ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 252 คำสัญญาของฉู่อี้
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 252 คำสัญญาของฉู่อี้
เมื่อมาถึงร้านอวิ๋นหรง เฉาเหลียนเอ๋อร์ก็จ่ายค่ารถให้สารถีเป็นสามเท่า สารถีผู้นี้ก็เป็นคนฉลาด ย่อมเข้าใจว่าเหตุใดผู้โดยสารจึงทำเช่นนี้ นี่เป็นการปิดปากเขานั่นเอง
แน่นอนว่าเขาจะไม่พูดจาไร้สาระออกไปข้างนอก ครอบครัวร่ำรวยเช่นนี้เขาไม่กล้าไปยุ่งเกี่ยว หากพูดจาเหลวไหลออกไปแล้วถูกคนจับได้ เขาคงจะถูกสั่งสอนจนไม่คุ้มกัน
ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดไม่เหมาะสมสองสามคำของหญิงสาวล้วนไม่มีหลักฐาน ตราบใดที่นางยืนกรานว่าตนเองไม่ได้พูด เขาก็จะกลายเป็นคนที่ใส่ร้ายปรักปรำผู้อื่น หากเป็นเช่นนั้นต่อไปใครจะกล้าเรียกรถม้าของเขาอีก
สารถีกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า บอกว่าตนหูหนวก พวกนางมีอะไรจะสั่งก็ไม่ได้ยินทั้งนั้น ขอให้อภัยด้วย
เฉาเหลียนเอ๋อร์จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ว่านางก็ตัดสินใจแล้ว หากมีคนปล่อยข่าวลือนอกบ้าน นางจะเป็นคนออกมายอมรับเองว่าคำพูดเหล่านี้ล้วนเป็นนางที่พูด เพราะชื่อเสียงของนางถูกเจียงเทียนเป่าทำลายไปหมดแล้ว
เหยียนเซี่ยวโบกมือลาทั้งสองคน เดินทางกลับหมู่บ้านไหวซู่ไปด้วยสีหน้าหดหู่
เฉาเหลียนเอ๋อร์และอวิ๋นเจียวเพิ่งเดินเข้ามาในร้านอวิ๋นหรง เฉาซื่อก็รีบเข้ามาถามทันที “ถังสุ่ยเป็นอย่างไรบ้าง?”
เฉาเหลียนเอ๋อร์รีบพยุงให้นางนั่งลง “ยังดีเจ้าค่ะ ท่านป๋อได้จัดการให้แล้ว ไม่มีใครกล้าทำอะไรเขา ที่พักก็นับว่าสะอาดดี”
เฉาซื่อยังคงกังวล “แต่ว่านั่นก็เป็นคุกนะ!”
ในเวลานี้ไม่ว่าจะปลอบใจอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ ชั่วขณะหนึ่งทุกคนต่างนิ่งเงียบ
“ฮูหยินสาม คุณหนู คุณหนูรอง มากินข้าวก่อนเถิดเจ้าค่ะ เรื่องใหญ่แค่ไหนก็ต้องกินข้าวให้อิ่มก่อน มิเช่นนั้นจะมีแรงไปจัดการเรื่องต่างๆ ได้อย่างไร?”
ด้วยเพราะมีอวิ๋นเจียวอยู่ แม้ว่าเฉาซื่อและเฉาเหลียนเอ๋อร์จะไม่ค่อยอยากอาหาร แต่ก็ยอมทำตามที่ชุนเหมยพูด ไม่เช่นนั้นจะปล่อยให้อวิ๋นเจียวกินข้าวคนเดียวได้อย่างไร?
มื้อนี้ทุกคนต่างไม่ค่อยอยากอาหาร จึงกินไปได้ไม่มากนัก เพิ่งกินข้าวเสร็จ จางหลิงก็มาเยืยนด้วยตัวเอง
อวิ๋นเจียวรีบเข้าไปต้อนรับ “พี่จาง เกิดเรื่องอะไรกับฉู่อี้หรือ?”
จางหลิงคำนับอวิ๋นเจียว แล้วพูดว่า “คุณหนูอวิ๋น ท่านป๋อให้ข้ามาแจ้งว่า ถังสุ่ยจะไม่เป็นไร ภายในไม่เกินสี่ถึงห้าวัน หรือเร็วสุดก็สองถึงสามวัน เขาจะได้กลับมาแล้วขอรับ”
พอได้ยินดังนั้น อวิ๋นเจียวก็ดีใจ เฉาเหลียนเอ๋อร์และเฉาซื่อต่างก็ดีใจอย่างมาก
“เพียงแต่ว่าท่านป๋อจะต้องกลับเมืองหลวง การไปครั้งนี้คงใช้เวลานานพอสมควร ท่านป๋อฝากให้คุณหนูช่วยดูแลท่านโหวผู้เฒ่าด้วย ท่านป๋อไม่ค่อยวางใจที่จะทิ้งท่านโหวผู้เฒ่าไว้เพียงลำพัง”
“นี่คือป้ายคำสั่งที่ท่านป๋อฝากไว้ มีป้ายคำสั่งนี้ คุณหนูก็สามารถเข้าออกจวนได้ทุกที่ แม้แต่จวนพักในอำเภอก็สามารถใช้งานได้ตามสบายขอรับ ข้าน้อยจะอยู่ที่นี่ชั่วคราว พักอยู่ที่จวนในอำเภอ หากคุณหนูมีเรื่องใด ก็ส่งคนไปตามข้าน้อยได้เลย”
พูดจบ เขาก็ส่งสัญญาณไปที่ประตู ทันใดนั้นก็มีชายวัยกลางคนร่างกำยำเดินเข้ามา พร้อมกับหญิงชราที่ดูใจดี เด็กชาย และเด็กสาว
“นี่คือครอบครัวของหม่าอู่ ท่านป๋อยกให้คุณหนู หม่าอู่เป็นทหารเก่า เคยเป็นหน่วยสอดแนมในสนามรบ ท่านป๋อบอกว่าให้เขามาเป็นสารถี หากคุณหนูมีเรื่องใดที่ต้องใช้คนวิ่งเต้น ก็สามารถมอบหมายให้เขาได้เลย เขาเป็นคนเก่าคนแก่ของจวนอยู่แล้ว”
“นี่คือภรรยาของเขา เว่ยซื่อ ลูกชายชื่อซิงเอ๋อร์ ลูกสาวชื่อเสี่ยวเยว่ ท่านป๋อบอกว่าโม่ซ่านไม่ถนัดเรื่องดูแลคน เสี่ยวเยว่ดูแลคุณหนูได้ดีกว่า ส่วนซิงเอ๋อร์และเว่ยซื่อ คุณหนูจะจัดการอย่างไรก็ตามแต่สะดวกขอรับ นี่คือสัญญาขายตัวของพวกเขา ท่านป๋อให้ข้านำมามอบให้คุณหนู”
นี่เป็นความหวังดีของฉู่อี้ อวิ๋นเจียวรับกล่องไม้ที่จางหลิงยื่นให้โดยไม่ปฏิเสธ ปกติก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอเกิดเรื่องขึ้นทีไร ก็รู้สึกว่าคนข้างกายมีน้อยเกินไปทุกที
สำหรับคำไหว้วานของฉู่อี้ อวิ๋นเจียวให้ความสำคัญอย่างมาก “อืม ข้าจะไปดูแลท่านลุงฉู่ให้”
จางหลิงกล่าวต่อ “คุณหนูโปรดวางใจ ท่านป๋อเพิ่งจะไปเมืองหลวง เผยซื่อก็พาเผยหมิ่นออกจากจวนไปแล้ว ในจวนไม่มีใครเกะกะสายตาคุณหนูแล้ว คุณหนูสามารถไปได้อย่างสบายใจ คุณหนูอวิ๋นยังมีอะไรจะสั่งอีกหรือไม่ หากไม่มีแล้ว ข้าน้อยขอตัวลา”
อวิ๋นเจียวส่ายหน้า “หากข้ามีเรื่องใดจะให้คนไปตามเจ้า เจ้าไปทำธุระเถิด”
จางหลิงจากไป หม่าอู่ก็พาครอบครัวมาก้มหัวคำนับอวิ๋นเจียว
อวิ๋นเจียวมีแผนอยู่ในใจแล้วจึงถามซิงเอ๋อร์ว่า “เจ้ารู้หนังสือและคิดบัญชีเป็นหรือไม่?”
ซิงเอ๋อร์ตอบ “เรียนคุณหนู ข้าน้อยพอมีความรู้อยู่บ้างขอรับ”
“แล้วเรื่องฝีมือการต่อสู้ล่ะ?”
“พอได้ขอรับ อืม… เอาชนะองครักษ์ข้างกายฮูหยินได้ขอรับ” ฮูหยินที่เขาพูดถึงก็คือเผยซื่อ
คนแบบนี้แหละที่อวิ๋นเจียวต้องการ นางต้องการสิ่งใด ฉู่อี้ก็ส่งสิ่งนั้นมาให้ทุกที
“เช่นนั้นต่อไปเจ้าก็อยู่ที่ร้านอวิ๋นหรง ช่วยดูแลงานในร้าน ครึ่งปีแรกให้เงินเดือนห้าก้วน [1] ต่อเดือน หากทำงานดี ครึ่งปีหลังจะขึ้นเงินเดือนให้!”
“ขอรับ! ขอบคุณคุณหนู!” ซิงเอ๋อร์ตอบรับด้วยความซาบซึ้ง
จากนั้นนางก็หันไปพูดกับหม่าอู่และเว่ยซื่อว่า “ลุงหม่า ป้าเว่ย พวกท่านทั้งสองคนตามข้ากลับหมู่บ้านไหวซู่”
สองสามีภรรยาได้ยินว่าสามารถทำงานด้วยกันได้ก็ดีใจ รีบตอบรับ “ขอรับ คุณหนู”
“เสี่ยวเยว่ ในเมื่อท่านป๋อให้เจ้ามาดูแลข้า เช่นนั้นเจ้าก็ตามข้ามาเถอะ” ฉู่อี้ช่างละเอียดรอบคอบจริงๆ โม่ซ่านต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของนาง ดังนั้นจึงอาจดูแลเรื่องอื่นๆ ได้ไม่ทั่วถึง
แม้ว่าอวิ๋นเจียวจะไม่ชอบให้คนอื่นมาทำให้ทุกอย่าง แต่ข้างกายนางขาดคนคอยเป็นธุระส่งข่าวอยู่
หลังจากจัดการแบ่งหน้าที่ให้คนของฉู่อี้เรียบร้อยแล้ว อวิ๋นเจียวก็ให้พวกเขาออกไปก่อน จากนั้นจึงพูดกับเฉาซื่อและเฉาเหลียนเอ๋อร์ว่า “ท่านอาสะใภ้สาม พี่หญิงรอง ข้าทิ้งซิงเอ๋อร์ไว้ที่ร้านอวิ๋นหรงก่อน ดูว่าเขาเหมาะที่จะทำงานที่นี่หรือไม่ หากเขาเหมาะสม ต่อไปนี้เรื่องที่ต้องพบปะผู้คนก็มอบให้เขาจัดการไป”
“ส่วนพี่รองก็ดูแลเรื่องบัญชีและห้องปักผ้าก็พอ ก่อนหน้านี้ข้าคิดไม่รอบคอบ พี่รองยังไม่ได้แต่งงาน ปล่อยให้หญิงสาวออกไปติดต่อกับแขกผู้ชายทุกวันเช่นนี้ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร”
เฉาเหลียนเอ๋อร์มีรูปร่างหน้าตางดงาม หากพบเจอคนพาลมาลวนลามก็คงไม่ดีแน่ ยิ่งไปกว่านั้น ซิงเอ๋อร์ยังมีฝีมือการต่อสู้ ทำให้อวิ๋นเจียวอุ่นใจขึ้นอีกมาก
เฉาซื่อมองอวิ๋นเจียวด้วยแววตาซาบซึ้ง จับมือนางไว้แล้วพูดว่า “เจียวเอ๋อร์ ทำให้เจ้าลำบากแล้ว”
เดิมทีเฉาเหลียนเอ๋อร์ตั้งใจว่าจะไม่แต่งงาน แต่ตอนนี้ในใจมีถังสุ่ยแล้ว จึงรู้สึกว่าการจัดการของอวิ๋นเจียวนั้นไม่เลว
“ถ้าอย่างนั้น อาสะใภ้สาม พี่หญิงรอง ข้ากลับหมู่บ้านไหวซู่ก่อนนะเจ้าคะ หากมีเรื่องใดก็ให้ซิงเอ๋อร์กลับไปแจ้งข่าวที่หมู่บ้าน”
อวิ๋นเจียวต้องรีบกลับไปเล่าคำพูดของฉู่อี้ให้ท่านพ่อท่านแม่ฟัง พวกเขาจะได้ไม่ต้องกังวล
เฉาซื่อรีบพูด “เช่นนั้นเจ้ารีบกลับไปเถิด ในอำเภอมีพวกเรา ส่วนถังสุ่ยพวกเราก็จะคอยดูแลเขาเอง”
หลังจากส่งอวิ๋นเจียวไปแล้ว เฉาเหลียนเอ๋อร์ก็ถอนหายใจ “บุญคุณของท่านป๋อ พวกเราไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรเลย”
เฉาซื่อกล่าว “ท่านป๋อช่วยเหลือก็เพราะเห็นแก่ลุงรองของเจ้า เห็นแก่เจียวเอ๋อร์ ฉะนั้นบุญคุณครั้งนี้พวกเราก็จำไว้ว่าเป็นของครอบครัวลุงรองของเจ้าก็แล้วกัน”
เฉาเหลียนเอ๋อร์พยักหน้าเห็นด้วย “ท่านแม่ ข้าจะต้องช่วยเจียวเอ๋อร์ดูแลร้านอวิ๋นหรงให้ดีที่สุด!”
“แย่แล้ว เกาซิ่วไฉผูกคอตายแล้ว!”
ช่างปักผ้าที่ออกไปซื้อของแล้วเพิ่งกลับเข้ามา เห็นเฉาเหลียนเอ๋อร์กับเฉาซื่อก็รีบพูดขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
เฉาซื่อกับเฉาเหลียนเอ๋อร์ตกใจ รีบลุกขึ้นคว้าตัวช่างปักผ้ามาถาม “เกิดเรื่องอะไรขึ้น? เหตุใดเกาซิ่วไฉถึงผูกคอตาย?”
ช่างปักผ้าจึงเล่าเรื่องที่ตนเองได้ยินมาให้ฟังอย่างละเอียด เฉาซื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกหน้ามืด ตาลาย ส่วนเฉาเหลียนเอ๋อร์ก็หน้าซีดเผือด
เฉาเหลียนเอ๋อร์ตีอกชกหัว และโทษตัวเองอย่างหนัก หากไม่ใช่เพราะนาง คงไม่เกิดเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นถังสุ่ยหรือท่านป๋อ ล้วนแต่ต้องมาเดือดร้อนเพราะช่วยเหลือนางทั้งนั้น!
“เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะข้า หากไม่ใช่เพราะข้า พี่ถังสุ่ยก็คงไม่ต้องติดคุก ท่านป๋อก็คงไม่ต้องมาเดือดร้อนเช่นนี้!”
เชิงอรรถ
[1] ก้วนหรือพวงเงิน (吊钱) มีค่า 1,000 อีแปะ ซึ่งมีค่าเท่ากับประมาณหนึ่งตำลึงเงิน ห้าก้วนจึงมีค่าประมาณ 5,000 อีแปะ