ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 179 แผนสำรอง
หวังเหล่าจิ่วครุ่นคิดตามก็เห็นว่าจริงดังว่า จึงยอมตกลงอย่างเสียไม่ได้
เจียงต้าไห่เองก็ไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อธนูขึ้นสายแล้ว ไฉนเลยจะไม่ยิงออกไป ยามคับขันเช่นนี้ ไร้ซึ่งลูกธนูไม่ได้ เขาย่อมไม่กล้าทำให้เกิดข้อผิดพลาด ดังนั้นจึงเขียนสัญญาหนี้ขึ้นมา แล้วยังประทับลายนิ้วมือลงไปด้วย
หวังเหล่าจิ่วอ่านหนังสือไม่ออก ไม่ค่อยวางใจในสิ่งที่เจียงต้าไห่เขียน จึงคิดจะออกไปข้างนอกหาบัณฑิตซิ่วไฉขาพิการที่อยู่หัวมุมถนนให้ช่วยดู แต่กลับถูกหวังกุ้ยตวาดเสียงดังจนหน้าเจื่อน
“เจ้าจะไปไหน…”
หวังเหล่าจิ่วยิ้มแห้งๆ “พี่หกก็รู้ว่าข้าอ่านหนังสือไม่ออก ก็แค่อยากจะหาคนช่วยดูให้หน่อย”
หวังกุ้ยพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าไม่เชื่อใจเขา หรือว่าไม่เชื่อใจข้าเล่า? ข้าเห็นที่เขาเขียนอยู่ เขียนว่าเป็นหนี้เจ้าหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ภายในหนึ่งเดือนต้องคืนให้!”
หวังเหล่าจิ่วคิดจะยึดตำบลไป๋อวิ๋นเป็นที่หากิน ย่อมต้องพึ่งพาหวังกุ้ย จึงยิ้มเจื่อนๆ กล่าวว่า “จะไม่เชื่อใจพี่หกได้อย่างไรเล่า เพียงแต่ข้า… ข้าลืมไปว่าท่านอ่านหนังสือออกก็เท่านั้น”
“พอแล้วๆ รีบไปเสียตอนที่ฟ้ายังมืดอยู่ รอเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่อยกลับมา”
หวังเหล่าจิ่วโค้งคำนับอย่างรีบร้อน “ขอรับ ข้าเตรียมห่อสัมภาระไว้แล้ว จะออกเดินทางเดี๋ยวนี้!” พูดจบก็เก็บสัญญาหนี้ไว้ในอกเสื้อ รีบเข้าไปหยิบห่อผ้าในห้องแล้วออกไป
พอร่างของเขาเพิ่งก้าวออกจากประตู ในความมืดก็มีเงาดำพุ่งเข้ามาหา ใช้มือฟันไปที่คอของเขาอย่างแรง ร่างของหวังเหล่าจิ่วทรุดลงในทันที เงาดำแบกร่างของเขาไปยังตรอกลึก มัดมือมัดเท้า แล้วง้างปากยัดผงยาเข้าไป จากนั้นก็ลากร่างของเขาไปไว้ใต้กองฟืนที่กองอยู่ข้างๆ แล้วจึงจากไป
เงาดำกระโดดขึ้นไปบนกำแพง จากนั้นก็ค่อยๆ ปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของหวังเหล่าจิ่ว เขาค่อยๆ เปิดกระเบื้องหลังคาออก แสงสว่างภายในห้องลอดออกมา เผยให้เห็นดวงตาคมกริบ
กร๊อบ… หวังกุ้ยหักนิ้วมือสามนิ้วของชายร่างกำยำที่นอนอยู่บนเตียงอุ่น แต่ร่างบนเตียงกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
คนที่นอนอยู่บนเตียงเป็นศพ
“ท่านหัวหน้าหวังนี่รอบคอบจริงๆ ข้าเองก็คิดไม่ถึง” เจียงต้าไห่กล่าวชื่นชมอยู่ข้างๆ
“เล่นละครก็ต้องเล่นให้สมจริง หวังเหล่าจิ่วนิ้วมือหักไปสามนิ้ว เขาก็ต้องหักไปสามนิ้วเช่นกัน” พูดจบ เขาก็หยิบผ้าพันแผลออกมาพันมือศพ
“รู้อย่างนี้แล้วตอนกลางวันก็ไม่ต้องเล่นละครให้วุ่นวายขนาดนั้น ปล่อยให้หวังเหล่าจิ่วจัดการคนเดียวก็สิ้นเรื่อง”
เจียงต้าไห่ยิ้มแห้งๆ “ตอนนั้นก็แค่อยากให้คนเยอะๆ ปั่นป่วนให้เรื่องราวใหญ่โตหน่อย จากนั้นพอเกิดเรื่องคนตายคนหนึ่ง ก็จะดูไม่ผิดปกติอะไรไงเล่าขอรับ”
หวังกุ้ยแค่นเสียง “ฮึ! ตอนกลางวันทำพลาด ตอนนี้เลยต้องใช้วิธีแกล้งตายไงเล่า อะไรที่ว่าไม่ผิดปกติ ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระ! แต่ที่ข้าทำเช่นนี้ ก็เพราะเห็นแก่เถ้าแก่เจียง เสียดายเงินแทนเจ้ามิใช่หรือ”
เจียงต้าไห่รีบยิ้มเจื่อนๆ “ใช่ๆ ขอบคุณหัวหน้าหวังที่คอยนึกถึงข้าเสมอ”
รู้อย่างนี้แล้ว การแสดงละครตอนกลางวันก็ถือว่าไม่ได้เสียเวลาเปล่า กลับกลายเป็นการช่วยยืนยันว่าอาหารของร้านเม่าไช่ไม่มีปัญหา เพราะถ้าไม่มีปัญหา แล้วทำไมถึงมีคนตายเล่า?
“น้องชายฝาแฝดของหวังเหล่าจิ่วตายได้ถูกจังหวะจริงๆ ไม่อย่างนั้นเจ้าคิดจะหลอกเอาสูตรลับของร้านพวกเขาก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย”
เจียงต้าไห่กล่าว “ที่ข้าทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อรับใช้หลงจู๊ผู่ หากเรื่องนี้สำเร็จลุล่วง ขอแค่หลงจู๊ผู่ช่วยพูดกับศาลาว่าการอำเภอสักคำ ท่านก็จะได้เป็นเจ้าหน้าที่ทางการจริงๆ สมใจอยากแล้ว”
ที่จริงเขาก็หวังจะให้เป็นเช่นนั้น ไม่อย่างนั้นต่อให้ได้รับเงินทอง เขาก็คงไม่เสี่ยงแบบนี้หรอก
น้องชายฝาแฝดของหวังเหล่าจิ่วเคยฆ่าคนตายเมื่อหลายปีก่อน จากนั้นก็หลบหนีไป กว่าจะแอบย่องกลับมาได้ก็เมื่อไม่นานมานี้ ดังนั้นจึงไม่มีใครในตำบลไป๋อวิ๋นรู้จักเขา
หวังเหล่าจิ่วบอกว่าเขาป่วยหนักตายกะทันหัน บังเอิญเขาเองก็กำลังกลุ้มใจไม่รู้จะจัดการร้านเม่าไช่ของบ้านตระกูลอวิ๋นอย่างไร พอหวังเหล่าจิ่วมาหาเขา เขาก็คิดแผนการนี้ออก
ไม่ว่าการตายของหวังเหล่าสือจะน่าสงสัยหรือไม่ก็ตาม เขาก็ไปหาเจียงต้าไห่ที่มาขอให้เขาช่วยคิดแผนการ
เมื่อมาถึงบ้านของหวังเหล่าจิ่ว เห็นศพของหวังเหล่าสือ ไม่ต้องรอให้หวังกุ้ยเอ่ยปาก เจียงต้าไห่ก็เข้าใจแผนการของหวังกุ้ย ทั้งสองคนตกลงกันทันที จากนั้นมอบเงินให้หวังเหล่าจิ่ว และให้เขาหาคนไปก่อเรื่องที่ร้านเม่าไช่
“เช้าตรู่วันพรุ่งนี้ ข้าจะลากศพไปที่หน่วยรักษาความสงบท้องถิ่น จากนั้นก็จะพาคนไปทำการจับกุมที่หมู่บ้านไหวซู่!”
“เช่นนั้นก็รบกวนหัวหน้าหวังแล้ว เพียงแต่ว่าหัวหน้าตำบล…”
หวังกุ้ยกดเสียงหัวเราะ “หัวหน้าตำบลน่ะหรือ? ไม่ต้องกังวล ข้ามีวิธีจัดการไม่ให้เขามาที่หน่วยรักษาความสงบท้องถิ่นได้ รอเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พอหวังเหล่าจิ่วกลับมา พวกเราก็บอกว่าที่จริงแล้วหวังเหล่าจิ่วไม่ได้ตาย มันมีบุญมาก ฟื้นคืนชีพได้”
เจียงต้าไห่ยิ้มเยินยอ “ช่างเป็นแผนการที่แยบยลยิ่งนัก หากข้าคิดได้แบบหัวหน้าหวัง ป่านนี้คงไม่ต้องเสียหน้าที่หมู่บ้านไหวซู่หรอก”
หวังกุ้ยหัวเราะชอบใจ “นั่นเป็นธรรมดา ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่ข้าอยู่มานานหลายปีมิใช่ได้มาเพราะโชคช่วย”
“อ๊าก…”
ขณะที่กำลังหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ขาของหวังกุ้ยก็พลันชาขึ้นมา ร่างกายโอนเอนไปมา ทำตะเกียงน้ำมันที่วางอยู่หัวเตียงหก
บังเอิญน้ำมันในตะเกียงกระเด็นไปโดนใบหน้าของศพที่หน้าตาเหมือนหวังเหล่าจิ่วราวกับแกะ ประกายไฟตกลงบนใบหน้าของศพ เปลวไฟลุกพรึบขึ้นมาทันที
เจียงต้าไห่ตกใจจนร้องอุทาน รีบเอามือตะกุยดับไฟอย่างวุ่นวาย ไม่นานไฟก็ดับลง แต่พอหวังกุ้ยหยิบพับไฟ [1] ออกมาจุดตะเกียงน้ำมัน พบว่าใบหน้าของศพถูกไฟไหม้จนเสียโฉมแล้ว
เจียงต้าไห่หน้าซีดเผือด “หัวหน้าหวัง แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรดี?”
หวังกุ้ยกล่าว “ไม่เป็นไร ยังไงก็มีศพ แถมรูปร่างหน้าตาก็เหมือนกัน นิ้วก็หักไปสามนิ้ว รอหวังเหล่าจิ่วกลับมา พวกเราก็แค่หาทางทำให้ใบหน้าของมันเสียโฉมก็สิ้นเรื่อง”
แค่ให้มันกินยาสลบ จากนั้นก็เผาใบหน้าของมัน เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำได้อยู่แล้ว
เจียงต้าไห่ได้ยินดังนั้นก็รีบกล่าวชื่นชม “หัวหน้าหวังพูดถูก ข้าช่างใจร้อนจริงๆ ด้อยกว่าหัวหน้าหวังอยู่หลายขั้น…”
ในเมื่อหวังกุ้ยคิดหาวิธีรับมือได้แล้ว เจียงต้าไห่ก็วางใจ ทั้งสองคนใช้ผ้าห่มคลุมศพไว้ จากนั้นก็ออกจากบ้านของหวังเหล่าจิ่ว
บุรุษชุดดำกระโดดลงมาจากหลังคา หยิบพับไฟออกมาตรวจสอบศพบนเตียงอย่างละเอียด บนศพมีรอยจ้ำเลือดแล้ว แต่ยังไม่มากนัก คาดว่าน่าจะเพิ่งเสียชีวิตเมื่อเช้านี้ ในจมูกและหูมีรอยเลือดสีดำแห้งกรัง น่าจะเป็นเพราะถูกพิษร้ายแรง
หลังจากตรวจสอบศพเสร็จ บุรุษชุดดำก็แบกศพไปซ่อนไว้ที่โรงเก็บฟืนข้างๆ จากนั้นเขารีบออกจากบ้านของหวังเหล่าจิ่ว ไปที่ตรอกลึก แบกร่างของหวังเหล่าจิ่วจากไป
เพราะในใจยังกังวลเรื่องแผนการ เจียงต้าไห่กลับถึงบ้านแล้วพลิกตัวไปมา จะทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ ขณะที่เขากำลังพลิกตัว บานหน้าต่างที่ปิดด้วยกระดาษก็มีคนใช้นิ้วมือเปียกน้ำเจาะเป็นรูเล็กๆ
มีปลายไม้ไผ่ยื่นเข้ามา ไม่นานก็มีควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากปลายไม้ไผ่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ไม่นานนัก เจียงต้าไห่ที่ก่อนหน้านี้พลิกตัวไปมาอย่างไรก็นอนไม่หลับก็ส่งเสียงกรนดังสนั่น
จากนั้นห้องอื่นๆ ในบ้านของเจียงต้าไห่ที่ยังมีคนอยู่ก็ถูกคนเป่าควันยาสลบเข้าไป คราวนี้ต่อให้มีคนมาตีกลองดังสนั่นที่บ้านของเจียงต้าไห่ ก็ไม่มีใครตื่นขึ้นมา…
ตอนที่โม่จู๋กลับมาถึงหมู่บ้านไหวซู่ก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว แต่อวิ๋นฉี่เยว่ยังไม่นอน
“คุณชาย ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับ…”
“อืม ลำบากเจ้าแล้ว รีบไปพักผ่อนเถิด”
“ขอรับ คุณชาย”
เชิงอรรถ
[1] พับไฟ (火折子) พับไฟหรือตะบันไฟเป็นเครื่องมือจุดไฟของชาวจีนโบราณ จุดไฟได้ด้วยการเป่าเพียงครั้งเดียว