ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 106 เศษขนมเต็มปาก
บทที่ 106 เศษขนมเต็มปาก
“ฮ่า ๆ น่ารักมาก! ลี่หรง ลูกชายของเธอน่ารักมากเลย”
“อันอัน เรียกพี่สาวสิจ๊ะ” ลี่หรงยิ้ม แล้วสอนเด็กน้อยให้เรียกคนตรงหน้า
ใบหน้ากลมของอันอันโผล่ออกมาจากด้านหลังขาของลี่หรง แล้วตะโกนเสียงดังฟังชัด “สวัสดีครับพี่สาว”
“โอ๊ย! สวัสดีจ้ะ!” เสียงเล็ก ๆ นี้ทำให้เสิ่นรั่วหนิงแทบใจละลาย เธอเอื้อมมือไปบีบแก้มอันอัน “น่ารักจริง ๆ เลยนะ เดี๋ยวพี่สาวจะเอาของอร่อยมาให้นะจ้ะ”
“ไม่ต้องห่วงเขาหรอก ฉันว่าจะเก็บข้าวของกลับบ้านสักสองวัน เอาหนังสือกลับไปอ่านที่บ้าน แล้วค่อยกลับมาก่อนสอบอาทิตย์หน้าน่ะ”
อู๋เยี่ยนหงมอง แต่ไม่ได้คิดจะเข้ามาหา เธอยิ้มแล้วถามลี่หรงว่า “คุยกันจบแล้วเหรอ?”
ลี่หรงยังคงหงุดหงิดใจ แต่ก็ตอบกลับไปอย่างใจเย็น “ค่ะ”
หลิวหลานหลานกับหลี่ชุนเสวี่ยกลับมาจากกินข้าวด้วยกัน เมื่อเห็นอันอัน พวกเธอก็รีบเข้ามาหยอกล้อเขาเล่น ตามสัญชาตญาณความเป็นแม่
อันอันเริ่มทักทายก่อนว่าสวัสดีครับพี่สาว
“นี่คือตุ๊กตานำโชคของครอบครัวไหนเนี่ย?” หลี่ชุนเสวี่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ของฉันเอง” ลี่หรงตอบ ขณะหยิบหนังสือขึ้นมา “ไม่ต้องห่วงเขาหรอก ปล่อยให้เขาเล่นคนเดียวสักพักก็ได้นะ”
หลิวหลานหลานอายุมากกว่าลี่หรงหนึ่งปี ตอนนี้เมื่อเธอถูกเรียกว่าพี่สาว ก็รู้สึกดีมาก เธอเพิ่งซื้อถุงลูกอมมาจากร้านสหกรณ์ในมหาวิทยาลัย จึงหยิบหนึ่งกำมือมามอบให้อันอัน
อันอันกำมือ ไม่กล้ารับ แล้วมองลี่หรงด้วยสีหน้าไม่สบายใจ “แม่ครับ?”
“ถ้าอยากกินก็รับมาเลยจ้ะ อย่าลืมขอบคุณพี่สาวด้วยนะลูก” ลี่หรงเหลือบมองหลิวหลานหลาน ปกติแล้วพวกเธอไม่ค่อยได้สนิทสนมกันนัก ไม่คาดคิดเลยว่าหลิวหลานหลานจะให้ลูกอมเด็กน้อย ตั้งแต่ตอนพบกันครั้งแรก ลี่หรงตั้งข้อสังเกตในใจ
“ขอบคุณครับพี่สาว!” อันอันยิ้มอวดฟันขาว แล้วขอบคุณเธออย่างอ่อนหวาน
หลิวหลานหลานรู้สึกเอ็นดูเขามาก “ถ้าเรียนจบ ฉันจะแต่งงานและมีลูกที่น่ารักแบบนี้ให้ได้เลย”
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องรีบหาแฟน เรียนจบแล้วจะได้มีสักคน” หลี่ชุนเสวี่ยขยิบตา
“มานี่สิจ๊ะ พี่สาวจะเอาขนมกับลูกอมให้หนูเอง ทั้งหมดนี่เอามาจากประเทศ Y เลยนะ” เสิ่นรั่วหนิงหยิบถุงขนมออกมา มีทั้งเวเฟอร์และแครกเกอร์รสเค็ม ส่วนลูกอมเป็นลูกอมเคี้ยวนุ่ม ที่มีรสหวานเป็นพิเศษ
เมื่อหลิวหลานหลานเห็นดังนั้น ก็รู้สึกเสียใจอย่างอธิบายไม่ถูก เธอทำได้เพียงให้ลูกอมธรรมดาแก่เขา แต่เสิ่นรั่วหนิงสามารถมอบขนมดี ๆ จากต่างประเทศให้เด็กน้อยได้
ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวเล็กน้อย เพราะกลัวว่าเด็กน้อยจะไม่ชอบเธอ
เสิ่นรั่วหนิงเปิดถุงเวเฟอร์ แล้วยื่นให้อันอัน ซึ่งเขากำลังถือลูกอมอยู่ในมือ เมื่อหลิวหลานหลานคิดว่าเขาจะโยนลูกอมทิ้งไป เด็กน้อยกลับเปิดซิปกระเป๋ากางเกงของตัวเอง แล้วใส่ลูกอมเข้าไป จากนั้นตบกระเป๋าเบา ๆ ก่อนรับเวเฟอร์มา
ท่าทางเช่นนี้ของเด็กน้อย ช่วยคลายความวิตกกังวลของหลิวหลานหลานได้ทันที
แอบคิดในใจว่าลี่หรงสอนลูกชายได้ดีจริง ๆ
ลี่หรงเก็บข้าวของอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอหันมาอีกที ก็เห็นปากของอันอันเต็มไปด้วยเศษขนมแล้ว เธอหัวเราะ แล้วพูดว่า “ใครให้ขนมลูกเหรอจ๊ะ?”
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้น แล้วชี้นิ้วน้อย ๆ ไปทางเสิ่นรั่วหนิง “พี่สาวให้มาครับ”
“พูดขอบคุณรึยังจ๊ะ?”
“อื้ม!” เด็กน้อยเคี้ยวขนมแก้มป่อง ทำให้ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้าอย่างแข็งขัน เพื่อพิสูจน์ให้แม่เห็นว่าเขาขอบคุณพี่สาวแล้ว
“เอ๊ะ! พวกเธอจะกลับกันแล้วเหรอ?” เสิ่นรั่วหนิงพูดด้วยความเสียดาย “ฉันชอบอันอันมากเลย” เธอย่อตัวลงมองเด็กน้อยในระดับสายตา แล้วถามว่า “อันอัน อยากไปอยู่บ้านพี่สาวสักสองวันไหมจ๊ะ?”
ลี่หรงยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้พูดอะไร มองเด็กน้อยด้วยรอยยิ้ม รอดูว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร
เด็กน้อยทำตาโต “แม่ไปด้วยรึเปล่าครับ?”
“แม่ไม่ไปจ้ะ” ลี่หรงยิ้ม “อันอันไปคนเดียว พี่สาวมีขนมอยู่ที่บ้านเยอะแยะเลย ลูกอยากไปไหม?”
“ไม่ไปครับ” เด็กน้อยส่ายหน้า ไม่สนใจจะกินขนมต่อแล้ว กลับรีบวิ่งไปดึงกระโปรงของลี่หรง ราวกับกลัวว่าลี่หรงจะทิ้งเขาไป
“ก็ได้…” เสิ่นรั่วหนิงทำหน้ามุ่ย “พอกลับถึงบ้านก็ไม่มีใครเล่นกับฉันเลย ไม่รู้ว่าคราวหน้าจะได้เจอเจ้าตัวน้อยน่ารักคนนี้อีกหรือเปล่า”
หลิวหลานหลานที่อยู่ข้าง ๆ เม้มปากแล้วยิ้ม “ต่อไปถ้ามีเวลาว่าง ก็พาเขามาเล่นด้วยอีกสิ หอพักของเรามีขนมเยอะแยะเลย!”
ลี่หรงยิ้ม นึกอยากเชิญพวกเธอไปกินข้าวเย็นที่บ้าน แต่พอคิดดูแล้วก็ไม่ได้ชวน เพราะพฤติกรรมของอู๋เยี่ยนหงเมื่อครู่นี้ ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจจริง ๆ
ทั้งสองไม่ได้ถึงขั้นทะเลาะกัน เพียงแค่ไม่พอใจเล็กน้อย หากลี่หรงเอ่ยปากชวนคนอื่น ก็ต้องชวนเธอด้วย
ลี่หรงรู้สึกลำบากใจที่จะชวนเธอด้วย
หากไม่ชวน ก็คงไม่เหมาะสม
ฉะนั้นก็ช่างเถอะ
หลังจากบอกลาแล้ว ลี่หรงก็ลงไปชั้นล่างพร้อมกับลูกน้อย
จ้าวชิงซงยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ตรงประตูอาคารหอพัก กำลังมองมาทางนี้พอดี
ลี่หรงรู้สึกเสียใจที่เห็นชายหนุ่มยืนตากแดด เธอรีบเดินไปหา “ทำไมคุณไม่เข้ามารอในอาคารล่ะคะ ป้าที่อยู่ชั้นหนึ่งไม่ได้บอกคุณเหรอคะ”
“ไม่เข้าไปดีกว่าครับ มันจะดูไม่ดี มีแต่สาว ๆ เข้าออกหอพักตลอดเลย”
จ้าวชิงซงก้มลงไปอุ้มอันอันขึ้นมา แล้วยกมือไปเช็ดเศษขนมรอบปากของเขา “กินอะไรมาครับเนี่ย ติดเต็มปากเลย”
“ขนมครับ ขนมจากพี่สาว” เด็กน้อยหยิบห่อที่ยังไม่ได้แกะออกจากกระเป๋า แล้วส่งให้จ้าวชิงซง “นี่”
“โอ้โห! รู้จักเอาขนมมาฝากพ่อแล้วเหรอ?” จ้าวชิงซงจับท้ายทอยของอันอัน แล้วหอมแก้มนิ่มของลูกชาย “เก่งจริง ๆ เลย!”
แม่จ้าวกำลังปลูกผักใบเขียวไว้ในสวนที่บ้าน เมื่อครอบครัวลี่หรงกลับมาถึงบ้าน แม่จ้าวก็เพิ่งตัดหญ้าเสร็จพอดี เมื่อเห็นพวกเธอกลับมาแล้ว ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เสี่ยวหรงปิดเทอมแล้วเหรอ?“
“เปล่าค่ะ แค่จะมาอยู่ที่นี่สองสามวัน อาทิตย์หน้าก็ต้องกลับไปสอบแล้วค่ะ”
หลังจากเข้าไปในบ้านแล้ว จ้าวชิงซงก็วางเด็กน้อยลงบนพื้น แล้วปล่อยให้เขาวิ่งเล่นเอง
เด็กน้อยที่ไม่ได้เจอแม่มาเป็นเวลานาน ก็อยากนอนกับพ่อแม่ในตอนกลางคืน
ลี่หรงก็คิดถึงลูกน้อยเหมือนกัน หลังจากอาบน้ำให้เจ้าตัวน้อยจนตัวหอมฟุ้งแล้ว ก็ให้เขานอนลงตรงกลางระหว่างพ่อแม่ตามที่เขาต้องการ ลี่หรงกับจ้าวชิงซงเล่นกับลูกชายสักพัก เมื่อเจ้าตัวน้อยรู้สึกง่วง เขาก็ผล็อยหลับไปโดยกอดลี่หรงไว้
จ้าวชิงซงเหลือบมองเจ้าตัวเล็ก ที่นอนคั่นอยู่ตรงกลางด้วยความมันเขี้ยว “ทำไมคุณไม่พาเขาไปนอนกับแม่ล่ะครับ?”
ลี่หรงมองเขา “ถ้าคุณไม่กลัวว่าเขาจะโกรธคุณพรุ่งนี้ คุณก็อุ้มเขาไปสิคะ”
“…”
โชคดีที่เตียงที่ทำขึ้นใหม่นี้ค่อนข้างใหญ่ จ้าวชิงซงจึงอุ้มลูกน้อยเข้าไปนอนฝั่งข้างใน แล้วนอนลงบนตำแหน่งเดิมของอันอัน ก่อนเข้ากอดภรรยาตัวหอมหวานและผิวนุ่มนิ่ม จนในที่สุดก็ถอนหายใจด้วยความพึงพอใจ “ผมไม่อยากมีลูกอีกแล้วครับ ลูกช่างขัดขวางเราสองคนจริง ๆ เลย”
ลี่หรงยิ้ม แล้วถามเรื่องธุรกิจที่เขาทำในช่วงนี้ “คุณเคยบอกว่าจะร่วมทำงานกับคนใต้คนนั้นเหรอคะ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างแล้วเหรอคะ?”
“ราบรื่นดีครับ” จ้าวชิงซงใช้มือใหญ่ลูบไล้เอวบางของลี่หรง เขาไม่คิดจะปกปิดเธอ หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เขาก็เล่าว่า “ตอนนี้เราทำธุรกิจผลไม้เป็นหลัก คนในเมืองหลวงมีเยอะมาก ทั้งยังมีเงินพอที่ยินดีจะซื้อผลไม้ ผลไม้ที่นำมาจากทางใต้นั้นขายได้ราคาดีใน ‘ตลาดเสรี’ เพราะไม่ต้องใช้ตั๋ว แล้วช่วงนี้เป็นฤดูผลไม้ด้วย ก็เลยทำเงินได้เยอะมากเลยครับ”
“คุณต้องระวังให้ดีนะคะ” ลี่หรงเตือนด้วยความเป็นห่วง “เมืองหลวงไม่ได้ดีไปกว่าหมู่บ้านต้าเจียงเลย แม้ว่าพวกพี่ชายของฉันจะสามารถช่วยได้ แต่เราควรพยายามช่วยเหลือตัวเองให้เต็มที่ก่อน เพราะพวกเขาเองก็แต่งงานมีครอบครัวกันหมดแล้วค่ะ ฉันกลัวว่าจะลำบากพวกเขา”
จ้าวชิงซงพยักหน้า “ผมเข้าใจครับ”
ลี่หรงกลัวว่าชายหนุ่มจะคิดมากเกินไป จึงกล่าวเสริมว่า “ฉันไม่ได้จะหมายถึงอะไรหรอกนะคะ ถ้ามีเรื่องเกิดขึ้นจริง ฉันก็จะรบกวนพี่ชายอยู่ดี เพราะอย่างไรความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวก็ย่อมต้องช่วยเหลือกันค่ะ”