ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 253 ความกังวล
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 253 ความกังวล
เฉาเหลียนเอ๋อร์ตำหนิตนเองจนเฉาซื่อน้ำตาไหลด้วยความสงสาร นางกอดบุตรสาวไว้ พูดซ้ำๆ ว่าไม่ใช่ความผิดของนาง ผิดที่ย่า ผิดที่ปู่ ผิดที่อาหญิงใจดำ
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องรีบบอกเรื่องนี้กับครอบครัวของอวิ๋นโส่วจง สองแม่ลูกไม่รอช้า รีบให้ซิงเอ๋อร์ไปตามอวิ๋นเจียวกลับมา
เมื่ออวิ๋นเจียวรีบกลับมาถึงหมู่บ้านไหวซู่ ก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คนในครอบครัวฟัง
อวิ๋นโส่วจงขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งขรึม “เขาจะช่วยถังสุ่ยออกมา ตอนนี้เกาซิ่วไฉก็มาเกิดเรื่องอีก ขุนนางฝ่ายตรวจการของราชสำนักย่อมต้องหาทางเล่นงานเขาแน่ๆ ไม่แปลกที่เขาต้องรีบกลับเมืองหลวง”
ฟางซื่อก็กังวลใจไม่น้อย เดิมทีพวกเขาไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างฉู่เผยเหวินกับนายท่าน เพียงแต่รู้สึกประทับใจในตัวฉู่อี้ อีกทั้งในตอนนั้น พวกเขาก็ช่วยชีวิตฉู่อี้เอาไว้ ทั้งสองครอบครัวจึงผูกพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ฉู่อี้เด็กคนนั้นอายุยังน้อยแท้ๆ ต้องมาแบกรับเรื่องราวมากมายเช่นนี้ คงไม่ง่ายดายนัก กลุ่มบัณฑิตในแคว้นต้าเยี่ยมีอิทธิพลไม่น้อย ครั้งนี้เขา…”
อวิ๋นฉี่เยว่เอ่ยขึ้น “ข้าว่าฉู่อี้น่าจะมีแผนรับมืออยู่แล้ว เขาคงไม่ทำเรื่องที่เป็นผลเสียต่อตนเอง หากท่านพ่อท่านแม่ไม่สบายใจ ข้าจะไปเมืองหลวงสักรอบ”
อวิ๋นโส่วจงไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของอวิ๋นฉี่เยว่ “เจ้าไปเมืองหลวงก็ช่วยอะไรไม่ได้ คงได้แค่ไปสืบข่าวเท่านั้น แต่ไม่ว่าข่าวดีหรือร้าย เราจะรู้ช้าหรือเร็ว สุดท้ายเราก็ต้องรู้อยู่ดี”
อวิ๋นเจียวนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ฉู่อี้เคยเล่าให้ฟัง นางก็รู้สึกว่าฉู่อี้ไม่ใช่คนไร้แผนการ เขาตัดสินใจทำเช่นนี้ ย่อมต้องมีแผนสำรองแน่นอน ว่าตามเหตุผลแล้ว แม้นางจะรู้ว่าฉู่อี้ไม่เป็นไร แต่ในใจก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าก็เห็นด้วยกับพี่ใหญ่ ฉู่อี้น่าจะไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่ท่านลุงฉู่ ฉู่อี้ได้ฝากให้พวกเราดูแล พรุ่งนี้เป็นต้นไป ข้าจะไปเยี่ยมท่านลุงทุกวันนะเจ้าคะ”
อวิ๋นโส่วจงพยักหน้า ฟางซื่อเอ่ยว่า “ถูกต้องแล้ว ท่านโหวเฒ่าป่วยหนักเช่นนั้น พวกเราดูแลท่านสักหน่อยก็สมควร”
อวิ๋นโส่วจงกล่าว “เรื่องอื่นพวกเราช่วยอะไรมากไม่ได้ ก็ช่วยเท่าที่เราช่วยได้ให้ดีที่สุด เด็กคนนั้นจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องทางนี้มากนัก”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ นี่คือสัญญาขายตัวของคนบ้านนั้นที่ฉู่อี้ให้ข้ามาเจ้าค่ะ” เมื่อพูดเรื่องสำคัญจบแล้ว อวิ๋นเจียวก็หยิบสัญญาขายตัวของครอบครัวหม่าอู่ออกมา
ฟางซื่อกล่าว “ในเมื่อเด็กคนนั้นให้เจ้ามา เจ้าก็เก็บไว้เถิด”
อวิ๋นเจียวกล่าว “ของพวกนี้ ท่านแม่เก็บไว้เถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่ชอบดูแลเรื่องพวกนี้”
นางไม่ยุ่งเกี่ยวกับสัญญาทั้งหมดในบ้าน แม้จะมีพื้นที่เก็บของจากระบบเถาเป่า แต่ของเสมือนแบบนี้ ใครจะรู้ว่าจะเกิดข้อผิดพลาดและหายไปตอนไหน?
ฟางซื่อคิดดูแล้วก็เห็นด้วย จึงรับสัญญาขายตัวมาเก็บไว้ ตอนนี้ทั้งฟางซื่อและอวิ๋นโส่วจงต่างก็ไม่อาจเกรงใจฉู่อี้ได้อีกแล้ว
ในเมื่อน้องสาวรับไว้แล้ว อวิ๋นฉี่เยว่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่คิดว่าเดือนนี้จะแต่งบทประพันธ์เล่มหนึ่งส่งไปให้ร้านหนังสือหังไจ ถือเป็นการตอบแทนน้ำใจที่ฉู่อี้มอบคนให้
เมื่อพูดถึงเรื่องของฉู่อี้จบแล้ว ฟางซื่อก็เล่าเรื่องท่านปู่ของถังสุ่ยให้อวิ๋นเจียวฟัง
“ข้าให้กู่ชิงพักงานในไร่ ไปดูแลท่านปู่ของถังสุ่ยแทน เรื่องของถังสุ่ย ข้ากับท่านพ่อเจ้าปรึกษากันแล้ว ตัดสินใจปิดเรื่องนี้ไว้ก่อน ก็บอกเขาไปว่าถังสุ่ยเข้าป่าไปกับคนในบ้านเรา ไม่ทันได้ร่ำลา อีกไม่กี่วันก็จะกลับมา”
“ก่อนหน้านี้ข้ากลัวว่าเรื่องที่ถังสุ่ยฆ่าคนจะเป็นเรื่องจริง หากท่านปู่รู้เข้าอย่างกะทันหัน เกรงว่าจะรับไม่ไหว แต่ตอนนี้ในเมื่อฉู่อี้บอกว่าถังสุ่ยจะถูกปล่อยตัว แสดงว่าเขามีวิธีจัดการเรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ท่านปู่กังวลไปด้วย”
ทุกคนต่างเห็นด้วยกับคำพูดของนาง พูดคุยกันอีกพักหนึ่ง อวิ๋นเจียวก็กลับห้อง อวิ๋นเจียวเหนื่อยมาทั้งวัน เสี่ยวเยว่จึงรับหน้าที่ดูแลปรนนิบัตินางล้างหน้าล้างตา พออวิ๋นเจียวลงแช่น้ำก็เผลอหลับไป
อวิ๋นฉี่เยว่กลับไปหาฟางซื่อกับอวิ๋นโส่วจงอีกครั้ง หลังจากพูดคุยกันสองสามีภรรยาจึงยินยอมให้เขาไปเมืองหลวง
วันรุ่งขึ้น เมื่ออวิ๋นเจียวรู้ว่าอวิ๋นฉี่เยว่จะไปเมืองหลวง ขณะที่เขากำลังไปลาอาจารย์หม่า นางก็รีบเขียนจดหมายถึงฉู่อี้ฉบับหนึ่ง ฝากให้อวิ๋นฉี่เยว่ช่วยนำไปให้เขา
อวิ๋นฉี่เยว่รับจดหมายมา ก็แสร้งทำเป็นงอน “พี่ใหญ่จะไปเมืองหลวงแล้ว เจียวเอ๋อร์ไม่เห็นห่วงพี่ใหญ่บ้างเลย?”
อวิ๋นเจียวกอดแขนเขาแล้วแกว่งไปมา พลางพูดว่า “พี่ใหญ่ยังไม่ทันจะไป ข้าก็คิดถึงพี่ใหญ่แล้ว พี่ใหญ่ยังพูดว่าข้าไม่ห่วงอีก!”
คำพูดนี้ดังขึ้นในหูของอวิ๋นฉี่เยว่ เปรียบเสมือนสายน้ำอุ่นๆ ไหลผ่านเข้าสู่หัวใจ
“พี่ใหญ่ไม่อยู่บ้าน เจ้าต้องกินข้าวให้ตรงเวลา นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เวลาออกไปข้างนอกต้องมีคนติดตามไปด้วย ต้องใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม อย่าให้หนาวหรือร้อนเกินไป รอพี่ใหญ่กลับมาจากเมืองหลวงแล้ว พี่ใหญ่จะซื้อนิยายให้เจ้าอีกดีหรือไม่?”
อวิ๋นเจียวรีบพยักหน้า “พี่ใหญ่วางใจเถิด ข้าจะระวังตัว รอท่านกลับมา ข้าจะทำอาหารอร่อยๆ ให้ท่านกิน!”
อวิ๋นฉี่เยว่ใช้มือลูบจมูกของอวิ๋นเจียวเบาๆ พลางยิ้มแล้วกล่าว “เจียวเอ๋อร์พูดแล้วต้องรักษาคำพูดนะ”
อวิ๋นเจียวทำหน้าเศร้าเล็กน้อย “คราวนี้พี่ใหญ่รีบร้อนเกินไป ข้ายังไม่ทันได้เตรียมของกินเล่นไว้ให้พี่ใหญ่เลย”
มีน้องสาวที่คอยห่วงใยเช่นนี้ อวิ๋นฉี่เยว่รู้สึกอบอุ่นหัวใจ เขายิ้มแล้วปลอบอวิ๋นเจียวว่า “พี่ใหญ่ไม่ได้ไปนาน แค่ไปดูว่าเรื่องของฉู่อี้ เขาจะจัดการอย่างไร แค่อยากให้ใจสงบเท่านั้นเอง ไม่ได้ไปทำเรื่องอะไร อีกไม่กี่วันก็กลับแล้ว ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก หากระหว่างทางขาดเหลืออะไร พี่ใหญ่เอาเงินติดตัวไปมากพอ ใช้เงินซื้อเอาได้”
ถึงแม้จะอาลัยอาวรณ์ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องไป โม่จู๋ติดตามอวิ๋นฉี่เยว่ไปด้วย อวิ๋นเจียวมองจนกระทั่งมองไม่เห็นรถม้าแล้ว จึงยอมกลับเข้าไปกินข้าว
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว อวิ๋นโส่วจงกับฟางซื่อก็พาอวิ๋นเจียวไปที่หมู่บ้านหยางหลิ่วที่อยู่ติดกัน อันดับแรกคือไปเยี่ยมท่านโหวเฒ่า อันดับที่สองคือไปเยี่ยมท่านปู่ของถังสุ่ย
นี่เป็นครั้งแรกที่อวิ๋นโส่วจงกับฟางซื่อไปเยี่ยมท่านโหวเฒ่า ไม่รู้จะเอาอะไรติดไม้ติดมือไป ฟางซื่อจึงห่อเกี๊ยวไส้ผักและไส้เห็ดเอาไว้ตั้งแต่เช้า คิดว่าตอนเที่ยงจะได้นึ่งกินที่จวน ให้ท่านโหวเฒ่าได้ลิ้มลอง
ส่วนอวิ๋นเจียว เมื่อวานตอนที่กลับมา พอเจอหน้าอวิ๋นฉี่รุ่ย ก็ให้เขาไปตามเด็กๆ มาช่วยกันจับจิ้งหรีดที่แข็งแรงมาให้ โดยสัญญาว่าจะให้ราคาจิ้งหรีดตัวละสิบอีแปะ
อวิ๋นเจียวยังไม่ทันตื่นนอน อวิ๋นฉี่รุ่ยก็เอาจิ้งหรีดมาให้แล้ว มีอยู่สิบกว่าตัว แต่ละตัวใส่ไว้ในกล่องใบเล็กๆ ที่สานจากหญ้า
เสี่ยวเยว่รับไว้แทนอวิ๋นเจียว เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับคำสั่งจากอวิ๋นเจียวแล้ว หลังจากรับจิ้งหรีดมาแล้ว ก็มอบเงินให้กับอวิ๋นฉี่รุ่ย พออวิ๋นฉี่รุ่ยออกไป ก็ถูกเด็กๆ ที่รออยู่ข้างนอกรุมล้อมด้วยความตื่นเต้น
เมื่อมาถึงจวนของฉู่อี้ องครักษ์ที่เฝ้าประตูต่างได้รับคำสั่งจากจางหลิงมาก่อนแล้ว รู้ดีว่าคนตระกูลอวิ๋นเป็นแขกคนสำคัญของท่านป๋อ ยิ่งไปกว่านั้น อวิ๋นเจียวยังนำป้ายคำสั่งของฉู่อี้ออกมา พวกเขาจึงไม่กล้าละเลยแม้แต่น้อย
พ่อบ้านรีบออกมาต้อนรับด้วยความกระตือรือร้น ฉู่อี้เคยสั่งเขาเป็นการส่วนตัว ให้ทำตามคำสั่งของอวิ๋นเจียว คำสั่งของอวิ๋นเจียวก็เปรียบเสมือนคำสั่งของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ฉู่อี้มอบป้ายคำสั่งสูงสุดให้กับอวิ๋นเจียว แสดงให้เห็นว่าอวิ๋นเจียวมีฐานะสำคัญในใจของฉู่อี้มากเพียงใด
“…ท่านป๋อเคยบอกไว้ว่า คุณหนูอวิ๋น นายท่านรองอวิ๋น และฮูหยินจะมาเยี่ยมท่านโหวเฒ่า ให้บ่าวรับใช้พวกท่านอย่างดี”
“ท่านลุงฉู่อยู่ที่ใดเล่า สบายดีหรือไม่?”
“เรียนคุณหนูอวิ๋น สองวันมานี้ท่านโหวเฒ่าไม่ค่อยสบายสักเท่าไร ท่านโหวเฒ่ามีโรคเรื้อรังเก่า ทุกวันที่หนึ่งและสิบห้าของทุกเดือน จะมีอาการเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกายขอรับ”