ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 239 ไร้เดียงสา
“สวนในจวนของฉู่อี้ถูกดูแลอย่างดี เบ่งบานสะพรั่งไปด้วยมวลดอกไม้นานาพันธุ์ ทั้งดอกโบตั๋นและดอกเหมยกุยฮวาต่างก็ชูช่ออวดความงาม แม้กระทั่งดอกอิงฮวา [1] สีชมพูก็บานสะพรั่งราวกับหมู่เมฆสีชมพู
ยามเมื่อสายลมพัดผ่าน กลีบดอกไม้สีชมพู สีขาว และแม้กระทั่งสีเขียวอ่อนก็ร่วงหล่นลงมา ปลิวลอยล่องไปตามสายลม งดงามยิ่งนัก
อวิ๋นเจียวพลันนึกถึงฉากในละครย้อนยุคของจีน เมื่อใดก็ตามที่มีฉากที่กลีบดอกไม้โปรยปรายเช่นนี้ ย่อมต้องมีคู่ชายหญิงโอบกอดกันหมุนตัวไปมาใต้สายฝนดอกไม้ เป็นภาพที่ชวนให้ใจหวั่นไหว
“คนสวนที่จวนของท่านช่างเก่งกาจนัก ดอกไม้พวกนี้ปกติไม่ใช่ฤดูเดียวกันแท้ๆ กลับทำให้เบ่งบานพร้อมกันได้”
ฉู่อี้ยิ้มอย่างอ่อนโยน “พวกเขาเป็นบ่าวรับใช้ที่ท่านแม่ของข้าทิ้งไว้ให้ จงรักภักดีและซื่อสัตย์ ทั้งชีวิตทำแค่ปลูกดอกไม้ ตอนนั้นที่จวนโหวสั่งปลดบ่าวรับใช้เก่าแก่ของท่านแม่ข้าไปจนหมด โชคดีที่พวกเขาทุกคนซื่อสัตย์ภักดี ต่อมาข้าจึงตามหาคนที่ยังมีชีวิตอยู่กลับมา”
ขณะที่พูดนั้น เขายิ้มน้อยๆ แต่อวิ๋นเจียวก็ยังคงมองเห็นความเศร้าสร้อยแฝงอยู่ในรอยยิ้มนั้น ประโยคสั้นๆ แต่กลับแต่กลับสะท้อนความเจ็บปวดรวดร้าว ความขมขื่น และความแค้นมากมายอยู่ในนั้น
ตามหาคนที่ยังมีชีวิตอยู่กลับมา นั่นก็หมายความว่า บ่าวรับใช้ที่ท่านแม่ของเขาทิ้งไว้ให้ ถูกแม่เลี้ยงฆ่าตายไปไม่น้อย
“ฉู่อี้…”
อวิ๋นเจียวเอ่ยเรียกเบาๆ ดวงตาดำขลับเปล่งประกาย นางมองเขาอยู่อย่างนั้น ยิ้มหวานอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มนั้นราวกับขนนกที่ปลิวลอยในสายลม แตะต้องผิวน้ำในใจของฉู่อี้จนเกิดระลอกคลื่นแล้วระลอกคลื่นเล่า ทั้งรู้สึกคันยุบยิบ และอบอุ่นจนเขาเผลอหลงใหลอย่างยากจะถอนตัว
“คมกระบี่แกร่งกล้าจากการลับ เหมยฮวาผลิบานกลางความหนาว… ท่านจะต้องได้รับความอ่อนโยนจากโลกใบนี้แน่นอน”
“คมกระบี่แกร่งกล้าจากการลับ เหมยฮวาผลิบานกลางความหนาว…” ฉู่อี้ทวนคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของอวิ๋นเจียว ยิ่งทวนซ้ำ ดวงตาของเขาก็ยิ่งเปล่งประกายมากขึ้น
“บทกลอนนี้ช่างไพเราะยิ่งนัก เจียวเอ๋อร์ เจ้าเป็นคนแต่งหรือ?”
ในใจเขาทั้งตื่นเต้นและดีใจ พลางคิดว่าเจียวเอ๋อร์ช่างเข้าใจเขาได้ดีที่สุด
เหล่าขุนนางในเมืองหลวง ตอนที่เขาอ่อนแอ ต่างก็พูดว่าเขาน่าสงสาร พอเขารอดชีวิตกลับมา ได้รับพระราชโองการจากฮ่องเต้ให้สืบทอดบรรดาศักดิ์ พวกนั้นก็จ้องจะฉวยโอกาส บ้างก็อยากเข้ามาผูกมิตร บ้างก็คิดหาทางจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน
แต่หลังจากที่เขาอาละวาดในท้องพระโรง พวกนั้นก็หายหัวไปทันที ต่างก็ลงความเห็นว่าสักวันหนึ่งนิสัยเอาแน่เอานอนไม่ได้ของเขาต้องนำหายนะมาสู่ตัวเอง กลัวว่าจะมาข้องเกี่ยวกับเขา
มีเพียงเจียวเอ๋อร์เท่านั้น ถึงแม้จะอายุยังน้อย แต่กลับเป็นห่วงเขาอย่างจริงใจ
คมกระบี่แกร่งกล้าจากการลับ เหมยฮวาผลิบานกลางความหนาว… ประโยคนี้ไม่ใช่กำลังพูดถึงเขาหรอกหรือ พูดว่าสักวันหนึ่งเขาจะต้องผ่านพ้นความทุกข์ยากไปได้ ความพยายามและการต่อสู้ของเขาจะไม่สูญเปล่า!
นางยังบอกอีกว่า เขาคู่ควรที่จะได้รับความอ่อนโยนจากโลกใบนี้… หัวใจของฉู่อี้พลันอ่อนยวบราวกับผืนน้ำ ราวกับสายธารเย็นฉ่ำ ราวกับน้ำผึ้งอันหวานล้ำ…
อวิ๋นเจียวมองฉู่อี้ที่ดูตื่นเต้น ในใจกลับอดคิดไม่ได้ว่า บทกวีบทนี้ ราชวงศ์ต้าเยี่ยไม่มีหรือ? ที่จริงนางแค่อยากทำตัวเป็นพี่สาว หาคำพูดมาปลอบโยนเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ แต่พอเห็นท่าทางตื่นเต้นของเขา นางทำเกินไปงั้นหรือ?
อวิ๋นเจียวรีบส่ายหน้าพลางยิ้ม “ท่านยกย่องข้าเกินไปแล้ว ข้าจะไปแต่งบทกวีเช่นนี้ได้อย่างไร นั่นเป็นเพียงประโยคที่ข้าบังเอิญได้ยินจากคนเมาในเมืองหลวงที่ร่ายบทกวีออกมาเท่านั้นเอง ข้าจำได้เพียงประโยคนี้”
เรื่องแบบนี้นางจะโยนความผิดให้อวิ๋นฉี่เยว่ไม่ได้ ไม่งั้นอวิ๋นฉี่เยว่ต้องมาถามนางอีกแน่ นางก็ต้องหาข้ออ้างใหม่อีก ดูเหมือนว่าบทกวีจะเอามาใช้มั่วซั่วไม่ได้ เพราะพอใช้แล้วก็มีคนมาถามหาที่มาที่ไปทันที
เมื่อฉู่อี้ได้ยินดังนั้น จึงไม่ได้ถามซักไซ้เรื่องนี้ต่อ แต่กลับเปลี่ยนเรื่องเป็นดอกไม้ “เจียวเอ๋อร์ชอบดอกไม้พวกนี้หรือ?”
อวิ๋นเจียวพยักหน้า “เจ้าค่ะ ดอกไม้สวยงามเช่นนี้ ข้าย่อมชอบเป็นธรรมดา”
ฉู่อี้จูงมือนางมายังศาลาพลางเอ่ยว่า “รอให้บ้านของเจ้าสร้างเสร็จแล้ว ข้าจะส่งคนไปดูแลสวนให้เจ้า”
ภายในศาลาที่ตั้งอยู่กลางสวนดอกไม้ มีขนมและผลไม้วางเรียงรายเต็มไปหมด บนเตาดินเผาสีแดงอิฐกำลังต้มน้ำอยู่ หลังจากทั้งสองคนเดินเข้าไป ฉู่อี้ก็ชงชาเหมยกุยฮวาผสมน้ำผึ้งให้อวิ๋นเจียวด้วยตนเอง
“ตกลง เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะ!”
อวิ๋นเจียวหยิบถ้วยชาขึ้นมา ยังไม่ทันได้จรดริมฝีปาก ก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้โชยเข้าจมูกอย่างชัดเจน หอมอบอวลยิ่งนัก นางจิบชาหนึ่งอึก รสหวานหอมอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก
“เจียวเอ๋อร์ เจ้าลองชิมขนมไป๋เกา [2] นี้ดูสิ ทำจากข้าวหอมเจียงหนาน ไม่ใส่น้ำตาล กินคู่กับชาเหมยกุยฮวาผสมน้ำผึ้งแล้วเข้ากันที่สุด”
ฉู่อี้เห็นนางชอบชาเหมยกุยฮวาผสมน้ำผึ้งจึงใช้ตะเกียบคีบขนมไป๋เกาส่งไปจรดริมฝีปากของนาง
อวิ๋นเจียวก็ไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจเขา จึงกัดเข้าไปคำหนึ่ง รสชาติก็เป็นอย่างที่ฉู่อี้บอก ขนมไป๋เกาที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของข้าวแต่ไม่หวานเลี่ยน กินคู่กับชาเหมยกุยฮวาผสมน้ำผึ้งหอมหวานเข้ากันได้ดี
“อร่อยจริงๆ ให้ข้าคีบเองเถิด ข้าก็มีมือมีเท้านะ ท่านกับพี่ใหญ่ชอบป้อนข้าอยู่เรื่อย ข้ากลัวว่าโตขึ้นมาแล้วมือจะพิการ แม้แต่กินอะไรเองก็ยังทำไม่ได้”
อวิ๋นเจียวแย่งตะเกียบจากมือฉู่อี้ แล้วคีบขนมในจานกินเอง
ฉู่อี้ได้ยินนางพูดว่าอวิ๋นฉี่เยว่ก็ชอบป้อนนางเช่นกัน ในใจพลันรู้สึกไม่สบายใจนัก เขาอยากเป็นคนเดียวที่ได้ทำดีกับนาง เอาใจใส่ดูแลนาง อยากจะเป็นคนเดียวที่ได้ตามใจเด็กน้อยผู้นี้… แม้ว่าอวิ๋นฉี่เยว่จะเป็นพี่ชายแท้ๆ ของนาง เขาก็… อิจฉา?
ฉู่อี้ก็ไม่รู้ว่าตนเองเป็นอะไรไป หรือว่าเขาตกหลุมรักเด็กน้อยผู้นี้แล้ว? เขาส่ายหน้าในใจ คงเป็นเพราะเขาโหยหาความรักใคร่ในครอบครัวมากเกินไป โหยหาการมีคนเอาใจใส่ดูแล ปรารถนาความอ่อนโยนจากใครสักคน
ดังนั้นเขาจึงอิจฉาอวิ๋นฉี่เยว่ที่มีน้องสาวที่ดีเช่นนี้กระมัง เขาก็อยากมีน้องสาวแบบนี้บ้าง จะได้ดูแลปกป้องนางไปจนแก่เฒ่า
สายตาของฉู่อี้ทอดมองไปที่อวิ๋นเจียว เต็มไปด้วยความอ่อนโยนไร้ที่สิ้นสุด เมื่อเห็นนางชอบขนมที่เขาเตรียมมาให้ก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเศษขนมที่มุมปากของอวิ๋นเจียว ตอนที่อวิ๋นเจียวเพิ่งทะลุมานางยังไม่คุ้นชินกับการถูกดูแลเอาใจใส่เช่นนี้
แต่เมื่อเวลาผ่านไปนางก็ยอมรับความจริงที่ว่าร่างกายของนางยังเป็นเพียงเด็ก จึงค่อยๆ คุ้นชินกับการดูแลจากคนในครอบครัว แต่นางไม่รู้เลยว่าในใจของนางไม่ได้ต่อต้านฉู่อี้ ชายหนุ่มที่เป็นคนนอกเลย
“ค่อยๆ กิน อีกชั่วยามเดียวก็จะถึงเวลามื้อเย็นแล้ว ดื่มชาสักหน่อย…”
อวิ๋นเจียวนึกถึงอาหารที่สั่งไปจึงวางตะเกียบลง ขนมอร่อยก็จริง แต่นางยังอยากกินซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานกับปลากะพงนึ่งอยู่นะ!
“เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าสั่งให้คนนำขนมพวกนี้ไปส่งที่ร้านอวิ๋นหรงแล้ว ไม่ว่าเจ้าจะกินเองหรือจะให้เป็นของขวัญก็เพียงพอแล้ว”
จางหลิงที่แอบมองมาจากที่ไกลๆ ก็ได้แต่ร้องไห้ในใจ ขนมที่นายท่านของเขาสั่งให้คนขี่ม้าเร็วไปแย่งซื้อมาจากร้านขนมฮุ่ยมี่ไจที่เมืองหลวง กลับกลายเป็นเพียงของขวัญที่คุณหนูเจียวเอ๋อร์จะเอาไปมอบให้ใครก็ได้…
เพื่อที่จะส่งมาที่อำเภอจิ่วจิ้นให้ทันเวลา ต้องเปลี่ยนคนเปลี่ยนม้ากลางทาง… เฮ้อ โชคดีที่นายท่านของเขาไม่ใช่ฮ่องเต้ ไม่อย่างนั้นคงถูกตราหน้าว่าเป็นทรราชเป็นแน่
แต่ถึงฮ่องเต้ทรราชจะทำเรื่องไร้สาระเช่นนี้ แต่นั่นก็เพื่อเอาใจสนมคนโปรด ส่วนนายท่านของพวกเขา… คุณหนูเจียวเอ๋อร์ยังเป็นแค่เด็กอยู่เลย!
“ขอบคุณท่านมาก! อ้อ จริงสิ ข้ามีเรื่องสำคัญจะรบกวนท่านด้วย” อวิ๋นเจียวดื่มชาที่ฉู่อี้ยื่นให้ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่านางมีธุระสำคัญที่ต้องพูดกับเขา
เชิงอรรถ
[1] ดอกอิงฮวา (樱花) คือ ดอกซากุระ
[2] ขนมไป๋เกา (白糕) หรือขนมโก๋ คือ ขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวหรือข้าวเจ้า มีสีขาว