ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 237 ตั้งราคา
ยิ่งฟังดวงตาของเฉาเหลียนเอ๋อร์ก็ยิ่งเปล่งประกาย ใช่แล้ว เจียวเอ๋อร์พูดถูก ร้านอวิ๋นหรงของพวกนางใช้รูปแบบของเสื้อผ้าเป็นจุดขาย หากเสื้อผ้าแต่ละแบบมีจำนวนจำกัด ก็ไม่ต้องกลัวว่าร้านอื่นจะลอกเลียนแบบ
เพราะกว่าที่สินค้าลอกเลียนแบบจะออกมา เสื้อผ้าชุดนี้ก็ขายหมด เปลี่ยนเป็นแบบอื่นแล้ว เพียงแต่แบบนี้พวกนางต้องใช้ความพยายามมากขึ้น แต่หากทำได้สำเร็จ การทุ่มเทมากขึ้นก็ย่อมเป็นเรื่องดี
แต่การเพิ่มราคาเป็นสองเท่า เฉาเหลียนเอ๋อร์ก็ยังคงลังเลอยู่บ้าง แต่นางเชื่อใจอวิ๋นเจียวมาโดยตลอด จึงกัดฟันเอ่ยว่า “ตกลง พวกเราจะเพิ่มราคาเป็นสองเท่า!”
อวิ๋นเจียวรู้สึกโชคดีมากที่นางเพียงแค่บอกว่าจะเพิ่มราคาเป็นสองเท่า หากนางกล้าพูดว่าเพิ่มราคาเป็นสิบเท่า เฉาเหลียนเอ๋อร์คงต้องตกใจจนเป็นลมแน่ๆ
แต่ในยุคของนาง การออกแบบคือเงินทอง แบรนด์ดังๆ หลายแบรนด์ เสื้อผ้าชุดหนึ่งราคาหลายหมื่น หลายแสน หลายล้านหยวน แท้จริงแล้วต้นทุนสักเท่าไหร่กันเชียว?
ก็แค่ขายแบรนด์เท่านั้น พวกนั้นไม่ใช่แค่เพิ่มขึ้นสองเท่า มีทั้งสิบเท่า ยี่สิบเท่า แต่อวิ๋นเจียวก็ไม่รีบร้อน ข้าวต้องกินทีละคำ อำเภอจิ่วจิ้นไม่ใหญ่ ร้านอวิ๋นหรงเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น
รอไปเปิดร้านที่เมืองหลวงก่อน หากเปิดร้านที่เมืองหลวง เช่นนั้นก็ต้องตั้งราคากันใหม่ ส่วนเรื่องการออกแบบ ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ บนเถาเป่ามีชุดฮั่นฝูประยุกต์น้อยเสียที่ไหน?
ช่วงที่ว่างๆ อวิ๋นเจียวได้ติดต่อกับเจ้าของร้านและนักออกแบบร้านชุดฮั่นฝูประยุกต์ที่มีชื่อเสียงและแบบสวยๆ หลายร้านบนเถาเป่าแล้ว แจ้งความต้องการแบบใหม่ และตกลงกับแต่ละร้านว่า ทุกครึ่งเดือนต้องมีแบบเสื้อผ้าผู้หญิงชุดใหม่ ทุกหนึ่งเดือนต้องมีแบบเสื้อผ้าผู้ชายชุดใหม่
เนื่องจากอวิ๋นเจียวขายในแคว้นต้าเยี่ย จึงไม่จำกัดการขายชุดแบบใหม่ของร้านค้าบนเถาเป่า จึงมีหลายร้านที่เสนอส่วนลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์ให้แก่อวิ๋นเจียว
หลังจากที่พี่น้องทั้งสองคนหารือเรื่องทิศทางหลักแล้ว อวิ๋นเจียวก็เสนอความคิดเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติม เนื่องจากพวกนางเลือกเป็นร้านหรูหรา บรรจุภัณฑ์ของเสื้อผ้าจึงไม่อาจทำแบบลวกๆ ได้
บนเถาเป่ามีกล่องกระดาษสวยๆ มากมาย แต่แคว้นต้าเยี่ยนี้แม้จะมีกระดาษคุณภาพดีเยี่ยม แต่ไม่มีแผ่นกระดาษแข็ง และแน่นอนว่าไม่มีกล่องกระดาษ
หากจะใช้บรรจุเสื้อผ้า กล่องไม้นั้นดูสวยงามและดูมีราคาก็จริง แต่ก็ไม่สะดวกและรวดเร็วเท่ากล่องกระดาษ ยิ่งกว่านั้นนางยังต้องการทำถุงกระดาษออกมาด้วย
แบบนี้ลูกค้าที่ซื้อของชิ้นเล็กๆ ในร้านก็สามารถใช้ถุงกระดาษสวยๆ ของพวกนางใส่ของได้ ไม่ต้องทำเหมือนห่อยา พันด้วยกระดาษน้ำมัน
พออวิ๋นเจียวเริ่มคิดก็หยุดไม่อยู่ นางคิดว่าไหนๆ ก็จะไปส่งเครื่องประทินผิวที่ร้านฝูหรงเซวียนแล้ว งั้นให้หลงจู๊ร้านช่วยติดต่อฉู่อี้ เขาซ่อนตัวลึกลับ มีทั้งโรงหลอมเหล็ก โรงผลิตเครื่องเคลือบ บางทีอาจจะมีโรงผลิตกระดาษก็ได้!
“พี่หญิงรอง พวกเรามาตัดสินใจเรื่องนี้กันก่อน ส่วนวันเปิดร้าน พี่รองไปหาอาจารย์ดูฤกษ์งามยามดีนะเจ้าคะ”
เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ก่อนเปิดร้านค้าไปหาซินแสเพื่อดูฤกษ์งามยามดีก็ไม่มีอะไรเสียหาย แม้แต่ในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างมาก ร้านค้าหลายแห่งก็ยังคงไปหาฤกษ์ดีสำหรับการเปิดกิจการ
เฉาเหลียนเอ๋อร์พยักหน้า “ตกลง อีกสองสามวันจะมีงานเทศกาลที่วัดไป๋อวิ๋น ข้าจะไปดูฤกษ์มงคล เจียวเอ๋อร์จะไปด้วยหรือไม่?”
ตั้งแต่อวิ๋นเจียวมาที่แคว้นต้าเยี่ยยังไม่เคยออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนเลย พอได้ยินเฉาเหลียนเอ๋อร์บอกว่าจะไปเที่ยวงานเทศกาลที่วัดไป๋อวิ๋น นางก็สนใจขึ้นมาทันที
“เจ้าค่ะ ข้าก็ไม่มีธุระอะไรอยู่แล้ว พวกเราไปด้วยกันนะเจ้าคะ”
หลังจากที่พี่น้องทั้งสองตกลงกันแล้ว อวิ๋นเจียวก็ไปบอกกล่าวกับฟางซื่อว่านางจะไปร้านฝูหรงเซวียน ฟางซื่อกับเฉาซื่อไปนั่งคุยกับจ้าวซื่อที่ห้องอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ออกมาเย็บปักถักร้อยที่ห้องโถง
พอได้ยินว่าอวิ๋นเจียวจะไปร้านฝูหรงเซวียน ฟางซื่อก็สั่งให้อากุ้ยขับรถม้าอย่างระมัดระวัง และกำชับให้โม่ซ่านดูแลอวิ๋นเจียวให้ดี ส่วนนางไม่ได้ไปด้วย
เมื่อไปถึงร้านฝูหรงเซวียน พอแจ้งความประสงค์แล้ว อวิ๋นเหนียงก็รีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
“คุณหนูเจียวเอ๋อร์ ช่างบังเอิญจริงๆ ข้าเพิ่งคิดว่าจะให้คนไปส่งเทียบเชิญที่บ้านคุณหนู พรุ่งนี้จะได้ไปเยี่ยมเยียนคุณหนูเสียหน่อย ไม่คิดว่าคุณหนูจะมาที่นี่พอดี”
อวิ๋นเจียวถามด้วยรอยยิ้มเช่นกัน “หลงจู๊ซุนกลับมาจากเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อไรหรือ? ไม่ได้เจอกันนาน ท่านสวยขึ้นนะเจ้าคะ”
อวิ๋นเหนียงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอนอยู่แล้ว ดูสิ ว่าข้าใช้เครื่องประทินผิวของใคร”
ต่อให้ไม่มีฉู่อี้ อวิ๋นเหนียงก็ไม่กล้าปฏิบัติกับอวิ๋นเจียวเหมือนเด็กทั่วไปอยู่ดี
“ข้านำเครื่องประทินผิวมาส่งแล้ว เครื่องประทินผิวแบบธรรมดามีเยอะ ส่วนเครื่องประทินผิวคุณภาพสูงกับสูตรเข้มข้นยังมีจำนวนไม่มากเหมือนเดิมเจ้าค่ะ”
พอได้ยินดังนั้น อวิ๋นเหนียงก็ทำหน้าเศร้า “โธ่ คุณหนูเจียวเอ๋อร์ของข้า ขอเครื่องประทินผิวสูตรเข้มข้นเพิ่มอีกสักหน่อยไม่ได้หรือ? เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าถูกบรรดาฮูหยินในเมืองหลวงรุมทวงหนักแค่ไหน”
อวิ๋นเจียวได้แต่ยักไหล่ ก่อนจะพูดว่า “ข้าก็ทำอะไรไม่ได้นี่เจ้าคะ ถ้ามีเยอะก็ไม่เรียกว่าสูตรเข้มข้นแล้วสิเจ้าคะ”
แท้จริงแล้วอวิ๋นเหนียงก็รู้ดี เพียงแต่เพราะทำการค้าจนเคยชิน ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับใคร พอพบกันก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
อย่างไรเสียเครื่องประทินผิวธรรมดาที่อวิ๋นเจียวมอบให้ก็ดีกว่าที่ขายในท้องตลาดมากอยู่แล้ว ทันใดนั้นก็มีคนงานมารายงานจำนวนที่ตรวจนับแล้ว อวิ๋นเหนียงดีใจจนยิ้มแก้มปริ
คราวนี้เครื่องประทินผิวธรรมดามีไม่น้อยเลยทีเดียว มีมากกว่าสามร้อยขวด! ในที่สุดก็มีของไปอุดปากบรรดาฮูหยินน้อยใหญ่ในเมืองหลวงได้แล้ว
“เพราะกลัวว่าท่านจะไม่มีของขาย บ้านของพวกข้ายังสร้างไม่เสร็จก็รีบสร้างโรงผลิตขึ้นมาก่อน เนื่องจากเพิ่งสร้างโรงผลิต ทุกอย่างจึงยังไม่เข้าที่เข้าทาง ช่างฝีมือที่จ้างมาก็ยังไม่ชำนาญ จึงสิ้นเปลืองวัตถุดิบไปมาก ของที่ผลิตออกมาก็มีไม่มากนัก”
“แต่ตอนนี้ก็ค่อยๆ ดีขึ้นแล้ว รอให้โรงผลิตเข้าที่เข้าทาง ทุกเดือนก็สามารถผลิตได้มากขึ้น ข้าคาดว่าเดือนหนึ่งน่าจะผลิตเครื่องประทินผิวได้ประมาณหนึ่งพันขวด”
พอได้ยินดังนั้น อวิ๋นเหนียงก็ดีใจอย่างมาก “อามิตตาพุทธ เช่นนั้นก็เยี่ยมมาก! อย่าว่าแต่หนึ่งพันขวด ให้ข้าเดือนละหนึ่งหมื่นขวด บรรดาฮูหยินทั้งหลายก็สามารถแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยงได้ในพริบตา!”
อวิ๋นเจียวยิ้มแล้วพูดว่า “ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปเถิดเจ้าค่ะ รอให้โรงผลิตฝึกฝนช่างฝีมือชุดแรกได้เชี่ยวชาญแล้ว ค่อยเปิดโรงผลิตเพิ่มอีกสองสามแห่งก็ยังไม่สาย”
“เรื่องแบบนี้ต้องมีผู้ชำนาญคอยสอนถึงจะทำได้ ไม่เช่นนั้นหากของไม่ดี ก็เท่ากับทำลายชื่อเสียงของตัวเองมิใช่หรือเจ้าคะ?”
อวิ๋นเหนียงพยักหน้าเห็นด้วย “ถูกต้อง สิ่งสำคัญที่สุดคือของต้องดี” ร้านฝูหรงเซวียนมีชื่อเสียงโด่งดัง บรรดาขุนนางและคหบดีล้วนเป็นลูกค้าประจำของร้านฝูหรงเซวียน หากของไม่ดี พวกเขาไม่มีทางปล่อยร้านฝูหรงเซวียนไปแน่
แม้ว่าท่านป๋อของนางจะมีวิธีจัดการ แต่ประการแรกคือเขาอยู่เบื้องหลัง ประการที่สองคือเขาก็ไม่สามารถรับมือกับการรบกวนของขุนนางและผู้สูงศักดิ์ทั้งราชสำนักได้หรอก
“จริงสิ ข้าซื้อของกระจุกกระจิกจากเมืองหลวงมาฝากเจ้าด้วย ไม่แพงมากหรอก เจ้าชอบอันไหนก็เก็บไว้ใช้เอง หากไม่ชอบก็เก็บไว้ให้เป็นรางวัลบ่าวไพร่ก็ได้!”
อวิ๋นเหนียงพูดพลางให้คนยกของที่นำมาจากเมืองหลวงไปไว้บนรถม้าของอวิ๋นเจียว “มีขนม ผ้าเนื้อดี ผ้าต่วน เครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ ถุงเงิน อะไรพวกนี้ อย่ารังเกียจก็แล้วกัน”
อวิ๋นเจียวพูดว่า “ข้าจะรังเกียจได้อย่างไร ข้าต้องขอบคุณท่านต่างหาก ท่านก็รู้ว่าบ้านของพวกข้าอยู่ในชนบท พอมีคนมาเยี่ยมเยียนทีไรก็ลำบากที่ไม่มีของขวัญอะไรจะมอบตอบแทน!”
อวิ๋นเหนียงชอบอัธยาศัยใจคอที่ตรงไปตรงมาของอวิ๋นเจียว จึงไม่ปฏิบัติกับนางเหมือนเด็ก แต่ปฏิบัติด้วยเหมือนคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ทำให้อวิ๋นเจียวรู้สึกสบายใจเช่นกัน
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน อวิ๋นเจียวก็เล่าเรื่องร้านอวิ๋นหรงให้ฟัง “…ร้านอวิ๋นหรงไม่ขายแบบสำเร็จรูป รับเฉพาะการสั่งทำเท่านั้น เพียงแต่ราคาอาจจะสูงไปบ้าง แต่รูปแบบของเสื้อผ้าแตกต่างจากร้านทั่วไป หลงจู๊ซุนมีเวลาว่างก็แวะไปดูนะเจ้าคะ จะได้ช่วยอุดหนุนกิจการของข้าด้วย!”
อวิ๋นเหนียงมองชุดกระโปรงที่อวิ๋นเจียวสวมอยู่แล้วถามว่า “เหมือนที่เจ้าใส่อยู่แบบนี้หรือ? ข้าอยากจะถามตั้งนานแล้ว กระโปรงที่เจ้าใส่อยู่นี้สวยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่สี การปักลวดลาย หรือแบบก็แปลกใหม่ แถมแขนเสื้อยังแคบ แบบนี้ทำอะไรก็สะดวกดี”