ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 254 โรคเก่ากำเริบ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 254 โรคเก่ากำเริบ
พ่อบ้านเชิญอวิ๋นเจียวและครอบครัวเข้าไปในห้องโถงด้านหน้า จากนั้นจึงเรียกผู้ดูแลทุกคนมาแนะนำให้รู้จักอวิ๋นเจียว และสามีภรรยาตระกูลอวิ๋น
แล้วกำชับอย่างหนักแน่นว่า “ท่านป๋อสั่งไว้ว่า คำสั่งของคุณหนูอวิ๋นก็คือคำสั่งของท่านป๋อ พวกเจ้าทั้งหลายจำให้ขึ้นใจ หากข้ารู้ว่าผู้ใดละเลย ไม่ให้ความสำคัญกับคำพูดของคุณหนูอวิ๋น ก็ระวังตัวให้ดีเถอะ!”
เหล่าผู้ดูแลรับคำเป็นเสียงเดียวกัน พ่อบ้านจึงอนุญาตให้พวกเขาออกไป
สาวใช้ยกน้ำชาเข้ามาให้ ฟางซื่อจึงเอ่ยถาม “โรคเก่าของท่านโหวผู้เฒ่าไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้แล้วหรือ?”
หากเป็นคนนอกเอ่ยถามเช่นนี้คงถือว่าเสียมารยาท แต่ฟางซื่อและอวิ๋นโส่วจงนับตั้งแต่ที่ได้เห็นป้ายตราพยัคฆ์แล้ว พวกเขาก็เห็นท่านโหวผู้เฒ่าฉู่เผยเหวินเป็นดั่งมิตรแท้ของนายท่านของพวกเขาเอง อันที่จริงแล้วแค่การที่ติ้งอันโหวมอบป้ายตราพยัคฆ์ให้แก่ฉู่เผยเหวิน เพียงเท่านี้ก็อธิบายทุกอย่างได้กระจ่างแล้ว
พ่อบ้านเป็นคนเฉลียวฉลาด สามารถแยกแยะออกว่าใครจริงใจหรือเสแสร้ง ความห่วงใยในดวงตาของฮูหยินรองสกุลอวิ๋นผู้นี้ขณะเอ่ยถามนั้นล้วนมาจากใจจริง ไม่เหมือนกับฮูหยินผู้นั้นที่แม้แต่จะเสแสร้งก็ยังไม่คิดจะทำ
“เรียนฮูหยินรอง หมอเทวดาในเมืองหลวงต่างก็ตรวจดูอาการของท่านโหวผู้เฒ่ากันหมดแล้ว ทุกคนต่างจนปัญญากับโรคของท่านโหวเฒ่า หมอประจำจวนก็ทำได้เพียงฝังเข็มบรรเทาอาการให้แก่ท่านโหวเฒ่าเท่านั้น แต่ระยะหลังมานี้ผลของการฝังเข็มก็ไม่ค่อยได้ผลแล้วขอรับ”
“เฮ้อ… ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ พวกเราเข้าไปเยี่ยมท่านโหวผู้เฒ่าได้หรือไม่?” อวิ๋นโส่วจงถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ชื่อเสียงของเจิ้นหย่วนโหวเลื่องลือไปทั่วแผ่นดิน ก็เหมือนกับนายท่านของเขา ผู้คนต่างยกย่องให้เป็นเทพสงคราม
พ่อบ้านรีบเอ่ย “เชิญท่านทั้งสามตามบ่าวมาเลยขอรับ”
ห้องที่ฉู่เผยเหวินพักอยู่ไม่ได้อยู่ไกลจากห้องโถงด้านหน้า เดินไม่นานก็ถึง
บ่าวไพร่ในลานบ้านเห็นพ่อบ้านพาคนตระกูลอวิ๋นมา ต่างก็วางมือจากงานแล้วคำนับ แต่ภายในลานบ้านแห่งนี้นอกจากเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดของท่านโหวผู้เฒ่าแล้ว ก็ไม่มีเสียงอื่นใด
เห็นได้ชัดว่าฉู่อี้ปกครองดูแลบ่าวไพร่ในจวนเป็นอย่างดี ทุกคนล้วนได้รับการสั่งสอนมาอย่างดี มีระเบียบวินัย
พอเข้าไปในห้องของฉู่เผยเหวิน อวิ๋นเจียวก็เห็นชายชรานอนทรมานอยู่บนเตียงไม้จินซือหนานแกะสลักงดงาม แขน ขา และเอวของเขาถูกมัดไว้กับเตียงด้วยผ้าไหม หมอต้วนกำลังฝังเข็มให้เขา ส่วนสาวใช้ก็คอยบิดผ้าเย็นเช็ดเหงื่อให้เขาไม่หยุด
พ่อบ้านอธิบายว่า “ที่มัดตัวท่านโหวเฒ่าไว้เช่นนี้ก็เป็นการจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้ท่านทำร้ายตนเองเวลาที่เจ็บปวดจนทนไม่ไหวขอรับ”
ทั้งสามคนยืนมองอยู่ด้านข้างด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ สำหรับสามีภรรยาตระกูลอวิ๋นแล้ว เมื่อหลายปีก่อนฉู่เผยเหวินเป็นถึงวีรบุรุษผู้เกรียงไกรในสนามรบ ไม่คาดคิดว่ายามแก่ชรา นอกจากจะเสียสติแล้ว ยังต้องมาทนทุกข์ทรมานเช่นนี้อีก
ส่วนอวิ๋นเจียวนั้นเป็นเพราะเขาคือบิดาของฉู่อี้ ในใจของนาง แม้ท่านโหวเฒ่าผู้นี้จะเสียสติและเอาแต่ใจในบางครั้ง แต่ก็ยังมีมุมที่ดูน่ารักอยู่บ้าง นางจึงถือว่าเขาเป็นญาติผู้ใหญ่ของตัวเอง
“ท่านไม่ได้บอกว่าการฝังเข็มไม่ได้ผลแล้วหรือ?”
“เรียนคุณหนู ที่ฝังเข็มอยู่ก็เพียงแต่หวังว่าจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้แก่ท่านโหวผู้เฒ่าได้บ้างไม่มากก็น้อยขอรับ”
อวิ๋นเจียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็นึกสงสารบิดาของฉู่อี้ จึงเอ่ยขึ้นว่า “ข้าขอตรวจดูอาการท่านลุงฉู่เป็นการส่วนตัว บางทีอาจหาวิธีบรรเทาอาการปวดของท่านได้”
หมอต้วนเริ่มถอนเข็มออกจากร่างของท่านโหวเฒ่าพลางพูดเยาะเย้ย “เด็กน้อยอย่างเจ้าจะมีวิธีอะไร อย่าบอกนะว่าจะสวดมนต์ภาวนา วาดยันต์อะไรเทือกนั้นอีก!”
หมอผู้นี้เคยรักษาอาการป่วยของอวิ๋นฉี่ซานมาก่อน แม้เขาพูดจาดูถูกเหยียดหยาม อวิ๋นเจียวก็ไม่ใส่ใจ นางเพียงหันไปมองพ่อบ้าน “ท่านลุงพ่อบ้าน ให้ข้าลองดูได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“เหลวไหล ท่านโหวเฒ่ามิใช่พี่รองของเจ้าเสียหน่อย เรื่องความเป็นความตายเช่นนี้จะปล่อยให้เจ้าทำตามใจชอบได้อย่างไร? หากท่านโหวเฒ่าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา ต่อให้เจ้ามีสิบหัวก็ไม่พอให้ตัดหรอก!”
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ สามีภรรยาตระกูลอวิ๋นก็ไม่พอใจ แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปาก พ่อบ้านก็พูดขึ้นว่า “หมอต้วน ท่านล้ำเส้นเกินไปแล้ว! ท่านป๋อสั่งไว้ว่า คำพูดของคุณหนูอวิ๋นก็คือคำสั่งท่านป๋อ ท่านหมอต้วน เชิญท่านออกไปก่อนเถิด!”
หมอต้วนโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าอวิ๋นเจียวและพ่อบ้าน “ดี… ดี… ดี พวกเจ้า พวกเจ้าไม่เห็นแก่ชีวิตของท่านโหวเฒ่า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ไม่ขอรับใช้จวนป๋ออีกต่อไป จะได้ไม่ต้องมาซวยเพราะพวกเจ้า!”
พ่อบ้านยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย “เช่นนั้นเชิญท่านหมอต้วนไปรับค่าตอบแทนที่ห้องบัญชีเถิด”
หมอต้วน “…”
ช่างน่าโมโหยิ่งนัก เขาแค่พูดไปเช่นนั้น ใครจะคิดว่าจะต้องถูกไล่ออกจากจวนป๋อจริงๆ? เบี้ยหวัดประจำเดือนของจวนป๋อคือยี่สิบตำลึงเงินเชียวนะ งานดีๆ เช่นนี้ หากออกไปแล้ว เขาจะไปหาได้จากที่ไหนอีก!
ทำไมเขาถึงปากเสียเช่นนี้! แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้จะมาเสียใจก็สายเสียแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนที่รักศักดิ์ศรี จึงสะบัดแขนเสื้อแล้วเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
“พวกเจ้า… พวกเจ้าจะต้องเสียใจภายหลัง ถึงตอนนั้นจะร้องไห้ก็ไม่ทันแล้ว!”
ฮึ หากท่านโหวเฒ่าเกิดเรื่องไม่คาดฝัน รอท่านป๋อกลับมา ดูซิว่าพวกเขาจะอธิบายอย่างไร!
อวิ๋นเจียวคิดว่านางต้องเสียเวลาอธิบายอีกนาน ไม่คิดเลยว่าพ่อบ้านผู้นี้จะกล้าหาญถึงเพียงนี้ ยอมให้นางตรวจดูอาการของท่านโหวเฒ่าเป็นการส่วนตัว แล้วยังไล่หมอที่พูดจาไม่สุภาพกับนางออกไปอีก…
เมื่อเห็นนางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พ่อบ้านก็โค้งคำนับแล้วเอ่ยว่า “คุณหนูอวิ๋น ท่านป๋อสั่งไว้ว่า คำพูดของคุณหนูก็คือคำสั่งของท่านป๋อขอรับ”
“ขอบคุณท่านลุงพ่อบ้านที่เชื่อใจ ท่านวางใจ ข้าแค่ดูอาการของท่านลุงฉู่เท่านั้น แต่หากข้ายังไม่อนุญาต ห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามาโดยเด็ดขาด!” นางจะพูดอะไรได้อีก นอกจากชื่นชมฉู่อี้ที่ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาได้ยอดเยี่ยม คำพูดของเขานั้น ผู้ใต้บังคับบัญชาล้วนให้ความสำคัญและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ส่วนฉู่อี้ เขาไว้ใจนางอย่างไม่มีข้อกังขา จู่ๆ อวิ๋นเจียวก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ นางรู้สึกดีกับความไว้วางใจนี้เป็นอย่างมาก
แม้ในใจพ่อบ้านจะรู้สึกสงสัยและกังวล แต่ก็ยังรับคำทันที “ขอรับ คุณหนูอวิ๋นโปรดวางใจ บ่าวจะนำคนมาคอยดูแลอยู่ด้านนอกด้วยตัวเองขอรับ”
กล่าวจบก็ทำท่าเชิญอวิ๋นโส่วจงและฟางซื่อ “นายท่านรองอวิ๋น ฮูหยินรอง เชิญท่านทั้งสองตามบ่าวมาดื่มชาสนทนากันที่ด้านนอกก่อนเถิดขอรับ”
หลังจากทุกคนออกไปจากห้องแล้ว อวิ๋นเจียวก็รีบเปิดร้านขายยาออนไลน์ในเถาเป่า เลือกบริการแพทย์ออนไลน์ และใช้คะแนนสะสมเพื่อเปิดการวินิจฉัยระยะไกล
หลังจากตรวจชีพจรและสังเกตอาการแล้ว อวิ๋นเจียวก็ทำการเจาะเลือดตามคำแนะนำของหมอ
เมื่อผลตรวจเลือดออกมา หมอกลับบอกว่า “ผลเลือดและการตรวจคัดกรองมะเร็งปกติดี แต่ความเจ็บปวดของผู้ป่วยต้องมีสาเหตุ งั้นลองทำการตรวจหาสารพิษเพิ่มอีกอย่างหนึ่ง รอสักครู่หมอจะจัดของให้”
“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ”
หลังจากชำระเงินแล้ว อวิ๋นเจียวก็ทำการเจาะเลือดของฉู่เผยเหวินอีกครั้ง ครั้งนี้นางทำตามคำแนะนำของหมอ โดยใส่สารเคมีสำหรับตรวจหาสารพิษลงในเครื่องตรวจเลือดแบบพกพา รอประมาณครึ่งชั่วโมง ผลการตรวจก็ออกมา
แพทย์ออนไลน์ในเถาเป่าเห็นผลตรวจแล้วก็ยืนยันว่า “เป็นพิษ แถมยังได้รับพิษมานานแล้ว อย่างน้อยก็สิบปี! เพียงแต่ไม่เคยพบสารพิษชนิดนี้มาก่อน แต่จากการวิเคราะห์เลือดแล้ว ยังสามารถล้างพิษได้”
“ตอนนี้ระดับสารพิษในร่างกายของเขาอยู่ในระดับสูงสุด สามารถบรรเทาอาการโดยการเปลี่ยนถ่ายเลือดได้ชั่วคราว แต่คุณต้องรีบหาต้นตอของสารพิษโดยเร็ว จากการวิเคราะห์เลือดแล้ว สารพิษชนิดนี้น่าจะสะสมอยู่ในร่างกายมาเป็นเวลานาน”
อวิ๋นเจียวได้ยินแล้วก็รู้สึกขนลุก ท่านโหวผู้เฒ่าถูกวางยาพิษ แถมยังได้รับพิษมานานกว่าสิบปี! เช่นนั้นการที่ท่านโหวผู้เฒ่าเสียสติ จะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่
อวิ๋นเจียวกำลังจะเอ่ยถาม หมอบนเถาเป่าก็พูดขึ้นอีกว่า “สารพิษชนิดนี้น่าจะส่งผลต่อสติปัญญา จากระดับสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกายของผู้ป่วยในตอนนี้ หากไม่ได้รับการรักษา เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินสองปี!”
“คุณหมอคะ แล้ว… ลุงของฉันยังมีทางรักษาไหมคะ?”
“มีทางรักษา วันนี้ทำการเปลี่ยนถ่ายเลือดเพื่อรักษาก่อน ไตและตับของผู้ป่วยมีสารพิษสะสมอยู่มากเกินไป นอกจากกินยาขับล้างสารพิษแล้ว ยังต้องทำการฟอกเลือดเพื่อรักษาด้วย”