ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 164 เบี่ยงเบนความสนใจ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 164 เบี่ยงเบนความสนใจ
ฟางซื่อปรบมือพลางหัวเราะ “ความคิดของเจียวเอ๋อร์ไม่เลวเลย งานสั่งตัดเย็บก็ไม่ต้องรีบร้อน อีกอย่างร้านนี้ก็เป็นของพวกเราเอง ช่างปักผ้าก็มีสัญญาขายตัว พวกเจ้าเปิดร้านชุดสำเร็จรูปเช่นนี้ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่า ไม่ต้องกังวลเรื่องจ่ายค่าแรงไม่ไหว สรุปก็คือ ทำงานไปตามสบาย ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เหลียนเอ๋อร์อย่าฝืนตัวเองก็พอ”
เฉาซื่อมองฟางซื่อด้วยแววตาซาบซึ้ง ก่อนเอ่ยว่า “ฝืนอะไรกันเล่า ชีวิตตอนนี้สุขสบายกว่าตอนอยู่บ้านหลังเก่าตั้งเท่าไร ถ้าเป็นเมื่อก่อน พวกเราสองแม่ลูกคงไม่กล้าแม้แต่จะคิด”
เฉาเหลียนเอ๋อร์เองก็ซาบซึ้งใจไม่แพ้กัน “ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านป้ารอง เจียวเอ๋อร์ ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าชอบทำงานแบบนี้ อีกอย่างยิ่งขยันก็ยิ่งได้เรียนรู้ ช่างปักผ้าที่ท่านป้ารองซื้อตัวมานั้น ล้วนแต่มีฝีมือเป็นเอกทั้งนั้น”
อวิ๋นเจียวเอ่ยเสริม “พี่เหลียนเอ๋อร์ ท่านแม่ข้าพูดถูก ท่านค่อยๆ ทำไปเถิดเจ้าค่ะ อย่าฝืนตัวเองก็พอ ต่อไปนี้ของในร้านพวกเราให้ตั้งราคาขายตายตัว ไม่ต้องต่อรอง ใครอยากซื้อก็ซื้อ ไม่อยากซื้อก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลไป เราแค่ทำเสื้อผ้าออกมาให้ดีที่สุด จะทำลวกๆ ไม่ได้ ต้องละเอียดและประณีต”
ที่จริงแล้วอวิ๋นเจียวอยากขายสินค้าคุณภาพสูง แต่ว่าไปแล้ว สมัยนี้ชาวบ้านทั่วไปคงไม่คิดซื้อชุดสำเร็จรูป
“ถึงเวลานั้น พวกเราไม่เพียงแต่ติดป้ายราคาบนชุดสำเร็จรูปแต่ละชุดเท่านั้น แต่ยังต้องระบุราคาไว้ในสมุดภาพด้วย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้โดยสะดวก อ้อจริงสิ พี่เหลียนเอ๋อร์ เงินที่ข้ามอบให้ท่านเพียงพอหรือไม่เจ้าคะ?”
เฉาเหลียนเอ๋อร์รีบตอบ “เพียงพอแล้ว ข้าไปดูร้านผ้ามาทั่วทั้งอำเภอ สุดท้ายก็ตกลงใจเลือกร้านผ้าไว้สองร้าน ร้านพวกนี้ราคาเป็นธรรม ที่สำคัญคือแบบผ้ามีหลากหลายครบถ้วน”
นางรู้ดีว่าตนเองอายุยังน้อย เกรงว่าจะถูกหลอก จึงไม่ได้หวังของราคาถูก หลังจากเดินดูร้านผ้าหลายร้านแล้ว นางก็เลือกร้านใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือเพื่อเจรจาต่อรอง
ครอบครัวของเจียวเอ๋อร์มอบชีวิตใหม่ให้แก่นาง นางจึงทะนุถนอมโอกาสนี้อย่างยิ่งและทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ไม่ว่าเรื่องใด นางล้วนใส่ใจอย่างละเอียด หากไม่เข้าใจก็จะเรียนรู้ สอบถามอย่างขยันขันแข็ง จนช่างปักผ้าอาวุโสต่างพากันเอ่ยปากชม
ฟางซื่อเอ่ยหยอกล้อ “เหลียนเอ๋อร์ เจ้าอย่าเกรงใจเจียวเอ๋อร์เชียว นางน่ะเป็นเศรษฐินีตัวน้อย หากเงินไม่พอ บอกนางได้เลย!”
อวิ๋นเจียวตั้งใจจะเป็นนายทุนอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ลังเลที่จะโยนงานทั้งหมดให้เฉาเหลียนเอ๋อร์ แต่ใครจะรู้ว่าการตัดสินใจเช่นนี้ของนาง กลับจุดประกายความมุมานะในหัวใจของหญิงสาวผู้บอบบางคนหนึ่ง
อวิ๋นเจียวตบหน้าอกพลางเอ่ยอย่างภาคภูมิใจว่า “ข้าไม่ขาดแคลนเงินทอง หากพี่เหลียนเอ๋อร์เงินไม่พอ ก็บอกได้เลยเจ้าค่ะ”
ฟางซื่อกับเฉาซื่อหัวเราะลั่น จนเฉาเหลียนเอ๋อร์อดขำตามไม่ได้ “ดูสิๆ ดูเจ้าลิงน้อยตัวนี้ ไม่ยอมให้พวกเรากินข้าวดีๆ เลย”
อวิ๋นเจียวเอ่ยแซว “แน่นอนอยู่แล้วเจ้าค่ะ พวกท่านหัวเราะกันไปเถิด รอข้ากินอาหารบนโต๊ะนี้หมดก่อน”
ทุกคนกินข้าวท่ามกลางเสียงหัวเราะ อวิ๋นเจียวเคยชินกับการงีบหลับตอนบ่าย โชคดีที่ในร้านก็เตรียมห้องไว้ให้นางด้วย อยู่ชั้นบน ติดกับห้องของเฉาเหลียนเอ๋อร์
ตอนบ่ายฟางซื่อออกไปข้างนอกอีกครั้ง ไม่รู้ว่านางกำลังยุ่งอะไรอยู่ สุดท้ายแม่ลูกคู่นี้ก็ไม่ได้กลับบ้าน พักค้างคืนที่ร้าน อวิ๋นเจียวไม่มีหน้าที่อะไรต้องทำ อยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน
แม่ลูกคู่นี้อยู่ในอำเภอสามวันเต็มๆ กว่าจะได้กลับหมู่บ้านไหวซู่ พร้อมกับสตรีวัยสามสิบกว่าปีที่ฟางซื่อซื้อตัวมา สตรีผู้นี้มีใบหน้าสะสวยสะอาดสะอ้าน รูปร่างผอมเพรียว บริเวณหน้าอกอิ่มเอิบ สะโพกผาย เอวคอดกิ่ว
อวิ๋นเจียวอดสงสัยไม่ได้ ท่านแม่ซื้อสตรีรูปโฉมงดงามเช่นนี้มาทำอะไร? ส่วนฟางซื่อก็ไม่ได้ปิดบังนาง ระหว่างทางกลับบ้านก็เล่าให้นางฟังว่า ซื้อสตรีผู้นี้มาเพื่อดูแลผู้เฒ่าอวิ๋น
อวิ๋นเจียวถึงกับตะลึง นี่ท่านแม่กำลังจะลงมือแล้วหรือ? ส่งคนไปอยู่ข้างกายท่านปู่เช่นนี้ นี่เป็นกลยุทธ์การต่อสู้ในเรือนหลังชั้นเยี่ยม
ในใจนางพลันอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที ถึงขนาดมีความคาดหวังเล็กๆ อยากรู้จริงๆ ว่าหลังจากนี้ชีวิตของคนในบ้านตระกูลอวิ๋นเก่าจะเป็นอย่างไร
ในที่สุดแม่ลูกคู่นี้ก็กลับถึงบ้านก่อนอาหารเย็นด้วยความคาดหวังเต็มหัวใจ
สตรีที่ซื้อตัวมามีชื่อว่าชุ่ยเหนียง แซ่เดิมคือกู่ เคยเป็นสาวใช้ต้นห้อง [1] ของขุนนางใหญ่ที่กระทำความผิดทางเจียงหนาน สาวใช้ต้นห้องของตระกูลใหญ่โตเช่นนั้น ย่อมต้องรู้วิธีเอาใจบุรุษและกลยุทธ์การต่อสู้ในเรือนหลังเป็นอย่างดี เห็นได้ชัดว่าฟางซื่อใช้ความพยายามอย่างมากในการเลือกคน
ฟางซื่อพาชุ่ยเหนียงไปพบอวิ๋นโส่วจง อวิ๋นโส่วจงกำชับหลายประโยค จากนั้นก็มอบของที่ฟางซื่อซื้อมาจากในอำเภอเพื่อให้ผู้เฒ่าอวิ๋นแก่นาง รวมถึงยาบำรุงที่เตรียมไว้ที่บ้าน และโสมแผ่น ก็ล้วนมอบให้ชุ่ยเหนียงทั้งหมด
จากนั้นก็ให้อากุ้ยถือกล่องใส่อาหารเดินตามไปที่บ้านหลังเก่าด้วยกัน อวิ๋นเจียวที่อยากรู้อยากเห็นย่อมตามไปด้วย นางไป อวิ๋นฉี่เยว่ก็ไปเช่นกัน ทิ้งให้อวิ๋นฉี่ซานที่เดินไม่สะดวกมองตามด้วยแววตาเว้าวอน
พวกเขายังไม่ทันเดินไปถึงบ้านหลังเก่า ก็ได้ยินเสียงด่าทอของเถาซื่อดังมาแต่ไกล
“ท่านพ่อ ลูกชายมาเยี่ยมท่านแล้ว ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่ขอรับ” พอเข้าไปในบ้าน เสียงของอวิ๋นโส่วจงก็ดังขึ้น เพื่อบอกคนที่อยู่ในห้องให้รู้ว่าพวกเขามาถึงแล้ว จะได้ไม่ต้องวุ่นวายตอนที่เข้าไป
สำหรับผู้เฒ่าอวิ๋นที่กำลังซึมเศร้า คำพูดของอวิ๋นโส่วจงนั้นฟังดูอบอุ่นหัวใจไม่น้อย “เจ้ารองมาหรือ รีบเข้ามาสิ หลิ่วจือ รีบไปรินน้ำให้ลุงรองของเจ้าเร็วเข้า”
หลังจากที่อวิ๋นเจียวและครอบครัวเดินเข้าไปในห้องก็เห็นผู้เฒ่าอวิ๋นนั่งพิงหมอนอยู่บนเตียง
“ท่านปู่” พี่น้องทั้งสองคนเอ่ยทักทายผู้เฒ่าอวิ๋นพร้อมกัน แน่นอนว่าละเลยเถาซื่อเช่นเคย ส่วนอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ พวกนางก็ไม่ได้ทักทายเช่นกัน
“คารวะนายท่านผู้เฒ่าเจ้าค่ะ” ชุ่ยเหนียงรีบเดินตามเข้าไปคำนับผู้เฒ่าอวิ๋น
ชุ่ยเหนียงแต่งกายงดงาม สวมชุดกระโปรงสีแดงอ่อน สวมทับด้วยเสื้อกั๊กผ้าต่วนสีเขียว ใบหน้าขาวผ่องอิ่มเอิบ ดวงตางดงามอ่อนหวาน ดูสบายตาน่ามอง
บนศีรษะปักปิ่นเงินสองอัน ใบหูสวมต่างหูเงินรูปดอกติงเซียง [2] ทั้งสองมือประสานกันไว้ที่เอวขณะย่อกายคำนับผู้เฒ่าอวิ๋น เผยให้เห็นกำไลเงินที่สลักลวดลายงดงาม แค่การแต่งกายเช่นนี้ ก็รู้แล้วว่าต้องเป็นคนของตระกูลร่ำรวยอย่างแน่นอน
“ไม่ต้องมากพิธี ไม่ต้องมากพิธี”
ผู้เฒ่าอวิ๋นโบกมือเป็นพัลวัน ส่วนเถาซื่อที่กำลังงุนงง ก็ไม่กล้าพูดอะไรพล่อยๆ นางไม่รู้ว่าเจ้ารองพาญาติจากตระกูลร่ำรวยที่ไหนมาด้วย จึงเกรงว่าจะพูดอะไรผิดไป
เรื่องแต่งงานของเหมยเอ๋อร์ยังไม่ได้ข้อสรุป ตอนนี้เป็นเวลาที่เถาซื่ออยากตีสนิทกับตระกูลร่ำรวยมากที่สุด
หากนางรู้ว่านี่เป็นคนที่ฟางซื่อตั้งใจซื้อมาเพื่อสร้างความปั่นป่วนให้กับนาง นางคงไม่ใจเย็นเช่นนี้แน่
“นายท่านผู้เฒ่าเจ้าคะ บ่าวเป็นคนของนายท่านรอง มาเพื่อปรนนิบัติท่านโดยเฉพาะเจ้าค่ะ”
อะไรนะ? ผู้เฒ่าอวิ๋นถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ ปรนนิบัติเขาหรือ? ให้ญาติสตรีจากตระกูลร่ำรวยมาปรนนิบัติคนแก่ติดขี้ดินอย่างเขาหรือ?
ผู้เฒ่าอวิ๋นตกตะลึงจนไม่อยากจะเชื่อ “อย่าล้อเล่นน่า…”
อวิ๋นโส่วจงกล่าว “ท่านพ่อ ชุ่ยเหนียงเป็นคนที่ข้าซื้อมาเพื่อปรนนิบัติท่านโดยเฉพาะ ครั้งที่แล้วท่านกระอักเลือด ทำเอาข้าตกใจแทบแย่”
“ข้าคิดว่าในบ้านหลังนี้คงไม่มีใครรักและหวังดีกับท่านจริงๆ มีแต่คนที่จ้องจะเอาเงินจากตอนที่ท่านป่วยเท่านั้น ข้าคิดจนนอนไม่หลับ จึงไปซื้อตัวคนที่เชี่ยวชาญเรื่องปรนนิบัติผู้สูงอายุจากในอำเภอมาปรนนิบัติท่านโดยเฉพาะ”
“ชุ่ยเหนียงมีฝีมือด้านการนวดอย่างมาก อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุ ท่านพ่อวางใจในตัวนางได้ขอรับ”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้น ก็เกือบจะร้องไห้ออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ เขาคิดว่าลูกชายไม่สนใจไยดีเขาเสียแล้ว ใครจะไปคิดว่าในใจของลูกชายยังมีเขาอยู่ เพียงแต่เกลียดชังเถาซื่อ ดังนั้น…
“เจ้ารอง ไฉนเจ้าถึงใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเช่นนี้ ข้าเป็นแค่ตาแก่คนหนึ่ง ไม่เห็นต้องให้คนมาปรนนิบัติเลย”
ผู้เฒ่าอวิ๋นกำลังจะปฏิเสธ แต่เถาซื่อกลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ดีสิ! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นางก็เป็นฮูหยินผู้เฒ่าที่มีบ่าวไพร่คอยรับใช้แล้ว!
………
เชิงอรรถ
[1] สาวใช้ต้นห้อง (通房) คือสาวใช้ในเรือนที่ได้ปรนนิบัติเรื่องบนเตียงแต่ไม่ได้รับการยกขึ้นเป็นอนุ ส่วนใหญ่เป็นสาวใช้ที่ถูกคัดเลือกมาโดยเฉพาะ
[2] ดอกติงเซียง (丁香) คือดอกไลแลค