ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 257 รังเกียจ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 257 รังเกียจ
พ่อบ้านรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของครอบครัวอวิ๋นโส่วจงกับคนทางฝั่งนั้นไม่ดีนัก เมื่อได้ยินดังนั้นจึงไม่พูดมากรีบสั่งการให้คนไปจัดการตามที่เขาบอกทันที
เนื่องจากที่นี่เป็นจวนของฉู่อี้ อวิ๋นโส่วจงและครอบครัวไม่สะดวกใจที่จะทำตัวตามสบายมากนัก จึงไม่ได้เรียกคนเข้ามาข้างใน แต่พากันออกไปรอพบที่เรือนหน้า
คนที่รออยู่ที่เรือนหน้าคืออากุ้ย
“…เจียงเถาจือมาหาบ่าวเองขอรับ บ่าวแวะไปดูที่บ้านหลังนั้นแล้วก็ไปถามไถ่อาการของนายท่านผู้เฒ่าจากหมอโจว หมอโจวบอกว่าต้องใช้โสมแผ่น นายท่านผู้เฒ่าตอนนี้นอนซมอยู่บนเตียง สีหน้าไม่สู้ดีนัก ตอนที่บ่าวออกมาได้กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่วลานบ้านขอรับ”
อวิ๋นโส่วจงขมวดคิ้ว นี่มันเรื่องใหญ่จริงหรือ? กลิ่นคาวเลือด? คนบ้านหลังนั้นทำอะไรกันอีก?
อวิ๋นเจียวจึงพูดเกลี้ยกล่อมบิดา “ท่านพ่อ ท่านแม่ กลับไปดูเถิดเจ้าค่ะ ไม่ต้องห่วงข้า ที่นี่มีองครักษ์คุ้มกันแน่นหนา ปลอดภัยแน่นอน”
“ก็ได้ เจียวเอ๋อร์ เจ้าอยู่ที่นี่ช่วยดูแลท่านลุงฉู่ไปก่อน พ่อกับแม่จะกลับไปบ้าน แล้วให้พี่รองของเจ้ามาอยู่เป็นเพื่อน”
อวิ๋นฉี่ซานกลับมาจากอำเภอเมื่อปลายเดือนก่อน เขานำตัวอย่างกล่องกระดาษและถุงกระดาษที่ทำสำเร็จมาให้อวิ๋นเจียวดู ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จตามที่อวิ๋นเจียวต้องการ
ยิ่งไปกว่านั้น ช่างฝึกหัดใหม่ที่คอยช่วยอวิ๋นฉี่ซาน ยังทำให้ช่างเก่าแก่ที่โรงผลิตกระดาษผิงเล่อตกตะลึง พวกเขาไม่เพียงแต่ผลิตกล่องกระดาษและถุงกระดาษตามแบบมาตรฐานที่อวิ๋นเจียวบอกเท่านั้น แต่ยังปรับปรุงวิธีการทำกระดาษอีกด้วย
ตอนนี้ช่างเก่าแก่ที่โรงผลิตกระดาษผิงเล่อต่างชื่นชมในตัวอวิ๋นฉี่ซานเป็นอย่างมาก
อวิ๋นเจียวพยักหน้า “ตกลงเจ้าค่ะ ให้พี่รองมาก็ได้” มีญาติอยู่ข้างกาย ย่อมอุ่นใจกว่า
อวิ๋นโส่วจงกับฟางซื่อนำโสมแผ่นติดตัวไปด้วย เพื่อความไม่ประมาท พ่อบ้านไม่เพียงแต่จัดเตรียมโสมแผ่นตามที่อวิ๋นโส่วจงต้องการเท่านั้น แต่ยังแอบใส่โสมทั้งรากลงไปด้วย บอกว่ากลัวจะไม่พอ
อวิ๋นโส่วจงกับฟางซื่อไม่ได้ปฏิเสธ แต่พอถึงบ้านตระกูลอวิ๋นเก่า พวกเขาก็หยิบเอาแต่ห่อกระดาษที่บรรจุโสมแผ่นและรากโสมออกมาให้ผู้เฒ่าอวิ๋น
เถาซื่อเห็นในห่อกระดาษที่ผู้เฒ่าอวิ๋นเปิดออกมามีเพียงโสมแผ่นสองแผ่นกับเศษรากโสมเล็กน้อย ใบหน้าก็ดำคล้ำทันที “เจ้ารอง นี่เจ้าจะให้ขอทานหรืออย่างไร?”
อวิ๋นโส่วจงหัวเราะอย่างเย็นชา “ถ้าท่านรังเกียจก็คืนมาเถิด พวกข้านำของมาให้ ยังต้องมาโดนด่าอีก”
ฟางซื่อจึงพูดกับผู้เฒ่าอวิ๋นว่า “ท่านพ่อ ท่านก็ทราบดี ฉี่ซานได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องใช้โสมประคองชีวิต จากนั้นเหลียนเอ๋อร์ก็กระโดดน้ำ พี่สะใภ้ใหญ่ก็แท้ง… เรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นติดๆ กัน โสมที่บ้านเราจึงหมดเกลี้ยงแล้วเจ้าค่ะ”
ฟางซื่อพูดความจริง โสมที่บ้านพวกเขาหมดแล้วจริงๆ แต่เดิมยังมีเหลืออยู่อีกหนึ่งราก แต่พวกเขามอบให้กับผู้เฒ่าถังไปแล้ว โสมที่พวกเขานำมาในวันนี้ พ่อบ้านประจำจวนของฉู่อี้เป็นคนจัดเตรียมให้
ขณะที่สองสามีภรรยาเอ่ยบอก ก็แอบสังเกตผู้เฒ่าอวิ๋น ดูจากสีหน้าแล้ว แม้จะดูไม่สู้ดีนัก แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้โสมแผ่น
เถาซื่อต่อว่า “พวกเจ้ามันคนสำคัญ นังเด็กไร้ค่านั่นก็สำคัญ สะใภ้คนนอกก็สำคัญ มีแต่พ่อของเจ้าเท่านั้นที่ไม่สำคัญ สมควรตาย!”
อวิ๋นโส่วจงพูดเยาะเย้ย “ท่านก็มิได้แซ่อวิ๋น เป็นคนนอกเช่นกัน! ท่านพ่อข้ารีบกลับมาส่งโสมให้ท่าน แต่หากท่านรังเกียจ งั้นข้าก็ไม่มีอะไรพูดอะไรแล้ว ต่อไปมีเรื่องอะไรก็อย่ามาตามข้าอีก!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นมองอวิ๋นโส่วจง ดวงตาที่มีความรู้สึกซับซ้อนฉายแววผิดหวัง “เจ้ารอง เจ้า เจ้าอยู่ที่จวนท่านป๋อมาสองสามเดือนแล้ว บ้านเจ้าไม่มี ท่านป๋อจะไม่มีเชียวหรือ ครั้งนี้พ่อเจ้าจำเป็นต้องใช้โสมจริงๆ มิเช่นนั้นคงไม่รีบร้อนตามหาเจ้าหรอก”
เถาซื่อรีบเสริม “ก็ใช่น่ะสิ ท่านป๋อร่ำรวยยิ่งนัก แค่เศษเสี้ยวจากปลายนิ้วมือที่หล่นมาก็พอให้พวกเรากินได้หลายปี! เจ้านี่ช่างใจดำ ไม่อยากให้พ่อเจ้าหายดีสินะ!”
อวิ๋นโส่วจงพูดอย่างเย็นชา “พ่อก็รู้ว่าพวกเราอาศัยอยู่ที่จวนท่านป๋อ ไม่ใช่บ้านของพวกเรา ของของท่านป๋อ ต่อให้ดีแค่ไหน มากมายเพียงใด ก็เป็นของท่านป๋อ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเรา”
“หรือว่าท่านพ่ออยากให้ลูกชายไปขโมยของของคนอื่นมา? โสมแผ่น ข้าก็ให้ท่านแล้ว รีบกินเถิด มิใช่ว่าอาการป่วยของท่านเป็นอันตรายหรือ? อย่าได้เสียเวลาเลย!” พูดจบ อวิ๋นโส่วจงกับฟางซื่อก็เดินจากไป
พอพวกเขาออกจากบ้านไปเถาซื่อก็ด่าทอไม่หยุดอยู่ในบ้าน ผู้เฒ่าอวิ๋นจึงตบหน้าเถาซื่อสองฉาด “เจ้าโวยวายอะไร ยังไม่รีบเอาโสมแผ่นไปให้เหมยเอ๋อร์อีก อยากให้เหมยเอ๋อร์ตาย เจ้าถึงจะพอใจสินะ!”
เถาซื่อถูกตบ ในใจก็เป็นห่วงอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ จึงไม่กล้าเถียงกับผู้เฒ่าอวิ๋นต่อ นางหยิบโสมแผ่นหนึ่งแผ่นแล้วไปที่ห้องของอวิ๋นเหมยเอ๋อร์
ภายในห้องของอวิ๋นเหมยเอ๋อร์มีกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์คอยดูแลอยู่ข้างๆ นางดึงผ้าเปื้อนเลือดออกจากหว่างขาของอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ แล้วรีบนำผ้าสะอาดไปซับเลือดให้ ใบหน้าของอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ซีดเผือด ดวงตาทั้งสองข้างว่างเปล่า
เถาซื่อรีบยัดโสมแผ่นเข้าไปในปากของนาง “เหมยเอ๋อร์ นี่โสมแผ่นรีบอมเอาไว้ กินโสมแผ่นแล้ว เจ้าจะต้องหายดี!”
พูดจบก็หันไปด่าอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ “นังคนขี้เกียจ ยาต้มเสร็จแล้วหรือยัง ยังไม่รีบไปยกมาให้น้องสาวของเจ้าอีก!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์อธิบายด้วยความน้อยใจ “ท่านแม่ หลิ่วจืออยู่ที่ครัวคอยต้มยาให้ ข้าก็กำลังดูแลเหมยเอ๋อร์อยู่นี่ไงเจ้าคะ”
เถาซื่อเพิ่งถูกผู้เฒ่าอวิ๋นตบ หาที่ระบายอารมณ์ไม่ได้ พอเห็นว่าอวิ๋นเจวียนเอ๋อร์ยังกล้าพูดสวนขึ้นมา นางจึงคว้าไม้ขนไก่ที่อยู่บนตู้ขึ้นมาฟาด
“นังแพศยาอกตัญญู ผัวของเจ้ามันทำร้ายลูกสาวข้าจนเป็นแบบนี้! พวกเจ้าสองคนคิดอะไรอยู่ หลอกลวงหลานสาวข้า แล้วยังหลอกลวงลูกสาวข้า ล่อลวงลูกสาวข้าไปที่ตำบลเพื่อให้ผัวกับลูกชายของเจ้า…”
“นังแพศยาหน้าด้าน ตอนนั้นข้าไม่น่าให้เจ้าเกิดมาเลย ควรจะจับเจ้าโยนลงโถฉี่ให้ตายไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร้องไห้พลางหลบหลีก ผู้เฒ่าอวิ๋นที่ยืนอยู่หน้าประตูจึงตวาด “ทำอะไรกัน นี่มันเรื่องฉาวโฉ่ ยายแก่บ้านี่ อยากให้เรื่องอื้อฉาวไปถึงชาวบ้านเขาหรืออย่างไร?”
เถาซื่อจึงยอมวางไม้ขนไก่ลงอย่างไม่เต็มใจ
ส่วนทางด้านอวิ๋นโส่วจงกับฟางซื่อ พอกลับมาถึงบ้านก็เห็นหมอโจวรออยู่ที่หน้าบ้าน ทั้งสองจึงรีบเชิญหมอโจวเข้าไปในบ้าน พร้อมกับสั่งให้อวิ๋นฉี่ซานไปที่จวนของฉู่อี้
เมื่อเข้าไปในห้องโถง หมอโจวก็โค้งคำนับทั้งสองพร้อมกับกล่าวขอโทษ “นายท่านรองอวิ๋น ฮูหยินรอง อากุ้ยพ่อบ้านของจวนท่านมาถามเรื่องราวจากข้า ข้าโกหกไป ครั้งนี้จึงมาขอโทษ”
ฟางซื่อรีบพูด “หมอโจว อย่าได้ทำเช่นนี้ มีเรื่องอะไรก็นั่งพูดกันดีๆ เถิด”
อวิ๋นโส่วจงเอ่ยขึ้น “เป็นเรื่องของโสมแผ่นสินะ ท่านหมอโจวนั่งลงก่อนสิ”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเดาได้แล้ว และยังคงมีท่าทีเป็นมิตรเช่นนี้ หมอโจวจึงรู้สึกโล่งใจ และนั่งลงบนเก้าอี้
“ตอนนั้นบิดาของท่านขอร้องข้า เขาถึงกับคุกเข่าขอร้อง อีกอย่างเรื่องนี้เกี่ยวกับชีวิตคนจริงๆ ดังนั้นพอคนของท่านมาสอบถาม ข้าจึงทำตามที่บิดาของท่านร้องขอ”
“แต่ข้ารู้สึกว่าไม่ควรปิดบังท่านทั้งสอง โสมแผ่นนั้นมิใช่ให้บิดาของท่านกิน แต่เป็นอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ต่างหาก!”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์หรือ? ฟางซื่อนึกถึงของที่ชุ่ยเหนียงเคยมอบให้นาง จึงเข้าใจได้ในทันที
“อวิ๋นเหมยเอ๋อร์แท้งหรือ?”
หมอโจวคงรับปากกับผู้เฒ่าอวิ๋นว่าจะไม่ปริปากเรื่องนี้ออกไป เขาเป็นหมอ ย่อมต้องรักษาจรรยาบรรณแพทย์
ในเมื่อเขายอมมาบอกเรื่องนี้กับครอบครัวของพวกเขาด้วยตัวเอง ฟางซื่อจึงรับน้ำใจครั้งนี้ไว้ และตัดสินใจพูดออกมาเอง
หมอโจวผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ที่แท้ฮูหยินรองก็ทราบเรื่องอยู่แล้ว”
อวิ๋นโส่วจงรู้สึกแปลกใจ “แม่เจ้า เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”