ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 255 พิษ
อวิ๋นเจียวเอ่ยอย่างรีบร้อน “ถ้างั้นรบกวนคุณหมอจ่ายยาให้ด้วยนะคะ แล้วก็ขอเครื่องฟอกเลือดด้วย เอาเป็นว่าขออุปกรณ์การแพทย์และยาทั้งหมดที่ใช้รักษาโรคนี้ เอาแบบที่ดีที่สุดเลยนะคะ”
หมอ “ได้ค่ะ หมอจะจ่ายยาให้เดี๋ยวนี้ เชิญไปชำระเงินได้เลยค่ะ”
อวิ๋นเจียว “ขอบคุณค่ะคุณหมอ”
การชำระเงินครั้งนี้ ทำเอาเงินในอาลีเพย์ของอวิ๋นเจียวหมดเกลี้ยง นางแอบดีใจที่หลังจากส่งของให้ร้านอวิ๋นหรงแล้ว นางได้แลกเงินไว้หนึ่งพันตำลึงมาเก็บไว้ในบัญชี ไม่งั้นตอนนี้นางคงแย่แน่
อวิ๋นเจียวเริ่มทำการถ่ายเลือดให้ท่านโหวผู้เฒ่าตามคำแนะนำของหมอ เลือดที่ใช้ในการถ่ายเลือดต้องใช้มากเป็นห้าเท่าของเลือดของผู้ป่วย อีกทั้งกระบวนการก็ซับซ้อน ต้องคอยสังเกตอาการของผู้ป่วยเป็นระยะๆ
เมื่อการถ่ายเลือดเสร็จสิ้น อวิ๋นเจียวก็ลากร่างกายที่อ่อนล้าไปเก็บขยะทางการแพทย์ให้เรียบร้อย ตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่น จึงให้คนเข้ามา
เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม บนใบหน้าของพ่อบ้านยังคงนิ่งเฉย แต่ในใจกลับร้อนรุ่มยิ่งนัก
ภายในห้องมีแต่กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง อวิ๋นเจียวเห็นพวกเขาเข้ามา จึงอธิบายว่า “ปลดเชือกที่มัดท่านลุงฉู่ได้แล้วเจ้าค่ะ วันนี้เขาจะไม่รู้สึกเจ็บปวดแล้ว เพียงแต่ข้าไม่ได้ขออนุญาตท่านลุงพ่อบ้านก่อนที่จะทำการถ่ายเลือดให้ท่านลุงฉู่”
ภายในห้อง มีอ่างทองแดงที่ใส่เลือดอยู่สามอ่าง เลือดเหล่านี้มีสีคล้ำ ไม่ใช่สีแดงสดเหมือนเลือดปกติ
หัวใจของพ่อบ้านกระตุก เขาไม่รอช้า รีบหยิบผ้าปูโต๊ะมาคลุมอ่างทองแดงไว้ แล้วเอ่ยขอโทษ “บ่าวจะนำเลือดของท่านโหวผู้เฒ่าไปจัดการก่อน ลำบากคุณหนูอวิ๋นแล้ว เชิญพักผ่อนก่อนเถิด บ่าวจะให้คนไปเตรียมอาหารมาให้”
อวิ๋นโส่วจงรีบอุ้มอวิ๋นเจียวขึ้น เดินหาเก้าอี้ในห้องให้นางนั่ง ส่วนฟางซื่อก็ไปจัดแจงเตรียมน้ำชาและขนม
เนื่องจากพ่อบ้านสั่งให้บ่าวไพร่แยกย้ายไปแล้ว ส่วนองครักษ์ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกก็มีหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยของท่านโหวผู้เฒ่า แน่นอนว่าไม่สามารถเรียกใช้ให้พวกเขาทำงานจิปาถะได้
อวิ๋นเจียวจิบชาอุ่นๆ แล้วกินขนมไปคำหนึ่ง ความรู้สึกว่างเปล่าในท้องจึงทุเลาลงบ้าง
นางจุ่มน้ำชาเขียนตัวอักษรสองตัวลงบนโต๊ะน้ำชา ‘โดนพิษ’ สีหน้าของฟางซื่อและอวิ๋นโส่วจงก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที
จากนั้น อวิ๋นเจียวก็เขียนอักษร ‘สิบปี’
ฟางซื่อและอวิ๋นโส่วจงรู้สึกว่า ท่านโหวผู้เฒ่าแบบเช่นนี้ ช่างน่าสงสารยิ่งกว่านายท่านผู้วายชนม์เสียอีก โดนคนวางยาพิษมาถึงสิบปี!
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าอยากจะพักอยู่ที่นี่สักพัก ช่วงนี้ท่านลุงฉู่ยังต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด”
ฟางซื่อและอวิ๋นโส่วจงลังเลใจ พวกเขาไม่อยากทิ้งลูกสาวไว้ที่นี่ ใครจะรู้ว่ายังมีคนวางยาพิษอยู่หรือไม่ หากว่า…
อวิ๋นเจียวเอ่ย “หากท่านพ่อท่านแม่ไม่สบายใจ ก็อยู่เป็นเพื่อนข้าที่นี่นะเจ้าคะ เรื่องอาหารไม่น่าจะมีปัญหา หากยังไม่วางใจ ก็ให้คนจากที่บ้านนำมาส่งทุกวัน หรือจะทำเองก็ได้”
เห็นฟางซื่อและอวิ๋นโส่วจงยังคงไม่ยอมตกลง อวิ๋นเจียวจึงพูดเกลี้ยกล่อมต่อไปว่า “ข้าเพิ่งถ่ายเลือดให้ท่านลุงฉู่ เริ่มต้นแล้วก็ไม่ควรล้มเลิกกลางคัน มิเช่นนั้นโรคของท่านลุงฉู่ไม่เพียงแต่จะไม่หาย แถมยังจะทรุดหนักกว่าเดิมอีกนะเจ้าคะ ท่านแม่วางใจเถิดเจ้าค่ะ พวกเราอยู่ที่นี่ไม่เป็นไรหรอก ข้าเชื่อใจฉู่อี้”
มองไปที่ท่านโหวผู้เฒ่าที่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาปิดสนิท ในที่สุดฟางซื่อก็ถอนหายใจ “ก็ได้ เช่นนั้นพ่อกับแม่จะมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าที่นี่ จนกว่าเซ่าชิงจะกลับมา”
อวิ๋นเจียวโผเข้าไปกอดฟางซื่อทันที “ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านแม่!”
พ่อบ้านยกอ่างเลือดไปที่ห้องของตน แล้วให้คนไปลากสุนัขมาสองตัว สุนัขทั้งสองได้กลิ่นเลือด ก็รีบเข้าไปเลียกิน
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งถ้วยชา สุนัขทั้งสองตัวก็ล้มลงแล้วชัก ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
ใบหน้าของพ่อบ้านพลันมืดครึ้มลง แม้สุนัขจะไม่ได้ตายหลังจากกินเลือดเข้าไป แต่กลับทรมานอย่างมาก นั่นแสดงว่า… เลือดนี้มีพิษ!
นี่คือสาเหตุที่ทำให้นายท่านผู้เฒ่าต้องทนทุกข์ทรมานมานานกว่าสิบปีงั้นหรือ? แล้วใครเป็นคนวางยาพิษ?
เขาควบคุมทุกอย่างในจวนอย่างเข้มงวด เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นพิษจากอาหาร เพราะเขาและนายท่านน้อยก็กินเหมือนกับที่นายท่านผู้เฒ่ากิน แต่พวกเขากลับไม่มีอาการเช่นนี้!
พ่อบ้านรู้สึกกังวลใจ แต่เขาก็พยายามเก็บซ่อนความรู้สึก สั่งให้คนไปตามจางหลิงกลับมา แล้วเก็บเลือดของท่านโหวผู้เฒ่าไว้เป็นอย่างดี จากนั้นก็รีบไปที่เรือนของท่านโหวผู้เฒ่า เพื่อเชิญคนตระกูลอวิ๋นไปรับประทานอาหาร
แต่พอเขามาถึง อวิ๋นเจียวก็หลับไปในอ้อมกอดของฟางซื่อเสียแล้ว พ่อบ้านรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก
ฟางซื่อจึงเอ่ยว่า “รบกวนท่านพ่อบ้านเตรียมห้องพักให้พวกเราด้วย ช่วงที่ท่านป๋อไม่อยู่ พวกข้าแม่ลูกจะขอพักอยู่ที่นี่”
พ่อบ้านได้ยินก็ดีใจ เขากำลังคิดจะรั้งตัวอวิ๋นเจียวไว้พอดี เพราะวิธีการถ่ายเลือดของนางช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของท่านโหวผู้เฒ่าได้ แถมยังทำให้เขารู้ว่าท่านโหวผู้เฒ่าถูกวางยาพิษ
เขายังมีเรื่องอีกมากมายที่อยากจะถาม ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่ท่านป๋อจะกลับมา ให้คุณหนูดูแลท่านโหวผู้เฒ่าน่าจะดีที่สุด
หากก่อนหน้านี้ที่เขาเชื่อฟังเด็กสาวอย่างอวิ๋นเจียวก็เพราะคำสั่งของฉู่อี้ แต่ตอนนี้เขาซาบซึ้งและเคารพอวิ๋นเจียวจากใจจริง ไม่กล้าดูถูกนางเพียงเพราะนางเป็นแค่เด็กอีกต่อไป
“เรือนรับรองเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ อยู่ติดกับเรือนของท่านโหวเฒ่า เชิญนายท่านรองและฮูหยินตามบ่าวมาด้านนี้ บ่าวไร้ความสามารถ ทำอะไรไม่เป็นระเบียบ ชักช้าจนทำให้คุณหนูอวิ๋นต้องหิว”
อวิ๋นโส่วจงรีบเอ่ย “ไม่เป็นไรๆ เด็กคนนี้คงเหนื่อยมาทั้งวัน ให้นางนอนพักสักหน่อย ตื่นขึ้นมาค่อยกินข้าวก็ได้ ท่านเองก็ยุ่ง ไม่ได้ละเลยพวกเราแต่อย่างใด”
พ่อบ้านของฉู่อี้ ต้องเป็นคนที่เขาไว้ใจมากที่สุด แถมยังสามารถดูแลทั้งจวนได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย อวิ๋นโส่วจงไม่กล้าปฏิบัติกับเขาเหมือนบ่าวไพร่ธรรมดา
เมื่อมาถึงที่พัก ฟางซื่อก็อุ้มอวิ๋นเจียวขึ้นเตียง ถอดรองเท้าและเสื้อคลุมออก ห่มผ้าให้อย่างดี
โม่ซ่านกับเสี่ยวเยว่เข้ามาดูแลในห้อง อาหารถูกยกมาให้ที่ห้องโถง อวิ๋นโส่วจงและฟางซื่อเชิญพ่อบ้านมากินข้าวด้วยกัน แต่พ่อบ้านปฏิเสธ ทั้งสองจึงไม่ได้คะยั้นคะยอ
หลังจากพ่อบ้านออกจากเรือนรับรอง ก็ไปที่เรือนของท่านโหวผู้เฒ่า รับประทานอาหารที่นั่น รอจนกระทั่งคนของเขาไปตามจางหลิงกลับมา พ่อบ้านก็รีบพาเขามาที่เรือนของตน เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
ตอนที่คนตระกูลอวิ๋นช่วยฉู่อี้ อวิ๋นเจียวเคยใช้ยาเม็ดวิเศษมาก่อน ดังนั้นจางหลิงจึงไม่แปลกใจที่อวิ๋นเจียวรู้ว่าการถ่ายเลือดสามารถบรรเทาอาการปวดของท่านโหวผู้เฒ่าได้
เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชม “คุณหนูอวิ๋นเป็นดาวนำโชคของท่านป๋อโดยแท้!”
พ่อบ้านร้อนใจมาก “ใต้เท้าจาง พิษนี้มาจากที่ใดกันแน่? เรื่องอาหารตัดไปได้เลย แต่ท่านโหวผู้เฒ่าป่วยมานานกว่าสิบปีแล้ว แสดงว่าพิษนี้อยู่ในร่างกายท่านมานานกว่าสิบปีแล้ว”
จางหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อย่าเพิ่งแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป เรื่องวันนี้ต้องเก็บเป็นความลับ ส่วนพิษนี้มาจากไหน คงไม่สามารถสืบหาได้ในวันสองวัน เราอย่าทำอะไรให้ศัตรูไหวตัวทัน ข้าจะรีบส่งจดหมายไปบอกนายท่าน”
ถึงแม้พ่อบ้านจะร้อนใจ แต่ก็รู้ว่าที่จางหลิงพูดนั้นถูกต้อง เขาถอนหายใจ “ก็คงทำได้เพียงเท่านั้น จะอย่างไรก็ผ่านมาตั้งสิบกว่าปีแล้ว ไม่ต้องรีบร้อนอะไร เพียงแต่ครอบครัวของคุณหนูอวิ๋นช่างมีน้ำใจ เห็นได้ชัดว่าจริงใจกับท่านป๋อ”
จางหลิงเอ่ย “ไป พวกเราไปดูกันดีกว่าว่าคุณหนูตื่นหรือยัง หากตื่นแล้ว ก็ไปขอให้นางอยู่ต่อ รอนายท่านกลับมาแล้วค่อยไป”