ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 167 สองผู้เฒ่าขายหน้า
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 167 สองผู้เฒ่าขายหน้า
“นี่ข้าทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้ถูกบ่าวไพร่คนหนึ่งรังแก! อวิ๋นเจียชาง เจ้านี่มันตาแก่ไม่ตาย ตาแก่ขี้ขลาด คอยแต่จะปกป้องบ่าวไพร่ชั้นต่ำ!
แล้วก็เจ้ารองไอ้สารเลวอกตัญญูนั่น มันจงใจชัดๆ จงใจส่งคนมาทำให้ข้าโกรธ! เจ้ารอไปก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะไปหาหัวหน้าตระกูล ให้เขามาตัดสิน ลูกแบบไหนกัน ที่ส่งคนมาอยู่บ้านพ่อแม่แบบนี้?
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รู้จักนิสัยของมารดาตัวเองดี พอเห็นนางอาละวาดก็รีบพาลูกสาวหลบเข้าไปในห้องของอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ ไม่กล้าออกมาอีก
ฝ่ายชุ่ยเหนียงจัดการเก็บกวาดห้องของอวิ๋นโส่วหลี่ให้ผู้เฒ่าอวิ๋นอย่างรวดเร็ว พอเห็นเสื้อผ้าเด็กกองสกปรกอยู่เต็มห้อง และเห็นอวิ๋นฉี่รุ่ยขดตัวอยู่บนเตียง มองนางด้วยสายตาหวาดระแวง
นางก็เอ่ยขึ้นว่า “นี่คงจะเป็นคุณชายห้าสินะเจ้าคะ หน้าตาน่ารักจริงๆ คุณชายห้า ไปนอนที่ห้องชั้นนอกเถิด ให้ท่านปู่ได้นอนห้องชั้นใน เชื่อฟังนะเจ้าคะ บ่าวจะให้ขนมกิน แล้วจะช่วยซักเสื้อผ้าให้ด้วย”
ชุ่ยเหนียงหน้าตาสะสวย พูดจาอ่อนหวาน เพียงไม่กี่ประโยค เด็กน้อยอย่างอวิ๋นฉี่รุ่ยก็ลดความระแวงลง “จริงหรือ? ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปนอนห้องชั้นนอก”
ชุ่ยเหนียงยิ้มพลางหยิบขนมออกจากถุงแล้วยื่นให้หนึ่งชิ้น ก่อนจะเก็บเสื้อผ้าสกปรกของเขาออกไป
“เด็กที่ไม่มีใครดูแลช่างน่าสงสารจริงๆ ไม่มีใครซักเสื้อผ้าให้ หากออกไปข้างนอก คนอื่นจะไม่คิดว่าเป็นขอทานเอาหรือ…”
คำพูดที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจของชุ่ยเหนียง ทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกละอายใจ เขาลืมไปแล้วว่าตนยังมีหลานชายที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ดูแลแล้ว!
เถาซื่อดูแลบ้านอย่างไรกัน ไม่สนใจเรื่องกินอยู่ของหู่หยาจื่อก็แล้วไป แต่นี่แม้กระทั่งเสื้อผ้ายังไม่ซักให้
ชุ่ยเหนียงยกอ่างอาบน้ำเข้ามา เตรียมน้ำอุ่นเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยกับผู้เฒ่าอวิ๋นว่า “นายท่านผู้เฒ่า บ่าวปรนนิบัติท่านอาบน้ำนะเจ้าคะ”
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกตัว ใบหน้าแก่ๆ แดงก่ำไปถึงใบหู เขาจะกล้าให้สตรีที่เพิ่งรู้จักมาช่วยอาบน้ำได้อย่างไร “ไม่ต้องๆ ข้าอาบเองได้”
ชุ่ยเหนียงยิ้มพลางกล่าวว่า “เช่นนั้น บ่าวไปหยิบเสื้อผ้ามาให้ท่านก่อนนะเจ้าคะ เสื้อผ้าพวกนี้นายท่านรองเตรียมไว้ให้ท่านนานแล้ว แต่นายท่านรองกลัวว่าถ้ามอบให้ท่าน ท่านจะไม่ยอมใส่ จึงไม่ได้มอบให้”
“คราวนี้นายท่านรองกำชับบ่าวเป็นพิเศษ ให้บ่าวดูแลเรื่องเสื้อผ้าของท่าน ท่านเป็นถึงนายท่านผู้เฒ่า ต้องแต่งตัวให้ดูดี มีสง่าราศีถึงจะสมฐานะเจ้าค่ะ”
ชุ่ยเหนียงกล่าวขึ้นอย่างมีนัย และแน่นอนว่าผู้ฟังก็เก็บคำพูดของนางไปใส่ใจจริง ๆ ที่แท้แล้วเจ้ารองกลัวว่าซื้อของให้เขาแล้วเถาซื่อจะเอาไปขาย!
ถึงแม้ว่าเถาซื่อจะทำเพื่อครอบครัว แต่อย่างไรเสีย นางก็ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเจ้ารอง การป้องกันไว้ก่อนก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผล
เฮ้อ… เถาซื่อก็นะ ทำดีกับเจ้ารองหน่อย ชีวิตของพวกเขาก็คงไม่ต้องลำบากเช่นนี้ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด ตาชั่งในใจของผู้เฒ่าอวิ๋นก็เอียงไปทางชุ่ยเหนียง เพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำ
พอฟังเสียงร้องโวยวายด่าทอของเถาซื่อที่ดังมาไม่ขาดสาย ก็ฟังดูน่ารำคาญ ความรำคาญในใจก็มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ผู้เฒ่าอวิ๋นไม่ออกไปสนใจเถาซื่อเป็นครั้งแรก
ที่จริงแล้ว ชุ่ยเหนียงผ่านการฝึกปรือมาจากตระกูลใหญ่โต การรับมือกับเถาซื่อและผู้เฒ่าอวิ๋น ถือว่าเป็นการใช้ปืนใหญ่ยิงยุง [1] โดยแท้ ฝีมือของนางถือว่าเกินความจำเป็นไปมาก
ชุ่ยเหนียงนำเสื้อผ้าของผู้เฒ่าอวิ๋นไปวางเตรียมไว้บนเตียง แล้วเอ่ยกับผู้เฒ่าอวิ๋นว่า “นายท่านผู้เฒ่า เสื้อตัวในนี่เป็นผ้าไหมที่นายท่านรองซื้อให้ท่านโดยเฉพาะ สวมใส่แล้วซับเหงื่อได้ดี ให้ความรู้สึกนุ่มสบาย ส่วนเสื้อตัวนอกเป็นผ้าต่วนหังโหว เหมาะกับนายท่านผู้เฒ่าอย่างท่านมาก หากเป็นคนอื่นคงไม่สามารถสวมใส่ผ้าต่วนให้ออกมาดูสง่างามได้เจ้าค่ะ”
ผู้เฒ่าอวิ๋นใช้มือลูบเสื้อผ้าทั้งสองตัวเบาๆ ผ้านุ่มลื่นจริงๆ เป็นของดี!
“ตาแก่อย่างข้าจะใส่ผ้าต่วนไปทำไม มือหยาบๆ ของข้า สักพักคงทำให้ผ้าเป็นขุยแน่ๆ”
ชุ่ยเหนียงเอ่ย “ท่านพูดแบบนี้ได้อย่างไรเจ้าคะ ในหมู่บ้านนี้ นอกจากท่านแล้ว ยังมีใครคู่ควรกับเสื้อผ้าเหล่านี้ ท่านอย่าได้เกรงใจเลยเจ้าค่ะ อีกหน่อยบ่าวจะทาขี้ผึ้งบำรุงมือให้ท่าน มือของท่านก็จะไม่หยาบกร้านแล้วเจ้าค่ะ อีกอย่าง นายท่านรองกตัญญูต่อท่านเช่นนี้ ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาให้ท่านแค่ชุดเดียวหรอกนะเจ้าค่ะ”
น้ำเสียงอ่อนโยนและเอาใจใส่นี้ ทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกพอใจอย่างมาก ยิ่งรู้สึกว่าเถาซื่อเอาแต่ส่งเสียงโวยวาย น่ารำคาญจริงๆ
“นายท่านเจ้าคะ น้ำใกล้จะเย็นแล้ว รีบอาบน้ำเถิดเจ้าค่ะ บ่าวขอตัวก่อน หากท่านมีอะไรให้บ่าวรับใช้ ก็เรียกบ่าวได้เลยเจ้าค่ะ” กล่าวจบ ชุ่ยเหนียงก็เดินออกไป
ที่ห้องโถง เถาซื่อด่าทออยู่นานสองนาน แต่ผู้เฒ่าอวิ๋นก็ไม่ยอมมาง้อ ความโกรธของนางจึงยิ่งทวีคูณ ทันใดนั้น ใบหน้าสะสวยของชุ่ยเหนียงก็ปรากฏขึ้นในหัวใจ นางสะดุ้งตกใจ ตาแก่นั่นคงไม่… อาบน้ำ พวกเขาคงไม่อาบน้ำด้วยกันหรอกนะ?
พอคิดได้ดังนั้น เถาซื่อก็รู้สึกใจคอไม่ดี นางรีบลุกจากเตียง วิ่งไปที่ห้องครัวคว้าไม้คลึงแป้งมาถือไว้ในมือ จากนั้นก็วิ่งตรงไปที่ห้องของอวิ๋นโส่วหลี่อย่างรวดเร็ว
แต่กลับพบว่าประตูลงกลอนจากด้านใน หัวใจของเถาซื่อเย็นเฉียบ สมองพลันจินตนาการไปต่างๆ นานา ถึงภาพที่ทำให้นางโกรธของคนทั้งสองที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้า
“ไอ้แก่ถ้าไม่อยากตาย เปิดประตู! ไอ้คนไม่รู้จักอาย เปิดประตูให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
“กลางดึกกลางดื่นจะโวยวายอะไรนัก จะให้คนอาบน้ำสบาย ๆ ไม่ได้หรือไง?”
“อะไรนะ ยังคิดจะอาบน้ำสบายๆ อีกหรือ ไอ้แก่ไร้ยางอาย จะอยู่สบายในนั้นหรือ ฝันไปเถอะ! เจ้ารองนั่นมันร้ายกาจ ส่งผู้หญิงมายั่วยวนพ่อมันเอง”
“พออยู่ต่อหน้าข้าเจ้ามันก็แค่ตาแก่ไร้ประโยชน์ แล้วนี่อะไร ถูกนางแพศยายั่วยวนจนมีกำลังวังชาขึ้นมาเลยหรือ? ข้าไม่เชื่อหรอกว่าคนไร้ประโยชน์อย่างเจ้าจะทำอะไรได้ หรือคิดจะให้ลูกสารเลวเกิดขึ้นมาอีกคน?”
ยิ่งพูดก็ยิ่งหยาบคาย เถาซื่อโวยวายเสียงดังจนปลุกเพื่อนบ้านให้ลงจากเตียง สวมเสื้อผ้าลงมามุงดูเรื่องวุ่นวายจากกำแพง ข่าวฉาวเช่นนี้ ไม่ว่าในโมงยามใด ก็เรียกความสนใจได้เสมอ
เถาซื่อทุบประตูเสียงดังสนั่น พร้อมกับใช้เท้าถีบเป็นระยะ ทันใดนั้น ประตูก็เปิดออก เถาซื่อไม่ทันระวังตัวจึงล้มหัวคะมำ
เถาซื่อกรีดร้องลั่น ร่างเล็กๆ ก็วิ่งออกมา ทุกคนมองดูอย่างละเอียด ไม่เห็นจะเป็นผู้หญิงชั้นต่ำเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นหู่หยาจื่อ หลานชายของสองผู้เฒ่า!
“ตาแก่สมควรตายนัก ไอ้คนหน้าไม่อาย ทำเรื่องน่าบัดสีแล้วยังไม่รู้จักหลบเลี่ยงหลานตัวเองอีก! ข้านี่มันช่างน่าสงสาร ยอมแต่งงานกับเจ้าทั้งที่ยังบริสุทธิ์ คลอดลูก เลี้ยงดูลูกๆ ของเจ้า พอแก่แล้ว ไอ้แก่ไม่รู้จักตาย ก็ถูกไอ้ลูกชายตัวดียุยงส่งเสริมลักลอบมีอะไรกับคนอื่น ข้าจะฆ่าเจ้า…”
“ยายแก่บ้า เจ้าเป็นบ้าอะไร พูดจาเหลวไหล กล้าพูดออกมาได้… เจ้าทำอะไรน่ะ… โอ๊ย… ข้าจะสู้กับเจ้า!”
ทันใดนั้น ภายในห้องก็เกิดเสียงดังโครมคราม เสียงกรีดร้องของเถาซื่อและเสียงคำรามอย่างโกรธจัดของผู้เฒ่าอวิ๋น
“นี่ หู่หยาจื่อ ทำไมปู่ของเจ้าถึงไปนอนที่ห้องเจ้าได้ล่ะ?”
อวิ๋นฉี่รุ่ยเกาหัว พูดอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร”
“หู่หยาจื่อ ข้าถามเจ้าหน่อยสิ ปู่ของเจ้าซ่อนผู้หญิงไว้จริงๆ หรือ?”
อวิ๋นฉี่รุ่ยส่ายหน้า “ไม่มีขอรับ ข้างในมีแค่ข้ากับท่านปู่”
“โธ่เอ๊ย แล้วทำไมย่าของเจ้าถึงคลั่งขนาดนั้น คงไม่อยากใช้ชีวิตคู่อีกแล้วกระมัง”
“ที่ย่าของเจ้าพูดว่า ลุงรองของเจ้าหาผู้หญิงมาให้ปู่ของเจ้า จริงหรือเปล่า?”
อวิ๋นฉี่รุ่ยตอบอย่างซื่อสัตย์ “ลุงรองหาคนมาปรนนิบัติท่านปู่ของข้า”
“แล้วคนคนนั้นอยู่ที่ใด?”
อวิ๋นฉี่รุ่ยชี้ไปที่ห้องเดิมของอวิ๋นโส่วเย่า บังเอิญตอนนั้นชุ่ยเหนียงเดินออกมาจากห้องพอดี
นางจูงมืออวิ๋นฉี่รุ่ย ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องของอวิ๋นโส่วจู่ ไม่กล้าเข้าไปข้างใน ได้แต่ถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจว่า “นายท่านผู้เฒ่า ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหมเจ้าคะ?”
……….
เชิงอรรถ
[1] ใช้ปืนใหญ่ยิงยุง (高射炮打蚊子) หมายถึง การใช้ทรัพยากรหรือกำลังที่เกินความจำเป็นในการจัดการกับเรื่องเล็กน้อยหรือสิ่งที่ไม่สำคัญ