ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 272 หาเรื่องใส่ตัว
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 272 หาเรื่องใส่ตัว
ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกว่าตนเองมาหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ เห็นบ้านเจ้ารองใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ตนเองกลับไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองบ้างเลย ในใจก็รู้สึกคันยุบยิบราวกับถูกแมวข่วน
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กๆ ในบ้านยังกล้าขัดคอ ไม่เชื่อฟังเขา ต่อให้ในห้องนี้มีน้ำแข็ง ก็ไม่อาจดับไฟโทสะในใจเขาได้
อวิ๋นโส่วหลี่ก็เช่นกัน เขาไม่เคยต้องอดทนอดกลั้นต่อความโกรธเช่นนี้มาก่อน หลายปีมานี้ เขามีอำนาจบารมีในบ้าน ขอเพียงเอ่ยปาก พวกหลานๆ ต่างก็ต้องรีบเร่งทำตามคำสั่ง!
เช่นเดียวกับอวิ๋นหลานเอ๋อร์ ตั้งแต่อายุหกขวบก็เริ่มซักเสื้อผ้าให้เขาแล้ว แม้จะเป็นหลานสาว แต่นางอยู่ในบ้านตระกูลอวิ๋นเก่าก็ไม่ต่างอะไรกับสาวใช้ของเขา แต่ตอนนี้กลับไม่ยอมอ่อนข้อให้เขาในเรื่องเงินทองแม้แต่น้อย! นี่มันช่าง…
“หลานเอ๋อร์ อาห้าไม่ได้บอกหรือไงว่า รอข้ากลับไปจะให้เงินเจ้าเอง”
เขาเพิ่งพูดจบ เสี่ยวเยว่ก็ยกถาดเข้ามา บนถาดมีถ้วยกระเบื้องลายครามสีฟ้าขาวใบใหญ่สามใบ ภายในถ้วยบรรจุน้ำหวานสีแดงสดใส ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง… นั่นมันน้ำแตงโม!
แถมยังใส่น้ำแข็งมาด้วย! ช่างฟุ่มเฟือยเสียจริง! ไม่ใช่แค่เขา แม้แต่ผู้เฒ่าอวิ๋นก็มองถ้วยน้ำแตงโมตรงหน้าอย่างไม่อาจละสายตาได้ อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้ การได้ดื่มน้ำผลไม้เย็นๆ สักถ้วย คงเป็นสิ่งที่มีแต่ขุนนางและเศรษฐีเท่านั้นที่จะได้ลิ้มรสกระมัง?
ท่ามกลางความตกตะลึง ผู้เฒ่าอวิ๋นก็คิดขึ้นได้ บ้านเจ้ารองยังรู้จักใช้น้ำผลไม้ใส่น้ำแข็งมาต้อนรับเขา แสดงว่าพวกเขายังรู้จักกาลเทศะ ยังจำได้ว่าเขาเป็นพ่อ
อวิ๋นโส่วหลี่ก็รู้สึกตะลึงเช่นกัน บ้านพี่รองใช้น้ำแข็งมาต้อนรับแขกเชียวหรือ? ตอนนี้บ้านพี่รองต้องร่ำรวยมากขนาดไหนกัน?
ผู้เฒ่าอวิ๋นกับอวิ๋นโส่วหลี่กลืนน้ำลายอย่างห้ามไม่ได้ ผู้เฒ่าอวิ๋นทำทีเป็นวางท่าทางเคร่งขรึมสมกับเป็นผู้ใหญ่ “สะใภ้รอง พวกเจ้าช่างสุรุ่ยสุร่ายยิ่งนัก ชาวบ้านอย่างพวกเราจะไปกินน้ำแข็งได้อย่างไร ข้าวปลาอาหารจะกินให้อิ่มยังลำบากเลย”
“แต่ในเมื่อพวกเจ้าตั้งใจจะแสดงความกตัญญูต่อพ่อ พ่อก็ขอรับไว้ก็แล้วกัน ต่อไปอย่าได้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเช่นนี้อีก ต้องรู้จักประหยัดอดออมบ้าง!”
อวิ๋นโส่วหลี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พลางเอ่ยกับผู้เฒ่าอวิ๋น “ท่านพ่อ พี่สะใภ้รองหวังดีต่างหาก นางเพียงแค่ต้องการแสดงความกตัญญูต่อท่านเท่านั้น อีกอย่าง พี่รองตอนนี้เป็นเศรษฐีแล้ว กินน้ำแข็งสักหน่อยจะเป็นไรไป”
ผู้เฒ่าอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย “โส่วหลี่พูดถูก ในเมื่อบ้านเจ้ามีน้ำแข็ง คราวหลังก็ส่งมาให้ที่บ้านเก่าสักหน่อยสิ ส่งมาทุกวันเลยนะ” พูดจบ ทั้งสองคนก็รอให้เสี่ยวเยว่ยกถ้วยน้ำแข็งมาให้
อวิ๋นเจียวมองทั้งสองคนด้วยสายตาเย็นชา คนพวกนี้หน้าหนาเสียจริง! คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? ยังจะให้ส่งน้ำแข็งไปให้ทุกวันอีก!
ฟางซื่อเพิ่งกลับมา นางไม่รู้ว่าอวิ๋นเจียวให้เสี่ยวเยว่เตรียมถ้วยน้ำแข็งนี้ไว้ให้ใคร จึงไม่ได้เอ่ยตอบอวิ๋นโส่วหลี่และผู้เฒ่าอวิ๋น
ขณะนั้น ภายใต้สายตาจับจ้องของอวิ๋นโส่วหลี่และผู้เฒ่าอวิ๋น เสี่ยวเยว่ได้ยกถ้วยน้ำแตงโมใส่น้ำแข็งสามใบให้กับอวิ๋นเจียวและพี่น้องทั้งสามคน สีหน้าของผู้เฒ่าอวิ๋นพลันบึ้งตึง บ่าวรับใช้คนนี้ช่างไร้มารยาท ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าเขาเป็นผู้ใหญ่?
“สะใภ้รอง บ่าวรับใช้บ้านเจ้าช่างไร้ไหวพริบ เจ้าจะเก็บไว้ทำไม รีบขายออกไปซะ!”
อวิ๋นโส่วหลี่ก็เอ่ยเห็นด้วย “ใช่แล้ว พี่สะใภ้รอง ตอนนี้พี่รองเป็นเศรษฐีชื่อดังไปทั่วแปดหมู่บ้านแล้ว การใช้คนต้องรอบคอบหน่อยนะขอรับ”
ทันทีที่เขาพูดจบ ผู้เฒ่าอวิ๋นก็เอ่ยขึ้น “ยังยืนเซ่ออยู่ทำไม ไม่เห็นหรือไงว่าในห้องนี้มีกี่คน รีบไปเอาน้ำแข็งมาเพิ่มอีกสิ!”
แต่อวิ๋นเจียวกลับสั่งเสี่ยวเยว่ว่า “เจ้าไปเอาน้ำแตงโมมาเพิ่มอีกสองสามที่ ส่งมาให้ท่านแม่ก่อน แล้วให้แม่ของเจ้าเอาไปส่งให้อาจารย์ตั่งกับอาจารย์หม่า รวมถึงพี่ใหญ่และพี่รองของข้าด้วย”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
เสี่ยวเยว่รับคำสั่งแล้วเดินออกไป ผู้เฒ่าอวิ๋นกับอวิ๋นโส่วหลี่โกรธจนแทบจะกระโดดตัวลอย อวิ๋นเจียว ยัยเด็กเหลือขอ ตั้งแต่ต้นจนจบ กลับไม่เอ่ยถึงพวกเขาเลยสักคำ!
“อวิ๋นเจียว ในสายตาเจ้ายังมีปู่กับอาห้าอยู่หรือไม่ ช่างอกตัญญูเสียจริง!”
อวิ๋นโส่วหลี่เอ่ยอย่างเสแสร้ง “ใช่แล้ว หลานรัก เจ้าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง หากไม่อยากแบ่งของดีๆ ให้ข้า ข้าพอเข้าใจได้ แต่ท่านพ่อข้าเป็นถึงปู่แท้ๆ ของเจ้าเชียวนะ!”
ฟางซื่อไหนเลยจะทนฟังคนอื่นต่อว่าอวิ๋นเจียวได้ สีหน้านางพลันเปลี่ยนไป พูดอย่างไม่เกรงใจ “ท่านพ่อ วันก่อนท่านยังต้องพึ่งโสมแผ่นยื้อชีวิตอยู่เลย ไฉนวันนี้ถึงกินน้ำแข็งได้แล้ว?”
“ข้าว่าข้าต้องไปถามหมอโจวเสียหน่อยแล้ว ว่าเขาวินิจฉัยโรคอย่างไร ทั้งที่ท่านสบายดีแท้ๆ แต่เขากลับบอกว่าท่านป่วย เพื่อจะหลอกเอาเงินท่านพ่อ!”
คำพูดของฟางซื่อทำให้ผู้เฒ่าอวิ๋นพูดไม่ออกในทันที เขาจะพูดอะไรได้อีก? เมื่อวานยังต้องพึ่งโสมต่อชีวิต วันนี้กลับจะกินน้ำแข็ง มันฟังไม่ขึ้นจริงๆ
“แล้วโส่วหลี่ที่เป็นน้องชายของเจ้า จะไม่ให้เขากินบ้างหรือ?”
ฟางซื่อเอ่ยเสียงเย็นชา “ท่านพ่อ วันนี้ท่านมาที่นี่ เพียงเพื่อจะมาพูดเรื่องน้ำแข็งหรือ? ถ้าเช่นนั้นก็ต้องขออภัยด้วย น้ำแข็งที่บ้านเราก็มีไม่มาก! มีเหตุผลใดที่แขกมาบ้านแล้วขออาหารกิน? อวิ๋นโส่วหลี่เป็นถึงบัณฑิตถงเซิง มิใช่ขอทานเสียหน่อย!”
ฟางซื่อเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง มองผู้เฒ่าอวิ๋นที่กำลังโกรธจัดด้วยสายตาเย็นชา แล้วเอ่ยต่อ “อีกอย่าง ท่านพ่อสุขภาพไม่ดี กินน้ำแข็งไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น น้ำแข็งที่บ้านเราก็มีไม่มาก เป็นของที่ซื้อมาด้วยเงิน หากท่านพ่ออยากให้โส่วหลี่กินน้ำแข็ง เพียงเข้าอำเภอไปซื้อให้เขาก็ได้แล้ว”
คำพูดของฟางซื่อทำให้ทั้งสองคนจุกจนพูดไม่ออก ไม่มีแรงแม้แต่จะโต้เถียง
อวิ๋นเจียวกับพี่ทั้งสองคนต่างชื่นชมฟางซื่อในใจ โดยเฉพาะเฉาเหลียนเอ๋อร์กับอวิ๋นฉี่ชิ่ง พวกเขารู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะครึ่งปีก่อน พวกเขายังถูกคนบ้านใหญ่กดขี่ข่มเหงสารพัด!
ทว่าในตอนนี้อวิ๋นเจียวกลับจงใจยั่วโมโหพวกเขา นางตักน้ำแตงโมเย็นฉ่ำส่งไปที่ริมฝีปากของฟางซื่อ “ท่านแม่ พูดเยอะแล้ว กินสักหน่อยสิเจ้าคะ หวาน เย็น ชื่นใจ คลายร้อนดับกระหายได้ดีเชียวเจ้าค่ะ”
เฉาเหลียนเอ๋อร์กับอวิ๋นฉี่ชิ่งต่างหยิบถ้วยน้ำแข็งขึ้นมา อวิ๋นฉี่ชิ่งตักน้ำหวานเข้าปากหลายคำติดต่อกัน ก่อนจะเอ่ยชม “อร่อยมาก อากาศร้อนๆ แบบนี้ ได้ดื่มน้ำแตงโมใส่น้ำแข็ง ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม”
เฉาเหลียนเอ๋อร์พูด “พี่ใหญ่ ท่านไม่ได้ฝันไปหรอก เพียงแต่ครึ่งปีก่อน ตอนที่พวกเรายังไม่ได้แยกบ้าน แม้แต่กินให้อิ่มท้องสักมื้อยังทำไม่ได้เลย เสื้อผ้าที่ไม่มีรอยปะแม้แต่ตัวเดียวก็ไม่เคยได้ใส่ แต่ตอนนี้ พวกเรากลับมีชีวิตที่ดีขึ้น แถมยังได้กินน้ำแข็ง…”
เฉาเหลียนเอ๋อร์พูดพลางปรายตามองผู้เฒ่าอวิ๋นกับอวิ๋นโส่วหลี่ แววตาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
ผู้เฒ่าอวิ๋น ต่อให้มีความอดทนมากแค่ไหน ก็ทนต่อไปไม่ไหว เขาลุกขึ้นยืนทันที พร้อมกับเอ่ยด้วยสีหน้าบึ้งตึงว่า “เจ้าห้า กลับบ้าน!”
เดิมทีอวิ๋นโส่วหลี่ก็ไม่ใช่คนยอมใครง่ายๆ วันนี้เขาทนเก็บอารมณ์ไว้มากพอแล้ว หากอยู่ต่อคงได้อกแตกตายแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงเดินตามผู้เฒ่าอวิ๋นออกไป
หลังจากที่พวกเขาออกจากบ้านไป เฉาเหลียนเอ๋อร์ก็ถามด้วยความสงสัย “สองคนนั้นเป็นอะไร ตั้งใจมาตำหนิพวกเราหรือว่าจงใจมาหาเรื่องใส่ตัวกันแน่?”
อวิ๋นฉี่ชิ่งก็รู้สึกแปลกประหลาดเช่นกัน “วันนี้อวิ๋นโส่วหลี่ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทำท่าทางสุภาพแบบนั้น ไม่รู้ว่าในใจคิดแผนร้ายอะไรอยู่ ท่านอาสะใภ้รอง เจียวเอ๋อร์ พวกท่านต้องระวังตัวด้วยนะขอรับ”
อวิ๋นเจียวพยักหน้า “ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ข้าไม่ปล่อยให้เขามาเอาเปรียบเราได้หรอก!”
ฟางซื่อพูด “ไม่ต้องไปสนใจพวกเขา คนบ้านนั้นไม่ว่าจะเด็กหรือแก่ ต่างก็ไม่หวังดีกับพวกเราทั้งนั้น! พวกเจ้าสองคนอย่าเพิ่งรีบกลับ ตอนบ่ายป้าจะทำอาหารอร่อยๆ ให้กิน!”
เฉาเหลียนเอ๋อร์กับอวิ๋นฉี่ชิ่งรับคำอย่างรวดเร็ว
ฟางซื่อไปเตรียมอาหารกลางวัน ส่วนอวิ๋นเจียวกับพี่ทั้งสองคนก็นั่งปรึกษาเรื่องร้านเม่าไช่ในห้อง พลางเล่าเรื่องที่ร้านเม่าไช่จะแจกน้ำบ๊วยแช่เย็นให้กับลูกค้าที่มียอดสะสมครบตามกำหนด
ทั้งสองคนต่างปรบมือชอบใจ แต่ครู่หนึ่งก็ทำหน้าหนักใจ อวิ๋นฉี่ชิ่งพูด “เจียวเอ๋อร์ น้ำแข็งราคาแพง หากพวกเราแจกแบบนี้ คงขาดทุนยับเยินแน่”
อวิ๋นเจียวกลับไม่คิดเช่นนั้น “พี่ฉี่ชิ่งไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ พี่รองทำน้ำแข็งเป็น เขาจะขายน้ำแข็งให้เราในราคาไม่แพง! แค่ห้าอีแปะต่อหนึ่งชั่ง ร้านเม่าไช่ของพวกเราจะจ่ายไม่ไหวเชียวหรือ?”