ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 270 ผลลัพธ์
ในที่สุดก็สืบหาต้นตอของยาพิษได้แล้ว มาจากหุบเขาราชาโอสถ!
ยิ่งไปกว่านั้น ยาพิษชนิดนี้เป็นยาพิษชนิดออกฤทธิ์ช้า หากค้นพบตั้งแต่แรก ยาแก้พิษของหุบเขาราชาโอสถยังคงใช้ได้ผล แต่นายท่านเฒ่าถูกพิษมาสิบกว่าปีแล้ว ยาแก้พิษของหุบเขาราชาโอสถ ย่อมไร้ประโยชน์
อวิ๋นเหนียงถึงกับทรุดลงทันที เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดหุบเขาราชาโอสถถึงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย?
แต่ฉู่อี้คือเจ้านายของนาง แม้จะหวาดกลัวเพียงใด นางก็ต้องรายงานผลให้ฉู่อี้ทราบตามจริง
เมื่อมองใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ของฉู่อี้ อวิ๋นเหนียงก็รู้สึกหวาดหวั่นยิ่งนัก แม้นายท่านของนางจะยังอายุน้อย แต่นางกลับเห็นด้านโหดเหี้ยมและเด็ดขาดของเขามานับครั้งไม่ถ้วน
อวิ๋นเหนียงเป็นห่วงหุบเขาราชาโอสถยิ่งนัก แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากขอร้อง ในเมื่อครั้งนี้ผู้ที่ถูกลอบวางยาพิษคือนายท่านผู้เฒ่า!
โชคดีที่ยาเม็ดวิเศษที่คุณหนูอวิ๋นมอบให้สามารถแก้พิษของนายท่านผู้เฒ่าได้ มิเช่นนั้น จุดจบของหุบเขาราชาโอสถ… อวิ๋นเหนียงไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ฉู่อี้เหลือบมองอวิ๋นเหนียงอย่างเฉยชา “ยาพิษมาจากหุบเขาราชาโอสถ เช่นนั้นเรื่องสืบสวนหุบเขาราชาโอสถ ข้าจะมอบหมายให้เจ้าจัดการ”
อวิ๋นเหนียงได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก นายท่านพูดเช่นนี้ หมายความว่าจะลงโทษเฉพาะผู้กระทำผิด ไม่พาดพิงไปถึงคนอื่นๆ ในหุบเขาราชาโอสถ เมื่อได้รับความไว้วางใจและความเมตตาจากฉู่อี้ นางจึงคุกเข่าลงคำนับอย่างนอบน้อม…
ค่ำคืนนี้ ฉู่อี้ไม่อาจข่มตาหลับได้ทั้งคืน เขาเรียกจางหลิงกลับมาจากอำเภอ คำสั่งมากมายถูกส่งออกไปผ่านจางหลิง ในที่สุด เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า เขาก็จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น
บนโต๊ะอาหาร อวิ๋นฉี่เยว่สังเกตเห็นความผิดปกติ ใบหน้าของท่านโหวเฒ่าบวมมาก ฉู่อี้มีรอยคล้ำใต้ตาอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนจะไม่ได้นอนทั้งคืน แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไร เพียงแต่ช่วยอวิ๋นเจียวตักโจ๊กและหยิบซาลาเปาเท่านั้น
ฉู่อี้ตักโจ๊กให้ฉู่เผยเหวิน เนื่องจากใบหน้าบวม เขาจึงกินได้แต่โจ๊กเท่านั้น
เขายังคีบหมั่นโถวนมสดให้กับอวิ๋นเจียว เมื่อสบตากับอวิ๋นเจียว ก็เอ่ยว่า “เรื่องของท่านพ่อข้าแก้ไขได้แล้ว! เพียงแต่ร่างกายยังต้องฟื้นฟู เจียวเอ๋อร์ ข้าอยากรบกวนเจ้าช่วยดูแลท่านพ่อข้าสักระยะหนึ่งได้หรือไม่”
มุมปากของอวิ๋นฉี่เยว่กระตุก มองฉู่อี้ด้วยสายตาไม่พอใจ
แต่อวิ๋นเจียวกลับตอบตกลง “ได้เจ้าค่ะ หากท่านมีธุระก็ไปเถิด ข้าจะดูแลท่านลุงฉู่เอง”
ในเมื่อฉู่อี้พบต้นตอของยาพิษแล้ว ประกอบกับเห็นใบหน้าบวมๆ ของท่านลุงฉู่เช่นนี้ คาดว่าฟันที่ซ่อนยาพิษไว้คงถูกถอนออกแล้ว ต่อไปนางจะช่วยฉู่เผยเหวินขับพิษที่ตกค้างในร่างกายให้หมดสิ้น เมื่อไม่มีพิษรบกวน ฉู่เผยเหวินก็จะมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี
อวิ๋นฉี่เยว่รู้ดีว่าเรื่องนี้สำคัญมาก ยิ่งไปกว่านั้น น้องสาวของตนเป็นคนตัดสินใจเอง ดังนั้น แม้จะไม่พอใจที่ฉู่อี้ใช้ให้น้องสาวของตนทำงานโดยไร้ความเกรงใจ แต่เขาก็ไม่อาจเอ่ยปากคัดค้าน เขาไม่เคยขัดใจเจียวเอ๋อร์อยู่แล้ว
“เพียงแต่… ข้าจะดูอาการท่านลุงฉู่ให้ก่อน จากนั้นข้าต้องกลับไปแล้ว แต่ข้าจะกำชับบ่าวไพร่ที่คอยดูแลท่านลุงฉู่ไว้เอง ท่านกินข้าวเสร็จแล้วก็นอนพักผ่อนเถิด วันนี้ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น”
วันนี้นางยังมีธุระต้องจัดการ จึงไม่สามารถอยู่ที่จวนของฉู่อี้ได้
ฉู่อี้เองก็ไม่เกรงใจ เอ่ยว่า “เช่นนั้นก็ขอบคุณเจียวเอ๋อร์มาก” เมื่อได้รับความห่วงใยจากอวิ๋นเจียว หัวใจของฉู่อี้ก็เบิกบานราวกับดอกไม้ที่บานสะพรั่งท่ามกลางแสงแดด ช่างเปี่ยมไปด้วยความสุข
หลังมื้อเช้า อวิ๋นเจียวให้อวิ๋นฉี่เยว่รอนางอยู่ข้างนอก จากนั้นก็เข้าไปในห้องพร้อมกับฉู่เผยเหวิน จากนั้นก็ให้เขาดื่มยาแก้ปวดและยานอนหลับ
หลังจากที่ฉู่เผยเหวินผล็อยหลับไป อวิ๋นเจียวก็รีบเจาะเลือดเพื่อตรวจสอบ และติดต่อกับแพทย์ออนไลน์ของร้านขายยาในเถาเป่า
หลังจากที่แพทย์ตรวจสอบข้อมูลผลตรวจต่างๆ แล้ว ในหัวของอวิ๋นเจียวก็ปรากฏข้อความขึ้นมาว่า “…พิษลดลงมากแล้ว หลังจากนี้ให้ตรวจทุกวัน ต้องเฝ้าติดตามการลดลงของสารพิษในร่างกาย หมอจะสั่งยาให้ใหม่ คุณไปชำระเงินได้เลยค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นเจียวจึงใช้แต้มเพื่อเปิดการวินิจฉัยออนไลน์ “รบกวนหมอช่วยดูที่ปากของเขาให้หน่อยได้ไหมคะ” ความจริงแล้วอวิ๋นเหนียงให้ยาฉู่เผยเหวินแล้ว แต่ยาเม็ดทั่วไป ย่อมไม่ได้ผลเร็วเท่ากับยาปฏิชีวนะ
เนื่องจากฉู่เผยเหวินยังต้องขับพิษในร่างกาย ดังนั้นโรคอื่นๆ จึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน
แพทย์ตรวจดูแล้วก็เอ่ยว่า “การอักเสบจากการถอนฟัน ไม่ใช่ปัญญาใหญ่ หมอจะสั่งยาแก้อักเสบให้”
อวิ๋นเจียวรีบไปชำระเงิน หลังจากได้รับยาแล้วก็นำยาออกจากบรรจุภัณฑ์ แล้วย้ายใส่ขวดกระเบื้องเคลือบ รอจนกระทั่งฉู่เผยเหวินตื่นขึ้น จึงค่อยให้เขากินยา
จากนั้นอวิ๋นเจียวก็สั่งพ่อบ้านและบ่าวไพร่ที่คอยดูแลฉู่เผยเหวินเป็นประจำ บอกข้อควรระวังต่างๆ แล้วจึงรีบกลับบ้านที่หมู่บ้านไหวซู่พร้อมกับอวิ๋นฉี่เยว่
อวิ๋นฉี่เยว่ไปส่งอวิ๋นเจียวที่บ้านแล้วตัวเขาเองก็ตรงไปที่บ้านของอาจารย์หม่า อีกสองเดือนก็จะถึงการสอบเคอจวี่รอบฤดูใบไม้ร่วงแล้ว เขาออกไปที่อื่นนานหลายเดือน อาจารย์หม่าย่อมเข้มงวดกับการเรียนของเขามากขึ้น
อวิ๋นฉี่ชิ่งกับเฉาหลานเอ๋อร์รออวิ๋นเจียวอยู่ที่ลานบ้าน ตั้งแต่เช้าตรู่ ฟางซื่อก็ให้คนไปตามพวกเขามา
“เจียวเอ๋อร์”
“เจียวเอ๋อร์ ป้าสะใภ้รองบอกว่าเจ้าจะปรึกษาเรื่องเปิดสาขาเพิ่ม”
ทั้งสองคนมองอวิ๋นเจียวด้วยแววตาเป็นประกาย พวกเขาอยากเปิดสาขาเพิ่มมานานแล้ว
อวิ๋นเจียวยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้างนอกอากาศร้อน เข้าไปคุยกันในบ้านเถิดเจ้าค่ะ”
ทั้งสามคนเข้าไปในห้องโถง เสี่ยวเยว่ยกอ่างน้ำแข็งเข้ามาวางไว้ในห้อง อวิ๋นเจียวกระซิบข้างหูเสี่ยวเยว่สองสามคำ เสี่ยวเยว่พยักหน้าแล้วเดินออกไป
อวิ๋นฉี่ชิ่งพูดอย่างเกรงใจเล็กน้อย “เจียวเอ๋อร์ ความจริงแล้ว พวกเราก็ปรึกษากันเรื่องเปิดสาขาเพิ่มไว้แล้ว และก็ซื้อคนมาแล้ว ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นการลวกผักหรือเรื่องอย่างอื่นก็สอนไปหมดแล้ว เพียงแต่สองเดือนมานี้ เจ้าอยู่ที่จวนของท่านป๋อ พวกเราเลยไม่ได้บอกเจ้า”
แน่นอนว่าอวิ๋นเจียวรู้ดีว่าอวิ๋นฉี่ชิ่งเกรงใจเรื่องอะไร ก็คงเพราะเรื่องที่พวกเขาซื้อคนมาโดยไม่บอกกล่าวกับนาง
นางรีบพูดว่า “พี่ฉี่ชิ่ง ข้าเคยบอกแล้ว เรื่องในร้านพวกท่านจัดการกันเองได้เลย ไม่เห็นต้องถามความคิดเห็นของข้าทุกเรื่อง พวกท่านตัดสินใจกันเองได้เลย”
เฉาหลานเอ๋อร์มองอวิ๋นฉี่ชิ่งด้วยแววตาลำพองใจกึ่งล้อเลียน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบิกบานว่า “ข้าก็บอกแล้วว่าเจียวเอ๋อร์ไม่โกรธหรอก”
อวิ๋นเจียวกล่าว “ในเมื่อในร้านมีคนเพิ่มแล้ว ร้านในตำบลให้อยู่เฝ้าร้านเก็บเงินคนเดียวก็พอ ส่วนพี่ฉี่ชิ่งกลับมาเรียนหนังสือที่หมู่บ้าน เรียนสักสองเดือนแล้วค่อยให้พี่ฉี่เสียงมาเรียนต่อ”
“ส่วนเรื่องเปิดสาขาในอำเภอ ก็ให้พี่ฉี่เสียงกับพี่หลานเอ๋อร์เป็นคนจัดการ ตอนนั้นพี่หลานเอ๋อร์ก็ไปอยู่เฝ้าร้านที่อำเภอก่อน กลางคืนก็ไปอยู่กับพี่เหลียนเอ๋อร์ แล้วให้พี่เหลียนเอ๋อร์สอนหนังสือท่านไปด้วย”
“การรู้หนังสือเป็นเรื่องสำคัญ พวกท่านอย่าคิดว่าการร่ำเรียนจะทำให้เสียเวลาทำมาหากินเลย ทุกสิ่งเตรียมพร้อม ถึงจะทำงานได้ดี ร้านเม่าไช่ของพวกเราต่อไปจะต้องเปิดอีกหลายสาขา หากหลงจู๊อ่านหนังสือไม่ออกสักตัว จะดูบัญชีและหนังสือเอกสารจากร้านสาขาต่างๆ ได้อย่างไร?”
ที่จริงแล้วอวิ๋นฉี่ชิ่งแค่คิดจะรอสักพักแล้วค่อยไปเรียนหนังสือ เปิดร้านเม่าไช่ในอำเภอให้เสร็จก่อน แต่พอได้ยินที่อวิ๋นเจียวพูด เขาก็รู้สึกว่าตัวเองคิดตื้นเกินไป ทันใดนั้นสีหน้าก็จริงจังขึ้น รีบตอบตกลง
“ได้ ข้าจะฟังเจียวเอ๋อร์ บ่ายนี้จะไปลงชื่อ พรุ่งนี้จะไปสำนักศึกษา!” อวิ๋นฉี่ชิ่งตื่นเต้นมาก เขาไม่คิดว่าจะมีวันนี้ วันที่เขาได้อ่านออกเขียนได้
เฉาหลานเอ๋อร์ก็ดีใจมากเช่นกัน รีบพูดว่า “ตกลง ต่อไปข้าจะอยู่ที่อำเภอ เรียนหนังสือกับพี่เหลียนเอ๋อร์!”
เฉาเหลียนเอ๋อร์อยู่ในอำเภอ เฉาซื่อก็ไปอยู่ที่อำเภอเหมือนกัน เฉาหลานเอ๋อร์ย่อมดีใจอย่างมากที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับมารดาและพี่สาว