ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 180 ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงถูกจับ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 180 ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงถูกจับ
มิใช่มีเพียงผู้เดียวที่นอนไม่หลับ แม้แต่ฉู่อี้ก็เช่นกัน แสงเทียนในห้องหนังสือยังคงสว่างไสว เงาร่างของบุรุษหนุ่มกำลังขัดดาบเล่มหนึ่งที่ดูธรรมดาและไม่มีอะไรโดดเด่นอย่างตั้งใจ
จางหลิงยืนอยู่หน้าโต๊ะด้วยท่าทีนอบน้อม เอ่ยรายงานว่า “ข้าน้อยติดตามโม่จู๋ไปด้วยตนเอง ข้าน้อยเห็นว่าเขาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีขอรับ…”
แม้ว่าโม่จู๋จะมีฝีมือ แต่หากเทียบกับจางหลิงองครักษ์คนสนิทของฉู่อี้แล้ว ก็ยังคงห่างชั้นกันอยู่มาก ดังนั้นด้วยความสามารถของโม่จู๋ จึงไม่มีทางรู้ตัวว่าถูกจางหลิงสะกดรอยตาม
“อืม พรุ่งนี้เช้าเจ้าไปที่บ้านลุงอวิ๋น บอกอวิ๋นฉี่เยว่ว่าหลังจากเรื่องนี้จบแล้ว ให้นำหลักฐานทั้งหมดมาให้ข้า”
“ขอรับ ท่านโหว”
กล่าวจบ ฉู่อี้ก็ชี้ไปที่กล่องไม้บนโต๊ะแล้วพูดว่า “แล้วก็เอาสิ่งนี้ไปให้เจียวเอ๋อร์ด้วย”
จางหลิงได้ยินดังนั้นก็ได้แต่แอบคิดในใจ ท่านโหว พรุ่งนี้เช้าพวกเรามีเรื่องสำคัญต้องทำ ท่านมอบของขวัญให้คุณหนูตอนนี้มันเหมาะสมหรือขอรับ?
“ขอรับ ท่านโหว”
เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่อวิ๋นเจียวตื่นขึ้น โม่ซ่านก็มอบกล่องที่จางหลิงนำมาให้ตั้งแต่เช้ามืดแก่นาง
อวิ๋นเจียวขยี้ตาเบาๆ เปิดกล่องไม้แกะสลักอย่างประณีตที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้จันทน์ออกดู ข้างในมีตุ๊กตากระต่ายแม่ลูกแกะสลักจากหินโมราขนาดเท่าฝ่ามือสองตัว งานแกะสลักประณีตงดงามราวกับมีชีวิต
กระต่ายเป็นปีนักษัตรของอวิ๋นเจียว นางจึงตกหลุมรักตุ๊กตากระต่ายสองตัวนี้ตั้งแต่แรกเห็น ใต้งานแกะสลักมีกระดาษจดหมายแผ่นหนึ่ง อวิ๋นเจียวเปิดออก อักษรเรียงรายสวยงามสะท้อนเข้าสู่สายตาของนาง
‘ข้ารังสรรค์ขึ้นในยามว่าง มอบให้เจียวเอ๋อร์เป็นของขวัญวันเกิด ขอให้เจียวเอ๋อร์มีความสุขตลอดไป…’
อวิ๋นเจียวอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ภาพใบหน้าของฉู่อี้ที่ยังมีความไร้เดียงสาแต่กลับแฝงไปด้วยความหล่อเหลาและสง่างามก็ผุดขึ้นมาในหัว เจ้าหนุ่มน้อยคนนี้ช่างใส่ใจจริงๆ
จะว่าไปฝีมือแกะสลักของเขานั้นก็ไม่ธรรมดา หากวันใดไม่ได้เป็นท่านโหว เพียงแค่อาศัยฝีมือแกะสลักที่แสนวิจิตรนี้ ก็คงไม่ต้องอดตายเป็นแน่ คงเลี้ยงดูภรรยาและลูกๆ ได้สบาย
อวิ๋นเจียววางตุ๊กตากระต่ายไว้ที่หัวเตียง หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็ออกไปรับประทานอาหารเช้ากับฟางซื่อ
ขาของอวิ๋นฉี่ซานดีขึ้นมากแล้ว ไม่ต้องนั่งรถเข็นอีกต่อไป สามารถเดินช้าๆ ได้โดยมีคนช่วยพยุง เรื่องนี้ทำให้ทุกคนในครอบครัวดีใจมาก แม้แต่อวิ๋นเจียวก็ยังอารมณ์ดีจนกินซาลาเปาไส้ถั่วแดงเพิ่มอีกหนึ่งลูก
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ก็มีคนรีบร้อนมาแจ้งข่าว
“แย่แล้วขอรับ นายท่านรองอวิ๋นรอง ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงถูกคนของหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่นจับตัวไปแล้วขอรับ บอกว่าเมื่อวานมีคนกินเม่าไช่ที่ร้านพวกเขา พอกลับบ้านไปก็ตาย!”
ฟางซื่อรีบบอกให้ชุนเหมยมอบถุงเงินให้กับคนที่มารายงานข่าว ส่วนอวิ๋นโส่วจงก็พูดขึ้นว่า “ไปดูกัน”
คนที่มาแจ้งข่าวยังบอกต่อว่า “พวกเขานำรถขังมาด้วย พาตัวคนไปที่ตำบลแล้ว ลุงโส่วกวงกับลุงโส่วเย่าก็ตามออกไปแล้วขอรับ”
“อากุ้ย โม่จู๋ เตรียมรถม้า ไปที่หน่วยรักษาความสงบท้องถิ่น!”
“ขอรับ นายท่าน”
อวิ๋นเจียวรีบพูดขึ้นว่า “ท่านพ่อ ข้าไปกับท่านด้วย!”
เพราะกลัวว่าอวิ๋นโส่วจงจะปฏิเสธ อวิ๋นเจียวจึงขอความช่วยเหลือจากอวิ๋นฉี่เยว่ “พี่ใหญ่…”
อวิ๋นฉี่เยว่กล่าวว่า “ท่านพ่อ เมื่อวานข้ากับเจียวเอ๋อร์อยู่ที่ร้านเม่าไช่ ให้พวกเราไปด้วยเถิดขอรับ”
อวิ๋นโส่วจงกล่าวว่า “ตกลง ฉี่เยว่ เจ้าดูแลน้องสาวให้ดีล่ะ”
จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับฟางซื่อว่า “แม่เจียวเอ๋อร์ เจ้าอยู่ดูแลฉี่ซานที่บ้าน วางใจเถิด ไม่มีอะไรหรอก”
ฟางซื่อกล่าว “ตกลง ท่านดูแลเจียวเอ๋อร์ให้ดี”
อวิ๋นโส่วจงพยักหน้า จากนั้นก็พาอวิ๋นเจียวและอวิ๋นฉี่เยว่ขึ้นรถม้า รถม้าสองคันออกจากบ้านไปพร้อมกัน ระหว่างทางก็พบกับกลุ่มของอวิ๋นโส่วกวงจึงพาพวกเขามุ่งตรงไปยังหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่นด้วยกัน
ผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าตระกูลอวิ๋นก็ตามไปด้วย ผู้เฒ่าอวิ๋นก็จ้างเกวียนวัวในหมู่บ้านเช่นกัน เมื่อเถาซื่อและอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์เห็นดังนั้นก็จะไปด้วย ชั่วพริบตาเดียวก็มีคนมากมายมุ่งหน้าไปที่ตำบล
รถม้าของตระกูลอวิ๋นเร็วกว่า ไม่นานก็ตามรถขังทัน เมื่อเห็นลูกชายทั้งสองถูกขังอยู่ในรถขัง ดวงตาของอวิ๋นโส่วกวงก็แดงก่ำ ส่วนจ้าวซื่อนั้นร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด
ตอนที่หัวหน้าหวังพาลูกน้องมาจับกุม ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงต่างก็บอกว่าจ้าวซื่อกับเฉาหลานเอ๋อร์เป็นแค่ลูกจ้าง ร้านเป็นของพวกเขาสองพี่น้อง อีกทั้งหัวหน้าหวังเองก็มีจุดประสงค์อื่น จึงไม่อยากทำให้เรื่องยุ่งยาก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แตะต้องเฉาหลานเอ๋อร์กับจ้าวซื่อ จับกุมแค่ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านอย่ากังวลไปเลย พวกข้าไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้ พวกข้าไม่กลัวขอรับ!”
“ใช่แล้ว เม่าไช่ของพวกข้าไม่มีปัญหา เมื่อวานชาวบ้านหลายคนก็กินไป ไม่เห็นเป็นอะไรเลย แถมท่านหมอก่วงจากร้านยาหงฝูถังยังตรวจดูชีพจรให้แล้ว บอกว่าคนที่กินเม่าไช่ของพวกเราไปไม่ได้โดนพิษแต่อย่างใด”
เจ้าหน้าที่รักษาความสงบคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “เหอะ ถึงจะไม่มีพิษแล้วยังไง การตายของคนหาใช่เรื่องเล็กไม่”
เจ้าหน้าที่อีกคนพูดเสริม “ใช่แล้ว เกี่ยวข้องกับพวกเจ้าหรือไม่ พาตัวไปที่หน่วยรักษาความสงบท้องถิ่น ไต่สวนกันก็รู้เรื่องเองแหละ”
“จะอย่างไรเสียเขาก็กินของในร้านพวกเจ้าเข้าไปแล้วก็ตาย พวกเจ้าไม่มีทางเอาตัวรอดได้หรอก รอติดคุกไปเถิด”
คำพูดของพวกเจ้าหน้าที่ทำให้หัวใจของอวิ๋นโส่วกวงกับจ้าวซื่อว้าวุ่น ทั้งสองคนต่างหวาดกลัวอย่างที่สุด
อวิ๋นโส่วจงปลอบโยนว่า “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ พวกท่านวางใจเถิด ข้าจะไม่ปล่อยให้ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงเป็นอะไรเด็ดขาด”
คนพวกนี้พาตัวคนไปที่หน่วยรักษาความสงบท้องถิ่น ไม่ได้พาไปที่ศาลาว่าการอำเภอ เรื่องนี้มันแปลกๆ ต้องเป็นเพราะสูตรอาหารเป็นแน่
รอดูสถานการณ์ไปก่อน หากไม่ได้จริงๆ ก็มอบสูตรอาหารให้พวกมันไป แลกกับอิสรภาพของฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงก็แล้วกัน วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล พวกเรายังมีโอกาสแก้แค้น
อวิ๋นเจียวเองก็เป็นห่วงพี่ชายทั้งสองคน เมื่อเห็นพวกเขาถูกขังอยู่ในรถขัง นางก็รู้สึกเศร้าเสียใจ
อวิ๋นฉี่เยว่บีบมือของนางเบาๆ แล้วพูดว่า “เจียวเอ๋อร์ เชื่อพี่เถอะ ฉี่เสียงกับฉี่ชิ่งจะต้องไม่เป็นอะไร”
เมื่อเห็นท่าทางมั่นใจของอวิ๋นฉี่เยว่ อวิ๋นเจียวก็รู้สึกสงบใจลงอย่างประหลาด แต่ก็ยังแอบกระซิบถามอวิ๋นฉี่เยว่ว่า “พี่ใหญ่ ท่านเตรียมแผนรับมือไว้แล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”
เมื่อวานอวิ๋นฉี่เยว่ให้โม่จู๋อยู่ที่ตำบล น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
อวิ๋นฉี่เยว่พยักหน้า จากนั้นก็ใช้นิ้วแตะริมฝีปาก เป็นเชิงบอกให้อวิ๋นเจียวเก็บเป็นความลับ อวิ๋นเจียวไม่ใช่เด็กอยู่แล้ว นางย่อมไม่พูดส่งเดช เมื่อรู้ว่ามีแผนรับมือแล้ว นางก็ไม่กังวลอีกต่อไป
ไม่นานนักก็มาถึงหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่น ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงถูกคุมตัวเข้าไป ในห้องโถงใหญ่ที่ดูเก่าแก่ กลางห้องมีโต๊ะไม้เก่าวางอยู่ บนโต๊ะมีศพอยู่หนึ่งศพ ใบหน้าของศพถูกทำลายจนจำไม่ได้ แต่เสื้อผ้าที่สวมอยู่เป็นของหวังเหล่าจิ่ว
มือขวาของเขาพันผ้าพันแผลอยู่ หัวหน้าหวังสั่งให้คนปลดผ้าพันแผลออก เผยให้เห็นนิ้วที่ถูกตัดไปสามนิ้ว
“โอ้ นั่นหวังเหล่าจิ่วนี่”
“ใช่แล้ว เมื่อวานนิ้วของหวังเหล่าจิ่วถูกตัดเพราะชดใช้หนี้ ข้าเห็นหมอตัดนิ้วเขาที่โรงหมอด้วยตาตัวเอง”
“ไหนว่าไม่มีพิษไง แล้วเขาตายได้อย่างไรเล่า?”
“นั่นน่ะสิ เมื่อวานข้าก็กินเม่าไช่ แถมยังได้เงินมาตั้งหนึ่งตำลึง ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”
“หวังเหล่าจิ่วคงจะตายเพราะโกรธจัดกระมัง ไปรีดไถแต่ไม่สำเร็จ แถมยังถูกตัดนิ้วอีก เขาเป็นอันธพาลในตำบลไป๋อวิ๋นมานานหลายปี ไม่เคยต้องเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน”
“ใครจะรู้ล่ะ อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้”
“คราวนี้เถ้าแก่น้อยของร้านเม่าไช่ซวยแล้ว เรื่องนี้เป็นคดีฆ่าคนตาย เกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้ไปแล้ว คงเอาตัวรอดยาก”
ด้านหน้าหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่นเต็มไปด้วยผู้คน ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
ไม่ว่าหวังเหล่าจิ่วจะถูกวางยาพิษหรือไม่ แต่ตอนนี้เขาก็ตายไปแล้ว และตราบใดที่คนตาย ก็นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ทั้งนั้น