ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 178 เจ้าคิดให้ดี
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 178 เจ้าคิดให้ดี
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็รู้สึกไม่พอใจนัก พอได้อยู่สบายแล้วจะให้กลับไปอยู่ลำบากคงไม่ได้! ช่วงนี้เขามีคนปรนนิบัติ มีคนยกยอปอปั้น จนแทบลอยขึ้นฟ้า ราวกับตนเป็นนายท่านผู้เฒ่า
ก่อนหน้านี้เพราะเรื่องอับอายขายหน้าติดๆ กัน เขาถึงกับไม่กล้าออกจากบ้าน แต่ตั้งแต่มีชุ่ยเหนียงมาดูแล เขาก็ได้ใส่เสื้อผ้าหรูหรา กินดีอยู่ดี มีความมั่นใจขึ้นมาอีกครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากถูกชุ่ยเหนียงพยุงไปเดินเล่นรอบหมู่บ้าน ชาวบ้านที่พบเจอต่างก็มองมาด้วยแววตาอิจฉา แม้คำพูดของพวกเขาจะแฝงความแดกดันอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้สึกสบายใจ
เขาชอบความรู้สึกที่ถูกคนอื่นอิจฉาริษยา เพราะแบบนี้ เขาจึงกลัวว่าอวิ๋นโส่วจงจะมายึดทุกอย่างไป
“ช่างเถิด ข้าหวังดีกลับไม่มีใครเห็นค่า ข้าไม่น่ามาที่นี่เลย! เอาล่ะ พวกเจ้าคงคิดกันดีแล้ว คนแก่เช่นข้า คงไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว แต่ว่าเจ้ารอง ถึงพวกเจ้าไม่ฟังคำเตือนของข้า ข้าก็ไม่โกรธเคืองพวกเจ้าหรอก บนโลกนี้ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนเกลียดชังลูกในไส้ตัวเองหรอก”
“รอเจ้าห้าสอบขุนนางได้ พ่อจะให้เจ้าห้าช่วยเหลือพวกเจ้าเอง ชุ่ยเหนียง พวกเรากลับกัน!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นจงใจยืดอกเชิดหน้าออกไป เขาต้องการแสดงให้อวิ๋นโส่วจงเห็นว่า เขามิได้เสพสุขอย่างเปล่าประโยชน์ ในใจเขายังคำนึงถึงอีกฝ่าย รอให้เจ้าห้ารุ่งเรืองเมื่อไร จะต้องคอยช่วยเหลือครอบครัวของพวกเขา
แต่เขากลับไม่คิดบ้างเลยว่าในบ้านหลังนี้ใครบ้างที่ยังสนใจคำสัญญาที่ให้ไว้สิบกว่าปีแล้ว?
ผู้เฒ่าอวิ๋นกลับไปที่บ้านหลังเก่าด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว เถาซื่อเห็นดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องถามให้มากความ ย่อมรู้ว่าเขาต้องไปเจอเรื่องขัดใจที่บ้านเจ้ารองมาแน่ๆ จึงไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะซ้ำเติมผู้เฒ่าอวิ๋นอีกสักรอบ
บ้านตระกูลอวิ๋นเก่าก็วุ่นวายโกลาหลขึ้นมาอีกครั้ง ว่ากันว่าตั้งแต่ชุ่ยเหนียงมาปรนนิบัติผู้เฒ่าอวิ๋น สองผัวเมียเฒ่าก็ทะเลาะกันจนบ้านแทบแตก
ส่วนบ้านของอวิ๋นโส่วจง ทุกคนปรึกษากันแล้วจึงตัดสินใจทำตามความเห็นของอวิ๋นเจียว ปิดร้านพักผ่อนสักสองสามวันถือโอกาสนี้ปรับปรุงเตาไปด้วย
ณ ห้องหนังสือในจวนของฉู่อี้ที่หมู่บ้านหยางหลิ่ว
จางหลิงรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านเม่าไช่ให้ฉู่อี้ฟังอย่างละเอียด ใบหน้าของฉู่อี้ พลันเย็นชาราวกับถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง
“คนของภัตตาคารฝูอวิ้น?”
จางหลิง “ขอรับ คนของข้าน้อยรายงานมาว่า เห็นหลงจู๊ภัตตาคารฝูอวิ้นที่อำเภอจิ่วจิ้น ติดต่อกับเจียงต้าไห่และหวังกุ้ย หัวหน้าหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่นแห่งตำบลไป๋อวิ๋น”
นิ้วเรียวของฉู่อี้เคาะลงบนโต๊ะอย่างเป็นจังหวะ จางหลิงรู้ดีว่านี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าผู้เป็นนายกำลังครุ่นคิด
เบื้องหลังภัตตาคารฝูอวิ้นคนทั่วไปคิดว่าเป็น อู๋เยว่ เสนาบดีกรมกลาโหม แต่จริงๆ แล้ว เจ้าของที่แท้จริงคือ ฉินหรง เฉิงเต๋ออ๋องซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ฮ่องเต้โปรดปรานมากที่สุด
ส่วนภัตตาคารอิ๋งเซียนเบื้องหน้าเป็นของ หลินเจี่ยนจือ เสนาบดีกรมอาญาแต่จริงๆ แล้วกลับเป็นของเขาเอง
“เรื่องยุ่งยากของตระกูลอวิ๋น คราวนี้เป็นเพราะพวกเราดึงดูดเข้ามาเอง” ฉู่อี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ที่ผ่านมาภัตตาคารฝูอวิ้นกับภัตตาคารอิ๋งเซียนเป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอด คราวนี้ภัตตาคารอิ๋งเซียนเริ่มขายหม้อไฟทำให้ยอดขายของภัตตาคารฝูอวิ้นทั้งในเมืองหลวงและเมืองจิ่วเจียงตกลงอย่างมาก ภัตตาคารฝูอวิ้นย่อมทนต่อไปไม่ไหวแน่ๆ
“เจ้าไปดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเอง อย่าให้เกิดข้อผิดพลาดเด็ดขาด ข้าต้องการหลักฐานที่ชัดเจนว่าภัตตาคารฝูอวิ้นคิดทำลายร้านเม่าไช่ของตระกูลอวิ๋น!”
จางหลิงสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะประสานมือคารวะ“ขอรับ ท่านโหว!”
ฉู่อี้สั่งต่อว่า “ส่งจดหมายไปเมืองหลวงบอกคนผู้นั้นว่ารอรับของขวัญชิ้นโตจากพวกเราได้เลย!”
“ขอรับ ท่านโหว!”
ตอนที่จางหลิงกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปก็พลันนึกขึ้นได้ว่ายังมีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้รายงานจึงรีบหันกลับมารายงานฉู่อี้ว่า “ท่านโหว คุณชายอวิ๋นฉี่เยว่ทิ้งโม่จู๋ไว้ที่ตำบลขอรับ”
ทิ้งโม่จู๋ไว้? นี่เป็นการแสดงเจตนาว่าต้องการใช้คนของเขาแล้ว
ในที่สุดสีหน้าของฉู่อี้ก็ดีขึ้นมาบ้าง ในบรรดาคนตระกูลอวิ๋น อวิ๋นฉี่เยว่เป็นคนที่ระแวงเขามากที่สุด
“เจ้าก็ดูสถานการณ์แล้วค่อยตัดสินใจร่วมมือกับโม่จู๋ก็พอ”
คนที่ออกมาจากสำนักโม่ สัญญาขายตัวอยู่ในมือใครก็จะจงรักภักดีต่อคนผู้นั้น ฉะนั้น หากไม่ได้รับคำสั่งจากตระกูลอวิ๋น ต่อให้เขาเป็นอดีตเจ้านายของโม่จู๋ โม่จู๋ก็จะไม่ยอมเชื่อฟังเขาเด็ดขาด
ยิ่งไปกว่านั้นอวิ๋นฉี่เยว่กับเขาเป็นคนประเภทเดียวกัน แม้ว่าอายุยังน้อยแต่ในใจกลับมีแผนการมากมาย ในเมื่ออีกฝ่ายให้โม่จู๋อยู่ต่อ ย่อมต้องมีแผนการแล้ว
หลังจากที่หวังเหล่าจิ่วออกมาจากโรงหมอก็กลับบ้าน พอตกดึกก็มีชายสองคนแอบมาที่บ้านของเขา คนที่มาหาเขาก็คือหัวหน้าหวังและเจียงต้าไห่
ตอนกลางวันโม่จู๋ไม่เพียงแต่หักนิ้วของหวังเหล่าจิ่วสามนิ้ว ยังใช้วิชากำลังภายในของเขาทุบกระดูกนิ้วของเขาจนแหลกละเอียด ต่อให้เป็นหมอเทวดาที่เก่งกาจเพียงใดก็ไม่อาจรักษานิ้วของเขาให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
ดังนั้นทันทีที่เห็นหัวหน้าหวังและเจียงต้าไห่ เขาก็ชูมือที่ถูกตัดนิ้วและถูกพันผ้าพันแผลอย่างแน่นหนาขึ้นมา แล้วกัดฟันพูดด้วยความแค้นว่า “พี่หก เถ้าแก่เจียงเพราะเรื่องนี้ทำให้ข้าต้องเสียนิ้วไปตั้งสามนิ้ว ราคาเดิมคงไม่ได้แล้ว”
เงินของเจียงต้าไห่ถูกใช้ไปจนหมด เขายังต้องเอาของไปจำนำอีกหลายอย่างกว่าจะหาเงินมาทำเรื่องนี้ได้ พอได้ยินหวังเหล่าจิ่วพูดเช่นนี้เขาก็โพล่งออกมาด้วยความโกรธ
“อะไรนะ? เจ้าทำงานพลาดเองแท้ๆ เจ้ามิได้บอกว่ายาของเจ้าได้ผลแน่นอนหรือ ถ้าไม่ใช่เจ้าพลาด วันนี้จะเป็นแบบนี้งั้นหรือ? แม้แต่หัวหน้าหวังยังถูกคนในตลาดเข้าใจผิด!”
หวังเหล่าจิ่วได้ยินดังนั้นก็ใช้มือข้างที่ดีอยู่คว้าคอเสื้อของเจียงต้าไห่ใบหน้าเหี้ยมเกรียมพูดอย่างโมโห “ยาของข้าไม่มีปัญหาหรอก แต่เจ้าไม่ได้บอกว่าที่ร้านเม่าไช่นั่นมีจอมยุทธ์คอยคุ้มกันอยู่”
“ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าทำไมเจ้าหนูคนนั้นถึงได้เฝ้าเตาอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังพูดคำพูดที่หลอกให้พวกเราเข้าใจผิดคิดว่าเขาไม่ใช่คนในครอบครัวเดียวกัน ยาของข้าต้องถูกเขาทำอะไรสักอย่างแน่ๆ เพราะฉะนั้นถ้าจะพูดว่าทำไมถึงพลาดก็เป็นเพราะเจ้าไม่พูดให้ชัดเจนนั่นแหละ!”
ที่จริงแล้ว หวังเหล่าจิ่วกับหวังกุ้ยเป็นญาติกัน ไม่เช่นนั้น ตำแหน่งหัวหน้าอันธพาลในตำบลไป๋อวิ๋นคงไม่ตกเป็นของเขา และแน่นอนว่าเพราะความสัมพันธ์นี้หวังกุ้ยถึงได้แนะนำเจียงต้าไห่ให้หวังเหล่าจิ่วนำคนไปก่อกวน หวังจะได้เงินมาใช้สักหน่อย
และก็เพราะความสัมพันธ์นี้ ในตำบลไป๋อวิ๋น หวังเหล่าจิ่วถึงได้ไม่เคยต้องเจอเรื่องน่าอึดอัดใจเช่นนี้มาก่อน ความคับแค้นใจในตอนนี้จึงระบายใส่เจียงต้าไห่จนหมด
หวังกุ้ยตวาดอย่างไม่สบอารมณ์ “พอได้แล้วเหล่าจิ่ว ปล่อยมือก่อน! พวกเรามาที่นี่วันนี้ ก็เพื่อมาปรึกษาว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไงต่อ หากทำสำเร็จเจ้าจะขาดผลประโยชน์หรือ?”
หวังเหล่าจิ่วแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “คำพูดของพี่หกข้าย่อมเชื่อ แต่ข้าไม่ไว้ใจเถ้าแก่เจียง! ข้าไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล สามนิ้วแลกกับเงินร้อยตำลึง จ่ายมาแล้วเรื่องต่อไปค่อยว่ากัน หากไม่ตกลงก็ไม่ต้องคุยกัน!”
เจียงต้าไห่ได้ยินดังนั้นก็หน้าซีดเผือด “อะไรนะ? ร้อยตำลึงข้าจะไปหาเงินร้อยตำลึงที่ใดเล่า?”
หวังกุ้ยส่งสายตาให้เจียงต้าไห่ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องทำให้หวังเหล่าจิ่วสงบลงก่อน ไม่ใช่มาทะเลาะกันเรื่องไร้สาระเช่นนี้
“เอาอย่างนี้นะเหล่าจิ่ว ให้เถ้าแก่เจียงเขียนสัญญาหนี้ให้เจ้า รอเรื่องนี้จบจะให้เงินเจ้าร้อยตำลึง”
แน่นอนว่าเงินต้องอยู่ในมือถึงจะมั่นใจได้ หวังเหล่าจิ่วจึงปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด “ข้าต้องการเงินสด! ตอนนี้!”
เจียงต้าไห่พูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “โธ่เอ๊ย ข้าไม่มีเงินจริงๆ ตอนนี้จะไปหาเงินสดร้อยตำลึงมาจากที่ใด รอเรื่องนี้จบผู้อยู่เบื้องหลังมอบรางวัลมา ข้าจะรีบมอบให้เจ้าตกลงหรือไม่?”
หวังกุ้ยก็ช่วยพูดเกลี้ยกล่อม “เหล่าจิ่ว เลิกเหลวไหลได้แล้ว เจ้าก็ให้เถ้าแก่เจียงเขาเขียนสัญญาหนี้ให้เจ้าก็สิ้นเรื่อง เขาก็อยู่ที่ตำบลนี้ทั้งยังมีบ้านและร้านค้าอีก”
“ต่อให้เขาไม่ได้รับรางวัลแต่เจ้าก็มีสัญญาหนี้อยู่ในมือ ถึงตอนนั้นค่อยยึดบ้านและร้านค้าของเขาก็ได้ แต่ถ้าตอนนี้เจ้าไม่ทำเรื่องนี้ก็จบลง ต่อไปก็จะไม่ได้อะไรเลย! เจ้าคิดให้ดี!”