ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 161 เถาซื่อผู้ละโมบ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 161 เถาซื่อผู้ละโมบ
เถาซื่อโวยวายเช่นนี้ ไม่เพียงแต่หมอโจวจะหน้าดำคล้ำ แม้แต่พี่น้องตระกูลอวิ๋นทั้งสามคนก็หน้าดำราวกับก้นหม้อ
“ท่านแม่ ท่านหมอจะทำร้ายท่านพ่อได้อย่างไร น้องรองเองก็มิใช่คนเช่นนั้น…”
“พี่ใหญ่ ไม่ต้องพูดแล้ว ในเมื่อเถาซื่อไม่เชื่อท่านหมอ และไม่เชื่อพวกเรา งั้นพวกเราก็ไปกันเถิด” กล่าวจบอวิ๋นโส่วจงก็ก้มตัวอุ้มอวิ๋นเจียว แล้วเดินนำออกจากห้องไป
ในเมื่อหมอบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แล้วเขายังจะต้องกังวลอะไรอีก?
อวิ๋นโส่วเย่าไม่แม้แต่จะเหลือบมองเถาซื่อแม้แต่น้อย ก่อนจะเดินตามออกไป ส่วนอวิ๋นโส่วกวงร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่วิงวอนหมอ “ท่านหมอ ช่วยตรวจดูอาการให้ท่านพ่ออีกครั้งเถิด แล้วสั่งยาให้ท่านพ่อสักหน่อย”
หมอโจวปฏิเสธ “ข้าไม่กล้าสั่งยาหรอก เกรงว่าจะถูกกล่าวหาว่าฆ่าคน” กล่าวจบเขาก็เดินออกไป
อวิ๋นโส่วกวงไม่มีทางเลือก จึงได้แต่เดินตามออกไป
หมอโจวเดินออกมาจากห้อง เห็นชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์อยู่นอกบ้านตระกูลอวิ๋นเต็มไปหมด เขาก็ประสานมือทักทายทุกคน “ท่านลุงสามอวิ๋นโกรธจนอาเจียนเป็นเลือด นายท่านรองอวิ๋นจึงส่งคนไปเชิญข้ามาตรวจอาการ”
“ข้าตรวจดูแล้ว ท่านลุงสามอวิ๋นแค่โกรธจนเลือดติดขัด เกิดอาการร้อนใน ไม่มีอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด ทว่าเถาซื่อกลับบอกว่าข้าเคยรับสินบนจากนายท่านรองอวิ๋น ไม่หวังดีคิดจะฆ่าคน!”
“ข้ารับเงินจากนายท่านรองอวิ๋นก็จริง แต่นายท่านรองอวิ๋นเป็นคนฝากเงินไว้กับข้า บอกไว้ชัดเจนว่าเงินก้อนนี้ให้ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยของท่านลุงสามอวิ๋น หากใช้หมดแล้วก็ให้ไปขอเพิ่มที่เขาได้”
“นายท่านรองอวิ๋นหวังดี อยากดูแลอาการเจ็บป่วยของท่านลุงสามอวิ๋นไปตลอดชีวิต ฮึ ใครจะรู้ว่าความหวังดีกลับถูกเถาซื่อมองว่าเป็นแผนร้าย! ทุกท่านลองดูสิ ในหมู่บ้านละแวกนี้ จะหาลูกชายที่ดีเช่นนี้ได้จากที่ใด? วันนี้ข้าขอให้พ่อแม่พี่น้องทุกคนเป็นพยาน ไม่ใช่ข้าไม่รักษา แต่ข้าไม่กล้ารักษาต่างหาก!”
“ข้าคิดว่าเถาซื่อผู้นี้นางจงใจไล่ข้าออกไป แล้วทำให้หมอคนอื่นๆ ไม่กล้ามาตรวจอาการท่านลุงสามอวิ๋น เพื่อที่จะได้ให้โรคเล็กกลายเป็นโรคร้ายแรง โรคร้ายแรงลุกลามจนทำให้ท่านลุงสามอวิ๋นเสียชีวิต!”
หมอโจวรักษาคนไข้ไปทั่วสารทิศ คนแบบไหนเขาก็พบเจอมาหมดแล้ว คิดจะใส่ร้ายเขาหรือ? ทำอย่างกับว่าเขาใส่ร้ายคนอื่นไม่เป็นอย่างนั้นแหละ
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นหมอที่มีจรรยาบรรณ ชาวบ้านหลายคนต่างเคยได้รับความช่วยเหลือจากเขา ดังนั้นพอเขาพูดเช่นนี้ ทุกคนจึงเข้าข้างเขา ต่างพากันประณามเถาซื่อ
“ยายแก่คนนั้นน่ะ คงวางแผนชั่วร้าย”
“ดูแต่ละวันสิว่านางทำอะไร ลูกชายทั้งสามคนของท่านลุงสามอวิ๋นดีๆ ทั้งนั้น ถูกนางทำให้บ้านแตกสาแหรกขาดไปหมด”
“นั่นน่ะสิ หากนางไม่ทำตัวเช่นนี้ ท่านลุงสามอวิ๋นก็คงได้เป็นนายท่านผู้เฒ่าไปแล้ว”
“นางจงใจไม่ให้หมอรักษาท่านปู่สามอวิ๋น เพื่อที่จะได้ให้ท่านปู่สามอวิ๋นป่วยตาย แล้วรีดไถเงินจากนายท่านรองอวิ๋นไปเลี้ยงลูกสาวกับลูกชายคนเล็กของนาง”
“ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ ไม่งั้นทำไมนางถึงไม่อยากให้นายท่านรองอวิ๋นจ่ายเงินให้ท่านหมอเล่า ต้องรู้เอาไว้ว่านั่นคือเงินที่ใช้ดูแลอาการเจ็บป่วยของท่านปู่สามอวิ๋นในอนาคตนะ”
“นางคงรำคาญที่ท่านลุงสามอวิ๋นอายุยืน รังแต่จะรกหูรกตานาง…”
เถาซื่อได้ยินคำพูดจากภายนอกที่เลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นตาแก่บ้านนางยังไม่ได้สติ สีหน้าก็ดูแย่ หากเป็นอะไรไปขึ้นมาจริงๆ ชาวบ้านก็ต้องมาต่อว่านาง กล่าวหาว่านางจงใจฆ่าสามีตัวเองแน่ๆ
แบบนั้นไม่ได้การ! นั่นมันโทษหนักถึงขั้นถูกจับถ่วงน้ำตายเชียวนะ
ดังนั้นนางจึงไม่สนใจศักดิ์ศรีอีกต่อไป รีบวิ่งตามออกมา “ท่านหมอโจว รอสักครู่ ขออภัยท่านด้วย ยายแก่คนนี้ใจร้อนไปหน่อย เห็นสามีตัวเองอาเจียนเป็นเลือด แล้วยังหมดสติไปอีก”
“ข้าตกใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พูดกระทบท่านหมอโดยไม่ทันคิด ขอท่านอย่าได้ถือสาเลย ขอร้องท่านช่วยตรวจดูอาการให้สามีข้าอีกครั้ง แล้วสั่งยาให้เขาสักหน่อยเถิด”
อวิ๋นเจียวยกย่องเถาซื่อในใจ ยายแก่คนนี้หน้าด้านจริงๆ เปลี่ยนสีหน้าได้รวดเร็วยิ่งกว่าการแสดงเปลี่ยนหน้ากากเสียอีก
หมอโจวสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง สะบัดมือที่เหมือนกิ่งไม้แห้งของเถาซื่อที่กำลังจับเขาออก “ฮึ เรื่องฆ่าคนหวังผลประโยชน์ ข้าไม่กล้าทำหรอก!”
หมอโจวไม่ยอมคล้อยตามง่ายๆ เถาซื่อเองก็เป็นคนใจแข็ง สะบัดมือซ้ายขวา ตบหน้าตัวเองสองครั้งด้วยท่าทางเกินจริง “ท่านหมอโจว ช่วยชีวิตคนสำคัญที่สุด ยายแก่เช่นข้าถูกความโง่เขลาบดบังจิตใจ มองท่านผิดไป ท่านอย่าโกรธเลย ช่วยสั่งยาให้สามีข้าสักหน่อยเถอะ ข้าขอโทษท่านแล้ว!”
หมอโจวถูกเถาซื่อทำให้เสียท่าจนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงหันไปมองพวกพี่น้องตระกูลอวิ๋นโดยไม่รู้ตัว
อวิ๋นโส่วจงประสานมือให้เขา “ขอรบกวนท่านหมอโจวช่วยรักษาอาการท่านพ่อข้าด้วยเถิด”
อวิ๋นโส่วกวงรีบพูดเสริม “ใช่แล้ว พวกเรารู้ดีว่าท่านหมอเป็นคนเช่นไร ชีวิตคนสำคัญที่สุด รบกวนท่านด้วย”
หากยังทะเลาะกับเถาซื่อต่อไป คนที่ทุกข์ทรมานก็คือท่านพ่อ อวิ๋นโส่วกวงร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก
หมอโจวประสานมือให้กับอวิ๋นโส่วจง “เอาเถิด ในเมื่อนายท่านรองอวิ๋นเอ่ยปากเช่นนี้ ข้าก็จะสั่งยาให้”
เถาซื่อรีบพูดแทรก “ท่านหมอ ท่านต้องใส่โสมแก่ลงไปด้วย สามีข้าถูกบรรดาลูกๆ อกตัญญูทำให้โกรธจนอาเจียนเป็นเลือด ร่างกายอ่อนแอมาก!”
โสมแก่!
อย่างไรเสียเจ้ารองก็บอกแล้วว่าจะดูแลอาการเจ็บป่วยของตาแก่เอง โอกาสเช่นนี้ย่อมไม่อาจปล่อยให้หลุดมือไปเปล่าๆ เลือดของตาแก่จะไหลไปอย่างไร้ค่าไม่ได้
ชาวบ้านที่ได้ยินต่างพากันตกตะลึง ครอบครัวไหนที่ได้กินอิ่มนอนหลับก็นับว่าเป็นครอบครัวที่ดีแล้ว ต้องรู้เอาไว้ว่าโสมแก่ไม่ใช่ของถูกๆ
พวกเขาที่ต้องทำงานตรากตรำในไร่นาหาเช้ากินค่ำ หลายคนเวลาเจ็บป่วยจ่ายเงินเชิญหมอไม่ไหวด้วยซ้ำ ก็ต้องกัดฟันทนเอา หากโชคดีทนมาได้ก็รอด หากโชคร้ายก็คงพูดยากแล้ว
แค่ค่าหยูกยายังไม่กล้าคิด ใครจะกล้าเพ้อฝันถึงโสม ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นโสมแก่! เถาซื่อช่างกล้าพูดจริงๆ
หมอโจวเหลือบมองเถาซื่อ แล้วถามอย่างประหลาดใจ “ใช้โสมแก่หรือ?”
“ใช่สิ ต้องใช้ของดี เพิ่มโสมแก่มาด้วย!” เถาซื่อรีบร้องตะโกน กลัวว่าหมอโจวจะไม่ยอมให้
หมอโจวยิ้ม “เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะเขียนเทียบยาให้ เพียงแต่ว่า ท่านจะไปซื้อยาที่ตำบลเอง หรือว่า…”
“แน่นอนว่าต้องซื้อจากท่านเลยน่ะสิ แต่ข้าบอกไว้ก่อนนะ ข้าไม่ใช่คนที่จะหลอกได้ง่าย ๆ โสมแก่ต้องเป็นของคุณภาพดี ไม่อย่างนั้นข้าจะทำลายชื่อเสียงของท่านให้ย่อยยับ!” ตอนนี้หมอโจวยอมสั่งยาแล้ว เถาซื่อก็ลืมไปแล้วว่าเมื่อครู่นางอ้อนวอนเขาด้วยท่าทีเช่นไร บัดนี้น้ำเสียงก็ไม่สุภาพเช่นเคย
คำที่ว่า สุนัขไม่ทิ้งนิสัยกินขี้ คงเป็นเช่นนี้นี่เอง ชาวบ้านที่มุงดูต่างพากันรังเกียจ
หมอโจวกล่าว “ยาสองชุด ใส่โสมแก่หั่นเป็นแผ่น ราคาสี่สิบสองตำลึงเงิน”
เถาซื่อโวยวายทันที “ไม่ได้ ไม่เอาโสมหั่นแผ่น ต้องใช้โสมทั้งราก!” นางไม่ได้โง่ ราคาของโสมหั่นแผ่นย่อมแตกต่างจากโสมทั้งราก ยิ่งไปกว่านั้น โสมหั่นแผ่น จะมีกี่แผ่นกันเชียว จะขายได้สักกี่อีแปะ
คำพูดของเถาซื่อทำให้ชาวบ้านที่มุงดูต่างพากันตะลึง ถึงกับจะใช้โสมทั้งรากเชียวหรือ ช่างกล้าจริงๆ!
หมอโจวมองเถาซื่อคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ก่อนจะพูดว่า “จะใช้โสมทั้งรากก็ได้ สองร้อยตำลึงเงิน จ่ายเงินมาสิ”
“ทำไมข้าต้องจ่าย?” ทันใดนั้นเถาซื่อก็โวยวายลั่นเหมือนกับสุนัขที่ถูกเหยียบหาง
หมอโจวหัวเราะอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าไม่จ่าย งั้นให้ข้าที่เป็นหมอรักษาคนเป็นคนจ่ายเองอย่างนั้นหรือ?”
“แน่นอนว่าเจ้ารองต้องเป็นคนจ่าย! ข้ามีเงินเสียที่ไหน?”
พอนางพูดประโยคนี้อย่างหน้าตาเฉย ทุกคนก็พากันหัวเราะเยาะ
“ไม่แปลกใจทำไมไม่ใช้โสมหั่นแผ่น แต่อยากได้โสมทั้งราก ข้ายังนึกว่ายายเฒ่านี่มีเงินและยอมจ่ายให้กับท่านลุงสามอวิ๋นเสียอีก ที่แท้ก็เล็งกระเป๋าเงินของนายท่านรองอวิ๋นเอาไว้นี่เอง”
“ก็ใช่น่ะสิ สี่สิบตำลึงกับสองร้อยตำลึงนี่มันต่างกันเยอะเชียวนะ”
“ที่แท้นางก็ไม่ได้คิดจะควักกระเป๋าตัวเอง ถึงได้ทำตัวใจกว้างเช่นนี้”
“หมอยังไม่ได้บอกให้ใช้โสมแก่เลย แต่นางกลับร้องจะเอาโสม เห็นได้ชัดว่าต้องการรีดไถเงินจากนายท่านรองอวิ๋น”
“เจอแม่เลี้ยงแบบนี้ นายท่านรองอวิ๋น… คงกลุ้มใจน่าดู”