ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 107 ลิ้นจี่จากทางใต้
บทที่ 107 ลิ้นจี่จากทางใต้
ตั้งแต่จ้าวชิงซงร่วมมือทำธุรกิจผลไม้กับคนจากทางใต้ ทำให้ผลไม้ที่บ้านไม่เคยขาดเลย พ่อค้าผลไม้คนอื่น ๆ จะเก็บผลไม้ที่เหลือ ที่มีคุณภาพไม่ดี หรือกำลังจะเน่าเสียไว้กินเองที่บ้าน แต่จ้าวชิงซงนั้นแตกต่างออกไป
เขาเลือกส่วนที่ดีไว้
ในตอนแรกจ้าวชิงซงถูกเพื่อนร่วมงานแซว เขาก็ได้แต่ยิ้มตอบ เมื่อเวลาผ่านไป เพื่อนร่วมงานก็เริ่มเข้าใจนิสัยของเขาขึ้นมาแล้ว จึงหยุดแซว
วันรุ่งขึ้นจ้าวชิงซงไปตลาดแต่เช้า เพื่อรับและกระจายสินค้า
ลี่หรงกินอาหารเช้าเสร็จ ก็คิดจะพาแม่จ้าวออกไปเยี่ยมชมเมืองหลวง
จ้าวชิงซงเคยพาแม่จ้าวไปร้านสหกรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงมาก่อน แม่จ้าวกลัวว่าจะใช้เงินเยอะเกินไป จึงโบกมือปฏิเสธ “อย่าเพิ่งเลยจ้ะ เสี่ยวหรงควรอ่านหนังสือก่อนนะจ้ะ เจ้ารองบอกว่าลูกกำลังจะสอบปลายภาคแล้วนี่นา”
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ รอให้หนูสอบเสร็จก่อนก็ได้” ลี่หรงไม่ได้คิดจะขอให้แม่จ้าวมาช่วยดูแลลูกให้ในตอนแรก ตอนนั้นเธอยุ่งอยู่กับการลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัย หลังจากได้บ้านแล้ว เธอถึงเพิ่งจะมารู้ว่าอันอันยังเด็กมากเกินกว่าจะช่วยเหลือตัวเองได้ ถ้าไม่มีใครช่วยดูแล แล้วจ้าวชิงซงจะออกไปทำงานได้อย่างไร?
โชคดีที่จ้าวชิงซงคิดนำหน้าเธอ จึงเรียกแม่จ้าวให้มาช่วยดูแลอันอันก่อน กว่าที่ลี่หรงจะคิดได้ จ้าวชิงซงก็ได้แก้ไขปัญหานี้ไปเรียบร้อยแล้ว
แม่จ้าวมาจากชนบท ด้วยเห็นว่าบ้านหลังใหญ่แบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อสิบที่แล้วคงต้องตะโกนไปทั่วว่าบ้านหลังนี้พวกเขาเป็นเจ้าของ เธอถามจ้าวชิงซงว่าบ้านหลังนี้ให้เช่าด้วยเหรอ?
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น จ้าวชิงซงจึงบอกว่าเขาเช่าบ้านหลังนี้มา
แม่จ้าวเดินสำรวจไปรอบ ๆ ลานบ้าน แล้วเห็นบ้านหลายหลังในรั้วเดียวกัน เธอจึงรู้สึกอึดอัดใจจนพูดว่า “เช่าบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ ต้องใช้เงินเยอะมากเลยนะลูก”
จ้าวชิงซงรีบอธิบาย “ต่อไปถ้ารับพวกแม่มาอาศัยอยู่ในเมืองหลวงก็จะสะดวกขึ้นครับ เมื่อถึงเวลาที่พวกพี่ใหญ่มา ก็จะได้มีที่พักไว้ให้เด็ก ๆ วิ่งเล่นกันได้อย่างไรล่ะครับแม่”
แม่จ้าวรู้สึกประทับใจกับคำพูดของลูกชายมาก ถึงกับทุ่มเทเลี้ยงดูหลานชายมากขึ้น
ในช่วงบ่าย จ้าวชิงซงกลับมาจากที่ทำงาน พร้อมกับถุงลิ้นจี่ในมือ สินค้าใหม่มากมายเพิ่งมาถึง เขาจึงนำกลับมาเยอะเป็นพิเศษ
เมื่อแม่จ้าวเห็นลิ้นจี่เป็นครั้งแรก ก็ถามจ้าวชิงซงว่าราคาแพงไหม จ้าวชิงซงบอกว่าไม่แพง แล้วบอกให้แม่จ้าวกินเยอะตามสบายได้เลย
แม่จ้าวกินไปไม่กี่คำก็พูดว่า “ผลไม้นี้อร่อยมากเลย อร่อยกว่าองุ่นเสียอีก”
“กินเยอะ ๆ เลยนะครับ แล้วพรุ่งนี้ผมจะเอามาให้ใหม่ ถ้าจะกินต้องกินช่วงนี้ หน้าลิ้นจี่มันสั้นครับ”
ลิ้นจี่ลูกกลมโตพอ ๆ กับนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้แตะกัน เมื่อปอกเปลือกออก ก็เผยให้เห็นเนื้อสีขาวชุ่มฉ่ำ เม็ดมีขนาดเล็กกว่าครึ่งหนึ่งของเล็บมือ ทำให้เมื่อกัดไปแต่ละคำ จะมีน้ำหวานฉ่ำทะลักออกมา
ลี่หรงไม่ได้เห็นลิ้นจี่มานานแล้ว จึงกินไปหลายลูก ก่อนจะถามจ้าวชิงซง “คุณซื้อลิ้นจี่มาจากร้านค้าข้างนอกเหรอคะ?”
“เปล่าครับ” จ้าวชิงซงพูดด้วยรอยยิ้ม “ได้มาจากทางใต้ครับ”
ลี่หรงรู้ว่าเป็นธุรกิจของจ้าวชิงซงทันทีที่ได้ยิน เขาไม่ได้ซื้อมาจากร้านข้างนอก เพราะถ้าเป็นกรณีแรก หมายความว่าลิ้นจี่เหล่านี้มีราคาไม่แพงนัก แต่หากเป็นกรณีหลัง หมายความว่าต้องเสียเงินซื้อไปเป็นจำนวนมาก
เพราะลี่หรงก็รู้ดีว่าลิ้นจี่นี้จะขายได้ราคาเท่าไหร่
แม้ว่าเธอจะไม่ขาดเงินซื้อผลไม้ แต่ก็หาโอกาสได้กินผลไม้ล้ำค่าเช่นนี้ได้ไม่บ่อยนัก
ลี่หรงจึงพูดอย่างไม่เกรงใจว่า “ถ้าพรุ่งนี้ยังมีอีกก็เอามาเพิ่มหน่อยนะคะ ฉันชอบกินลิ้นจี่มากเลยค่ะ”
“ผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีหรือเปล่านะครับ การขนส่งผลไม้ชนิดนี้มาที่นี่ ต้องใช้ความพยายามในการดูแลเอาใจใส่มากเป็นพิเศษมาก เพราะมันเสียง่ายครับ”
ลี่หรงพยักหน้า เธอเข้าใจว่าในยุคที่การขนส่งแบบห้องเย็นยังด้อยพัฒนาอยู่ ยากที่จะขนส่งและรักษาความสดของผลไม้ที่บอบบางอย่างลิ้นจี่ได้
เด็กน้อยกำลังกินลิ้นจี่อยู่ข้าง ๆ เขาแก้มป่อง ขณะเดียวกันก็ยังคงปอกลิ้นจี่ในมืออยู่…
ลี่หรงสูดหายใจ มองเปลือกลิ้นจี่บนพื้น เด็กน้อยกินเยอะมากระหว่างที่เธอมัวแต่คุยกับจ้าวซิงชง ก่อนรีบเก็บลิ้นจี่ที่เหลือออกไป “อย่ากินเยอะเกินไปนะจ้ะ เดี๋ยวจะเป็นร้อนในเอาได้”
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบลิ้นจี่มาจากมือของลูกน้อยด้วย
อันอันนั่งบนพื้น เงยหน้าขึ้นมองลี่หรงด้วยตากลมโต
สิบวินาทีต่อมา อันอันหลับตาอ้าปากร้องไห้จ้า
ลี่หรงปวดหัว เธอหันไปมองจ้าวชิงซง “คุณช่วยมาจัดการลูกชายของคุณเถอะค่ะ”
หญิงสาวไม่เข้าใจเลยว่าเด็กน้อยคนนี้เหมือนใคร แม้ว่าก่อนที่เธอจะเดินทางข้ามเวลามา เธอเองก็ไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากผลไม้เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นงอแงแบบเจ้าตัวเล็กนี้เลย
จ้าวชิงซงทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เขาเองก็ควบคุมไม่ได้เหมือนกัน ก่อนเหลือบมองลูกชายที่ยังคงส่งเสียงร้องไห้โยเย แล้วคิดว่าถ้าตัวเองไม่รีบเข้าไปปลอบ แล้วแม่จ้าวเข้ามาเห็นภาพนี้ในไม่ช้า เดี๋ยวแม่จ้าวจะต้องตามใจหลานชายด้วยการให้กินลิ้นจี่อีกแน่นอน
เขาจึงจำต้องพูดว่า “ทำไมไม่ให้เขากินลูกสุดท้ายก่อนล่ะครับ?”
ลี่หรงเม้มปาก “ไม่ได้ค่ะ ดูสิคะว่าเขากินไปเยอะแค่ไหนแล้ว”
เด็กน้อยร้องไห้จ้าอยู่นาน แต่เมื่อพบว่ายังไม่มีใครเข้ามาปลอบ เขาจึงลืมตาข้างหนึ่งเพื่อมองลี่หรง เมื่อสบตากับลี่หรงที่มองมาพอดี เขาก็สูดจมูก แล้วเดินไปกอดขาลี่หรง “แม่ครับ ขอกินลูกสุดท้ายนะครับ”
ที่บ้านมีแม่จ้าวคอยดูแลอันอัน และเด็กน้อยก็เป็นเด็กดี ทั้งยังไม่รบกวนการอ่านหนังสือของลี่หรงเลย นั่นทำให้หญิงสาวมีสมาธิอ่านทบทวนหนังสือได้มากขึ้น
ลี่หรงกลับไปมหาวิทยาลัยหนึ่งวันก่อนสอบ
แล้วอยู่ที่นั่นจนกระทั่งสอบเสร็จทุกวิชา
ในหอพัก นอกจากลี่หรงและเสิ่นรั่วหนิงที่มีบ้านในเมืองหลวงแล้ว คนอื่น ๆ ก็มาจากต่างมณฑลทั้งสิ้น โอ้ ไม่สิ สวี่จิ้งก็มาจากเมืองหลวงเช่นกัน แต่บ้านของเธออยู่ห่างไกลจนเกือบสุดนอกเมืองหลวง
ในขณะที่คนอื่น ๆ กำลังจัดกระเป๋าเดินทาง ลี่หรงแค่จัดเตียงเพื่อไม่ให้ฝุ่นเกาะในวันหยุด
อู๋เยี่ยนหงถามลี่หรง “คุณซื้อตั๋วรถไฟแล้วเหรอ?”
“ไม่ได้ซื้อค่ะ ฉันมีบ้านพักอยู่ในเมืองหลวงแล้วค่ะ”
อู๋เยี่ยนหงยิ้มอ่อน “ฉันคิดว่าคุณแค่มาเรียนและใช้ชีวิตในเมืองหลวง แล้วก็จะกลับบ้านหลังวันหยุดเสียอีก”
ลี่หรงมักไม่ได้อยู่ค้างคืนในหอพัก และเพื่อนร่วมห้องของเธอทุกคนรู้ดีว่า สามีของลี่หรงพาเธอมาที่เมืองหลวง แล้วเช่าบ้านอยู่ข้างนอกใกล้กับมหาวิทยาลัย มีเพียงอู๋เยี่ยนหงเท่านั้นที่จะพูดออกไปแบบนี้
อู๋เยี่ยนหงก็ตระหนักได้ว่าตนเองได้พูดผิดไป เธอจึงหันไปถามสวี่จิ้งบนเตียงข้าง ๆ ราวกับจะกลบเกลื่อนความลำบากใจของตัวเองว่า “สวี่จิ้ง ตั๋วของคุณบอกว่าออกเดินทางเมื่อไหร่นะ?”
“วันมะรืนนี้ค่ะ”
“เฮ้อ… น่าเสียดาย ของฉันเป็นพรุ่งนี้แล้ว ถ้าของคุณเป็นพรุ่งนี้เหมือนกัน เราก็จะได้ไปสถานีรถไฟด้วยกันได้”
สวี่จิ้งไม่พูดอีก อู๋เยี่ยนหงรู้สึกเบื่อจึงหยุดพูด
เสิ่นรั่วหนิงไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดอะไร จึงจัดข้าวของเสร็จอย่างรวดเร็ว แล้วนั่งบนโต๊ะข้างเตียงลี่หรง “ลี่หรง ถึงวันหยุดแล้ว บ้านของเธออยู่ที่ไหนเหรอ ให้ฉันไปเที่ยวหาเธอได้ไหม?”
ลี่หรงบอกที่อยู่บ้านของเธอ เสิ่นรั่วหนิงก็จดบันทึก และยังเตรียมจดหมายเลขโทรศัพท์บ้านของเธอไว้ด้วย
ลี่หรงมองตัวเลขแล้วยิ้ม “ที่บ้านฉันไม่มีโทรศัพท์ ก็เลยไม่ต้องจดตรงนี้หรือเปล่า?”
“มีร้านสหกรณ์อยู่ใกล้บ้านเธอไหม? ตอนนี้ร้านสหกรณ์มีหมายเลขโทรศัพท์แล้ว ถ้าเธอไม่มีอะไรทำก็โทรมาคุยเล่นกับฉันได้”
เสิ่นรั่วหนิงซบหน้ากับราวกั้นเตียง แล้วถามลี่หรง “เธอวางแผนอะไรทำในช่วงวันหยุดหรือเปล่า?”
“ไม่มีเป็นพิเศษนะ มีก็แค่เลี้ยงอันอัน”
“ถ้าอย่างนั้น เธอช่วยเย็บกระโปรงให้ฉันตัวหนึ่งได้ไหม?” เสิ่นรั่วหนิงกัดริมฝีปากตัวเอง “เดือนหน้าก็จะวันเกิดฉันแล้ว ฉันอยากแต่งตัวสวย ๆ อืม ไม่จำเป็นต้องสวยมากหรอก แค่ทำตามใจเธอได้เลย”
ลี่หรงเหลือบมองเธอด้วยความประหลาดใจ เธอคิดมาโดยตลอดว่าเสิ่นรั่วหนิง น่าจะล้มเลิกความคิดที่จะให้หญิงสาวทำเสื้อผ้าให้ไปแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเสิ่นรั่วหนิง จะเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจมาตั้งแต่เริ่มเรียนจนถึงวันหยุดปิดเทอมเลยงั้นเหรอ?
ลี่หรงยิ้มอ่อน “ได้สิ เดี๋ยวฉันจะขอวัดตัวเธอก่อนนะ”
“ลี่หรง เธอใจดีกับรั่วหนิงมากเลย” อู๋เยี่ยนหงมองมาทางนี้ด้วยความอิจฉา