ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 110 การพบกันที่สมบูรณ์แบบ
บทที่ 110 การพบกันที่สมบูรณ์แบบ
หลังจากผ่านไปหลายปี ลี่หรงก็กลับมาจับปากกาออกแบบชุดอีกครั้ง แล้วพบว่ามีดดีไม่มีแก่*[1] เธอจึงมีความสุขมาก
“วันที่สองของเดือนหน้า เธออย่าลืมมานะ ที่อยู่บ้านของฉันคือ…” เสิ่นรั่วหนิงเงียบไปพักหนึ่ง “ช่างเถอะ เดี๋ยวเธอจะเสียเวลาตามหาอีก เอาแบบนี้ดีกว่า ถ้าถึงเวลา ฉันจะบอกให้คนขับรถมารับเธอเอง อย่าลืมพาอันอันไปด้วยนะ”
หลังจากทำกระโปรงของเสิ่นรั่วหนิงเสร็จแล้ว ลี่หรงก็รู้สึกว่าตัวเองว่างมากจริง ๆ
ทว่าข้างนอกอากาศร้อน ลี่หรงจึงไม่อยากออกไปข้างนอก เธอจึงอยู่บ้านกับอันอัน หรือไม่ก็ออกไปเดินเล่นระหว่างไปซื้อของ
และก็คิดได้ว่าตัวเองไม่ได้ไปเยี่ยมบ้านสกุลลี่มานาน คงถึงเวลาต้องกลับไปบ้างแล้ว และแม่จ้าวก็บังเอิญอยู่ที่นี่ด้วย
พ่อแม่ของทั้งสองครอบครัวยังไม่เคยพบหน้ากัน
ลี่หรงพูดกับจ้าวชิงซง “อีกสองสามวันฉันจะกลับไปบ้านพ่อแม่นะคะ แม่จ้าวก็อยู่ที่นี่มาหลายเดือนแล้ว ฉันคิดว่าน่าจะใช้โอกาสนี้ ให้พ่อแม่ของฉันได้เจอกับแม่จ้าวด้วยค่ะ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะบอกแม่ให้” จ้าวชิงซงกำลังพับเสื้อผ้าอยู่ ตอนนี้ในเมืองหลวงอากาศร้อน เมื่อจ้าวชิงซงกลับมาจากที่ทำงานในบ่ายวันรุ่งขึ้น เขาจึงนำเสื้อผ้าที่ซักไว้เมื่อคืนมาพับเก็บ
ลี่หรง “ให้ฉันทำพับเก็บให้เองดีกว่านะคะ…”
“ได้ครับ” จ้าวชิงซงโน้มตัวไปจูบลี่หรงเบา ๆ แล้วพูดว่า “ผมจะเอาผลไม้กลับมาเพิ่ม แล้วไปกับพวกคุณด้วยครับ”
หลังจากที่ลี่หรงเล่าเรื่องนี้ให้แม่จ้าวฟัง อีกฝ่ายก็เข้าใจ
พวกเขาแต่งงานกันมาสามถึงสี่ปีแล้ว แต่ไม่เคยคิดเลยว่าพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายจะได้พบกันครั้งแรกช้าขนาดนี้
แม่จ้าวเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ เมื่อคิดว่าตนกำลังจะได้ไปพบกับครอบครัวชาวเมืองของลี่หรงที่มีการงานมั่นคง
หลายวันมานี้ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ใจลอยไปหมด มักจะนั่งนิ่ง สายตาเหม่อลอย เหมือนกำลังกังวลเรื่องอะไรสักอย่างอยู่ตลอดเวลา
ลี่หรงเห็นแม่จ้าวเป็นแบบนั้นอยู่หลายครั้ง หลังจากที่สังเกตดู เธอก็พอจะเดาความกังวลของแม่จ้าวได้
เธอหยิบเสื้อผ้าที่เพิ่งทำไปมอบให้แม่จ้าว “แม่คะ ฉันได้เตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้ให้แล้ว รีบมาลองใส่ดูสิคะ ถ้าไม่พอดีก็ค่อยปรับกันอีกทีค่ะ”
“โอ้!” แม่จ้าวดีใจเมื่อได้ยินว่าเธอจะมีเสื้อผ้าชุดใหม่ แต่แล้วก็รู้สึกเสียดาย “เสื้อผ้าแม่ยังใส่ได้อยู่ ทำใหม่ให้เปลืองเงินทำไมล่ะจ๊ะ”
“ไม่ได้แพงมากหรอกค่ะ ฉันขอให้แม่ของฉันช่วยซื้อผ้าให้ พนักงานในโรงงานจะซื้อได้ในราคาถูกน่ะค่ะ” ลี่หรงยัดเสื้อผ้าไว้ในอ้อมแขนของแม่จ้าว แล้วดันตัวอีกฝ่ายเข้าไปลองเสื้อผ้า “แม่ใส่ให้สบายใจเถอะนะคะ มันเป็นแค่ชุดใหม่ชุดเดียวเอง แม่ต้องทำงานหนักเพื่อช่วยฉันดูแลอันอันมามากแล้วนะคะ”
แม่จ้าวอยู่ในเมืองหลวงมาหลายเดือนแล้ว เธอมักจะพาอันอันไปเดินเล่นในตรอก แล้วได้รู้จักผู้สูงอายุชายหญิงหลายคนที่อาศัยอยู่ใกล้ ๆ พวกเขามักจะพาลูกหลานออกมาเล่นด้วยกัน
เนื่องจากแม่จ้าวไปพูดคุยกับเพื่อนบ้านเหล่านั้นบ่อยครั้ง เธอจึงตระหนักดีถึงความแตกต่าง ระหว่างตัวเธอกับผู้คนในเมืองหลวง ด้วยสำเนียงการวางตัวหลายอย่างก็แตกต่างจากคนในเมืองหลวง
แต่ตอนที่แม่จ้าวพูดคุยกับเพื่อนบ้านเหล่านั้น เธอไม่ได้รู้สึกด้อยกว่าเพราะความแตกต่างที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพ่อแม่ของลี่หรง ผู้เป็นลูกสะใภ้ แม่จ้าวกลับรู้สึกกังวลมากเป็นพิเศษ
บ้านสกุลลี่จะไม่ชอบที่แม่จ้าวเป็นคนบ้านนอกหรือเปล่า?
เมื่อถึงวันไปบ้านสกุลลี่ แม่จ้าวตื่นแต่เช้า
แปรงฟันและอาบน้ำให้สะอาดที่สุด ทั้งยังแปรงฟันอีกครั้งหลังอาหารเช้าด้วย
แม่จ้าวหวีผมแล้วรวบอย่างพิถีพิถัน และไม่สวมเสื้อผ้าใหม่ที่ลี่หรงทำให้ จนกว่าใกล้จะต้องออกจากบ้านเท่านั้น เพราะกลัวว่าเสื้อผ้าจะยับ ถ้าเธอใส่เร็วเกินไป
เสื้อผ้าที่ลี่หรงทำให้ เป็นกางเกงผ้าฝ้ายและเสื้อชีฟองแขนกว้างครึ่งแขน
แม่จ้าวสวมใส่แล้วดูมีความมั่นใจมากขึ้น ก่อนสูดหายใจเข้าลึก ๆ หน้ากระจก แล้วดึงชายเสื้อให้ตึง
ถ้าลี่หรงเห็นก็คงจะหัวเราะแม่สามีแน่ ความจริงแล้ว แม่จ้าวไม่จำเป็นต้องทำตัวเหมือนกับว่ากำลังจะไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่าเกรงขามเช่นนั้น
“แม่คะ เสร็จหรือยังคะ? จ้าวชิงซงกลับมาแล้ว พร้อมออกเดินทางแล้วนะคะ” ลี่หรงตะโกนออกไปข้างนอก
ไม่สามารถกลับบ้านพ่อตาแม่ยายมือเปล่าได้ จ้าวชิงซงจึงตื่นก่อนรุ่งสาง เพื่อไปที่โกดังของเขา ผลไม้ที่เพิ่งมาถึงจึงยังไม่ได้ถูกขนออกไปขาย ดังนั้นเขาจึงกลับมาพร้อมตะกร้าที่เต็มไปด้วยผลไม้มากมาย
ในบรรดาพี่ชายทั้งสามของลี่หรง มีเพียงลี่รุ่ยจือเท่านั้นที่อยู่บ้าน ส่วนพี่ชายอีกสองคนไม่อยู่
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เห็นความสำคัญของแม่จ้าว แต่เป็นเพราะลี่หรงบอกแม่ของเธอไว้ล่วงหน้า ว่าเธอจะให้พี่ชายทั้งสองกลับมา ในตอนที่พ่อจ้าวมาด้วยครั้งต่อไปแทน
ไม่อย่างนั้นแม่จ้าวคงจะรู้สึกกดดันมากเป็นแน่
คราวนี้เป็นเพียงการรับประทานอาหารร่วมกันเท่านั้น
แม่ลี่เปิดประตูต้อนรับ ทันทีที่เห็นผู้หญิงตรงหน้า ก็รู้ว่าเป็นแม่สามีของลี่หรง เธอยิ้มทักทายแม่จ้าว “นี่คุณแม่ใช่ไหมคะ? มา มา รีบเข้ามาก่อนเถอะค่ะ”
หลังจากลี่หรงขึ้นไปชั้นบน แม่จ้าวรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น เมื่อเห็นบ้านที่พ่อแม่ของลูกสะใภ้อาศัยอยู่ ยังไม่ทันได้เข้าไปในบ้าน เพียงเห็นห้องโถงกว้างขวางข้างใน มือเท้าของแม่จ้าวก็พลันแข็งทื่อแล้ว ด้วยไม่รู้จะต้องวางมือไม้ไว้อย่างไรดี
เมื่อเผชิญหน้ากับคำทักทายอันอบอุ่นของแม่ลี่ แม่จ้าวก็ยิ้มเฝื่อน แล้วพูดว่า “…สวัสดีค่ะคุณแม่ลี่”
“สวัสดีค่ะ” ก่อนที่จะพบกับแม่จ้าว แม่ลี่ต้อนรับแขกทุกคนเหมือนเป็นญาติสนิทอยู่แล้ว ตอนนี้ลูกสาวของเธอกับจ้าวชิงซง ไม่ได้อยู่กินกับครอบครัวจ้าวอีกต่อไป จึงไม่จำเป็นต้องเอาใจเป็นพิเศษ เมื่อรู้ว่าลี่หรงกับสามีแยกบ้านมาอยู่ด้วยกัน แม่ลี่ก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เพราะมักจะรู้สึกเสมอว่าลูกสาวอาจถูกกลั่นแกล้ง จึงถูกสั่งให้แยกออกไปอยู่บ้านอื่น
แต่เมื่อเธอได้พบกับแม่จ้าวด้วยตนเอง แม่ลี่ที่มีประสบการณ์ในการพบปะผู้คนมาหลายปี สามารถบอกได้ทันทีว่าแม่จ้าวเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจงาม หนำซ้ำยังหน้าตาใจดี กระทั่งการแต่งกายและพฤติกรรมก็เรียบง่าย
แม่ลี่สังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นกังวล จึงหัวเราะเบา ๆ แล้วเอ่ยชมว่า “โอ้โห! คุณแม่มีรสนิยมการแต่งตัวดีมากเลยนะคะ”
แม่จ้าวมีรอยยิ้มจริงใจ “ชุดนี้เสี่ยวหรงทำให้ค่ะ เนื้อผ้าดีมาก ฉันได้ยินมาว่าคุณแม่เป็นคนช่วยหาผ้าให้ ต้องขอโทษจริง ๆ ที่รบกวนนะคะ”
“ไม่เป็นอะไรเลยค่ะ” แม่ลี่โบกมือ “ครอบครัวเดียวกันไม่ต้องเกรงใจหรอก เอ๊ะ! นั่นสิ แล้วทำไมเสี่ยวจ้าวถึงเอาผลไม้มากมายมาฝากอีกแล้วล่ะ? กลับมาบ้านทั้งที อย่าใช้จ่ายมากเกินไปโดยไม่จำเป็นสิจ๊ะ”
มีเพียงลี่หรงเท่านั้นที่รู้เรื่องธุรกิจผลไม้ของจ้าวชิงซง แม้แต่แม่จ้าวก็ไม่รู้ว่าลูกชายกำลังทำธุรกิจอะไร แม้ชายหนุ่มจะออกไปข้างนอกทุกวัน แต่แน่นอนว่าเขาจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ในตอนนี้ เขาจึงพูดอย่างสบาย ๆ ว่า “พอดีว่าผมมีเพื่อนที่ขายผลไม้ เขารู้ว่าผมจะมาเยี่ยมบ้านแม่ยายน่ะครับ ก็เลยเอาผลไม้ราคาถูกมาขายให้ ผมคิดว่ามันถูกมาก ก็เลยซื้อมาฝากเยอะหน่อยน่ะครับ”
แม่ลี่บอกว่าไม่ต้องซื้อมาเยอะแบบนี้ก็ได้
จ้าวชิงซงยิ้ม “ถึงอย่างไรอันอันกับเสี่ยวหรงก็กินเยอะที่สุดทุกครั้งอยู่แล้วครับ เดี๋ยวผมขอไปดูน้ำร้อนที่ห้องครัวก่อน จะได้เตรียมฆ่าไก่นะครับ”
“ลูกก็ไปช่วยดูด้วยสิ” แม่ลี่เตะลี่รุ่ยจือที่กำลังหยอกล้อหลานชายอยู่ ลูกชายอย่างลี่รุ่ยจือจึงไม่กล้าพูดอะไร ก่อนจะยกมือลูบบริเวณที่ถูกเตะด้วยความหดหู่ แล้วไปที่ห้องครัวทันที
ไม่รู้ว่าเมื่อครู่นี้พ่อลี่กำลังทำอะไรอยู่ แต่ตอนนี้เขาออกมาจากครัวแล้ว ขณะสวมผ้ากันเปื้อนที่แม่ลี่ใช้บ่อย ๆ คงจะเพิ่งยุ่งอยู่ในครัวเสร็จ
เขาถอดผ้ากันเปื้อนออก ก่อนนั่งลงบนโซฟา แล้วกล่าวสวัสดีแม่จ้าว “สวัสดีครับคุณแม่ ผมได้ยินว่าคุณจะมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ไปเจอคุณสักที ต้องขอโทษด้วยนะครับ”
“ไม่เป็นอะไรเลยค่ะ พวกคุณยุ่งกับงาน ฉันเองต่างหากที่เป็นแค่คนว่างงานคนหนึ่ง ควรเป็นฝ่ายมาพบพวกคุณตั้งนานแล้วค่ะ”
“อย่าพูดเรื่องนี้กันเลยค่ะ มากินผลไม้กันก่อนดีกว่านะคะ”
“ฉันขอตัวไปทำอาหารก่อน พวกแม่คุยกันได้เลยนะคะ” ลี่หรงเข้าไปในครัว เธอกับจ้าวชิงซงเข้าใจกันดี ส่วนลี่รุ่ยจือช่วยอะไรไม่ได้มาก หลังจากยืนหยอกล้อลี่หรงอยู่สักพัก ไม่นานลี่รุ่ยจือก็ถูกลี่หรงไล่ออกไปเล่นกับหลานชาย
ไม่นานหลังจากที่พ่อลี่กล่าวสวัสดีแม่จ้าว เขาก็กลับไปทำงานที่ห้องทำงาน เปิดโอกาสให้แม่ลี่กับแม่จ้าวคุยกัน
ทันทีที่ทั้งสองเริ่มคุยกัน หัวใจที่ตึงเครียดของทั้งสองฝ่ายก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
เมื่อลี่หรงเรียกให้ที่บ้านไปทานอาหารเย็นร่วมกัน ทั้งสองก็คุยกันราวกับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันนาน พลางจับมือพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เหมือนพี่สาวน้องสาวที่เพิ่งมาพบกัน หลังจากพลัดพรากไปนานหลายปี
ลี่หรงกับจ้าวชิงซงมองหน้ากันแล้วยิ้ม เมื่อเห็นภาพตรงหน้านี้ ก็รู้ได้ทันทีว่าการพบกันระหว่างแม่ของทั้งสองฝ่าย ต่างประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป
[1] มีดดีไม่มีแก่ หมายถึง แก่แล้วแต่ยังเจ๋ง