ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 260 มาดนายท่านผู้เฒ่า
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 260 มาดนายท่านผู้เฒ่า
ความกรุณาเช่นนี้ครอบครัวของชุ่ยเหนียงย่อมซาบซึ้ง พวกเขาไม่เหมือนครอบครัวทั่วไป เป็นบ่าวรับใช้ที่อยู่ในครอบครัวขุนนางมาตั้งแต่เกิด ต่างก็พบเห็นอะไรมามากมาย
หลังจากผ่านอุปสรรคมานับไม่ถ้วน ชีวิตที่อยู่ในกำมือของผู้เป็นเจ้านาย ให้เกิดก็เกิด ให้ตายก็ตาย ถูกทุบตี ถูกตัดลิ้น ถูกกรอกยาใบ้ หรือถูกขายไปสถานเริงรมย์ ล้วนเป็นเรื่องที่พบเห็นจนชินชา ดังนั้นพวกเขาจึงยิ่งซาบซึ้งในบุญคุณ
ด้วยเหตุนี้เอง ครอบครัวนี้จึงดูถูกอวิ๋นเจียชางผู้นี้ยิ่งนัก สมองเลอะเลือน ทั้งกินของคนอื่น เอาของคนอื่นแล้วยังไม่สำนึกบุญคุณ แถมยังคอยหาเรื่องใส่ร้ายผู้อื่นอยู่ร่ำไป
คำพูดของหวังซื่อกับหลินซื่อเมื่อครู่นี้ ล้วนเป็นการจงใจพูดจิกกัดผู้เฒ่าอวิ๋นโดยเฉพาะ
หลินซื่อตบหน้าอกเบาๆ ถอนหายใจยาว เอ่ยว่า “อามิตตาพุทธ ไม่รู้ก็ดีแล้ว ข้าตกใจแทบแย่”
หวังซื่อถลึงตาใส่หลินซื่อ เอ่ยว่า “สะใภ้ใหญ่ เจ้าพูดเหลวไหลอะไร? น้องสาวเจ้า สามีเจ้าเป็นคนไถ่ตัวนางออกมาเองนะ”
สีหน้าหลินซื่อพลันเคร่งขรึม รู้ตัวว่าตนเองพลั้งปาก ใช้ชีวิตสุขสบายมาได้ไม่กี่วันก็ลืมตัว กลับลืมระมัดระวังตัว ทั้งที่ควรรู้ดีว่ากำแพงมีหูประตูมีช่อง!
วันนี้รอบๆ บ้านพวกเขาไม่มีใครมาแอบฟัง แต่หากนางไม่ระวังตัว วันหลังอาจเผลอพลั้งปากออกไปก็ได้
“ท่านแม่ ข้าพลั้งปากไป ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้วเจ้าค่ะ”
สตรีทั้งสามพูดคุยกันพลางเดินเข้าไปทำอาหารในครัว ส่วนผู้เฒ่าอวิ๋นหลังจากที่จากไปแล้ว สุดท้ายก็อดใจไม่ไหว เดินไปที่ลานก่อสร้างของอวิ๋นโส่วจง เห็นแล้วช่างคึกคักยิ่งนัก!
ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ก็เห็นผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ไปมา ต่างก็ยุ่งอยู่กับการทำงาน
จวนก่อด้วยอิฐสีเขียวมุงกระเบื้องสีดำ กำแพงสูงใหญ่ ประตูโอ่อ่า ช่างหรูหรากว่าจวนของเศรษฐีหวังที่เพิ่งย้ายออกไปจากหมู่บ้านหยางหลิ่วเสียอีก! ทำไมสิ่งเหล่านี้ถึงต้องเป็นของลูกชายที่ห่างเหินจากเขาด้วยนะ!
ไม่ใช่แค่จวนของเจ้ารองที่หรูหรา แต่จวนของเจ้าใหญ่กับเจ้าสามก็ใหญ่โตกว่าจวนของเศรษฐีหวังเสียอีก! ในใจของผู้เฒ่าอวิ๋นตอนนี้ช่าง…
เจ้าใหญ่จะตัดญาติแต่ไม่สำเร็จ ทว่าเขากลับถูกขับออกจากตระกูล ต่อไปหากเขามีเรื่องเดือดร้อนต้องพึ่งพาเจ้าใหญ่ แต่หากเจ้าใหญ่ไม่ยินยอม ตระกูลอวิ๋นก็จะเข้าข้างเจ้าใหญ่!
เจ้าสามก็ตัดขาดกับเขาไปแล้ว แม้แต่แซ่ก็เปลี่ยน บนหิ้งบูชาบรรพบุรุษของบ้านเจ้าสาม ไม่มีแท่นบูชาของเขาอีกต่อไปแล้ว!
เหลือเพียงเจ้ารอง… ที่ไม่ได้อยู่ในตระกูลอวิ๋นเหมือนกับเขา เวลานี้หากมีเรื่องอะไร ก็มีแต่เจ้ารองที่พอจะช่วยเหลือได้บ้าง แต่สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่แค่ความช่วยเหลือ!
จวนหรูหราแบบนี้เขาก็อยากอยู่นะ! ไม่สิ เขาอยากได้ต่างหาก!
คิดไปคิดมาเขาก็เดินเข้าไปใกล้ อย่างไรเสียเขาก็เป็นพ่อของอวิ๋นโส่วจง ต่อให้ชาวบ้านจะรังเกียจเขามากแค่ไหน ก็ต้องให้เกียรติอวิ๋นโส่วจงบ้างไม่ใช่หรือ ทุกคนต่างก็ทักทายเขา
“นายท่านผู้เฒ่ามาแล้ว!”
“นายท่านผู้เฒ่าช่างสุขสบายยิ่งนัก จวนของนายท่านรองช่างโอ่อ่า!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นฝืนยิ้มออกมาทั้งที่ในใจรู้สึกขมขื่น “ใช่ๆ เจ้ารองของข้ามันเก่งกาจ ข้าผู้เป็นพ่อก็พลอยดีใจแทน”
เขาก้าวเข้าไปในลานก่อสร้าง มองดูท่อทองเหลืองขนาดต่างๆ รวมถึงกระเบื้องเคลือบที่เรียบเนียน ในใจก็ตื่นตะลึงอย่างมาก นี่มันอะไรกัน? ต้องใช้เงินมากเท่าไหร่?
เขาใช้กล้องยาสูบเคาะท่อทองเหลืองที่วางอยู่บนพื้น ท่อทองเหลืองส่งเสียงใสกังวาน ดวงตาของเขาเบิกกว้าง อดถามชายที่กำลังขนของไม่ได้ “นี่… ท่อนี่ทำมาจากอะไร?”
ชายร่างกำยำหัวเราะลั่น “นายท่านผู้เฒ่า นี่คือท่อทองเหลือง ทำมาจากทองเหลืองขอรับ!”
ท่อทองเหลือง? ทำจากทองเหลืองทั้งหมดเลยหรือ? ผู้เฒ่าอวิ๋นฟังแล้วก็ตกตะลึง นี่มันไม่ใช่การเผาผลาญเงินหรือไร? ท่อทองเหลืองพวกนี้ต้องใช้ทองเหลืองมากเท่าใดกันเล่า?
ยิ่งคิดผู้เฒ่าอวิ๋นก็ยิ่งเคียดแค้นอวิ๋นโส่วจง เขามีเงินมากมายขนาดนี้ แต่กลับไม่ยอมให้เขาผู้เป็นพ่อ ไม่ยอมช่วยเหลือเจ้าห้า!
ตั้งแต่ชุ่ยเหนียงจากไป ก็ไม่มีใครมาส่งข้าวส่งน้ำให้เขาอีกเลย เขาก็ไม่ได้กินเนื้อมานานแล้ว!
เจ้าห้าต้องไปเรียนหนังสือ ต้องเลี้ยงอาจารย์และสหายร่วมชั้นบ้าง ต้องไปร่วมชุมนุมกวี ต้องไปซื้อตำราสอบ เงินที่บ้านล้วนใช้จ่ายไปกับเขา ชีวิตที่บ้านจึงยิ่งลำบากมากขึ้นทุกวัน
แต่เขาก็ไม่มีหน้าไปขอกินข้าวที่บ้านเจ้ารอง ในใจของผู้เฒ่าอวิ๋นตอนนี้ช่างสับสนอลหม่าน
“ทุกคนพักมือกันก่อน มากินข้าวก่อนเถิด กินข้าวเสร็จแล้วค่อยทำต่อ! วันนี้ทุกคนโชคดี นายท่านรองกับฮูหยินใจกว้าง ซื้อเนื้อมาเยอะมาก ทุกคนกินให้อิ่มเลยนะ! ยังมีเนื้อกวางอีกด้วย!”
ทันใดนั้นสตรีวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินออกมาเรียกผู้คน คนงานที่กำลังทำงานอยู่ต่างก็วางงานในมือลง แล้วเดินไปทางลานกว้างที่จัดโต๊ะเลี้ยง
แค่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ ผู้เฒ่าอวิ๋นก็กลืนน้ำลายลงคออย่างห้ามไม่อยู่ ความไม่พอใจในใจก็ยิ่งทวีคูณ
อวิ๋นโส่วจงเห็นผู้เฒ่าอวิ๋นพอดี อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็นพ่อ ต่อหน้าคนนอกเขาต้องทำหน้าที่ของตนเอง
“ท่านพ่อ ท่านมาแล้วหรือ? กินข้าวหรือยัง หากยังไม่กินก็เชิญมากินด้วยกันให้พอประทังท้องไปก่อนเถิด!”
นี่เรียกว่าประทังท้องอย่างนั้นหรือ? เนื้อกวางก็ยกมาวางแล้ว! ในใจของผู้เฒ่าอวิ๋นคำรามลั่น แต่บนใบหน้ากลับแสดงท่าทางหยิ่งยโสไว้ “ที่บ้านเตรียมอาหารไว้ให้ข้าแล้ว อีกอย่างเจ้าก็ไม่ได้บอกข้า…”
“เจ้ารองไม่ได้บอกพวกเรา แต่พวกเราก็มาช่วยงาน” ผู้ที่เอ่ยขึ้นคืออวิ๋นเจียหรง พอเขาพูดจบใบหน้าของอวิ๋นเจียชางก็แดงก่ำ
สายตาที่คนอื่นมองเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกดูแคลน ใช่แล้ว คนอื่นต่างมาช่วยงานตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนพ่อแท้ๆ กลับมาถึงตอนใกล้จะได้กินพอดี
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกเกลียดชังพี่ชายผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าตระกูลผู้นี้นัก เมื่อเห็นว่าเขากินอย่างเอร็ดอร่อย ดื่มอย่างมีความสุขจึงไม่อยากจากไปง่ายๆ
เขาจ้องมองอวิ๋นเจียหรงอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเอามือไพล่หลังแล้วเดินไปยังโต๊ะจัดเลี้ยง “โส่วจงเป็นลูกชายแท้ๆ ของข้า ยังไงก็เปลี่ยนไม่ได้ เลือดในตัวเขาก็เป็นเลือดของข้า ลูกชายจัดงานเลี้ยง บิดาอยากจะมาตอนไหนก็ได้ หรือไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา”
คำพูดนี้ช่างโอหัง ทว่าชาวบ้านแม้จะไม่กล้าพูดอะไรออกมา แต่ในใจต่างก็ด่าทอเขาว่า ‘หน้าไม่อาย’
เขาเป็นพ่อของอวิ๋นโส่วจง ย่อมต้องนั่งที่โต๊ะประธาน ตอนนี้เขาเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านก็นั่งอยู่ที่นี่ด้วย ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ เจ้ารองคนนี้เชิญแม้กระทั่งผู้ใหญ่บ้าน แต่กลับไม่ยอมเชิญเขา!
เขาหน้าบึ้งตึง เดินตรงไปนั่งที่โต๊ะประธานโดยไม่ทักทายใคร ผู้ใหญ่บ้านทักทายเขา เขากลับส่งเสียง “อืม” ในลำคอเบาๆ ทำกิริยาโอหังราวกับนายท่านผู้เฒ่า ทำเอาเหล่าผู้เฒ่าในหมู่บ้านที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันรู้สึกไม่พอใจ
เมื่อเห็นดังนั้น อวิ๋นโส่วจงจึงรีบเอ่ยขึ้น “ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย ท่านมาช่วยงานตั้งแต่เช้าตรู่ ข้าขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมาก มาเถิด ข้าจะรินเหล้าให้ทุกท่านเต็มจอก พวกเรามาดื่มสุราให้ชื่นใจก่อนเถิด”
ท่าทีนอบน้อมของอวิ๋นโส่วจง ทำให้ผู้เฒ่าในหมู่บ้านรู้สึกพอใจ ทุกคนจึงไม่ใส่ใจผู้เฒ่าอวิ๋นอีก
ผู้เฒ่าอวิ๋นเห็นว่าอวิ๋นโส่วจงไม่รินสุราให้ตน พอทุกคนบนโต๊ะยกจอกขึ้น เขาก็วางจอกลงบนโต๊ะอย่างแรง ส่งเสียง “ฮึ” ในลำคอด้วยความไม่พอใจ “เจ้ารอง เจ้าหมายความว่าอย่างไร ดูถูกพ่อของเจ้าหรือ? ขนาดสุราแค่จอกเดียวพ่อของเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ดื่มอย่างนั้นหรือ?”
ทันทีที่เขาโวยวาย ทุกคนต่างก็หันมามองเป็นตาเดียว นั่นสิ นายท่านรองรินสุราให้ทุกคนบนโต๊ะ ยกเว้นพ่อของตน ไม่ว่าอย่างไรพ่อก็คือพ่อ การไม่ให้เกียรติพ่อในงานเลี้ยงเช่นนี้ ช่างเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม
อวิ๋นโส่วจงรีบอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ท่านพ่อ ท่านลืมแล้วหรือ เมื่อวานอากุ้ยรีบร้อนมาหาข้าที่จวนท่านป๋อ บอกว่าท่านต้องการโสมแผ่นไปต่อชีวิต ข้าจึงรีบกลับมาทันที”
“วันนี้ดูแล้ว โสมแผ่นที่ท่านป๋อมอบให้นั้นช่างไม่ธรรมดา ท่านเพิ่งกินเข้าไปไม่นาน ยังไม่ทันข้ามวันเลยด้วยซ้ำ ไม่เพียงแต่ลุกลงจากเตียงได้ แถมยังแข็งแรงมีเรี่ยวแรงขึ้นอีกด้วย แต่ถึงอย่างไรท่านก็ยังป่วยอยู่ ข้าจะกล้ารินสุราให้ท่านได้อย่างไรล่ะขอรับ?”