ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 166 แผนการเบื้องหลัง
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 166 แผนการเบื้องหลัง
ตระกูลอวิ๋น
เมื่อชุ่ยเหนียงช่วยพยุงผู้เฒ่าอวิ๋นไปนั่งที่ห้องโถง บนโต๊ะก็มีชามและตะเกียบวางเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดสี่ชุด!
เถาซื่อนั่งอย่างสง่าผ่าเผย บอกกับชุ่ยเหนียง “ตักข้าวให้ข้าสิ!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เองก็ทำท่าทางเป็นคุณหนูเอ่ยขึ้น “รีบเอาอาหารในกล่องออกมาสิ เห็นไหมว่าทุกคนหิวกันจะแย่อยู่แล้ว”
ชุ่ยเหนียงไม่ได้ตอบโต้แต่กลับเข้าไปพยุงผู้เฒ่าอวิ๋นให้นั่งลงก่อน จากนั้นจึงเปิดกล่องนำอาหารข้างในออกมา ซึ่งมีเพียงโจ๊กหนึ่งชามเท่านั้น นอกนั้นไม่มีอะไรแล้ว
ผู้เฒ่าอวิ๋นเองก็รู้สึกงุนงง เหตุใดถึงมีแค่โจ๊กชามเดียว?
ชุ่ยเหนียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “นายท่านผู้เฒ่าร่างกายยังอ่อนแออยู่ ยามนี้ยังไม่ควรรับประทานอาหารหนักๆ นี่เป็นโจ๊กที่นายท่านรองสั่งให้คนต้มจากไก่ตุ๋นโสมเพื่อให้นายท่านผู้เฒ่าโดยเฉพาะ เหมาะกับการบำรุงร่างกายที่สุดแล้วเจ้าค่ะ”
แท้จริงแล้วนี่เป็นโจ๊กที่ต้มให้กับอวิ๋นฉี่ซาน แต่เผอิญตักแบ่งใส่ชามมาให้ผู้เฒ่าอวิ๋นด้วย พอเอ่ยออกจากปากชุ่ยเหนียง กลับกลายเป็นโจ๊กที่ต้มให้กับผู้เฒ่าอวิ๋นโดยเฉพาะ
ชุ่ยเหนียงเป็นคนที่ฟางซื่อคัดเลือกมาอย่างดี ไม่เพียงแต่รูปร่างหน้าตาสะสวย เสียงยังไพเราะนุ่มนวลเป็นพิเศษ เมื่อได้ยินชุ่ยเหนียงอธิบายเช่นนี้ ผู้เฒ่าอวิ๋นก็รู้สึกยินดี ไก่ตุ๋นโสมที่ทำให้เขาโดยเฉพาะ แล้วเอามาต้มเป็นโจ๊ก ตั้งใจขนาดนี้เชียวหรือ
ที่สำคัญคือโสมราคาแพงมากเชียวนะ! ความไม่พอใจที่อวิ๋นโส่วจงส่งโจ๊กมาเพียงชามเดียวก็พลันมลายหายไปในทันที
ภายใต้การดูแลของชุ่ยเหนียง ผู้เฒ่าอวิ๋นกินโจ๊กไปคำหนึ่ง แล้วก็เอ่ยชมขึ้นทันที “อืม นี่มันกลิ่นโสมนี่ หอมเข้มข้นจริงๆ!”
ใบหน้าของเถาซื่อและอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ดำคล้ำราวกับถ่าน พวกนางนึกว่าจะได้กินของดีด้วย ไม่คิดเลยว่าอวิ๋นโส่วจงเจ้าเล่ห์นัก ส่งโจ๊กมาให้แค่ชามเดียว!
“เหตุใดถึงมีแค่ชามเดียว? ส่งมาเพิ่มอีกสักสองสามชามแล้วจะตายหรือไง”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เองก็พูดประชด “นั่นสิ พี่รองนี่ขี้เหนียวจริงๆ โจ๊กแค่ชามเดียวจะพอให้ใครกิน”
เมื่อชุ่ยเหนียงได้ยินคำพูดนั้นมือที่ถือทัพพีก็พลันสั่น ผู้เฒ่าอวิ๋นเงยหน้ามองก็เห็นแววตากังวลและหวาดกลัวในดวงตาของนาง
จู่ๆ ผู้เฒ่าอวิ๋นก็รู้สึกสะเทือนใจ “จะโทษนางก็ไม่ถูก เจ้ารองเองก็หวังดี โสมน่ะราคาแพงตั้งเท่าไรเล่า มีให้กินชามหนึ่งก็ดีแค่ไหนแล้ว เอาอย่างนี้ยายเฒ่า ถ้าอยากกินข้าแบ่งให้ไหมล่ะ?”
เมื่อครู่เถาซื่อได้ยินเขาพูดเข้าข้างอวิ๋นโส่วจงก็โกรธจนไฟแทบจะพุ่งออกจากหู แต่พอได้ยินผู้เฒ่าอวิ๋นบอกว่าจะยกโจ๊กให้ก็รู้สึกลำพองใจขึ้นมาทันที
นางวางมาดเป็นเจ้านายแล้วออกคำสั่งกับชุ่ยเหนียง “เจ้าหูหนวกหรือไงไม่ได้ยินหรือ รีบตักแบ่งมาให้ข้าครึ่งหนึ่ง!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์อยากกินจนน้ำลายแทบไหล นางเองก็ไม่เคยกินโจ๊กไก่ตุ๋นโสมเหมือนกัน แค่ได้กลิ่นยังหอมขนาดนี้ น่าเสียดายที่ท่านแม่ขอแบ่งจากท่านพ่อได้แต่นางกลับทำไม่ได้
ทว่าชุ่ยเหนียงกลับพูดว่า “นี่เป็นโจ๊กที่นายท่านรองกำชับไว้ว่าให้นายท่านผู้เฒ่าบำรุงร่างกาย นายท่านผู้เฒ่ากินแล้วจะได้หายป่วยโดยเร็ว ถ้ากินไม่มากพอก็จะไม่ได้ผลเจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าอวิ๋นเอ่ย “งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็กินให้หมดอย่าให้เสียของ!” พูดจบก็ไม่รอให้ชุ่ยเหนียงป้อนแต่กลับยกชามโจ๊กซดจนหมดชามด้วยตัวเอง
เถาซื่อเบิกตากว้างมองผู้เฒ่าอวิ๋นซดโจ๊กอย่างเอร็ดอร่อย
ชุ่ยเหนียงเก็บชามเปล่าและกล่องอาหาร จากนั้นก็พยุงผู้เฒ่าอวิ๋นลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้อง
“นายท่านผู้เฒ่าเจ้าคะ บ่าวจะไปต้มน้ำเตรียมให้ท่านอาบน้ำนะเจ้าคะ”
เรื่องโจ๊กยังไม่ทันจะหายโกรธพอได้ยินชุ่ยเหนียงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าจะปรนนิบัติผู้เฒ่าอวิ๋นอาบน้ำเถาซื่อก็โกรธจนแทบจะคลั่ง
“ไม่ต้องให้เจ้ามาปรนนิบัติ!”
ชุ่ยเหนียงหันไปมองเถาซื่อ “ฮูหยินผู้เฒ่าจะอาบน้ำให้นายท่านผู้เฒ่าเองหรือเจ้าคะ? เช่นนั้นบ่าวจะไปเตรียมเสื้อผ้าที่นายท่านจะใส่หลังอาบน้ำนะเจ้าคะ”
เถาซื่อโกรธจนไฟแทบจะพุ่งออกจากศีรษะ ให้นางปรนนิบัติหรือ ฝันไปเถอะ!
“อาบอะไรนักหนา เขาก็ไม่ใช่ท่านผู้สูงศักดิ์อะไรสักหน่อย!”
ชุ่ยเหนียงกล่าว “สำหรับบ่าว นายท่านผู้เฒ่าก็เปรียบเสมือนฟ้า เป็นคนที่สูงส่งเจ้าค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นก่อนที่บ่าวจะมาบ่าวได้ถามท่านหมอแล้ว ท่านหมอบอกว่าหากอยากให้ฟื้นฟูโดยเร็ว นายท่านผู้เฒ่าต้องแช่น้ำร้อนทุกวันจะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีเจ้าค่ะ”
“ฮูหยินผู้เฒ่าขัดขวางไม่ให้นายท่านผู้เฒ่าอาบน้ำ หรือว่าไม่อยากให้นายท่านหายป่วยเร็วๆ เจ้าคะ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินแต่น้ำเสียงอ่อนโยนและห่วงใยของชุ่ยเหนียงที่เอาใจใส่เขาทุกอย่าง ในใจก็เริ่มไม่พอใจเถาซื่อ
“ทำไม ข้าจะอาบน้ำเจ้าก็จะบังคับข้าหรือไง?หรือว่าเจ้าไม่อยากให้ข้าหายดี?”
เถาซื่อพูดไม่ออกจะให้นางพูดว่าอย่างไรเล่า บอกว่าไม่อยากให้ตาแก่คนนี้อาบน้ำหรือไง?
“อาบๆๆ ชุ่ยเหนียงไปต้มน้ำ!”
ทว่าชุ่ยเหนียงกลับพูดว่า “ท่านหมอบอกว่าก่อนแช่น้ำร้อนให้นวดคลายเส้นก่อนจะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้นได้ผลดีกว่าเดิมเจ้าค่ะ นายท่านบ่าวนวดให้ท่านก่อนนะเจ้าคะ ส่วนเรื่องต้มน้ำ…”
เรื่องนี้เกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงไม่ลังเลรีบพูดขึ้นทันที “งั้นให้หลิ่วจือไปต้มน้ำ!”
หลิ่วจือจึงต้องไปต้มน้ำที่ห้องครัว ผู้เฒ่าอวิ๋นถูกชุ่ยเหนียงพยุงเข้าไปในห้อง เถาซื่อโกรธจนตาแทบถลนออกมา
นางหันไปเห็นอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กำลังมองนางอยู่ ก็พลันโกรธจัด “เจ้ายืนบื้อทำอะไรอยู่ จะปล่อยให้ข้าหิวตายหรือ รีบไปตักข้าวมาสิ!”
อาหารเย็นถูกปรุงเสร็จแล้ว แต่เถาซื่อคิดว่าอวิ๋นโส่วจงนำของอร่อยมาให้สามีของนางก็อยากจะลิ้มลองบ้าง คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นโส่วจงจะแบ่งโจ๊กมาให้เพียงชามเดียวเท่านั้น
ไอ้คนสารเลวใจดำ ขอให้มันมีอันเป็นไป เถาซื่อสบประมาทในใจ
หลังจากกินข้าวด้วยความหงุดหงิดในห้องโถงเสร็จแล้ว นางก็กลับเข้าไปในห้อง พอเห็นผู้เฒ่าอวิ๋นนอนคว่ำอยู่บนเตียงให้ชุ่ยเหนียงนวดอย่างสบายใจ เถาซื่อก็ยิ่งไม่พอใจมากขึ้นไปอีก
“นวดให้ตาแก่เสร็จแล้วก็มานวดให้ข้า! แล้วก็ถอดเครื่องประดับบนตัวเจ้าออกมาให้ข้าทั้งหมด มาเป็นบ่าวในบ้านข้า ก็ต้องทำตัวให้สมกับเป็นบ่าว สวมใส่ทองคำและเครื่องเงินวิบวับ คนอื่นเห็นเข้าคงคิดว่าเจ้าเป็นนายหญิง! แล้วก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดนั้นถอดมาให้ข้าด้วย! แม้แต่นายหญิงยังแต่งตัวไม่ดีเท่าเจ้าเลย!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์กำลังเก็บกวาดห้องโถงพอดี ได้ยินคำพูดของเถาซื่อก็รีบเสริม “ใช่! บ่าวไพร่ที่ไหนกันแต่งตัวดีขนาดนี้? ท่านแม่ เสื้อกั๊กตัวนอกของนางข้าใส่ได้พอดีเลย ปลดมันออกมาให้ข้าเถิดเจ้าค่ะ!”
พอได้ยินเช่นนั้นชุ่ยเหนียงก็รีบลงจากเตียง คุกเข่าลงต่อหน้าผู้เฒ่าอวิ๋นด้วยความตื่นตระหนกแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความคับข้องใจ “นายท่านผู้เฒ่า ข้าเป็นบ่าวที่ขายตัวมาเป็นทาสก็จริง แต่เสื้อผ้าและเครื่องประดับชุดนี้ล้วนเป็นของที่นายท่านเก่ามอบให้”
“ถึงแม้ข้าจะถูกขายมาแล้วก็ไม่มีใครบอกว่าจะเอาของพวกนี้คืน นายท่านรองซื้อข้ามาก็พูดชัดเจนว่าสมบัติของข้ายังคงเป็นของข้า ข้าไม่ได้กินไม่ได้ใช้ของในบ้านนายท่านผู้เฒ่าแม้แต่น้อย เงินเดือนก็เป็นนายท่านรองที่จ่ายให้”
“ข้ามาปรนนิบัตินายท่านผู้เฒ่าที่นี่ ของของข้ายังรักษาไว้ไม่ได้ ถูกพวกท่านยึดไปหมดเช่นนี้ หากเรื่องนี้แพร่ออกไป นายท่านผู้เฒ่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใดเจ้าคะ? หากคนอื่นรู้ว่าบ้านบัณฑิตอวิ๋นยึดทรัพย์สินของบ่าวไพร่ ท่านอาจารย์และเพื่อนร่วมสำนักจะมองเขาอย่างไรเจ้าคะ?”
“เจ้าจะเอายังไง?” ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนตบขอบเตียงปึงปัง ถลึงตาใส่เถาซื่อตวาดด่าทอ “เจ้าอยู่เฉยๆ บ้างไม่ได้หรือ? เห็นข้าได้ดีไม่ได้เลยหรือ? เจ้ารองเอาของอร่อยมาให้เจ้าก็ไม่พอใจ! เจ้ารองส่งคนมาปรนนิบัติข้า เจ้าก็ยังไม่พอใจอีก!”
“แย่งชิงทรัพย์สินของบ่าวไพร่ เจ้าอยากให้เจ้าห้าถูกคนอื่นนินทาหรือ? เขากำลังจะไปเป็นขุนนางนะ! คืนนี้ข้าจะไปนอนห้องเจ้าสี่” พูดจบผู้เฒ่าอวิ๋นก็ลงจากเตียง สวมรองเท้าอย่างลวกๆ แล้วเดินออกไปข้างนอก
ชุ่ยเหนียงรีบลุกขึ้น ปาดน้ำตาแล้วรีบตามออกไป “นายท่านผู้เฒ่ารอบ่าวด้วยเจ้าค่ะ บ่าวจะไปช่วยท่านเก็บกวาดห้อง”
เถาซื่อโกรธจนหน้ามืด ชี้ไปที่ประตูห้อง ริมฝีปากสั่นระริกอยู่นานแต่ก็ด่าไม่ออกสักคำ เห็นได้ชัดว่านางโกรธมากเพียงใด