ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 182 ปิดประตูคุยกันง่ายกว่า
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 182 ปิดประตูคุยกันง่ายกว่า
“ช้าก่อน!” อวิ๋นฉี่เยว่เอ่ยเสียงเย็น โม่จู๋รีบตรงเข้าไปขวางเจ้าหน้าที่รักษาความสงบท้องถิ่นที่กำลังจะปิดประตู
เมื่อวานนี้พวกเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเคยเห็นฝีมือของโม่จู๋มาแล้ว ตอนนี้เขายืนขวางประตูไว้ก็ไม่มีใครกล้าปิดประตูอีก
หัวหน้าหวังถลึงตามองเจียงต้าไห่ทันที
เจียงต้าไห่พลันร้อนรน รีบพูดว่า “โธ่เอ๊ยหลานข้า เจ้าทำอะไร? นี่ก็เพื่อพี่ใหญ่พี่รองของเจ้านะ! รีบบอกให้คนของเจ้าหลบไป!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นก็ร้อนใจ รีบพูดว่า “ฉี่เยว่ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาทำเรื่องเหลวไหล! เจ้าอย่าได้ทำร้ายพี่ใหญ่พี่รองของเจ้าเชียวนะ!”
พอได้ยินคนดุว่าพี่ชายของนาง อวิ๋นเจียวก็ไม่พอใจ “พี่ใหญ่ของข้าไม่ได้ทำร้ายพี่ฉี่เสียงกับพี่ฉี่ชิ่ง แต่คนที่ทำร้ายพวกเขาอยู่ที่นี่จริงๆ นั่นละเจ้าค่ะ” กล่าวจบก็จ้องมองเจียงต้าไห่เขม็ง
“ใช่แล้ว ไอ้คนแซ่เจียง พวกเราไม่ต้องการให้เจ้ามาเสแสร้งแกล้งทำเป็นเป็นห่วงหรอกนะ!” เฉาหลานเอ๋อร์เป็นคนใจร้อน เมื่อวานนี้พวกเขารู้ว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของเจียงต้าไห่ แต่พวกเขาก็แค่คิดจะระวังตัวให้มากขึ้น ไม่นึกเลยว่าจะมาเกิดเรื่องในวันรุ่งขึ้น แถมยังมีคนตายอีก!
ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนแทบล้มทั้งยืน ชี้หน้าด่าเฉาหลานเอ๋อร์ว่า “ยัยเด็กบ้านี่ เจ้ายังคิดว่าเรื่องนี้ยังวุ่นวายไม่พอหรือไง?” หลานๆ เหล่านี้ ไยถึงไม่รู้จักทำให้เขาสบายใจบ้าง!
ต้าไห่นี่สิ เป็นลูกเขยที่ดีจริงๆ รู้หนักรู้เบา รู้จักเห็นใจญาติฝ่ายภรรยา ต้าไห่คนนี้เห็นเขาเป็นพ่อแท้ๆ เห็นหลานชายสองคนนี้เป็นหลานแท้ๆ แล้วยังมีเจ้าห้าอีกคนที่ทำให้เขาสบายใจได้ ตั้งใจร่ำเรียนหาความรู้ ไม่เคยออกมาสร้างเรื่องวุ่นวายให้เขาปวดหัว
เขารู้ดีว่าหากกิจการขายเม่าไช่ทำกำไรได้ต้องมีคนคิดไม่ซื่อ และก็นี่ไงเล่าเขาก็เดาถูกมิใช่หรือ แต่ความหวังดีของเขากลับไม่มีใครเห็นค่า!
อวิ๋นฉี่เยว่มองผู้เฒ่าอวิ๋นแล้วพูดเสียงดังว่า “ร้านเม่าไช่ของพวกเราดำเนินกิจการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ย่อมอยู่ได้อย่างสง่าผ่าเผย พี่ใหญ่พี่รองก็ไม่ได้ทำเรื่องผิดกหมายบ้านเมืองหรือเรื่องเลวร้ายอะไร หากมีเรื่องอะไร เหตุใดถึงไม่เปิดประตูคุยกันให้ชัดเจนต่อหน้าพ่อแม่พี่น้องและชาวบ้านทั้งหลายเล่า!”
อวิ๋นฉี่ชิ่งและอวิ๋นฉี่เสียงที่ถูกมัดมือไว้ก็พูดอย่างไม่ยอมแพ้ “ใช่แล้ว ฉี่เยว่พูดถูก พวกเราทำการค้าด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้หวาดกลัวอะไรทั้งสิ้น และไม่มีอะไรต้องปิดบัง ต่อให้ต้องติดคุก พวกเราก็ยังยืดอกเดินอย่างสง่าผ่าเผย!”
อวิ๋นโส่วกวงและภรรยารู้ดีว่าเรื่องนี้พวกเขาถูกใส่ร้าย เหตุผลที่ถูกใส่ร้ายพวกเขาก็รู้ดี แต่ตอนนี้พวกเขาไม่มีหนทางแก้ไข หรือว่าต้องขอสูตรลับจากน้องรองเพื่อแลกกับลูกชายจริงๆ?
ขณะนั้นอวิ๋นเจียวเดินไปข้างกายจ้าวซื่อ ดึงแขนเสื้อของนางเบาๆ จ้าวซื่อจึงนั่งลง อวิ๋นเจียวหยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาให้พลางกระซิบข้างหูนางว่า “ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ เรื่องนี้พี่ใหญ่มีวิธีจัดการ พี่ฉี่ชิ่งกับพี่ฉี่เสียงจะต้องไม่เป็นอะไร”
จ้าวซื่อคิดว่าอวิ๋นฉี่เยว่กับอวิ๋นเจียวจะมอบสูตรลับเพื่อแลกกับลูกชายของนาง นางรู้สึกผิดต่อพวกเขามาก แต่พอคิดว่าอย่างน้อยก็สามารถช่วยลูกชายได้ ต่อไปนางและสามียินดีทำงานหนักเพื่อตอบแทนครอบครัวของน้องรอง
ส่วนเจียงต้าไห่เห็นอวิ๋นเจียวกระซิบกระซาบข้างหูจ้าวซื่อ พอพูดจบสีหน้าของจ้าวซื่อก็ดีขึ้น และนึกถึงที่อวิ๋นโส่วจงเคยพูดไว้ว่าสูตรเม่าไช่เป็นของอวิ๋นเจียว เขาจึงคิดว่าอวิ๋นเจียวคงบอกกับจ้าวซื่อว่าจะมอบสูตรเม่าไช่ให้ ในใจของเจียงต้าไห่ก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาทันที ในที่สุดเรื่องนี้ก็สำเร็จแล้ว!
ไม่นึกเลยว่าเขาเพิ่งจะวางใจ อวิ๋นฉี่เยว่ก็พูดขึ้นว่า “คดีฆาตกรรมควรไปคุยกันที่ศาลาว่าการอำเภอ หน่วยรักษาความสงบท้องถิ่นไม่ใช่สถานที่พิจารณาคดี! ส่วนเจ้า หัวหน้าหวัง ก็ไม่ใช่นายอำเภอของอำเภอแห่งนี้!”
คำพูดของอวิ๋นฉี่เยว่นั้นรุนแรงมาก ผู้คนรอบข้างต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ เห็นด้วยกับเขา คดีฆาตกรรมไม่ใช่เรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำแหน่งเล็กๆ จะตัดสินได้
ใบหน้าของหัวหน้าหวังพลันถมึงทึง “พวกเจ้าไม่รู้จักดีชั่ว อยากไปศาลาว่าการอำเภองั้นหรือ ระวังจะเสียใจทีหลัง!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนแทบคลั่ง ไยครอบครัวของเจ้ารองถึงได้ดื้อรั้นกันทั้งบ้านเช่นนี้?
“อวิ๋นฉี่เยว่ อย่าคิดว่าเจ้ารู้หนังสือ อ่านออกเขียนได้นิดๆ หน่อยๆ ก็จะมาพูดจาเหลวไหลได้ตามใจชอบ นี่มันเกี่ยวข้องถึงชีวิตของพี่ชายเจ้าสองคนนะ! ลุงใหญ่ของเจ้ามีลูกชายแค่สองคนนี้! เจ้ารู้หรือไม่ เจ้าทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการทำร้ายพวกเขา!”
“คนที่ทำร้ายพวกเราไม่ใช่ฉี่เยว่ แต่เป็นเจียงต้าไห่!” จู่ๆ อวิ๋นโส่วกวงก็ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ ดวงตาของเขาแดงก่ำ แววตาเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ไร้กำลัง หมดสิ้นหนทาง… และความโกรธแค้นระเบิดออกมาในชั่วขณะนั้น
ตอนอยู่ที่บ้านตระกูลอวิ๋นเก่า เขาเป็นลูกที่ดีมาโดยตลอด ขยันขันแข็ง ไม่เคยปริปากบ่น ไม่เคยเถียงผู้เฒ่าอวิ๋นและเถาซื่อแม้แต่คำเดียว ก้มหน้าก้มตาทำงานหนัก แต่ทว่าวันนี้ เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!
ใจของเขานั้นเจ็บปวดนัก ในที่สุดเขาก็เข้าใจความรู้สึกของน้องสามในวันนั้นแล้ว ที่ต้องการตัดขาดกับบ้านตระกูลอวิ๋นเก่า
คนบ้านตระกูลอวิ๋นเก่าวางแผนทำลายชื่อเสียงของเหลียนเอ๋อร์เพื่อสูตรลับ ตอนนี้ก็ถึงกับคิดร้ายกับลูกชายของเขาเพื่อสูตรลับนั่น
เขาช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี! เขาเป็นคนไม่เอาไหน! ยังสู้หลานชายตัวเล็กๆ อย่างฉี่เยว่ไม่ได้!
“ถุย เจ้ามันเด็กไม่มีแม่ ใจคอโหดเหี้ยม! ต้าไห่หวังดีกับลูกชายของเจ้า ถึงได้มาช่วยเหลือ แต่เจ้าไม่เพียงไม่สำนึกบุญคุณ แล้วยังมาโทษต้าไห่อีก! สมควรแล้วที่ลูกชายของเจ้าต้องติดคุก! พวกเด็กอายุสั้น รอไปตายตอนฤดูใบไม้ร่วงเถิด!”
ในแคว้นต้าเยี่ย ผู้ที่ถูกตัดสินประหารชีวิต ศาลาว่าการทุกแห่งต้องส่งหนังสือแจ้งไปยังกรมอาญาเพื่อตรวจสอบ หากไม่มีปัญหาจึงจะส่งต่อไปถึงฮ่องเต้ เมื่อฮ่องเต้ทรงประทับตราอนุมัติแล้วจึงจะประหารชีวิตพร้อมกันในฤดูใบไม้ร่วง
ดังนั้น คำพูดของเถาซื่อที่ว่า ‘รอไปตายตอนฤดูใบไม้ร่วง’ จึงเป็นการสาปแช่งให้พี่น้องสองคนถูกตัดสินโทษให้ประหารชีวิต!
หัวใจของอวิ๋นโส่วกวงเจ็บปวด ราวกับถูกมีดนับไม่ถ้วนกรีดแทง
จ้าวซื่อร้องไห้อย่างเจ็บปวด หันไปถามผู้เฒ่าอวิ๋น “ท่านพ่อ พวกเราทำงานหนักเพื่อบ้านตระกูลอวิ๋นมานานหลายปี สุดท้ายไม่เคยได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทน กลับได้รับคำสาปแช่งที่แสนใจดำเช่นนี้หรือเจ้าคะ? ท่านพ่อ ท่านยังมีจิตสำนึกอยู่บ้างไหม?”
ตอนนี้จ้าวซื่อรู้สึกอิจฉาครอบครัวของเฉาซื่อเป็นอย่างมาก น้องสามยอมตัดขาดกับบ้านตระกูลอวิ๋นเก่าเพื่อเหลียนเอ๋อร์ แต่ครอบครัวของนางไม่มีวันทำเช่นนั้นได้
คำพูดของเถาซื่อนั้นร้ายกาจเกินไปจริงๆ ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงได้แต่พูดเกลี้ยกล่อมว่า “แม่ของเจ้าไม่ได้ตั้งใจหรอก นางก็เป็นห่วงลูกชายของพวกเจ้า พวกเจ้าสองคนก็พูดเกลี้ยกล่อมเจ้ารองกับฉี่เยว่หน่อยสิ ขอร้องพวกเขา อย่าทำให้ความหวังดีของน้องเขยของพวกเจ้าต้องสูญเปล่า”
อวิ๋นฉี่เสียงตะโกนเสียงดัง “พวกข้าไม่ต้องการความหวังดีจากเจียงต้าไห่! ฉี่เยว่พูดถูก มีคนตายก็ต้องไปที่ศาลาว่าการอำเภอ พาพวกเรามาหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่นแบบนี้หมายความว่าอย่างไร? หรือว่าที่นี่สามารถตัดสินคดีแทนศาลาว่าการอำเภอได้แล้ว?”
ฉี่ชิ่งพูดว่า “ใช่แล้ว พวกเราจะไปศาลาว่าการอำเภอ พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด จะกลัวอะไร?”
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ “นั่นสิ มีคนตายแบบนี้ควรไปที่ศาลาว่าการอำเภอสิ ไฉนถึงมาหน่วยรักษาความสงบท้องถิ่น?”
“พวกเจ้ายังไม่รู้หรือไง? นี่ก็คงเพราะจะรีดไถเงินอีกกระมัง”
“นั่นน่ะสิ รีดไถเงินก่อนแล้วบอกว่าจะช่วยเหลือ พอส่งคนไปศาลาว่าการอำเภอแล้วก็ไม่สนใจไยดี นี่มันเป็นการค้าที่ได้กำไรมหาศาลชัดๆ!”
“ใช่แล้ว หากไม่มีอะไรปิดบัง ทำไมต้องปิดประตูคุยกันด้วย?”
“หรือว่าพี่น้องร้านเม่าไช่พวกนั้นรู้ทัน เลยไม่ยอมให้ปิดประตู และอยากให้ไปที่ศาลาว่าการอำเภอ?”
“ก็คงใช่กระมัง จะตายก็ต้องตายอย่างไม่ติดค้างอะไรไม่ใช่หรือ มาตายที่หน่วยรักษาความสงบท้องถิ่นแบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร?”