ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 198 จ้าวซื่อแท้งบุตร
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 198 จ้าวซื่อแท้งบุตร
“ใคร?” อวิ๋นโส่วกวงประคองจ้าวซื่อ อวิ๋นฉี่ชิ่งกับอวิ๋นฉี่เสียงคว้าเสียมกับจอบไว้ในมือ เดินเข้าไปใกล้ประตูบ้าน ทันใดนั้นเสียงในบ้านก็เงียบหายไป
“ใครอยู่ในนั้น?”
“รีบออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นพวกข้าจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ถึงตอนนั้นอย่าหาว่าพวกข้ารุนแรง!”
“อย่า… อย่าตีเจ้าค่ะ… ข้าเองเจ้าค่ะ หลิ่วจือ…”
กล่าวจบประตูก็เปิดออก เจียงหลิ่วจือเดินออกมาจากด้านใน อวิ๋นโส่วกวงยกโคมไฟขึ้นมา ส่องไปข้างหน้า เผยให้เห็นใบหน้าของเจียงหลิ่วจือสะท้อนใต้แสงไฟ ในมือของนางถือผ้าต่วนหลายพับ ก้มหน้าก้มตา เดินก้าวเท้าเล็ก ๆ
ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงทำหน้าถมึงทึง สีหน้าของอวิ๋นโส่วกวงก็ไม่น่ามองนัก คนบ้านเก่าช่างไร้ยางอายยิ่งนัก พวกเขาไม่อยู่บ้าน ก็แอบมาขโมยของ!
ฉี่เสียงตวาด “เอาของไปวางไว้ที่เดิม!”
เจียงหลิ่วจือก้มหน้า ไม่ปริปาก ไม่ขยับเขยื้อน ไม่มีทีท่าว่าจะคืนแม้แต่น้อย
ฉี่เสียงกำลังจะเข้าไปแย่ง เจียงหลิ่วจือก็รีบวิ่งไปทางบ้านใหญ่ ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงโกรธจัด รีบวิ่งไล่ตามไปทันที
“ช่างเถิด เจ้าใหญ่ เจ้ารอง กลับมาเถอะ” อวิ๋นโส่วกวงเป็นคนใจอ่อน ไม่ชอบมีเรื่องมีราวกับใคร ประกอบกับตอนนี้จ้าวซื่อกำลังตั้งครรภ์ จึงไม่อยากเอาเรื่องเอาราวอะไรมาก จึงรีบห้ามฉี่ชิ่งกับฉี่เสียง
ทว่าในตอนนั้นเองก็มีเงาร่างวิ่งออกมาจากในบ้านอีกคน ไม่ใช่วิ่งไปทางห้องหลัก แต่กลับวิ่งไปทางห้องเดิมของเจ้าสี่
อวิ๋นโส่วกวงกับจ้าวซื่อไม่ทันระวังว่าในบ้านยังมีคนอยู่ อีกทั้งเงาร่างนั้นก็ดูท่าทางลนลาน จึงชนเข้ากับจ้าวซื่ออย่างจัง อวิ๋นโส่วกวงแม้จะประคองจ้าวซื่ออยู่ แต่ก็ไม่ได้ออกแรงมากนัก จ้าวซื่อจึงเซล้มลงกับพื้น
“ท่านแม่!”
“แม่เจ้า!”
สามคนพ่อลูกตกใจสุดขีด ส่วนจ้าวซื่อในเวลานี้ สองมือของนางกุมท้องไว้แน่น สีหน้าเจ็บปวดอย่างมาก จากนั้นก็มีเลือดไหลออกมาจากหว่างขาของนาง
“รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า!”
ชุ่ยเหนียงได้ยินเสียงเอะอะจึงรีบออกมา พอเห็นภาพตรงหน้ากับสีหน้าตื่นตระหนกของพ่อลูกสามคน จึงรีบร้องบอก ฉี่เสียงรีบวิ่งออกไปทันที
“นายท่านใหญ่ รีบพาฮูหยินใหญ่เข้าไปในบ้านเถิดเจ้าค่ะ บ่าวจะไปตามนายท่านรองเอง” ชุ่ยเหนียงกล่าวจบก็รีบวิ่งออกไป
อวิ๋นโส่วกวงรีบช้อนตัวจ้าวซื่อขึ้น จ้าวซื่อซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของอวิ๋นโส่วกวง ใบหน้าซีดเผือดบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เลือดยังคงไหลไม่หยุดไปตลอดทางจนถึงในห้อง
“ท่านพี่… ข้า… ข้าขอโทษ… ลูก…” จ้าวซื่อเอ่ยขึ้นด้วยความยากลำบากและรู้สึกผิด ยังไม่ทันพูดจบก็หมดสติไป
“แม่เจ้า… แม่เจ้า เจ้าอย่าทำให้ข้าตกใจสิ อย่าทำให้ข้ากลัว…” น้ำตาของอวิ๋นโส่วกวงไหลอาบแก้ม เขาหวาดกลัวจริงๆ หัวใจราวกับถูกกรีดแทง ทั้งว่างเปล่าและเจ็บปวด
หมอโจวกับฉี่เสียงรีบวิ่งมาด้วยความเร็ว หมอโจวยังไม่ทันได้พักหายใจ ก็รีบจับชีพจรของจ้าวซื่อ ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด คิ้วของหมอโจวขมวดเป็นปม
“ท่านหมอโจว ภรรยาข้า…”
หมอโจวมองหน้าอวิ๋นโส่วกวงกับลูกชายทั้งสองที่กำลังหวาดกลัวด้วยแววตาเห็นใจ แต่ก็ยังคงส่ายหน้า “เตรียมจัดงานศพเถิด”
อวิ๋นโส่วกวงได้ยินดังนั้นก็ทรุดตัวลงกับพื้น สีหน้าซีดเผือดในพริบตา ครู่หนึ่ง เขาก็ร้องไห้โฮออกมา ปล่อยความทุกข์ทรมานที่กักเก็บไว้ในใจตลอดหลายปีมานี้
“ท่านหมอโจว ข้าขอร้องท่าน ช่วยท่านแม่ข้าด้วยขอรับ ไม่ว่าจะต้องใช้เงินเท่าใดก็ยอม”
“ใช่ๆ บ้านเรามีเงิน ท่านช่วยแม่ข้าด้วยขอรับ ข้าขอร้องท่านแล้ว” พี่น้องทั้งสองคุกเข่าลง แล้วโขกศีรษะให้หมอโจว
หมอโจวรีบพยุงพวกเขาทั้งสองขึ้น “ไม่ใช่ข้าไม่ช่วย แต่ร่างกายของแม่พวกเจ้าเดิมทีก็เสียหายมากอยู่แล้ว แม้ว่าหลายเดือนมานี้จะฟื้นฟูร่างกายขึ้นมาบ้าง แต่สุดท้าย… คราวนี้ต่อให้ท่านฮัวถัว [1] กลับชาติมาเกิดก็ไม่อาจช่วยได้แล้ว…”
ฉี่ชิ่งกับฉี่เสียงได้ยินดังนั้นก็ร้องไห้โฮออกมา หมอโจวจึงได้แต่ปลอบใจว่า “พวกเจ้ารีบไปเตรียมงานศพเถิด ปล่อยให้ฮูหยินใหญ่จากไปอย่างสงบ” กล่าวจบเขาก็ได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจ แล้วเดินออกจากบ้านตระกูลอวิ๋นเก่า ระหว่างทางที่มานั้น ฉี่เสียงได้เล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้เขาฟังแล้ว
ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องมงคลคู่แท้ แต่เพียงเพราะกลับมาที่บ้านตระกูลอวิ๋นเก่า กลับกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างหนึ่งร่างสองศพ
หมอโจวรู้สึกไม่สบายใจ จึงไม่ได้กลับบ้าน แต่ไปที่บ้านหัวหน้าตระกูลอวิ๋นแทน เขาต้องไปเล่าเรื่องนี้ให้หัวหน้าตระกูลฟัง ส่วนผู้ใหญ่บ้านก็ต้องไปบอกกล่าวสักหน่อย เพราะตอนนี้นายท่านใหญ่อวิ๋นได้รับของขวัญจากท่านโหว มิอาจเทียบกับในอดีตได้
ส่วนทางด้านอวิ๋นโส่วจงก็อุ้มอวิ๋นเจียวมา ฟางซื่อกับอวิ๋นฉี่เยว่ก็รีบตามไปที่บ้านหลังเก่า เฉาโส่วเย่ากับเฉาหลานเอ๋อร์ก็รีบไปที่บ้านหลังเก่าเช่นกัน เฉาซื่อเองก็เป็นห่วง แต่เพราะกำลังตั้งครรภ์ จึงให้เฉาเหลียนเอ๋อร์ดูแล เดินตามหลังมาช้าๆ
“พี่สะใภ้เป็นอย่างไรบ้าง?” พอไม่เห็นหมอ อวิ๋นโส่วจงจึงตะโกนถาม
“ท่านลุงรอง… หมอ… หมอบอกว่าให้เตรียมงานศพขอรับ!”
กลิ่นคาวเลือดรุนแรง อวิ๋นเจียวจึงคิดว่าต้องเป็นอาการตกเลือดอย่างหนักแน่ๆ! นางรีบวิ่งตามฟางซื่อเข้าไปในห้อง พอเห็นจ้าวซื่อนอนหมดสติอยู่บนเตียง สีหน้าซีดเผือด นางจึงรีบบอกกับฟางซื่อว่า “ท่านแม่เจ้าคะ ให้ท่านลุงใหญ่กับคนอื่นๆ ออกไปก่อน ปิดประตูห้ามใครเข้ามาทั้งนั้น”
“จริงสิ ท่านแม่ บอกท่านลุงใหญ่กับคนอื่นๆ ไปหาธูปเทียน มาไหว้ขอพรเทพเจ้าทุกๆ องค์ อย่าได้ละเลยแม้แต่พระองค์เดียว ให้ทุกคนช่วยกันสวดมนต์ภาวนานะเจ้าคะ”
แม้ว่าอวิ๋นเจียวจะอายุยังน้อย แต่ทุกคนล้วนเชื่อฟังคำพูดของนาง อวิ๋นโส่วกวงกับลูกชายทั้งสองที่กำลังโศกเศร้า ฟังจบก็รีบออกไปโดยไม่รอให้ฟางซื่อเอ่ยปาก ตอนนี้จะออกไปซื้อก็ไม่ทันแล้ว คงต้องไปขอยืมจากทุกบ้านในหมู่บ้านก่อน
อวิ๋นเจียวเองก็ไม่มีทางเลือก หมอถึงขั้นบอกให้เตรียมงานศพแล้ว หากนางช่วยจ้าวซื่อไว้ได้ จะอธิบายอย่างไรเล่า? ไม่ว่าอย่างไรชาวแคว้นต้าเยี่ยเป็นคนงมงาย นางจึงตัดสินใจโยนเรื่องที่ช่วยชีวิตจ้าวซื่อให้เป็นเรื่องของเทพเจ้าไปเลย
อวิ๋นเจียวใช้คะแนนสะสมแลกเปลี่ยนบริการรักษาออนไลน์ของร้านขายยาใหญ่ในเถาเป่า โชคดีที่ก่อนหน้านี้นางบริจาคเงินสร้างสำนักศึกษาในหมู่บ้าน ทางเถาเป่าจึงให้คะแนนสะสมเป็นรางวัล
พอเห็นอาการของจ้าวซื่อ หมอก็ถึงกับตกใจ รีบให้ยาหยุดเลือดกับอวิ๋นเจียว ให้นางรีบฉีดให้จ้าวซื่อก่อน จากนั้นก็ให้ตรวจหมู่เลือดของจ้าวซื่อ
หลังจากทราบหมู่เลือดแล้ว ก็ให้พลาสมา นำไปฉีดให้จ้าวซื่อ อวิ๋นเจียวให้หมอผสมยานอนหลับลงไปในน้ำเกลือด้วย นางไม่อยากให้จ้าวซื่อตื่นขึ้นมากลางคัน แล้วเห็นนางกำลังทำอะไรอยู่
แต่ถึงกระนั้น แม้แต่หมอของร้านขายยาใหญ่ในเถาเป่ายังบอกว่า จะช่วยชีวิตไว้ได้หรือไม่ ก็ต้องดูที่ดวงแล้ว จู่ๆ อารมณ์ของอวิ๋นเจียวก็หนักอึ้งขึ้นมา หน้าประตูมีโม่จู๋กับโม่ซ่านคอยเฝ้าอยู่ อวิ๋นโส่วกวงกับลูกชายทั้งสองวิ่งไปทั่วหมู่บ้าน ยืมธูปเทียนจากทุกบ้านมา
จากนั้นคนบ้านใหญ่ บ้านรอง และบ้านสามก็แบ่งงานกันไป ศาลเจ้าที่นา ศาลเจ้าบนเขา ทางสามแพร่งหน้าหมู่บ้าน ลานบ้านของบ้านเก่า และโถงบรรพชนตระกูลอวิ๋น
สถานที่ใดที่สามารถจุดธูปสวดมนต์ขอพรได้ พวกเขาก็ไปกันหมด ทุกคนต่างจุดธูปขอพรให้กับจ้าวซื่อด้วยความศรัทธา
หมอโจวเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้หัวหน้าตระกูลอวิ๋นและผู้ใหญ่บ้านฟัง พอเจอคนในหมู่บ้านที่ไม่รู้เรื่องราว ถามโน่นถามนี่ หมอโจวก็เล่าเรื่องที่เขารู้ให้ฟังทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง
“น่าสงสารจ้าวซื่อจริงๆ ใกล้จะได้อยู่สุขสบายแล้ว แต่นางกลับไม่มีวาสนา”
“ข้าก็ว่า ทำไมนายท่านใหญ่อวิ๋นถึงได้วิ่งวุ่นไปทั่วหมู่บ้านเพื่อขอยืมธูปเทียน ที่แท้ก็เพราะหมอรักษาไม่ได้ จึงต้องขอพรจากเทพเจ้าให้คุ้มครอง”
“คนตระกูลอวิ๋นเก่านี่มัน… ช่างกล้าทำจริงๆ แม้แต่ของที่ท่านโหวยกให้ก็ยังกล้าขโมย”
“พวกเขามีเรื่องอะไรที่ไม่กล้าทำบ้าง? ใส่ร้ายว่านายท่านรองอวิ๋นเป็นทาสหลบหนี แล้วไหนจะเรื่องใส่ร้ายว่าขโมยตราประทับส่วนตัวของนายอำเภออีก แล้วยังทำให้สาวน้อยอย่างเหลียนเอ๋อร์คิดกระโดดน้ำตาย”
“เหลียนเอ๋อร์ก็เป็นเด็กสาวที่เด็ดเดี่ยวจริงๆ กลั้นใจแทงไอ้เด็กสารเลวนั่น ดีกว่าต้องตกเป็นของมัน”
“เถาซื่อกำลังทำบาป ทำบาปมหันต์”
“เฮ้อ ทำไมลุงสามอวิ๋นถึงได้แต่งงานกับยายแก่สารเลวนั่นนะ”
“ถุย หากไม่มีอวิ๋นเจียชางให้ท้าย เถาซื่อจะกล้าทำเช่นนี้หรือ? อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ อวิ๋นเจียชางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเจียงเถาจือกับน้องสาวแอบไปขโมยของ? คิดจะหลอกใครกัน!”
……….
เชิงอรรถ
[1] ฮัวถัว (华佗) หรือฮัวโต๋เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์จีน เป็นแพทย์ที่มีชื่อเสียงมากในยุคสามก๊ก