ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 256 อยู่ต่อ
พ่อบ้านเอ่ยตอบ “ใต้เท้าจางวางใจเถิด เรื่องนี้ทางด้านนายท่านรองอวิ๋นเป็นคนตอบตกลงเองขอรับ”
จางหลิงได้ยินดังนั้น ก็ยิ่งรู้สึกขอบคุณอวิ๋นเจียวมากขึ้น และในที่สุดเขาก็รู้ว่าเหตุใดนายท่านของเข้าถึงให้ความสำคัญและตามใจนางมากขนาดนี้
ตอนนี้เขามีเรื่องต้องทำมากมาย ทั้งเรื่องของถังสุ่ย เรื่องที่บุตรชายของเกาซิ่วไฉปลุกปั่นให้เหล่าบัณฑิตประท้วง ดังนั้นเขาจึงแค่ไปทักทายสองสามีภรรยาตระกูลอวิ๋น พอเห็นว่าอวิ๋นเจียวยังไม่ตื่น จึงไม่ได้อยู่รอแล้วรีบกลับอำเภอทันที
หลังจากอวิ๋นเจียวตื่นขึ้น นางก็ไปดูอาการของฉู่เผยเหวิน โดยไล่คนอื่นๆ ออกไปและช่วยตรวจร่างกายให้ฉู่เผยเหวิน จากนั้นนางจึงไปกินข้าว
เห็นว่ายังพอมีเวลา จึงสั่งให้พ่อบ้านดูแลฉู่เผยเหวินอย่างดี จากนั้นทั้งสามคนจึงไปเยี่ยมปู่ของถังสุ่ย ตอนนี้ปู่ของถังสุ่ยรู้เรื่องของถังสุ่ยแล้ว
กู่ชิงรู้สึกผิดอย่างมาก “นายท่านรอง ฮูหยินรอง คุณหนูสี่ ข้าน้อยไร้ความสามารถ ไม่สามารถทำตามที่นายท่านรองและฮูหยินสั่งได้…”
อวิ๋นโส่วจงโบกมือ “เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้า สักวันลุงถังก็ต้องรู้ แค่ช่วงนี้คงต้องลำบากเจ้าดูแลลุงถังหน่อยแล้ว”
กู่ชิงรับคำอย่างรวดเร็ว ภรรยาของเขาก็ออกมาจากห้องครัว คำนับอวิ๋นโส่วจงและครอบครัว จากนั้นก็รีบไปต้มน้ำชงชา
หลังจากที่ปู่ของถังสุ่ยได้ยินเรื่องของถังสุ่ย เขาก็ล้มป่วย ตอนนี้นอนอยู่บนเตียงทั้งร่างไม่มีแรงเลยแม้แต่น้อย
“ท่านปู่ถัง”
“ลุงถัง”
ผู้เฒ่าถังรีบลุกขึ้น กู่ชิงรีบเข้าไปพยุงเขาและช่วยเอาหมอนหนุนหลังให้
“นายท่านรองอวิ๋น ฮูหยินรอง คุณหนูสี่ เชิญนั่งก่อนเถิด ลำบากพวกท่านแล้ว ไม่เพียงแต่ส่งคนมาดูแลข้า ยังมาเยี่ยมข้าด้วยตัวเองอีก”
“ท่านปู่ถัง เป็นเรื่องที่เราสมควรทำอยู่แล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อและท่านแม่เอ็นดูพี่ถังสุ่ยเหมือนกับหลานแท้ๆ”
ฟางซื่อรีบพูดเสริม “ใช่แล้ว พวกเราแค่ทำหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น”
อวิ๋นโส่วจงกล่าว “ลุงถัง ท่านอย่ากังวลเรื่องถังสุ่ยเลย ท่านป๋อได้ติดสินบนผู้คุมแล้ว ถังสุ่ยอยู่ห้องขังเดี่ยว มีเตียงนอนสะอาด ไม่มีใครกล้ารังแกเขาแน่นอน”
“ที่ศาลาว่าการ พวกเขาเห็นแก่หน้าของท่านป๋อ จึงไม่มีใครกล้าลงโทษทัณฑ์ใดๆ กับเขา ท่านป๋อบอกว่า ให้ถังสุ่ยทนลำบากสักสองสามวัน ท่านป๋อจะต้องหาวิธีช่วยเขาออกมาได้แน่นอน”
พอนึกถึงถังสุ่ย น้ำตาก็ไหลอาบแก้มของผู้เฒ่าถัง “เจ้าเด็กคนนี้ทำอะไรหุนหันพลันแล่นไม่ยั้งคิด… หาก… หากเขาเป็นอะไรไป ข้าจะเอาหน้าไปพบพ่อแม่ที่ตายจากไปของเขาได้อย่างไร!”
“ลำบากพวกท่านแล้ว ฝานพวกท่านขอบคุณท่านป๋อด้วย ไม่ว่าสุ่ยหยาจื่อจะรอดพ้นจากคราวเคราะห์นี้หรือไม่ ข้าจะต้องตั้งป้ายอวยพรให้ท่านป๋อแน่นอน”
เดิมทีเขาอยากไปเยี่ยมถังสุ่ยในคุก แต่ร่างกายของเขากลับไม่เอื้ออำนวย เขาทั้งกังวลและร้อนใจ ขณะที่กำลังกระวนกระวายใจอยู่ ครอบครัวของอวิ๋นโส่วจงก็มาถึง แถมยังบอกว่าท่านป๋อจะช่วยถังสุ่ย ในที่สุดเขาก็เบาใจลงได้บ้าง
คนเราขอเพียงมีความหวัง จิตใจและกำลังก็ย่อมดีขึ้นเอง
อวิ๋นเจียวจึงฉวยโอกาสนี้พูดเกลี้ยกล่อม “ท่านปู่ถังอยู่พักฟื้นร่างกายให้ดีเถิดเจ้าค่ะ ไม่เช่นนั้น อีกสองวัน พอพี่ถังสุ่ยกลับมา เห็นท่านป่วยแบบนี้ เขาจะต้องโทษตัวเองแน่ๆ!”
ผู้เฒ่าถังเช็ดน้ำตาพลางพยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของอวิ๋นเจียว พร้อมกับกล่าวขอบคุณ ทุกคนปลอบใจผู้เฒ่าถังอีกพักหนึ่งจึงลากลับ
เมื่อออกมาถึงลานบ้าน ฟางซื่อก็พูดกับกู่ชิงว่า “ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเรียกภรรยามาช่วยดูแลท่านลุงด้วย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ช่วงนี้ข้าจะจ่ายค่าแรงให้ภรรยาของเจ้าด้วย”
กู่ชิงรีบปฏิเสธ “ไม่ๆ ไม่ต้องหรอกขอรับ… ข้าน้อยซาบซึ้งในน้ำใจของฮูหยินรองแล้ว ท่านอย่าได้เอ่ยเช่นนี้เลย ภรรยาข้าก็แค่มาดูแลข้าพอดีก็เลยช่วยๆ กัน บังเอิญว่าที่บ้านไม่มีอะไรทำ”
เมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้ ฟางซื่อจึงไม่พูดอะไรต่อ แค่คิดว่าตอนที่ให้เงินเดือนเขาจะให้รางวัลเพิ่มก็พอ
ฟางซื่อถามต่อ “ได้เชิญหมอมาดูอาการท่านลุงหรือยัง?”
กู่ชิงตอบกลับอย่างนอบน้อม “เชิญแล้วขอรับ หมอมาตรวจอาการแล้ว และออกเทียบยาให้แล้ว ตอนนี้กำลังต้มยาอยู่ รออีกสักพักก็เสร็จแล้ว อ้อจริงสิ! ค่ายา ท่านลุงเป็นคนจ่ายเองขอรับ”
อวิ๋นโส่วจงกล่าว “ไม่เป็นไร เจ้ามีหน้าที่ดูแลท่านลุง พยายามทำตามใจท่านลุงก็พอ”
กู่ชิงรีบพยักหน้ารับคำ อวิ๋นโส่วจงกับภรรยากำชับเขาอีกสองสามประโยค จากนั้นจึงพาอวิ๋นเจียวจากไป
ผ่านไปสามวัน ถังสุ่ยก็ถูกปล่อยตัวออกมาจริงๆ
มีคนไปแจ้งความที่ศาลาว่าการว่า เห็นถังสุ่ยเดินออกไปแล้ว ก็มีขอทานคนอื่นเข้าไปในวัดร้างแห่งนั้น สุดท้ายคดีนี้จึงสรุปว่าขอทานสองคนทะเลาะกันแย่งชิงที่อยู่ จนอีกฝ่ายถูกฆ่าตาย
ส่วนขอทานที่ฆ่าคนตายก็ถูกตามจับแล้ว ตัดสินให้ประหารชีวิต แต่เขากลับฆ่าตัวตายในคุกเสียก่อน
ถังสุ่ยกลับมาแล้ว อาการป่วยของผู้เฒ่าถังก็หายเป็นปลิดทิ้ง เขาทำตามที่เคยพูดกับอวิ๋นโส่วจงและภรรยา ตั้งป้ายอวยพรให้ฉู่อี้ที่บ้าน
ถังสุ่ยพักอยู่ที่บ้านหลายวัน รอจนกระทั่งร่างกายของผู้เฒ่าถังหายดีแล้ว ปู่หลานจึงไปที่หมู่บ้านไหวซู่ แต่กลับพบว่าครอบครัวของอวิ๋นเจียวไม่อยู่บ้าน แต่ไปพักอยู่ที่จวนของฉู่อี้
ถังสุ่ยจึงปรึกษากับปู่ว่ารอให้อวิ๋นเจียวและคนอื่นๆ กลับมาบ้านก่อนแล้วค่อยมาใหม่ เพราะตอนนี้พวกเขาอาศัยอยู่ในจวนท่านป๋อ ท่านป๋อก็ไม่อยู่ พวกเขาจึงไม่สะดวกที่จะไปรบกวน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาการของฉู่เผยเหวินก็ดีขึ้นในที่สุด แต่อย่างไรเสีย การถ่ายเลือดก็เป็นเรื่องใหญ่ ไม่อาจประมาทได้ ช่วงที่อวิ๋นเจียวตรวจร่างกายให้เขา นางต้องงัดสารพัดวิธีมาเกลี้ยกล่อม
หลังจากถ่ายเลือดแล้ว พิษในร่างกายก็น้อยลงมาก ประกอบกับอวิ๋นเจียวให้เขากินยาตรงเวลา ผ่านไปครึ่งเดือน พอถึงวันที่สิบห้า เขาก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกเลย! แต่เพื่อความปลอดภัย พ่อบ้านจึงแอบอยู่ในห้องของฉู่เผยเหวิน แสร้งร้องครวญครางอยู่ทั้งวัน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาเดียวก็ผ่านไปสองเดือนแล้ว ฉู่อี้ส่งจดหมายมาสองฉบับ ในจดหมายเขียนแต่เรื่องเล็กน้อยทั่วไป ไม่ได้ถามถึงเรื่องของท่านโหวเฒ่า และไม่ได้พูดถึงเรื่องของเขาเองแม้แต่คำเดียว
อวิ๋นฉี่เยว่ก็เขียนจดหมายมาสองฉบับเช่นกัน บอกแค่ว่าเขาอยู่กับฉู่อี้ ไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมืองหลวง จดหมายทั้งสองฉบับล้วนไม่ได้ระบุวันกลับ! แสดงให้เห็นว่าเรื่องในเมืองหลวงนั้นยากที่จะจัดการ
ยิ่งไปกว่านั้น อาจารย์หม่ากับอาจารย์ตั่งก็มาที่นี่ครั้งหนึ่ง พวกเขาได้ข่าวว่าในราชสำนักมีคนจำนวนไม่น้อยที่โจมตีฉู่อี้โดยใช้เรื่องที่เกาซิ่วไฉผูกคอตาย ครั้งนี้เป็นเพราะเกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีของเหล่าบัณฑิต ฉู่อี้จึงทำให้ผู้คนมากมายโกรธแค้น ทุกครั้งที่เข้าประชุมราชสำนัก ไม่มีใครช่วยเขาเลยแม้แต่คนเดียว
อวิ๋นเจียวกังวลมาก แต่นางก็รู้ว่าฉู่อี้ต้องมีแผนการของเขาเองอย่างแน่นอน
เข้าสู่เดือนเจ็ด อากาศก็ร้อนอบอ้าว โชคดีที่พ่อบ้านจัดสรรน้ำแข็งให้กับเรือนของอวิ๋นเจียวอย่างเพียงพอ แต่ฟางซื่ออนุญาตให้คนรับใช้วางน้ำแข็งในห้องโถงเท่านั้น ไม่อนุญาตให้วางในห้องนอน เพราะกลัวว่าอวิ๋นเจียวจะโดนไอเย็นแล้วไม่สบาย การไม่สบายในช่วงฤดูร้อนนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
ร่างกายของฉู่เผยเหวินแข็งแรงขึ้นมาก พอมีแรงก็ออกไปเที่ยวเล่น อวิ๋นเจียวเคยดูแลเด็กๆ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ฉู่เผยเหวินถึงแม้ว่าอายุจะมากแล้ว แต่สติปัญญากลับเหมือนเด็กอายุห้าหกขวบเท่านั้น ทุกวันนี้นอกจากจะคอยเกลี้ยกล่อมให้เขากินยาแล้ว อวิ๋นเจียวยังต้องเล่นกับเขาอีกด้วย
เด็กน้อยกับคนแก่เล่นด้วยกันได้อย่างสนิทสนม พวกเขาไม่ไปจับปลาที่แม่น้ำ ก็ไปขุดผักป่า จับจิ้งหรีดบนภูเขา แต่ก็มีองครักษ์ติดตามไปด้วยทุกครั้ง ฟางซื่อกับอวิ๋นโส่วจงจึงวางใจ
วันนี้คนแก่กับเด็กน้อยจับปูกลับมาได้ไม่น้อย พอฉู่เผยเหวินก้าวเท้าเข้าประตูก็ร้องอยากกินปูผัดต้นหอม
แต่พอกินปูที่เพิ่งวางบนโต๊ะได้ไม่นาน คนเฝ้าประตูก็มารายงาน “นายท่านรองอวิ๋น ฮูหยินรอง มีคนมาที่จวน บอกว่าบิดาของท่านป่วยหนัก หมอบอกว่าต้องใช้โสมแผ่นต่อชีวิตขอรับ”
พ่อบ้านได้ยินดังนั้นก็รีบกล่าว “นายท่านรองอวิ๋น ฮูหยิน ไม่ต้องร้อนใจไป ในจวนเรามีโสมไม่ขาดขอรับ”
อวิ๋นโส่วจงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ไม่ต้องใช้โสมทั้งรากหรอก รบกวนท่านพ่อบ้านหยิบแผ่นโสมสักสองแผ่นกับรากโสมให้ข้าก็พอ”