ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 162 ไม่สนใจแล้ว
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 162 ไม่สนใจแล้ว
เห็นทุกคนต่างพากันพูดจาแย่ลง ๆ อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์จึงรีบออกมาไกล่เกลี่ย “นี่พี่รองก็บอกแล้วไงว่าต่อไปเรื่องค่ารักษาของท่านพ่อ พี่รองจะเป็นคนดูแลเอง ท่านแม่ก็เห็นว่าท่านพ่อน่าสงสาร ลูกหลานอกตัญญูจนกระอักเลือด ท่านแม่ถึงอยากได้โสมแก่มาเพื่อรักษาอาการป่วยของท่านพ่ออย่างไรเล่า”
กล่าวจบ นางก็หันไปมองอวิ๋นโส่วจง “พี่รอง ท่านว่าข้าพูดถูกหรือไม่? ข้าไม่ได้พูดมั่วๆ นะ เรื่องนี้ชาวบ้านต่างก็รู้กันดี แต่พี่รองเอาแต่เงียบ ไม่รู้ว่าคิดว่าโสมภูเขาราคาแพง ไม่ยอมเอามาให้ท่านพ่อกินหรืออย่างไร? หากท่านไม่เต็มใจก็บอกมาตรงๆ พวกเราก็ไม่ได้บังคับท่าน ไม่ได้แย่งเงินจากกระเป๋าของท่านเสียหน่อย”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กำลังใช้มีดอ่อน [1] บังคับให้อวิ๋นโส่วจงควักเงิน
เถาซื่อก็โวยวายขึ้นมาเช่นกัน “วันนั้นเจ้าพูดเองแท้ๆ ว่าต่อไปเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยของพ่อเจ้า เจ้าจะเป็นคนดูแลเอง ทำไมเล่า ตอนนี้ไม่ยอมรับแล้วหรือ? ไอ้คนใจดำอกตัญญู รู้จักแต่ใช้พ่อตัวเองมาสร้างชื่อเสียง เหอะ ตอนนี้พ่อเจ้าต้องการเงินมาต่อชีวิต เจ้ากลับเงียบกริบ ไอ้ชาติชั่ว”
หมอโจวรีบแก้คำพูด “ไม่ใช่ต่อชีวิต แต่เป็นบำรุงร่างกาย”
อวิ๋นเจียวที่ชอบปกป้องคนของตัวเอง ทนเห็นเถาซื่อด่าทอพ่อของนางไม่ได้ จึงพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ “ท่านพ่อ หากท่านย่าบอกว่าพวกท่านล้วนเป็นลูกอกตัญญู งั้นก็ให้ท่านย่าไปหาลูกที่กตัญญูมาดูแลท่านปู่สิ ไฉนดูแลพ่อตัวเองจึงกลายเป็นคนใจดำอกตัญญู ส่วนคนที่ไม่ดูแลกลับกลายเป็นลูกกตัญญู”
อวิ๋นโส่วจงเห็นด้วยกับคำพูดของอวิ๋นเจียว จึงกล่าวว่า “ใช่ เจียวเอ๋อร์พูดถูก อีกอย่างพวกเราก็แยกบ้านแล้ว มีเรื่องอะไรช่วยเหลือกันก็ถือเป็นน้ำใจ ไม่ช่วยก็ไม่ผิด”
กล่าวจบ เขาก็หันไปบอกหมอโจว “ท่านหมอโจว รบกวนท่านจัดยาให้พ่อข้าด้วย ข้ายังยืนยันคำเดิม หากเงินไม่พอให้มาหาข้า เพียงแต่ของที่ไม่จำเป็น บางอย่างที่บางคนจงใจเพิ่มเข้ามา ข้ายืนยันว่าไม่เอา”
หมอโจวกล่าว “นายท่านรองอวิ๋น อีกห้าตำลึงก็พอขอรับ อาการของลุงสามอวิ๋นครั้งนี้ เสียพลังไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ข้าพิจารณาแล้ว จะเพิ่มยาบำรุงเข้าไปอีกหน่อย กินสักหนึ่งถึงสองวันก็หายดีแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นโส่วจงจึงรีบบอกอากุ้ยให้นำเงินห้าตำลึงไปให้หมอโจว
เถาซื่อเห็นว่าโสมแก่หลุดมือไปแล้ว ก็หัวเสียอย่างมาก นางได้ยินมาว่าช่วงนี้อวิ๋นฉี่ซานกินน้ำแกงโสมทุกวัน แม้กระทั่งตอนที่อวิ๋นเหลี่ยนเอ๋อร์โดดน้ำ ฟางซื่อก็ยังตุ๋นน้ำแกงโสมให้ดื่ม เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นชาวบ้านที่ไปเยี่ยมบ้านอวิ๋นโส่วจงมาบอกเล่า พวกเขาเห็นกับตาไม่ผิดแน่
ตอนนั้นนางก็อยากได้โสมของบ้านอวิ๋นโส่วจงจะแย่อยู่แล้ว แต่ก็หาโอกาสไม่ได้ บัดนี้ตาแก่กระอักเลือดทั้งที นางจึงคิดจะฉวยโอกาสนี้เอาโสมไปขายแลกเงิน แต่… เถาซื่อโมโหมาก
“เจ้ารองไอ้ลูกไม่รักดี เจ้ามีโสมอยู่แท้ๆ แต่ไม่ยอมเอามาให้พ่อเจ้ากิน ไอ้ลูกอกตัญญู อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ยัยเด็กสารเลวนั่นโดดน้ำ ยังได้กินน้ำแกงโสม ลูกชายของเจ้าก็ได้กิน แต่เจ้ากลับไม่ยอมให้พ่อของเจ้า… แบบนี้จะอยู่กันต่อไปได้อย่างไร…”
เฉาโส่วเย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ป้าก็รู้ว่าเหลียนเอ๋อร์โดดน้ำจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด!”
การที่ลูกชายแท้ๆ เรียกนางว่าป้า ทำให้เถาซื่อถูกชาวบ้านหัวเราะเยาะ นางรู้สึกอับอายขายขี้หน้า อยากจะใช้สายตาที่คมกริบราวใบมีดฆ่าเฉาโส่วเย่าให้ตายเสียตรงนั้น
“ท่านพ่อ บ้านท่านปู่ทั้งมีที่นา มีลูกชาย ทุกปียังได้เงินเลี้ยงดูจากพวกท่านทั้งสามคนอีกสามสิบตำลึงเงิน ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองเลย หากท่านจะเสียเงินแล้วยังถูกคนอื่นชี้หน้าด่าว่าอกตัญญู งั้นพวกเราจะจ่ายเงินไปเพื่ออะไรเจ้าคะ?”
กล่าวจบ นางก็หันไปบอกหมอโจว “ท่านลุงโจว เงินที่ท่านพ่อให้ท่าน ท่านก็เก็บเอาไว้เถิด นำไปให้คนแก่คนชราในหมู่บ้านที่เจ็บป่วยแต่ไม่มีเงินรักษา ส่วนเรื่องท่านปู่ พวกเราไม่สนใจแล้ว ค่ารักษาก็ให้พวกเขารับผิดชอบกันเอง…”
“ว่าไงนะ? ยัยเด็กสารเลว ใจร้ายอกตัญญู…”
เพียะ! อวิ๋นโส่วจงก้มตัววางอวิ๋นเจียวลง ก่อนจะเดินเข้าไปตบหน้าเถาซื่อฉาดใหญ่
“เถาซื่อ ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ หากเจ้ายังกล้าด่าเจียวเอ๋อร์อีกคำ ข้าจะตบให้เจ้าพูดไม่ออกเลยคอยดู!”
อวิ๋นโส่วจงโกรธจัด ทั่วร่างแผ่รังสีเยือกเย็นน่ากลัว เถาซื่อถูกตบเข้าอย่างจัง ใบหน้าและปากบวมเป่งยิ่งกว่าเดิม
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน นางตกใจจนตะโกนลั่น “ฆ่ากันแล้ว ลูกชายตบตีแม่ตัวเอง ฟ้าผ่าตายเสียเถิด!”
เฉาโส่วเย่าหัวเราะเยาะ “อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ ข้าว่าเจ้าหยุดพูดเถิด พี่รองของข้าไม่ได้เป็นคนตระกูลอวิ๋นตั้งแต่ยี่สิบปีที่แล้ว ท่านพ่อเป็นคนที่ตัดขาดกับพี่รองเพื่อแลกเงินเอง อีกอย่าง ท่านแม่ใหญ่ยังนอนอยู่ที่สุสาน เถาซื่อเป็นแม่ของพี่รองเมื่อใดกัน!”
ในบรรดาพี่น้องทั้งสามคน ไม่มีใครพูดจาทำร้ายจิตใจได้เท่าเฉาโส่วเย่าอีกแล้ว ตอนนี้เถาซื่อถึงได้ตระหนักว่าลูกชายคนโตของนางตัดขาดกับนางจริงๆ ไม่ใช่แค่โกรธชั่ววูบ ที่อีกไม่กี่วันก็สามารถงอนง้อให้กลับมาได้
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก นางกรีดร้อง “พี่สาม ท่านพูดแบบนี้ได้ยังไง นั่นแม่แท้ๆ ของท่านนะ ผู้ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูท่านมา!”
เฉาโส่วเย่ามองอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ด้วยสายตาเย็นชา “แม่แท้ๆ หรือ? ข้าไม่มีแม่แท้ๆ มีก็แต่หนังสือตัดขาดความสัมพันธ์! ข้าไม่มีแม่ที่คิดวางยาหลานสาวตัวเอง และไม่มีน้องสาวที่คิดทำร้ายหลานสาวตัวเองจนต้องโดดแม่น้ำ!”
คำพูดของเฉาโส่วเย่าเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะของเถาซื่อและอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ พวกนางสองคนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
อวิ๋นโส่วจงหันไปบอกหมอโจว “รบกวนท่านจัดยาให้พ่อข้าหนึ่งชุด ส่วนเงินที่เหลือก็ทำตามที่เจียวเอ๋อร์บอก นำไปช่วยเหลือคนแก่คนชราที่ไม่มีเงินรักษาตัวในหมู่บ้านเถิด ต่อไปนี้เรื่องค่ารักษาของท่านพ่อ ข้าไม่สนใจแล้ว ไม่ว่าจะดูแลอย่างไรก็ไม่พ้นถูกด่าว่าอกตัญญูอยู่ดี!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หมอโจวจึงพยักหน้า “ได้ นายท่านรองอวิ๋น เงินที่เหลือข้าจะเก็บไว้ให้เอง ยาข้าจะจัดการให้ลุงสามอวิ๋นเดี๋ยวนี้ ท่านวางใจเถิด เขาแค่โกรธมากไปหน่อย ร่างกายไม่ได้เป็นอะไรมาก”
อวิ๋นโส่วจงพยักหน้า “เช่นนั้นก็รบกวนท่านแล้ว”
กล่าวจบ เขาก็หันไปประสานมือกับทุกคน “ขอเรียนพ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย ข้าตบเถาซื่อก็จริง หากมีครั้งหน้าข้าก็จะตบอีก! พี่ใหญ่ของข้าได้แยกบ้านออกมาแล้ว ยี่สิบปีก่อนข้าก็ถูกตัดออกจากบันทึกผังตระกูลแล้ว ไม่ใช่คนตระกูลอวิ๋นอีกต่อไป”
“น้องสามก็ตัดขาดความสัมพันธ์กับบ้านเดิมแล้ว หากพ่อมีเรื่องอะไร พวกเราสามครอบครัวช่วยเหลือก็ถือเป็นน้ำใจ ไม่ช่วยก็ไม่ผิด! วันนี้ข้าขอพูดไว้ตรงนี้ ต่อไปหากไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย พวกเราสามครอบครัวจะยึดตามสัญญาการแบ่งบ้านและหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์! ส่วนเรื่องอื่นๆ จะไม่สนใจแม้แต่น้อย!”
กล่าวจบ อวิ๋นโส่วจงก็ก้มลงอุ้มอวิ๋นเจียวแล้วเดินนำออกไป เฉาโส่วเย่าเดินตามออกไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเถาซื่อและอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์
อวิ๋นโส่วกวงถอนหายใจแล้วเดินตามออกไปเช่นกัน แม้ในใจเขาจะยังคงเป็นห่วงผู้เฒ่าอวิ๋น แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็ให้ความสำคัญกับน้องชายมากกว่า
“นายท่านรองอวิ๋น ท่านควรไม่สนใจพวกเขานานแล้ว!”
“ใช่ หากเป็นข้า ข้าคงไม่แม้แต่จะมาดู!”
“ครอบครัวนายท่านรองอวิ๋นช่างเป็นคนดี คิดถึงแต่จะช่วยเหลือคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านเราเสมอ”
“คนดีผีคุ้ม คนชั่วมีอันเป็นไป ฮึ จุดจบของคนบางคน พวกเรารอดูเฉยๆ ก็พอ!”
ชาวบ้านที่มามุงดู ไม่มีใครกล่าวโทษอวิ๋นโส่วจงแม้แต่คนเดียว ทุกคนคิดว่าเถาซื่อสมควรโดนตบ! คนเขาใช่ว่าจะโง่เสียเมื่อไร เสียเงินแล้วยังต้องมาโดนด่าอีก
ส่วนผู้เฒ่าอวิ๋นที่นอนอยู่บนเตียง ความจริงเขาตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว เขาได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นข้างนอกอย่างชัดเจน ลูกชายคนนี้ตัดขาดกับเขาอย่างสิ้นเชิงแล้ว น้ำตาของเขาก็ไหลรินออกมาไม่ขาดสาย
……….
เชิงอรรถ
[1] มีดอ่อน (软刀子) เปรียบถึงการกระทำหรือคำพูดที่ไม่รุนแรง แต่สามารถทำให้คนอื่นเจ็บปวดหรือลำบากใจอย่างมาก