๋นเหมยเอ๋อร์ ไม่ต่างอะไรกับเอาน้ำลายมาพ่นใส่หน้าพวกเขาเลย
โก่วซื่อได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจัด วิ่งไปยืนเท้าเอวอยู่กลางลานบ้านตระกูลอวิ๋น แล้วตะโกนด่า “ถุย! ข้าไม่มีหน้าพอหรือ ข้าไม่ดูสารรูปตัวเองหรือ ถ้าจะดูก็เจ้าควรส่องดูตัวเองก่อนเถิด ยายแก่สารเลวที่แม้แต่หลานสาวตัวเองยังใจดำทำร้ายได้ลงคอ จะสั่งสอนบุตรสาวดีๆ ออกมาได้ยังไง!”
“คิดว่าชื่อเสียงตระกูลพวกเจ้าตอนนี้ยังมีใครอยากมาสู่ขออีกหรือ? ฝันกลางวันไปเถิด! ข้าก็เห็นว่าเหมยเอ๋อร์น่าสงสาร โดนยายแก่ไร้ยางอายอย่างเจ้าทำให้เดือดร้อนไปด้วย ถึงได้มาช่วยหาคู่ให้แท้ๆ ไม่รู้จักบุญคุณ!”
“แม้แต่ลูกชายแท้ๆ ยังไม่นับถือเจ้าแล้ว เจ้ายังมีหน้ามากล้าอวดดีอีก อวดดีอะไรนัก? หรือเจ้ายังไม่รู้ อวิ๋นโส่วเย่าตอนนี้เปลี่ยนแซ่เป็นเฉาโส่วเย่าแล้ว! แม้แต่ลูกชายแท้ๆ ยังคุมไว้ไม่ได้ ยังกล้ามาทำอวดเก่งใส่ข้าอีก ถึงบ้านข้าจะไม่ร่ำรวยอะไร แต่ลูกๆ หลานๆ ล้วนกตัญญู ไม่มีใครกล้าเปลี่ยนแซ่หรอก!”
เสียงของโก่วซื่อดังก้อง เสียงตะโกนของนางทำให้ชาวบ้านหลายคนที่ชอบดูเรื่องสนุกวิ่งมามุงดู คนในหมู่บ้านนี้ไม่กลัวเรื่องใหญ่ ยิ่งเรื่องใหญ่ยิ่งชอบ
ทันใดนั้นก็มีคำพูดแย่ๆ มากมายลอยเข้าหูผู้เฒ่าอวิ๋น
“วันนี้ข้ามาถือว่าให้เกียรติพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้ากลับไม่เห็นค่า ต่อไปต่อให้มาอ้อนวอนข้า ข้าก็ไม่แม้แต่จะชายตามอง ชื่อเสียงฉาวโฉ่แบบนี้ ยังหวังจะให้ลูกสาวได้แต่งเข้าไปอยู่ในบ้านที่ดีอีกหรือ ฝันไปเถิด!”
โก่วซื่อด่าเสร็จก็เดินจากไป ผู้เฒ่าอวิ๋นที่อยู่ในห้องได้ยินเพียงประโยคเดียววนเวียนอยู่ในหัว ‘เฉาโส่วเย่า…’ ‘เฉาโส่วเย่า…’ เจ้าสาม เปลี่ยนแซ่แล้ว!
“เอื๊อก…” ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกเหมือนมีรสคาวในลำคอ ก่อนจะกระอักเลือดออกมาคำโต ดวงตามืดลงและหมดสติไปในที่สุด
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ตกใจร้องลั่น “ท่านพ่อ ท่านพ่อ เป็นอะไรไปเจ้าคะ!”
เถาซื่อที่กำลังจะวิ่งไล่ตามไปด่าก็ตกใจจนหน้าซีด รีบเข้าไปประคองผู้เฒ่าอวิ๋น “ตาแก่ เจ้าเป็นอะไรไป เจ้าฟื้นขึ้นมาสิ!”
“หลิ่วจือ รีบไปตามลุงรองของเจ้า บอกเขาว่าปู่เจ้ากระอักเลือดแล้ว!”
“เจ้าค่ะ…” หลิ่วจือที่หลบอยู่ด้านข้างเงียบๆ รีบวิ่งออกไปที่บ้านอวิ๋นโส่วจง
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กับเถาซื่อช่วยกันพยุงผู้เฒ่าอวิ๋นไปนอนบนเตียง เถาซื่อหันไปบอกอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ “รีบไปตามตัวเจ้าสามอกตัญญูนั่นกลับมา บอกมันว่าเป็นเพราะมัน พ่อมันถึงกระอักเลือด!”
ตอนนี้อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ทำอะไรไม่ถูกแล้ว เถาซื่อพูดอะไรก็ทำตาม รีบวิ่งออกไปอย่างลนลานทันที
เรื่องที่ผู้เฒ่าอวิ๋นกระอักเลือดหมดสติไปเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นแม้ว่าจะตัดขาดกันแล้ว แต่ในแง่ศีลธรรม เลือดในกายของเฉาโส่วเย่าก็เป็นเลือดของอวิ๋นเจียชางกับเถาซื่อ ตัดขาดความสัมพันธ์ได้ แต่ตัดสายเลือดนั้นมิอาจตัดขาดได้
ฉะนั้นตอนที่อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์วิ่งหน้าตื่นมาหาเขา เขาจึงไม่สามารถทำเป็นไม่สนใจต่อหน้าคนงานได้
เฉาซื่ออยู่เป็นเพื่อนอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ที่อำเภอ ส่วนอวิ๋นหลานเอ๋อร์กับจ้าวซื่อ รวมถึงฉี่เสียงกับน้องชายกำลังยุ่งอยู่ที่ร้านเม่าไช่ในตำบล ฉี่เยว่กับฉี่ซานสองพี่น้องต่างก็มีงานต้องทำ อวิ๋นเจียวว่างๆ จึงตามอวิ๋นโส่วจงไปที่บ้านหลังเดิม
พอเข้าไปในห้องนอน อวิ๋นเจียวก็เห็นผู้เฒ่าอวิ๋นนอนหน้าซีดอยู่บนเตียง บนพื้นมีรอยเลือดแห้งกรังอยู่เล็กน้อย
ยิ่งขัดแย้งรุนแรง ยิ่งเคียดแค้นชิงชัง พอเห็นบิดาเป็นแบบนี้ บุตรชายทั้งสามคนก็ยิ่งรู้สึกสับสนในใจ
“เจ้าสาม ตอนนี้เจ้าพอใจแล้วหรือยัง? ได้ดังใจแล้วสินะ? พ่อเจ้ากระอักเลือดแล้วนะ! พ่อเจ้ากำลังจะตายแล้ว! เป็นเพราะเจ้าทั้งนั้น! ตัดขาดกันแล้วยังไม่พอ ยังจะเปลี่ยนแซ่อีก! เก่งนักนะ!”
พอสามพี่น้องก้าวเข้าประตู เถาซื่อก็ชี้หน้าด่าเฉาโส่วเย่าทันที เฉาโส่วเย่าไม่โต้ตอบอะไร เพียงกำหมัดแน่น ยืนตัวตรง
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ก็ร้องไห้โฮ “ท่านพ่อ ชีวิตท่านช่างน่าสงสารนัก มีลูกก็เหมือนไม่มี… ลูกชายจะฆ่าท่าน…”
“หุบปาก!” อวิ๋นโส่วจงตวาดเสียงเย็น อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ตกใจจนรีบหุบปากทันที
“หมอเล่า? สั่งยาแล้วหรือยัง?”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ส่ายหน้าอย่างเลื่อนลอย นางมองไปที่เถาซื่อ เถาซื่อก็ไม่พูดอะไร แสดงว่ายังไม่ได้เชิญหมอมา
“อากุ้ย รีบไปตามหมอมา” อวิ๋นโส่วจงสั่งอากุ้ย จากนั้นก็หันไปมองเถาซื่อกับอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ด้วยสีหน้าไม่พอใจ “พวกเราก็ไม่ใช่หมอ มาถึงแล้วท่านพ่อจะหายหรือ? ท่านพ่อเป็นแบบนี้แล้ว พวกเจ้าไม่คิดจะตามหมอ พวกเจ้าหวังอะไรกันแน่?”
อวิ๋นโส่วจงดูน่าเกรงขาม ไม่เพียงแต่เฉียบคม แต่ยังมีรังสีเยือกเย็นที่ทำให้คนรู้สึกหวาดกลัวแผ่ออกมา
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ตกใจจนพูดเสียงอ่อน “ท่านแม่สั่งให้ไปตามพวกท่านมาเจ้าค่ะ”
เถาซื่อเองก็ตกใจกับท่าทางของอวิ๋นโส่วจง แต่พอตั้งสติได้ก็ทำท่าทางเป็นผู้อาวุโสขึ้นมาทันที “ทำไมเล่า พวกเจ้าเป็นลูกชาย พ่อเจ้าเป็นแบบนี้แล้ว ข้าจะเรียกพวกเจ้ามาไม่ได้หรือ?”
“พวกอกตัญญู พ่อเจ้ามีลูกชายมากมายแล้วมีประโยชน์อะไร? ข้าแก่เฒ่าขนาดนี้แล้ว ตั้งแต่ข้าอายุสิบกว่าปีก็อุตส่าห์เลี้ยงดูพวกเจ้าทั้งบ้าน ถึงคราวแก่เฒ่ากลับถูกพวกเจ้าด่าเล่นแบบนี้?”
อวิ๋นโส่วจงแสยะยิ้ม “ในเมื่อเจ้าบอกว่าพวกเราอกตัญญู ชื่อเสียงก็เสียไปแล้ว งั้นพวกเรายังอยู่ที่นี่ทำไมอีก พี่ใหญ่ เจ้าสาม พวกเรากลับกัน!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นก็ตกใจ หากพวกเขาจากไปหมด ใครจะเป็นคนดูแลพ่อเล่า? นางไม่มีทางควักเงินตัวเองออกมาแน่!
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รีบขวางประตู พูดด้วยรอยยิ้ม “พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม ท่านแม่เป็นคนแบบนี้ ท่านก็แค่เป็นห่วงท่านพ่อ พวกท่านอย่าใส่ใจเลย”
พูดจบก็ส่งสายตาให้เถาซื่อ พูดว่า “ท่านแม่ ท่านเป็นห่วงท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง และพี่สามก็เป็นห่วงเช่นกัน พี่รองให้คนไปตามหมอแล้วมิใช่หรือ ท่านก็พูดให้น้อยหน่อยเถิด หลิ่วจือรีบรินน้ำชาให้ลุงใหญ่ ลุงรอง และลุงสามสิ จำไว้ว่าต้องใส่น้ำตาลด้วย”
“เจ้าค่ะ…” หลิ่วจือรับคำ ทันใดนั้นเฉาโส่วเย่าก็พูดขึ้น “ไม่ต้องหรอก น้ำชาที่บ้านเจ้าพวกข้าไม่กล้าดื่มกันหรอก ใครจะไปรู้ว่ามีสิ่งสกปรกอะไรผสมอยู่บ้าง”
เถาซื่อโกรธจนแทบหมดสติ ร้อนใจอยากจะอาละวาด แต่ก็กลัวว่าพวกเขาจะจากไปจริงๆ แล้วไม่สนใจไยดีอีก ไม่มีคนจ่ายค่ารักษาให้ นางจึงได้แต่ฝืนใจอดทนไว้
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เองก็อยากจะมุดดินหนี นางไม่กล้ามองหน้าเฉาโส่วเย่า รู้สึกว่าสายตาของเฉาโส่วเย่าเย็นชาเหมือนคมมีด
ไม่นานอากุ้ยก็พาหมอมาถึง หมอตรวจชีพจรอย่างละเอียด แล้วพูดว่า “นี่เป็นอาการโกรธจนกระทบใจ เลือดลมเดินไม่สะดวก จึงทำให้กระอักเลือดออกมา ร่างกายท่านลุงแข็งแรงดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”
“กระอักเลือดออกมาแล้วยังบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีกหรือ เจ้าหมอเถื่อน รับเงินเจ้ารองไปเท่าไร ถึงได้อยากให้ตาแก่ตายนัก!”